Creativex

Creativex

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Creativex, โรงเรียน, Bangkok.

สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จับมือภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยผู้นำระดับประเทศ ผ่านหลักสูตร CreativEX

Photos from Creativex's post 27/07/2026

CreativEX 2026 เดินทางสู่บทสรุปของการเรียนรู้ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างอนาคตของประเทศไทย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีปิดและมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตร CreativEX 2026: City Branding & Creative Organization หลังผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือตลอดหลักสูตร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการสร้างแบรนด์เมือง องค์กรสร้างสรรค์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการตลาดสำหรับโลกยุคใหม่

ในวันปิดหลักสูตรนี้ ผู้เข้าร่วมได้รับเกียรติจาก ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ที่ปรึกษาคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และประธานที่ปรึกษาหลักสูตร CreativEX 2026 มามอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตร โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำเสนอ Final Group Project ภายใต้โจทย์ "Thailand Branding" ซึ่งผู้เข้าร่วมทุกคนได้ร่วมวิเคราะห์ศักยภาพของประเทศไทย พร้อมพัฒนาแนวคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างแบรนด์ประเทศ โดยบูรณาการองค์ความรู้ที่ได้รับตลอดหลักสูตร ทั้งด้าน City Branding, Creative Organization, วัฒนธรรม นวัตกรรม เทคโนโลยี และการตลาด

แม้แต่ละกลุ่มจะนำเสนอ Big Idea ที่แตกต่างกัน แต่ต่างมีแนวคิดร่วมในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและความยั่งยืน และทุกผลงานต่างสะท้อนแนวคิดที่ว่า ประเทศไทยควรก้าวข้ามภาพจำของการเป็นเพียง "แหล่งท่องเที่ยว" ไปสู่การเป็น Nation Brand ที่สร้างคุณค่าจากทุนทางวัฒนธรรม ทุนมนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม พร้อมเน้นย้ำว่าการสร้างแบรนด์ประเทศที่แข็งแกร่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมพัฒนา Ecosystem ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศอย่างยั่งยืน

การนำเสนอผลงานได้รับเกียรติจาก คุณพิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), รศ.ดร. วลัญชลี วัฒนาเจริญศิลป์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผศ.ดร. รติรัตน์ ณ สงขลา อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อเติมเต็มแนวคิดในการสร้างแบรนด์ประเทศไทยที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของประเทศเข้าด้วยกัน

แม้วันนี้หลักสูตร CreativEX 2026 จะเดินทางมาถึงบทสรุปในห้องเรียน แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการเดินทางสู่โลกของการปฏิบัติจริง ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์



24/07/2026

เมื่อ "การท่องเที่ยว" ไม่ได้แข่งขันกันที่จำนวนคนอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ "คุณค่าของประสบการณ์" ประเทศไทยจะสร้างความแตกต่างอย่างไรให้โลกอยากเดินทางมาหาเรา?

นี่คือประเด็นสำคัญจากการเสวนา "Creative Synergy: ท่องเที่ยว x อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนก้าวต่อไปของธุรกิจไทย" โดย คุณจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ รองประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่ชวนผู้เข้าร่วมหลักสูตร CreativEX 2026 มองอนาคตของประเทศไทยผ่านมุมใหม่ ว่า "การท่องเที่ยว" และ "อุตสาหกรรมสร้างสรรค์" ไม่ควรเดินคนละเส้นทาง แต่ต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้เศรษฐกิจไทย

หัวใจสำคัญของการสร้าง Creative Synergy คือการเปลี่ยนจากการขาย "สถานที่ท่องเที่ยว" ไปสู่การขาย "ประสบการณ์" ที่มีความหมาย นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้ตัดสินใจเพียงเพราะราคาหรือสถานที่สวยงาม แต่เลือกเดินทางเพื่อสัมผัสเรื่องราว วัฒนธรรม และประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสินค้า เรื่องราว แบรนด์ และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ก่อนส่งต่อให้ภาคการท่องเที่ยวนำไปถ่ายทอดเป็นประสบการณ์ที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะผ่านเทศกาลดนตรี ภาพยนตร์ งานศิลปะ อาหาร งานหัตถกรรม หรือ Wellness ซึ่งล้วนเป็นพลังสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับ Positioning จาก Mass Tourism ไปสู่ Quality Tourism โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม High Value & Luxury, กลุ่ม LGBTQ+ หรือกลุ่ม Muslim Friendly ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับคุณภาพของการบริการ ประสบการณ์ที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจ มากกว่าการแข่งขันด้านราคา

แม้ประเทศไทยจะไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตกับหลายประเทศได้ แต่สิ่งที่ไม่มีใครลอกเลียนได้คือ "Thai Soul" ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ความประณีต งานฝีมือ ภูมิปัญญา หรือเรื่องราวที่สั่งสมมายาวนาน เมื่อผสานเข้ากับนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นคุณค่าที่สร้างความแตกต่างให้ประเทศไทยบนเวทีโลก

อย่างไรก็ตาม การผลักดัน Creative Tourism ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และชุมชน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

เพราะในท้ายที่สุด การสร้างอนาคตของประเทศไทยอาจไม่ได้เริ่มจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น แต่เริ่มจากการสร้าง "คุณค่า" ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกอยากเดินทางมาสัมผัสประเทศไทยด้วยตัวเอง และอยากกลับมาอีกครั้ง



24/07/2026

"Monetizing the Heritage: Unlocking Cultural Capital through Content IP and Rights Management" โดย คุณอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนผู้เข้าร่วม CreativEX 2026 มอง "ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP)" ในมิติที่กว้างกว่าการคุ้มครองผลงาน แต่คือกลไกสำคัญในการเปลี่ยน ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) ให้กลายเป็น ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

สิ่งที่น่าสนใจคือ IP ไม่ใช่เพียงเรื่องของการจดทะเบียนหรือการปกป้องสิทธิ แต่เป็น Business Infrastructure ที่ช่วยให้ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ของไทย สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจ สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ผ่านกระบวนการตั้งแต่ Creation, Protection, Commercialization ไปจนถึงการสร้าง Economic Growth

ตลอดการบรรยาย มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่สะท้อนการใช้ IP เพื่อสร้างมูลค่า ไม่ว่าจะเป็น HYROX ที่ต่อยอดจากการแข่งขันกีฬาไปสู่ Global IP Ecosystem, POP MART ที่สร้างจักรวาลคาแรกเตอร์และประสบการณ์แฟนคลับ หรือ "หมูเด้ง" ที่สามารถต่อยอดผ่านเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสินค้าลิขสิทธิ์ จนกลายเป็น Soft Power ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การพัฒนาเมืองและชุมชนผ่าน Geographical Indication (GI) และ Creative City ซึ่งสะท้อนว่า เมื่ออัตลักษณ์ท้องถิ่นได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ก็สามารถต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว การลงทุน และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน

สุดท้าย บทเรียนสำคัญของคลาสนี้คือ ประเทศไทยไม่ได้ขาดทุนทางวัฒนธรรม แต่สิ่งที่ต้องเร่งสร้างคือระบบในการบริหารและต่อยอดทุนเหล่านั้นให้กลายเป็นทุนทางปัญญา เพราะเศรษฐกิจสร้างสรรค์ "มูลค่าที่แท้จริง" ไม่ได้เกิดจากการมีไอเดียเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหาร IP ให้เติบโตเป็นธุรกิจและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว






Photos from Creativex's post 23/07/2026

✨หลักสูตร CreativEX2026 Week 7✨
ประเทศไทยไม่ได้ขาดทุนทางวัฒนธรรม แต่โจทย์สำคัญคือ จะเปลี่ยน "ทุน" เหล่านั้นให้กลายเป็น "มูลค่าทางเศรษฐกิจ" ได้อย่างไร

นี่คือประเด็นที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจจากสองคลาสในหลักสูตร CreativEX 2026 ได้แก่ "Monetizing the Heritage: Unlocking Cultural Capital through Content IP and Rights Management" โดย คุณอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ "Creative Synergy: ท่องเที่ยว x อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนก้าวต่อไปของธุรกิจไทย" โดย คุณจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ รองประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

คลาสแรกชวนมองว่า ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการคุ้มครองสิทธิ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ช่วยเปลี่ยน Cultural Capital ให้กลายเป็น Intellectual Capital และต่อยอดสู่ธุรกิจที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ผ่านกระบวนการตั้งแต่การสร้างสรรค์ การคุ้มครอง การบริหารสิทธิ ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์

กรณีศึกษาจาก HYROX, POP MART และ หมูเด้ง ล้วนสะท้อนว่า คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการมีไอเดียหรือคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารทรัพย์สินทางปัญญาให้เติบโตเป็นระบบนิเวศที่สร้างรายได้ สร้างแบรนด์ และสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อสร้าง "มูลค่า" ได้แล้ว คำถามต่อมาคือ จะส่งต่อคุณค่านั้นไปสู่ผู้คนได้อย่างไร?

คลาส Creative Synergy จึงมาตอบโจทย์ในมิติของการสร้างประสบการณ์ โดยชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเปลี่ยนสินค้า เรื่องเล่า และอัตลักษณ์ของไทย ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนทั่วโลกอยากเดินทางมาสัมผัส

ประเทศไทยจึงควรขยับจากการพึ่งพา Mass Tourism ไปสู่ Quality Tourism ที่แข่งขันด้วยคุณค่าของประสบการณ์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคา พร้อมใช้จุดแข็งที่ไม่มีใครลอกเลียนได้อย่าง "Thai Soul" ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม งานฝีมือ ภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิต มาเชื่อมกับเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างความแตกต่างบนเวทีโลก

เมื่อมองทั้งสองคลาสร่วมกัน จะเห็นภาพของห่วงโซ่คุณค่าที่สมบูรณ์ ตั้งแต่การค้นหาและพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม การบริหารทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

เพราะในท้ายที่สุด เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เริ่มต้นจากการมี "ไอเดีย" เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการสร้างระบบที่สามารถเปลี่ยน อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม ให้กลายเป็นธุรกิจ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และต่อยอดสู่ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน




17/07/2026

เมื่อโลกการตลาดเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม "ความคิดสร้างสรรค์" เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่เข้าใจทิศทางของผู้บริโภคและสร้างคุณค่าที่แตกต่างอย่างแท้จริง

ในหัวข้อ "สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์" โดย ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ชวนผู้เข้าร่วมมองภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกการตลาด ผ่าน 4 มุมมองสำคัญ ได้แก่

🎯 Precision – การตลาดยุคใหม่ต้องอาศัยข้อมูลและ AI เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ และสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้
⏸️ Pause – กล้าทบทวนและปรับการลงทุน ลดกิจกรรมที่ไม่สร้างผลลัพธ์ พร้อมจัดสรรทรัพยากรใหม่ให้ตอบโจทย์การเติบโตในระยะยาว
🚀 Push – สร้างความได้เปรียบผ่าน Place Branding และการต่อยอดอัตลักษณ์ของเมือง องค์กร และแบรนด์ ให้กลายเป็นคุณค่าที่ผู้คนจดจำ
🌏 Partner & Planet – ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านความร่วมมือ และสร้างคุณค่าที่คำนึงถึงผู้คน สังคม และความยั่งยืนไปพร้อมกัน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ทุนทางวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงมรดกที่ควรอนุรักษ์ แต่คือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ที่สามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างอัตลักษณ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเมือง ประเทศ และองค์กรได้อย่างยั่งยืน

เพราะในโลกที่เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ความแตกต่างที่แท้จริง จึงไม่ได้อยู่ที่การมี AI เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำ อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจผู้คน มาผสานกัน เพื่อสร้างคุณค่าที่ผู้คนจดจำและเลือกอย่างต่อเนื่อง



16/07/2026

AI ไม่ได้มาแทนความคิดสร้างสรรค์ แต่มาเปลี่ยน "วิธี" ที่เราสร้างสรรค์

เมื่อ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า "จะใช้ AI หรือไม่" แต่คือ "จะใช้ AI อย่างไรให้สร้างคุณค่าได้มากที่สุด" นี่คือประเด็นสำคัญจากหัวข้อ "Unleashing AI Power in the Creative Economy" โดย ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน Skooldio Group ผู้ชวนผู้เรียนมองบทบาทของ AI ในฐานะ "พลังเสริม" ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มากกว่าเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน

การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายถึงการผลิตคอนเทนต์ให้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่คือการออกแบบ Workflow ใหม่ ให้คนมีเวลาทุ่มเทกับสิ่งที่ AI ทดแทนไม่ได้ ทั้งการคิดเชิงกลยุทธ์ ความเข้าใจผู้คน และการสร้างสรรค์งานที่มีความหมายต่อผู้รับสาร

ภายในคลาส ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Generative AI ในการช่วยคิดพาดหัว วางโครงสร้างเนื้อหา พัฒนาแนวคิดแคมเปญ ไปจนถึงการสร้างภาพ วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดียจากข้อความ ช่วยย่นระยะเวลาการผลิตงานสร้างสรรค์จากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่นาที

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือการนำ AI มาช่วยจัดการองค์ความรู้และข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการสรุปวิดีโอ พอดแคสต์ เอกสาร PDF การใช้ OCR เพื่อประมวลผลเอกสาร หรือการสร้าง Knowledge Base ที่ค้นหาและต่อยอดได้ทันที ทำให้ทีมงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และปรับงานได้อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

แต่เหนือกว่าเครื่องมือทั้งหมด ดร.วิโรจน์ย้ำว่า องค์กรในยุค AI ต้องเปลี่ยนวิธีคิดไปสู่การเป็น AI-First Organization ที่ไม่ได้เพียงทดลองใช้ AI แต่พัฒนาทักษะของคน ปรับกระบวนการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้ AI กลายเป็น "เพื่อนร่วมทีม" ที่ช่วยให้มนุษย์สร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม

เพราะในท้ายที่สุด ความได้เปรียบขององค์กรจะไม่ได้อยู่ที่ว่า "ใครมี AI" แต่คือ "ใครสามารถใช้ AI เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างได้ก่อน"




16/07/2026

Soft Power ไม่ใช่เพียงการทำให้โลก "รู้จัก" แต่คือการทำให้โลก "อยากเลือก"

ในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืน" โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ชวนผู้เข้าร่วมมอง Soft Power ในฐานะ "พลังแห่งแรงดึงดูด" ที่เกิดจากการผสาน ความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และนวัตกรรม จนสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การสร้าง Soft Power ให้เกิดผลจริง ต้องอาศัยองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่
✨ Visionary – มีวิสัยทัศน์ที่มองเห็นอนาคตก่อนผู้อื่น และกำหนดทิศทางการเติบโตได้อย่างชัดเจน
💙 Soft – สร้างความผูกพันผ่านอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ที่ผู้คนอยากมีส่วนร่วม
🌍 Power – สร้างแรงดึงดูดที่ทำให้ผู้คน "เลือกเข้าหา" โดยไม่ต้องบังคับ

พร้อมย้ำว่า การสร้าง Soft Power ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงความโดดเด่น (Differentiation) แต่ต้อง เชื่อมโยงกับผู้คน (Relevant) และสร้าง แรงดึงดูด (Attraction) จนเกิดคุณค่าที่ผู้คนจดจำและส่งต่อได้เอง

เพราะในท้ายที่สุด Soft Power ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการเผยแพร่วัฒนธรรม แต่คือการเปลี่ยนอัตลักษณ์ให้กลายเป็นคุณค่าที่สร้างผลกระทบทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ



Photos from Creativex's post 15/07/2026

✨หลักสูตร CreativEX2026 Week 6✨

เมื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ องค์กรและผู้นำจำเป็นต้องเข้าใจทั้ง "กลยุทธ์ เทคโนโลยี และคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรม" ไปพร้อมกัน

CreativEX 2026 ในวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลากหลายมิติ ได้แก่
🔹 ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับหัวข้อ "การวางแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระยะยาว" ที่ชวนมองบทบาทของการวางยุทธศาสตร์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
🔹 ดร.วีโรจน์ วิริยพิบูล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน Skooldio Group กับหัวข้อ "การใช้ AI Power ในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์" ที่สะท้อนว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็นพลังสำคัญในการยกระดับศักยภาพของคนและองค์กร
🔹 ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กับหัวข้อ "สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์" ที่ชี้ให้เห็นแนวทางการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เพราะอนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไม่ได้เกิดจากความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และอัตลักษณ์ให้สร้างคุณค่าที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน




09/07/2026

อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญของ CreativEX 2026 คือ "Building an AI-Ready Creative Organization: Innovation Strategy & Talent Upskilling" โดย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

ท่ามกลางกระแส AI ที่กำลังเปลี่ยนโลกการทำงาน Session นี้ชวนมองว่า ความพร้อมขององค์กรไม่ได้วัดจากการมีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด แต่คือการมี Innovation Strategy ที่ชัดเจน และการลงทุนพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพราะท้ายที่สุดแล้ว "คน" คือผู้ที่ทำให้เทคโนโลยีสร้างผลลัพธ์ได้จริง

หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ AI for ALL ที่มองว่า AI ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของสายเทคโนโลยี แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคบริการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

พร้อมกันนั้น การสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรมยังต้องเริ่มจากการพัฒนา Innovator's DNA ซึ่งประกอบด้วย 4 พฤติกรรมสำคัญ ได้แก่ การตั้งคำถาม (Questioning) การสังเกต (Observing) การสร้างเครือข่าย (Networking) และการทดลอง (Experimenting) เพราะนวัตกรรมเกิดจากวิธีคิด ไม่ใช่เพียงการใช้เครื่องมือใหม่ ๆ

อีกมุมที่น่าสนใจ คือการยกตัวอย่างสินค้าหรือธุรกิจใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นน้ำอ้อย ข้าวต้มมัด หรือสินค้า OTOP เพื่อชวนตั้งคำถามว่า จะต่อยอดอย่างไรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างแบรนด์ และแข่งขันในตลาดโลกได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหม่เสมอไป แต่เริ่มจากการมองเห็นศักยภาพใหม่ของสิ่งที่มีอยู่เดิม

บทเรียนสำคัญจาก Session นี้ คือ องค์กรที่พร้อมสำหรับ AI ไม่ใช่องค์กรที่ใช้ AI มากที่สุด แต่คือองค์กรที่สามารถสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ พัฒนาทักษะของคน และเชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กรได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อ "คน" พร้อม AI ก็จะกลายเป็นพลังที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างแท้จริง




09/07/2026

อีกหนึ่ง Session ที่ให้ทั้งแนวคิดและตัวอย่างการใช้งานจริงจากงาน CreativEX 2026 ในหัวข้อ "Empowering the Next-Gen Taskforce: Human-AI Co-Creation in the Creative Workspace" โดยคุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล อุปนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ฝ่ายดิจิทัล

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการชวนเปลี่ยนมุมมอง จากการ "ใช้ AI" ไปสู่การ "ทำงานร่วมกับ AI"

AI จะสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อเราเริ่มต้นจาก Goal ที่ชัดเจน ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกเครื่องมือ แต่ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า "เราอยากได้ผลลัพธ์อะไร" แล้วจึงค่อยออกแบบ Input, Workflow และเลือก AI ที่เหมาะกับโจทย์นั้น

อีกประเด็นที่น่าเก็บไปคิดต่อ คือ Human-AI Co-Creation ที่มองว่า AI ไม่ได้มีไว้แทนความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ แต่ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น ค้นคว้าได้ลึกขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้น และมีเวลาไปทุ่มเทกับงานที่ต้องใช้การตัดสินใจ กลยุทธ์ และจินตนาการมากกว่าเดิม

Session นี้ยังยกตัวอย่างการนำ AI ไปใช้ในงานจริง เช่น
- สรุปข้อมูลและทำ Research
- ออกแบบ Presentation
- คิด Content และ Mock-up
- จัดการ Project และ Workflow
- วิเคราะห์ข้อมูล
-เชื่อมต่อ AI กับเครื่องมืออื่น เช่น Calendar และระบบต่าง ๆ เพื่อให้ AI ลงมือทำงานแทนเราได้จริง ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม

อีกหนึ่งประโยคที่ชวนคิดคือ
"Agent will be as good as its Model."
ประสิทธิภาพของ AI Agent ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำสั่งเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ Model ความสามารถของเครื่องมือ และข้อมูลที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด ยิ่งออกแบบระบบได้ดี AI ก็ยิ่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้าย สิ่งที่ได้จาก Session นี้ไม่ใช่แค่การรู้จัก AI มากขึ้น แต่คือความเข้าใจว่า อนาคตของการทำงานจะไม่ได้วัดกันที่ใครใช้ AI เป็น แต่จะวัดกันที่ใครสามารถออกแบบการทำงานระหว่าง "คน + AI" ให้เกิดคุณค่าสูงสุดได้

และนี่อาจเป็นทักษะสำคัญที่สุดของคนทำงานในยุคต่อไป




ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok