สาขาวิชาภาษาเวียดนาม อักษรฯ จุฬาฯ - Vietnamese Chula

สาขาวิชาภาษาเวียดนาม อักษรฯ จุฬาฯ - Vietnamese Chula

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สาขาวิชาภาษาเวียดนาม อักษรฯ จุฬาฯ - Vietnamese Chula, เว็บไซต์เพื่อการศึกษา, 254 Phayathai Road, Wangmai Sub-district, Pathumwan District, Bangkok.

สาขาวิชาภาษาเวียดนาม ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | Vietnamese Section, Department of Eastern Languages, Faculty of Arts, Chulalongkorn University | Ngành tiếng Việt, Bộ môn Ngôn ngữ Phương Đông, Khoa Ngữ Văn, ĐH Chulalongkorn

26/08/2026

ทุกคนคะ
ช่วงเดือนนี้ เราเริ่มเห็นขนมไหว้พระจันทร์มาวางขายกันแล้ว เพราะเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วง "เต๊ด จุง ทู" (Tết Trung Thu) หรือเทศกาลตรุษกลางฤดูใบไม้ร่วงของเวียดนาม เป็นช่วงที่ดวงจันทร์จะกลมดิ๊กเลยล่ะค่ะ 🌕
----------------------------------
เมื่อพูดถึงพระจันทร์เนี่ย
แต่ละที่จะมีตำนาน "ดวงจันทร์" เป็นของตัวเองใช่ไหมคะ?

วันก่อนแอดเรียนวิชาคติชน เขาว่าในเมียนมาร์ มีตำนานคุณตาตำข้าวบนดวงจันทร์ อยู่ร่วมกับน้องกระต่าย หรืออย่างในจีนจะเล่าตำนานเรื่องฉางเอ๋อร์บนดวงจันทร์ ที่เวียดนามก็มีนะ เรียกกันว่าตำนาน "จิหั่ง" (chị Hằng) เล่าถึงหญิงสาวที่ดื่มยาอายุวัฒนะแล้วกลายเป็นนางฟ้าลอยขึ้นไป

แต่นอกจากเรื่องจิหั่ง เวียดนามมีตำนานอีกเรื่องคือเรื่อง "อาก่วย" (chú Cuội) ที่สนุกไม่แพ้กันค่ะ
----------------------------------
🌳 เรื่องเล่าว่ามีชายตัดไม้คนหนึ่งชื่อก่วย (Cuội) วันหนึ่งเขาเข้าไปตัดไม้ในป่า พบลูกเสือ 4 ตัว ก่วยคิลน้องเสือจนหมดถ้ำด้วยความตกใจ พอแม่เสือกลับมา ก่วยแอบดูอยู่ก็เห็นว่าแม่เสือไปคาบใบไม้อะไรไม่รู้มาเคี้ยวป้อนให้ลูกกิน แล้วอยู่ดีๆ ลูกเสือก็ฟื้นคืนชีพกันทุกตัว

🌳 ก่วยแอบขุดต้นไม้ประหลาดนั้นกลับไป ระหว่างทางก่วยเห็นชายชรานอนตายอยู่เลยเด็ดใบไม้มาเคี้ยวป้อนให้ ปรากฏว่าชายชราฟื้นคืนชีพแล้วบอกก่วยว่า “โอ้! ต้นไม้นี้เป็นพรจากสวรรค์เชียวนะ” พร้อมกำชับให้ก่วยดูแลต้นไม้ดีๆ อย่ารดด้วยน้ำสกปรก ไม่งั้นมันจะปลิวขึ้นฟ้า

🌳 ก่วยได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้มากมายด้วยใบของต้นไม้วิเศษ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ก่วยเห็นหมาตายลอยอยู่ในแม่น้ำ พอช่วยให้หมาฟื้นคืนชีพแล้ว มันก็อยู่เป็นเพื่อนกับก่วยอย่างซื่อสัตย์ อีกครั้งหนึ่ง ก่วยช่วยลูกสาวเศรษฐีที่จมน้ำตุยเย่ สุดท้ายหญิงสาวผู้นั้นก็ได้แต่งงานเป็นภรรยาของก่วย

🌳 วันหนึ่ง ขณะที่ก่วยไม่อยู่ ก็มีโจรกลุ่มหนึ่งเข้าไปฆ่าภรรยาของเขา แล้วขุดไส้ของเธอออกมาโยนลงแม่น้ำเพื่อท้าทายก่วยที่สามารถชุบชีวิตคนตายได้ ก่วยเสียใจมาก เจ้าหมาจึงเสนอตัวเสียสละไส้ของตัวเองเพื่อนำไปเปลี่ยนให้ภรรยาของเจ้านาย (สุดท้ายหมาไม่ตุยนะคะ ก่วยปั้นลำไส้จากดินเหนียวใส่เข้าไปแทน หมาฟื้น เย่!)

🌳 แม้ภรรยาของเจ้านายจะฟื้นจากความตาย แต่นางกลับกลายเป็นคนอ๊องๆ วันหนึ่งนางไปที่สวนหลังบ้านและฉี่รดโคนต้นไม้วิเศษของก่วย ต้นไม้จึงถอนรากแล้วลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่วยกลับมาเห็นก็ตกใจ รีบคว้ารากต้นไม้ไว้

🌳 ก่วยไม่หยุด ต้นไม้ไม่หยุด ต้นไม้ก็เลยพาก่วยขึ้นไปบนดวงจันทร์

นับแต่นั้น เมื่อมองขึ้นไปบนดวงจันทร์ ผู้คนจะเห็นจุดสีดำรูปร่างชัดเจนเป็นภาพของ “chú Cuội ngồi gốc cây đa” หรืออาก่วยที่นั่งอยู่บนโคนต้นไทรนั่นเองค่ะ :))


มีใครชอบดูพระจันทร์หรือเปล่าคะ?
เห็นอาก่วยอยู่บนนั้นบ้างไหม?

24/08/2026

วันก่อนแอดไปเจออาหารเวียดนามจานนี้มา
วางคู่กับงานแกะสลักอลังการรูปนกยูง (ดูในคอมเมนต์)

เห็นครั้งแรกคือ เอ๊ะ? กินได้มั้ยนะ?
สวยเหมือนไม่ใช่ของกิน!

ได้ยินคนเรียกกันว่า
"nem công chả phượng (phụng)"

คำว่า công /กง/ = นกยูง 🦚
ส่วน phượng /เฝื่อง/ หรือ phụng /ฝุ่ง/ = นกฟีนิกซ์ค่ะ
-----------------
พอไปค้นดูแล้ว nem công กับ chả phượng เป็นหนึ่งในอาหารชั้นสูงในวัฒนธรรมอาหารราชสำนักเว้ (คืออาหารชาววังดีๆ นี่แหละ!) และมักถูกกล่าวถึงในฐานะ "bát trân" หมายถึง "อาหารอันล้ำค่า 8 ชนิด" ซึ่งเคยสงวนไว้สำหรับเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น อย่างรังนกหรืออุ้งตีนหมีก็รวมอยู่ในนี้ด้วย

ต้นกำเนิดของเมนูนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ว่ากันว่าในอดีต เมนูนี้ทำจากเนื้อนกยูงแท้ๆ แต่ในปัจจุบัน ผู้คนได้ดัดแปลงโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่าย เช่น เนื้อหมู กุนเชียง ไข่ เห็ดหูหนูมาทำแทน

แล้วคือตกแต่งอย่างประณีตบรรจงมากๆ เช่นเอาแครอตงี้ หัวหอมงี้ พริกงี้ มาแกะสลักเป็นนกยูงหรือนกฟินิกซ์แบบเว่อวังมั่กกก!
-----------------
โอเอ็มจี พอเห็นหางนกที่เรียงทีละชิ้นแล้ว...

ตอนแรกไม่กล้าตักค่ะ เสียดาย 😂
แต่จะอดใจได้ไงล่ะเนอะ

อร่อย!


ป.ล. แอดไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องอาหาร ปกติกินแต่ข้าววัดค่ะ 555 ใครมีข้อมูลอะไร สามารถเล่าสู่กันฟังได้เลยนะคะ!

📖 อ่านเพิ่มเติม: https://tuoitre.vn/nem-cong-cha-phuong-mon-ngon-dung-dau-trong-tu-dai-bat-tran-20200110094506806.htm

21/08/2026

เห็นบ้อง...
อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นกัญชานะ!


ตอนที่แอดอยู่ฮานอย แอดชอบนั่งร้านน้ำชาบนทางเท้ามากค่ะ โอ๊ย น้ำชาอะไรแก้วละ 5.000 ด่ง (6 บาท) นั่งชมนกชมไม้ไถมือถือได้เป็นชั่วโมง แถมมีคุณลุงคุณอามานั่งเม้ามอยประวัติศาสตร์การเมืองให้ฟังอีก!

สักพักคุณลุงหยิบบ้องไม้ไผ่มาสูดฟืด
ยื่นให้คุณอาข้างๆ สูดอีกฟืด

เห็นครั้งแรกแอดก็แอบคิดว่า

เอ๊ะ! นี่มัน... 👀🟢


แต่ไม่ใช่นะคะ!

สิ่งที่คุณลุงคุณอากำลังสูบกันอยู่เรียกว่า "thuốc lào" /ท้วกหล่าว/ เป็นยาเส้น ยาสูบพื้นบ้านที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนเวียดนาม โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคกลางตอนบนมายาวนานค่ะ

ส่วนเจ้าบ้องกระบอกยาวที่เราเห็นบ่อยๆ เรียกว่า điếu cày /เดี๊ยว-ไก่/ แบบดั้งเดิมมักทำจากไม้ไผ่ แต่ยังมีแบบอื่นๆ เช่น điếu bát /เดี๊ยว-บ๊าด/ คล้ายชามใส่น้ำ และพวกที่ทำจากไม้มีค่า กระดูกสัตว์ หรืองาช้าง บางทีถึงขั้นทำเป็นสินค้าส่งออกเลย มีหมู่บ้านหัตถกรรมที่ทำบ้องขายโดยเฉพาะด้วยนะ!

----------------------
ถ้าแยกแปลคำว่า thuốc lào
จะได้ว่า thuốc /ท้วก/ = ยา, และ lào = ลาว

แอดไปค้นมาแล้ว พบว่ายาเส้นนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับลาวจริงๆ นะ!

บทความของสำนักข่าว VOV (อ้างอิงข้างล่าง) มีข้ออธิบายทางประวัติศาสตร์ว่า ยาสูบชนิดนี้แพร่เข้าสู่เวียดนามผ่านทางอาณาจักร Ai Lao หรือดินแดนลาวในปัจจุบัน จึงเกิดชื่อเรียกว่า thuốc lào ขึ้นมา ก่อนที่เกษตรกรชาวเวียดนามจะเริ่มพัฒนาเทคนิคการปลูกและการแปรรูปเป็นยาสูบ ดังที่สุดคือที่ Thanh Hóa กับ Hải Phòng ค่ะ

----------------------
ในวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม thuốc lào เคยเป็นของที่นำออกมาต้อนรับและแบ่งปันกันในวงสนทนา บทความบอกว่า

"ที่ประตูหมู่บ้าน ท่าเรือริมแม่น้ำ หรือร้านขายน้ำชาริมทาง การจุดท่อสูบยา ส่งต่อให้กัน และพ่นควันออกมา กลายเป็นวิธีง่ายๆ ที่คนทำงานทั่วไปใช้ในการสื่อสารกัน..."

พูดง่ายๆ คือเหมือนกับการนำหมากพลูหรือน้ำชามารับแขกนั่นเองค่ะ

ปัจจุบันก็ยังเห็นได้อยู่ตามร้านน้ำชา แต่คุณหมอไม่แนะนำให้ใช้บ้องร่วมกันด้วยเหตุผลเรื่องสุขอนามัย 😅 (และคุณหมอก็เตือนอีกว่ายาสูบเหล่านี้มีปริมาณนิโคตินสูงมาก และมีผลเสียต่อสุขภาพคล้ายกับบุหรี่ ซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย ไม่แนะนำให้สูบเยอะด้วย)

----------------------
ที่แอดชอบที่สุดอยู่ตรงนี้ค่ะ

ในเวียดนามมีการเปรียบคนที่ติด thuốc lào ว่าพอไม่ได้สูบแล้วก็คิดถึงเสียเหลือเกินราวกับกำลังคิดถึงคนรัก เลยมีบทกลอนพื้นบ้านที่ว่า

“Nhớ ai như nhớ thuốc lào
Đã chôn điếu xuống lại đào điếu lên.”

คิดถึงใครเหมือนคิดถึงยาเส้น
ฝังบ้องลงไปแล้ว ยังต้องขุดขึ้นมาอีก (เอ้า!)

สำนวนนี้ เขาว่ามันผูกกับเรื่องเล่าที่ว่า ในสมัยพระเจ้าจิ่งเซิม (1739-1782) ทหารสูบยาเส้นกันจนเกิดไฟไหม้หลายครั้ง พระองค์เลยสั่งให้เอาบ้องไปฝัง แต่พี่ๆ ทหารดันหัวใส ฝังบ้องไว้โดยเหลือส่วนที่จำเป็นสำหรับสูบโผล่พ้นดินขึ้นมา เลยยังสูบต่อได้เหมือนเดิม 😂 พระเจ้าจิ่งเซิมจึงยกเลิกคำสั่งให้ฝังบ้องในที่สุด


จะหักอื่นขืนหักก็จักได้
แต่หักใจ เอ๊ย! หักยาเส้น นี้ไม่หลุดสุดจะหักนะค้า

แง้ เริ่มที่บ้องยาสูบ จบที่เลิฟสตอรี่อีกแล้ว!

#เวียดนาม #ภาษาเวียดนาม
-----------------------------
อ่านเพิ่มเติม:
1. Vì sao gọi là thuốc lào?
https://vov.vn/doi-song/vi-sao-goi-la-thuoc-lao-post1312675.vov
2. Nhớ ai như nhớ thuốc lào
https://tuoitre.vn/giaoduc/nho-ai-nhu-nho-thuoc-lao-10846675.htm

19/08/2026

ตำนาน Ngày lễ Thất tịch 🎇❤️


วันนี้เป็นวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งถือเป็น "วันแห่งความรัก" ของโลกตะวันออก ที่จีนเรียกว่า “เทศกาลชีซี” (Qixi/七夕) ญี่ปุ่นเรียกเทศกาล “ทานาบาตะ” (Tanabata/たなばた) ที่เกาหลีเรียก “เทศกาลชิลซ็อก” (Chilseok / 칠석)

ส่วนที่เวียดนามเรียกว่า
"Lễ Thất tịch" /เหล เทิ้ด ติก/

หรือ "Ngày Ông Ngâu Bà Ngâu"
/ไหง่ อง เงิว บ่า เงิว/

แอดเลยอยากเอาตำนานที่เกี่ยวกับวันนี้มาเล่าให้ทุกคนฟัง แต่จริงๆ ก็น่าจะเป็นตำนานที่คุ้นหูหลายๆ คน เพราะว่ามีที่มาจากตำนานจีนเรื่องสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัวนั่นเองค่ะ
----------------
แอดเคยโพสต์เรื่องนี้ลงในเพจ "้เวียดนาม-จับ-จด" เมื่อปี 2024 ขออนุญาตรีรันนะคะ วันนี้แอดรีบ ต้องไปหาซื้อถั่วแดงต้มน้ำตาล (chè đậu đỏ) จะได้โชคดีเรื่องความรักค่ะ กรี๊ด!
----------------
ตำนานของเรื่องมีหลายเวอร์ชั่น แต่ทั้งหมดเล่าเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มเลี้ยงควาย Ngưu Lang /งืว ลาง/ กับเทพธิดาทอผ้าที่ชื่อ Chức Nữ /จึ๊ก หนือ/ วันนี้เลยหยิบมาเล่าสองเวอร์ชั่นนะคะ

『เวอร์ชั่นแรก 』

Ngưu Lang เป็นหนุ่มเลี้ยงควายจนๆ แต่มีจิตใจงดงามเช้งกะเด๊ะ ตกหลุมรักกันกับนางฟ้าทอผ้าคือ Chức Nữ แล้วแต่งงานมีลูกด้วยกัน แต่วันนึงนางถูกเรียกตัวกลับสวรรค์ ชายหนุ่มวิ่งตามไป แต่ดันโดนแม่น้ำ Thiên Hà ที่กั้นระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ขวางไว้ เจ้าหนุ่มรอแล้วรอเล่าอยู่ริมแม่น้ำจนกลายเป็นดวงดาว เบื้องบนเห็นใจในความรักบริสุทธิ์ของทั้งคู่ จึงยอมให้มาพบกันได้ปีละครั้งที่สะพาน Ô thước ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี

『เวอร์ชั่นสอง 』

ชายหนุ่มยากจนคนหนึ่งได้เห็นเหล่านางฟ้าลงมาเล่นน้ำในทะเลสาบ พอได้ชมความงามก็หลงรักสุดๆ เจ้าหนุ่มเลยขโมยปีกของ Chức Nữ หนึ่งในแก๊งนางฟ้ามาซ่อน พอนางบินกลับสวรรค์ไม่ได้ ก็เลยต้องอยู่บนโลกมนุษย์ แต่งงานมีลูกกับชายหนุ่มตามแผน (น่าตีจริงๆ!) วันหนึ่ง นางไปค้นเจอปีกซ่อนอยู่ในถังข้าว (หรือรวงข้าวนี่แหละ 555) ก็เลยสวมปีกแล้วบินหนีกลับสวรรค์ไป

ชายหนุ่มอยู่แบบขาดเมียไม่ได้ ก็เลยกระเตงลูกไปตามหาบนสวรรค์จนพบ แต่ด้วยกฎที่ว่าห้ามมนุษย์อยู่บนนั้น ลอบเจอกันได้ไม่กี่วัน นางฟ้าเลยต้องส่งสามีกับลูกกลับ โดยส่งกลองกับห่อข้าวให้ กำชับว่าถ้าถึงบ้านแล้วให้ตีกลอง

แต่ระหว่างทาง ลูกหิวข้าว แต่ดั๊นทำข้าวหกใส่หน้ากลอง อีกาเห็นก็บินมาจิก เกิดเสียงดังป๊องๆ แป๊งๆ Chức Nữ ได้ยิน นึกว่าถึงบ้านแล้วเลยตัดเชือก พ่อลูกตกลงทะเลตุยเย่ พอนางรู้แบบนั้นก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ จักรพรรดิ์หยกสงสารเลยรับพ่อลูกขึ้นมาบนสวรรค์แล้วมอบหมายให้ชายหนุ่มทำงานเลี้ยงควายอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ โดยให้เจอกันแค่ปีละครั้งในวันที่ 7 เดือน 7 – แล้วพอเจอกัน เค้าว่าทั้งคู่ร้องไห้จนกลายเป็นฝนตกหนักบนโลกเลยทีเดียว
------------------
🌈 ในวันนี้ของทุกปี จะมีขนมชนิดนึงขายดีมากๆ นั่นคือ “ถั่วแดงต้มน้ำตาล” (chè đậu đỏ) หลายคนมีความเชื่อว่าถ้ากินแล้วจะโชคดีเรื่องความรัก ถ้าโสดจะมีแฟน ถ้ามีแฟนแล้วจะมีรักมั่นคง จนมีคำกล่าวว่า “ăn đậu đỏ thoát ế” (กินถั่วแดงแล้วจะขายออก) กันเลยทีเดียว มีข่าวออกว่าบางทีร้านยังทำไม่พอขายเลย 😂

และได้ข่าวว่า
วัดห่า (chùa Hà) ซึ่งเป็นวัดในฮานอยที่โด่งดังเรื่องความรัก
ก็เนืองแน่นไปด้วยหนุ่มสาวเช่นเดียวกันค่ะ

แอดต่อคิวรอประทานพรอยู่ เมื่อไหร่เจ้าแม่จะให้คิวคะ?

------------------
ถ้าใครสนใจ มีบทความ "Mọi người thường làm gì trong ngày Thất tịch 7/7 âm lịch?" ที่อธิบายว่าผู้คนมักจะทำอะไร/ห้ามทำอะไรในช่วงเทศกาลเทิ้ดติก สามารถจิ้มเข้าไปอ่านได้เลยค่ะ: https://vov.vn/doi-song/moi-nguoi-thuong-lam-gi-trong-ngay-that-tich-77-am-lich-post1325037.vov

#เวียดนาม #ภาษาเวียดนาม

17/08/2026

นี่ร้านผักหรือสวนสัตว์คะ? 🍄


วันก่อนมีเพื่อนเวียดนามหิ้วถั่วมาฝากแอดค่ะ
พออ่านชื่อถั่วบนถุงก็เอ๊ะ?

เป็น "เมล็ดวอลนัต" ที่มีชื่อภาษาเวียดนามคือ

hạt óc chó /หาด-อ๊อก-จ๊อ/

หรือถ้าแปลตรงตัวคือ
hạt = เมล็ด, óc = สมอง, chó = หมา
รวมเป็น “เมล็ดสมองหมา” 😂

คำว่า "óc chó" แปลว่าวอลนัตค่ะ
ส่วนเกี่ยวกับหมายังไง แอดก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ (อ้าว!)
----------------
นอกจากนี้ พอลองค้นเพิ่มดูแล้ว
ก็ยังมีถั่วมีเห็ดชื่อแปลกๆ ที่เรียกเป็นชื่อสัตว์ที่เราคุ้นเคยอีก
อย่างเช่น:
----------------
① nấm mèo /เนิ้ม-แหม่ว/ = เห็ดหูหนู
ถ้าแยกคำจะได้ว่า nấm = เห็ด กับ mèo = แมว 🐱
ตรงตัวเป็น “เห็ดแมว”

ไม่ใช่หูหนูแบบคนไทยนะคะ 555

ชื่อนี้พบมากในภาษาเวียดนามใต้ ส่วนทางเหนือมักเรียกว่า mộc nhĩ /หมก-ญี๋/ ซึ่งเป็นคำ Hán Việt (木耳) แปลตรงตัวได้ว่า “ไม้/ต้นไม้ + หู” ค่ะ
----------------
② nấm đùi gà /เนิ้ม-ดุ่ย-ก่า/= เห็ดออรินจิ
ถ้าแยกคำจะได้ว่า nấm = เห็ด กับ đùi gà = น่องไก่ 🐔
แปลตรงตัวเป็น “เห็ดน่องไก่”
----------------
③ đậu rồng /เดิ่ว-ส่ง/= ถั่วพู
ถ้าแยกคำจะได้ว่า đậu = ถั่ว กับ rồng = มังกร 🐉

ดังนั้นแปลตรงๆ ก็ได้ประมาณว่า “ถั่วมังกร” ค่ะ
----------------
แอดอ่านเจอแล้วอมยิ้มเลยอะ

ชื่อพืชและอาหารหลายชื่อทำให้เห็นว่า ผู้คนสามารถหยิบเอารูปร่าง ลักษณะ หรือสิ่งต่างๆ ที่คุ้นเคยรอบตัวมาใช้เรียกสิ่งอื่นได้ และบางครั้งพอข้ามมาอีกภาษา สิ่งเดียวกันก็อาจถูกมองและเรียกต่างออกไป

การเรียนภาษาเลยไม่ได้ทำให้เรารู้แค่ว่า “สิ่งนี้เรียกว่าอะไร” แต่บางทียังทำให้เราแอบเห็น “ภาพ” ที่ผู้พูดภาษานั้นใช้มองและจัดหมวดหมู่สิ่งรอบตัว ด้วยค่ะ

ใครมีชื่อผัก-ผลไม้อื่นๆ ในภาษาเวียดนามที่แปลแล้วน่ารักอีกเอามาฝากแอดได้นะคะ เดี๋ยวเรามาเปิดสวนสัตว์กันต่อค่ะ แฮ่!

#ภาษาเวียดนาม #เวียดนาม

14/08/2026

คำง่ายๆ แต่ความหมายสุดลึกล้ำ

"xanh" /แซ็ง/ คำเดียว
ดันแปลว่าสีเขียว สีฟ้า หรือสีน้ำเงินก็ได้!

-----------------
ในบรรดาคำเรียกสี
หนึ่งคำที่ชวนงงที่สุด แอดยกให้คำว่า xanh เลย
ได้ยินทีไร ต้องถามย้ำว่า "xanh nào" (xanh ไหน) ทุกที!

แถมลำบากให้เราต้องจำคำขยายยาวๆ
เพื่อระบุความหมายให้ชัดเจนอีก เช่น

• xanh lá cây /แซ็ง ล้า เก็ย/
= สีเขียว 💚 (lá cây = ใบไม้)

• xanh da trời /แซ็ง ซา เจ่ย/
= สีฟ้า 🩵 (trời = ฟ้า, ท้องฟ้า)

• xanh dương /แซ็ง เซือง/
หรือ xanh nước biển /แซ็ง เนื้อก เบี๋ยน/
= สีน้ำเงิน 💙 (dương = มหาสมุทร; nước biển = น้ำทะเล)

สมัยแอดเรียนภาษาเวียดนามใหม่ๆ นี่กุมขมับเลยนะ
เพราะต้องจำเข้าห้องสอบด้วย 😆
----------------
แต่เรื่อง xanh นี่สนุกกว่าแค่จำคำศัพท์นะคะ
เพราะนักภาษาศาสตร์สนใจประเด็นนี้เหมือนกัน!
----------------
ย้อนกลับไปในปี 1969 นักวิชาการสองคนคือ Brent Berlin และ Paul Kay ได้เสนอแนวคิดว่า "คำเรียกสีพื้นฐาน" (basic color terms) ของภาษาต่างๆ ในโลกมีแนวโน้มพัฒนาและแยกหมวดสีตามลำดับบางอย่าง ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม

พูดง่ายๆ คือ ภาษาที่มีคำเรียกสีพื้นฐานเพียงไม่กี่คำ อาจเริ่มจากการแบ่งสีออกกว้างๆ เช่น มืด–สว่าง / ดำ–ขาว ก่อน แล้วเมื่อระบบคำเรียกสีซับซ้อนขึ้น จึงค่อยๆ มีหมวดสีอื่นเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยที่แนวคิดดั้งเดิม (ก่อนที่โมเดลจะถูกปรับมาเรื่อยๆ) ได้แบ่งพัฒนาการนี้ออกเป็น 7 ระยะ:

I. มืด/ดำ+สว่าง/ขาว → II. แดง → III. เขียวหรือเหลือง → IV. เขียว+เหลือง → V. น้ำเงิน → VI. น้ำตาล → VII. ม่วง/ชมพู/ส้ม/เทา

----------------
แล้ว xanh ของภาษาเวียดนามมาเกี่ยวอะไรด้วย?

แอดไปอ่านวิทยานิพนธ์ของ ผศ. ดร.รุจิวรรณ เหล่าไพโรจน์ เรื่อง "การศึกษาเปรียบเทียบคำเรียกสีภาษาไทยและภาษาเวียดนาม" (A Comparison of Thai and Vietnamese Color Terms) มา

อาจารย์อธิบายว่าในทางภาษาศาสตร์ คำเรียกสีที่ครอบคลุมทั้งสีเขียว ฟ้าและน้ำเงินแบบคำว่า xanh ในภาษาเวียดนามเรียกว่า "GRUE" (ซึ่งก็มาจาก GReen + blUE = GRUE 😆)

และตรงนี้แหละค่ะที่น่าสนใจ!

เพราะถ้าเราอิงลำดับวิวัฒนาการของคำเรียกสีตาม Berlin & Kay เมื่อระบบคำเรียกสีพัฒนาไปถึงระดับหนึ่ง GREEN และ BLUE ควรแยกออกเป็นคนละหมวดแล้ว

แต่อาจารย์พบว่าระบบคำเรียกสีพื้นฐานของภาษาเวียดนามมีบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับทฤษฎีดังกล่าว เพราะแม้ภาษาเวียดนามจะถูกจัดไว้ใน ระยะที่ VII (คือมี ม่วง/ชมพู/ส้ม/เทา) แล้ว แต่สีเขียวกับฟ้า/น้ำเงินยังคงมีคำว่า xanh เป็นคำเรียกร่วม ไม่ได้แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด


นี่จึงเป็นตัวอย่างสนุกๆ ที่ทำให้เราเห็นว่า

มนุษย์อาจมองเห็นสีเหมือนกัน
แต่ไม่ได้แปลว่าทุกภาษาจะจัด "ช่อง" ของสีแบบเดียวกัน!
----------------
ป.ล. พอไปดูชื่อสีที่ อ.รุจิวรรณ ได้รวบรวมไว้ท้ายเล่ม แอดสนุกมากค่ะ เพราะคนเวียดนามหยิบสารพัดสิ่งรอบตัวมาใช้เรียกสีกันจริง ๆ เช่น màu mây = สีเมฆ, màu sương = สีหมอก (เหมือน "ม้าสีหมอก" ของเราไหมนะ 5555)

ส่วน MVP ของคำเรียกสี
แอดยกให้ màu mỡ gà = สีมันไก่ 🐔
กับ màu mắt mèo = สีตาแมว 🐱

อยากเห็นเลยว่าเป็นสีอะไร!

📖 ใครสนใจอยากอ่านงานของอาจารย์ สามารถจิ้มเข้าไปอ่านที่นี่เลยค่ะ: https://repository.li.mahidol.ac.th/items/4bef633f-185e-4d7c-9994-86e82b1b833d

12/08/2026

Mẹ หรือ Má?
ตกลงคนเวียดนามเรียก “แม่” ว่าอะไรกันแน่? 🇻🇳

ใครเรียนภาษาเวียดนามจากตำรา น่าจะคุ้นกับคำว่า

mẹ /แหมะ/ แปลว่า "แม่"

แต่พอลงไปเที่ยวเวียดนามใต้
อ้าว? เอ๊ะ? ทำไมกลับได้ยินคนเรียกแม่ว่า "má" /ม้า/ ล่ะ?
-------------
จริงๆ แล้ว ทั้ง mẹ และ má แปลว่า “แม่” เหมือนกัน แต่สะท้อนความแตกต่างทางภูมิภาคของภาษาเวียดนาม คำว่า "mẹ" /แหมะ/ จะพบมากในภาคเหนือ ในขณะที่ "má" /ม้า/ จะพบได้ในภาคใต้ค่ะ
-------------
🌿 แต่จริง ๆ แล้ว “แม่” ในภาษาเวียดนามมีมากกว่านี้อีก!

แอดไปอ่านบทความของ VOV2 ที่สัมภาษณ์นักภาษาศาสตร์ ดร. โด๋ แอง หวู (TS. Đỗ Anh Vũ) มา เขาบอกว่าภาษาเวียดนามมีคำเรียก “แม่” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างน้อยประมาณ 20 แบบ เลยทีเดียว!

บางคำเป็นภาษาถิ่น บางคำเป็นคำโบราณ และบางคำทุกวันนี้แทบจะเจอเฉพาะในวรรณกรรมแล้ว เช่น

• mẹ — พบทั่วไป โดยเฉพาะภาคเหนือ
• má — พบเด่นในภาคใต้
• mạ, mế, mệ — พบในภาคกลางบางพื้นที่
• u, bầm — เป็นคำเรียกแม่ที่พบในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแดงในอดีต
• bu — พบในแถบ Thái Bình
• đẻ — เดิมทีก็ใช้เรียก "ผู้ให้กำเนิด" ได้ (เป็นคำนามที่แปลงมาจากกริยา đẻ ที่แปลว่า 'คลอด' ค่ะ) แต่ปัจจุบันค่อยๆ เลือนหายไปแล้ว
• thân mẫu — “มารดา” เป็นคำหาน-เหวียด (Hán-Việt) ให้ความรู้สึกเป็นทางการหรือโบราณกว่าคำทั่วไป (คำว่า mẫu นี้ แอดเจอบ่อยในคำเรียกศาสนามารดาของเวียดนาม = Đạo Mẫu ค่ะ)

นอกจากนี้ยังมีคำเก่าอย่าง cái, nạ ที่ปัจจุบันอาจไม่ได้ยินคนเรียกแม่กันแล้ว แต่ยังทิ้งร่องรอยอยู่ในสุภาษิตและวรรณกรรมเวียดนาม ในบางพื้นที่ที่เชื่อเรื่องโชคลาง ก็ปรากฏคำเรียกญาติอื่นๆ เช่น "mợ," "mự," "thím," หรือ "chị cả" ใช้เรียกแทนคำว่า "แม่" ด้วยนะคะ
-------------
👶 แล้วสังเกตไหมว่า ทำไมหลายคำมีเสียง /m/?

mẹ – má – mạ – mế – mệ

บทความอธิบายไว้ว่าเสียง /m/ เป็นเสียงริมฝีปาก (âm môi; bilabials) ที่เด็กเล็กออกเสียงได้ค่อนข้างง่าย เพียงขยับริมฝีปากก็สามารถสร้างเสียงได้แล้ว

จึงไม่น่าแปลกที่คำเรียก “แม่”
ในหลายภาษาทั่วโลกจะขึ้นต้นด้วยเสียง /m/ คล้าย ๆ กันค่ะ
-------------
แอดแอบเสริมให้: นอกจากใช้เรียกแม่จริง ๆ แล้ว "má ơi!" /ม้า เอย/ ยังเอามาใช้เป็นคำอุทานได้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะในภาษาพูดหรือเวลาแซวกัน เช่น เจออะไรตกใจ เหลือเชื่อ หรือเกินคาด เช่น

“Má ơi, đẹp dữ vậy!”
= โอ๊ยแม่ สวยอะไรขนาดนี้!” 😂

เพราะฉะนั้นเห็นเพื่อนเวียดนามพิมพ์ má ơi ในแชท ก็อย่าเพิ่งคิดว่าเขากำลังเรียกแม่นะคะ แฮ่
------------
📖 ใครสนใจอ่านเพิ่มเติม สามารถจิ้มเข้าไปดูบทความ “Những khám phá thú vị về từ ‘mẹ’ trong tiếng Việt” ของ VOV2 – Đài Tiếng nói Việt Nam ที่ https://vov2.vov.vn/giao-duc-dao-tao/nhung-kham-pha-thu-vi-ve-tu-me-trong-tieng-viet-59929.vov2 ได้เลยค่ะ


และสุดท้าย สุขสันต์วันแม่นะคะ ❤️

10/08/2026

ข่าวประชาสัมพันธ์ค่าาา ❤️

ขอเชิญชวนร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม
ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 🇹🇭🇻🇳

⭐️คณะศิลปศาสตร์ร่วมกับ University of Social Sciences and Humanities, Hanoi Vietnam และสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ณ คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

❤️ในโอกาสนี้ จะมีการเปิดตัวหนังสือ Five Decades of Thailand-Vietnam Diplomatic Relations: History, Society, Culture, and Cooperation, 1976-2026
โดยมี Keynote Speaker ที่น่าสนใจ 2 ท่าน จะมานำเสนอ
👉ในประเด็น “Half a century of trust, a vision of creation: elevating the Vietnam-Thailand Comprehensive Strategic Partnership through the power of knowledge and culture.“ โดย H.E. the Ambassador of Vietnam to Thailand
👉และท่านที่ 2 เรื่อง ”People-to-People Diplomacy and the Strengthening of Thailand–Vietnam Relations” โดย รศ.ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

📍ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน 20 ท่านแรกจะได้รับหนังสือที่จัดทำในโอกาสพิเศษนี้ค่ะ


10/08/2026

"ขนมผัวเมีย” 🇻🇳

แอดเคยไปงานแต่งเพื่อนที่เวียดนาม แล้วก็ได้เรียนรู้ว่ามีขนมชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในงานหมั้นและงานแต่งงาน แถมแค่ได้ยินชื่อก็รู้เลยว่า born to be in งานแต่งงานด้วย 😂 ขนมนี้เรียกว่า:

bánh phu thê
/แบ๊ง ฟู เท/

คำว่า bánh แปลว่าขนม
ส่วนชื่อขนม เป็นคำยืมภาษาจีน (Han-Việt) ได้แก่

■ phu (夫) = สามี
■ thê (妻) = ภรรยา

ปกติแล้ว ในชีวิตประจำวันเราไม่ได้ใช้คำว่า phu thê ในการเรียกคู่สามีภรรยา แต่จะใช้คำเวียดนาม คือคำว่า "vợ chồng" /เหวอะ-จ่ง/ ประกอบขึ้นจาก vợ /เหวอะ/ คือภรรยา และ chồng /จ่ง/ คือสามีค่ะ

อีกที่นึงที่แอดเคยเจอคำว่า phu thê คือตอนไปดูดวง (ฮา) มีคำว่า "cung phu thê" แปลว่า "เรือนคู่ครอง" ค่ะ
-----------------------
ขนมชนิดนี้เป็นขนมพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของ Đình Bảng จังหวัด Bắc Ninh ทางตอนเหนือของเวียดนาม ตัวขนมมีลักษณะใสๆ เหนียวนุ่ม ทำจากแป้งมันสำปะหลัง (ผสมสีเขียวจากใบเตย) ภายในเป็นไส้ถั่วเขียว มักมีมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ

ขนมนี้ ชาวไทยเชื้อสายเวียดนามทางแถบอีสานเรียกกันว่า “ขนมผัวเมีย" 👰🏻‍♀️🤵🏻 แล้วก็ยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งที่เวียดนามคือ bánh xu xê /แบ๊ง-ซู-เซ/ ค่ะ
----------------------
ขนมนี้มักนำมาใช้ในงานแต่งและงานหมั้น โดยสื่อถึงความรักความผูกพันระหว่างคู่สามีภรรยาที่คอยดูแลอยู่เคียงข้างกัน

ในสำรับไพ่ทาโรต์ชุด "Măm Tarot" เป็นไพ่ทาโรต์อาหารเวียดนามที่แอดมินชอบเปิดดูเล่นกับเด็กๆ ก็จับคู่ "bánh xu xê/phu thê" นี้เข้ากับไพ่ "The Lover" ที่เกี่ยวพันกับความรักเหมือนกันค่ะ
----------------------
อ๊ะ! ใครยังไม่มีคู่ ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ
วาสนาเราอาจยังไม่มี แต่เจ้า bánh phu thê นี่


เราซื้อกินเองได้ค่า แฮ่😂

07/08/2026

ชื่อคนเวียดนามอ่านยังไง? 🏐

วันก่อนค่ะ มีลูกเพจแซวให้แอดมินฟังว่าเวลาผู้บรรยาย (bình luận viên) คนไทยอ่านชื่อนักกีฬาเวียดนาม จะรู้สึกจั๊กจี้หูนิดหน่อย เพราะไม่ค่อยใกล้เคียงกับชื่อจริงๆ สักเท่าไหร่ 🤭

คิดๆ ดูแล้วก็น่าเห็นใจ เพราะตัวเขียนภาษาเวียดนามดันออกเสียงไม่ตรงกับตัวภาษาอังกฤษที่คนไทยคุ้นเคย ก็เลยอาจจะทำให้ผู้บรรยายพากย์ไป ปวดเฮ้ดไปได้เหมือนกัน
------------------

วันนี้แอดเลยขอพามารู้จักโครงสร้างชื่อคนเวียดนาม
ผ่านรายชื่อนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติเวียดนามกันค่ะ 🇻🇳
------------------

โดยทั่วไป ชื่อคนเวียดนามประกอบด้วย 3 ส่วน
เรียงจากหน้าไปหลังดังนี้ค่ะ:

1. นามสกุล (họ) เช่น --- Nguyễn /เหงวียน/ (ไม่ใช่ "เหงียน" หรือ "งูเย็น" แง!), Trần /เจิ่น/, Lê /เล/, Phạm /ฝ่าม/

2. Tên đệm = ชื่อกลาง จะมีหรือไม่ก็ได้ เช่น Thị /ถิ/ (มักพบในชื่อผู้หญิง ทีมหญิงเลยมีเต็มเลย), Văn (มักพบในชื่อผู้ชาย)

3. Tên = ชื่อจริง อาจจะมี 1-2 พยางค์ค่ะ เช่น Thúy (ถวี), Huệ (ฮเหวะ), Thanh (แท็งห์), Xuân (ซวน), Hương (เฮือง)

เวลาคนเวียดเรียกกัน มักเรียกกันด้วยชื่อจริง (Tên) ซึ่งมักอยู่พยางค์สุดท้าย เช่น Phạm Thị Linh Chi😊 เราก็จะเรียกกันด้วยชื่อ Chi ค่ะ
------------------

ต่อไป เรามาลองอ่านชื่อของนักวอลเลย์บอลหญิงด้วยกัน!

รายชื่อนักกีฬา (สนามที่ 2 สัปดาห์นี้)
1. Trần Thị Thanh Thúy → เจิ่น ถิ แท็ง ทวี้
2. Đinh Thị Thúy → ดิง ถิ ทวี้
3. Phạm Quỳnh Hương → ฝ่าม กวิ่ง เฮือง
4. Bùi Thị Ánh Thảo → บุ่ย ถิ แอ๊ง ถาว
5. Trần Thị Bích Thủy → เจิ่น ถิ บิ๊ก ถวี
6. Lý Thị Luyến → ลี้ ถิ เลวี้ยน
7. Lê Thùy Linh → เล ถวี่ ลิง
8. Lưu Thị Huệ → ลืว ถิ เหวะ (ออกเสียงควบ ห กับ ว)
9. Võ Thị Kim Thoa → หวอ ถิ กีม ทวา
10. Đinh Thị Vân → ดิง ถิ เวิน
11. Nguyễn Khánh Đang → เหงวียน แข็ง ดาง
12. Lê Thị Yến → เล ถิ เอี๊ยน
13. Đặng Thị Kim Thanh → ดั่ง ถิ กีม แท็ง
14. Đoàn Thị Xuân → ดว่าน ถิ ซวน
------------------

ส่วนนักกีฬาที่มีชื่ออยู่ในชุดสัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่มีชื่อในชุดที่จะแข่งวันเสาร์นี้ ได้แก่
• Vi Thị Như Quỳnh → วี ถิ ญือ กวิ่ง
• Nguyễn Huỳnh Phương Thùy → เหงวียน หวิ่ง เฟือง ถวี่ (ออกเสียงควบ ห กับ ว)
• Nguyễn Thị Uyên → เหงวียน ถิ เอวียน (ออกเสียงควบ อ กับ ว)
• Lê Như Anh → เล ญือ แอ็ง
• Nguyễn Phương Quỳnh → เหงวียน เฟือง กวิ่ง
• Lê Thanh Thúy → เล แท็ง ทวี้
• Nguyễn Thị Trà My → เหงวียน ถิ จ่า มี
• Vi Thị Yến Nhi → วี ถิ เอี๊ยน ญี
• Cà Thị Từ → ก่า ถิ ตื่อ
------------------

น้องปกรณ์กระซิบมาว่าต้องพูดถึงตำนานวอลเลย์บอลหญิงเวียดนามที่มาเป็นโค้ชอยู่ในชุดที่จะแข่งที่เชียงใหม่ด้วย คือ Nguyễn Thị Ngọc Hoa อ่านว่า /เหงวียน ถิ หง็อก ฮวา/ ค่ะ

***ชื่อ "หง็อก" จริงๆ จะออกเสียงโดยปิดปากท้ายพยางค์ (เกิดขึ้นในคำที่ประสมสระ u, o, ô ร่วมกับพยัญชนะท้าย /c/ หลายคนจึงอาจได้ยินเสียงท้ายคล้าย /ม/ -- แอดขออนุญาตถอดเสียงตามรูปเขียนเพื่อลดทอนความซับซ้อนสำหรับผู้ไม่มีพื้นฐานภาษาเวียดนามนะคะ***
------------------

หมายเหตุ: เรื่องการถอดเสียง แอดค้นมาหลายที่ แต่ไม่ตรงกันซักที่ เป็นเพราะเสียงพยัญชนะของทั้งสองภาษาไม่ได้เทียบเคียงกัน 100%

อย่างเช่นเสียง /nh/ ในตำแหน่งพยัญชนะท้าย เวียดนามสำเนียงเหนือจะออกเสียงคล้าย /ง/ แบบขึ้นจมูกนิดๆ ราชบัณฑิตแนะนำให้ถอดเป็นรูป "-ญ" หลายที่ถอดเป็น "-งห์" ในขณะที่บางสำนักข่าว เช่น VOV5 (ภาษาไทย) ถอดเป็น "-ง" ค่ะ

หรือชื่อ Thanh ในสำเนียงเหนือจะออกเสียงเป็น /แท็ง/ (ขึ้นจมูก) ส่วนในสำเนียงใต้จะเป็น /ทัญ/ (ขึ้นจมูก) จึงยากที่จะถอดรูปให้ตรงกับเสียงภาษาเวียดนามในทุกสำเนียง

ในโพสต์นี้ พวกเราจึงเลือกถอดจาก "สำเนียงเวียดนามเหนือ" โดยเลือกรูปเขียนที่รู้สึกว่าใกล้เคียงที่สุดและอ่านง่ายที่สุดสำหรับคนไทยค่ะ

เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการถอดเสียงภาษาเวียดนาม
สามารถคอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยนะคะ!

(แอดก็จะพยายามถอดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันนับจากนี้ค่า)

------------------
ชื่อภาษาเวียดนามอาจดูอ่านยากในตอนแรก แต่ถ้าคุ้นเคยกับพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ว่าเสียงไหนออกเสียงอย่างไร และรู้จักโครงสร้างชื่อแล้ว จะอ่านได้ง่ายขึ้นกว่าที่คิดค่ะ 💚

เรียนภาษาเวียดนามแล้ว
อย่าลืมไปเชียร์วอลเลย์กันนะคะ

ป.ล. โพสต์นี้ได้รับการช่วยเหลือจากน้องปกรณ์ Pakorn Vinh ผู้หลงใหลกีฬาวอลเลย์คนดีคนเดิม ทั้งช่วยตรวจสอบรายชื่อนักกีฬาและช่วยกันคิดเรื่องการถอดเสียงด้วย ขอบคุณมากเลยน้า!

#ภาษาเวียดนาม #เวียดนาม #วอลเลย์บอล

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ที่อยู่

254 Phayathai Road, Wangmai Sub-district, Pathumwan District
Bangkok
10330