03/03/2022
📌 การอยู่รอดขององค์กร ความสำเร็จของงานในยุค VUCA “การร่วมมือ” คือ Key Success Factor ที่สำคัญ
หลักสูตรการร่วมมืออย่างชาญฉลาด (Smart Collaboration) หลักสูตรออนไลน์ 100% ที่เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ร่วม เรียนรู้ ฝึกฝน และตรวจสอบ องค์ประกอบและทักษะสำคัญในการสร้างความร่วมมือให้ประสบผลสำเร็จทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จริง
🎓 ผลลัพธ์ของหลักสูตรนี้ (Key Results) ผู้เข้าอบรมทุกท่านจะได้
“เรียนรู้” เนื้อหา ปรับ Mindset สำคัญของการร่วมมือ
“ฝึกฝน” ทักษะการสร้างความร่วมมืออย่างชาญฉลาด
“ตรวจสอบ” การรับรู้และเข้าใจจากการนำไปปฏิบัติจริง
🎯 หลักสูตรนี้เหมาะกับ:
พนักงานทั่วไป – ผู้จัดการ (Officer – Manager)
📅 กำหนดการ:
ขั้นตอนที่ 1 – เรียนรู้: ระหว่างวันที่ 10 – 17 พฤษภาคม 2565 (ผ่านระบบ e-Learning ของสถาบันฯ)
ขั้นตอนที่ 2 – ฝึกฝน: วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 เวลา 13.00 – 16.00 น. (Workshop ผ่าน Zoom)
ขั้นตแนที่ 3 - ตรวจสอบ: วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 – 12.00 น. (Workshop ผ่าน Zoom)
หากท่านสนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://docs.google.com/.../1ApcvR9bgwRtByymWbLs8FWa.../edit
สามารถสอบถามและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Inbox หรือติดต่อ
คุณณัฐวุฒิ (โอ๊ต) | 📞 โทร. 089-816-7412
คุณสุพิชา (มุก) | 📞 โทร. 061-265-1499
13/10/2021
13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน
บริษัท แมดิสัน เฮ้าส์ จำกัด
11/08/2021
ทรงพระเจริญ
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔
วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
......
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และ พนักงาน แมดิสัน เฮ้าส์ จำกัด
28/07/2021
เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าคณะทีมผู้บริหารและพนักงาน
บริษัท แมดิสัน เฮ้าส์ จำกัด
09/07/2021
📢 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruptions องค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง Upskill และ Reskill บุคลากรเพื่อความอยู่รอดขององค์กร
LEAD Business ขอนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ในยุค Next Normal ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Result-oriented) วัดผลได้จริง ในรูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์แบบ Solution-based ด้วยขั้นตอน ดังต่อไปนี้
🔹 ขั้นตอนที่ 1 (เลือก) : เลือกหัวข้อวิชาที่มีความสำคัญในการทำงานในยุค Next Normal
🔹 ขั้นตอนที่ 2 (เรียนรู้) : เรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหาผ่านระบบ LMS ไม่เกิน 45 นาที
🔹 ขั้นตอนที่ 3 (ฝึกฝน) : ฝึกฝนและพัฒนาทักษะด้วยวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์
🔹 ขั้นตอนที่ 4 (ตรวจสอบ) : ตรวจสอบความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข
🔹 ขั้นตอนที่ 5 (วัดผล) : วัดผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Behavioral Changes) จากคนรอบข้าง (Optional)
หากหน่วยงานของท่านกำลังมองหาแนวทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ช่วยยกระดับและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง สามารถติดต่อ สอบถาม หรือขอคำปรึกษาได้จากช่องทาง ดังต่อไปนี้
📨 e-mail: [email protected]
📞 Tel.0-2651-8291-2
------------------------------------------------
www.leadbusinessinstitute.com
📢 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruptions องค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง Upskill และ Reskill บุคลากรเพื่อความอยู่รอดขององค์กร
LEAD Business ขอนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ในยุค Next Normal ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Result-oriented) วัดผลได้จริง ในรูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์แบบ Solution-based ด้วยขั้นตอน ดังต่อไปนี้
🔹 ขั้นตอนที่ 1 (เลือก) : เลือกหัวข้อวิชาที่มีความสำคัญในการทำงานในยุค Next Normal
🔹 ขั้นตอนที่ 2 (เรียนรู้) : เรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหาผ่านระบบ LMS ไม่เกิน 45 นาที
🔹 ขั้นตอนที่ 3 (ฝึกฝน) : ฝึกฝนและพัฒนาทักษะด้วยวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์
🔹 ขั้นตอนที่ 4 (ตรวจสอบ) : ตรวจสอบความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข
🔹 ขั้นตอนที่ 5 (วัดผล) : วัดผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Behavioral Changes) จากคนรอบข้าง (Optional)
หากหน่วยงานของท่านกำลังมองหาแนวทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ช่วยยกระดับและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง สามารถติดต่อ สอบถาม หรือขอคำปรึกษาได้จากช่องทาง ดังต่อไปนี้
📨 e-mail: [email protected]
📞 Tel.0-2651-8291-2
------------------------------------------------
www.leadbusinessinstitute.com
22/06/2021
NICE Framework กรอบแนวคิดในการพัฒนาคนด้าน Cybersecurity
ภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ทุกวันนี้มีหลากหลายและล้ำหน้ามากขึ้น องค์กรจะต้องบริหารจัดการบุคลากรทางด้านไซเบอร์อย่างไร เพื่อรับมือกับภัยคุกคามเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ… “NICE Framework” คือ กรอบแนวคิดที่จะไขข้อสงสัยการบริหารจัดการบุคลากรทางด้านไซเบอร์ขององค์กร
NICE หรือ National Initiative for Cybersecurity Education เป็นแนวคิดที่ริเริ่มมาจากหน่วยงาน NIST หรือ National Institute of Standards and Technology ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา NICE เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างระบบเครือข่าย และส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศที่มีความเข้มแข็งให้กับการพัฒนากำลังคน การฝึกอบรม และการศึกษาในด้าน Cybersecurity โดยมีวิสัยทัศน์ในการสร้างมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity เพื่อป้องกันประเทศให้พ้นจากภัยคุกคาม รวมถึงสามารถแข่งขันได้ในเชิงเศรษฐกิจ NICE Framework อธิบายถึงหลักการ และแนวทางในการพัฒนากระบวนการ และวิธีปฏิบัติ เพื่อ “สรรหา คัดเลือก พัฒนา รวมถึงรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร” ซึ่งแนวทางการพัฒนานั้นอาศัยองค์ประกอบหลักดังนี้ คือ
1. กลุ่มงาน (Categories) หมายถึง กลุ่มงานหลักที่ครอบคลุมงานทางด้าน Cybersecurity ขององค์กร เช่น กลุ่มงานกับกับดูแล (Oversee and Govern – OV)
2. สายงานความเชี่ยวชาญ (Specialty Areas) หมายถึง ขอบเขตความเชี่ยวชาญจำเพาะที่เกี่ยวข้องกันในแต่ละกลุ่มงานหลักของด้าน Cybersecurity เช่น กลุ่มงานกับกับดูแล (Oversee and Govern – OV) จะมีงานตามความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย งานด้านการให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal Advice and Advocacy - LGA) งานบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Management - MGT) และ งานนโยบายและการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning and Policy – SPP)
3. บทบาทหน้าที่ (Work Roles) หรือตำแหน่งงานตามความเชี่ยวชาญ เช่น ตำแหน่งผู้จัดการการรักษาความปลอดภัยระบบข้อมูลสารสนเทศ (Information Systems Security Manager) เป็นตำแหน่งงานที่อยู่ภายใต้ความเชี่ยวชาญของงานบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Management - MGT)
4. งาน (Task) หมายถึง ภาระหน้าที่ที่แต่ละตำแหน่งงานจะต้องรับผิดชอบ เช่น ภาระหน้าที่ที่ผู้จัดการการรักษาความปลอดภัยระบบข้อมูลสารสนเทศ (Information Systems Security Manager) จะต้องรับผิดชอบ ได้แก่ การบริหารจัดการงบประมาณในการจัดทำโครงการให้มีประสิทธิภาพ การให้คำแนะนำแก่ฝ่ายบริหารในประเด็นระดับความเสี่ยง และความปลอดภัยของระบบข้อมูลสารสนเทศ เป็นต้น
5. ความรู้ ทักษะและความสามารถ (Knowledge Skill และ Ability) ที่จำเป็นต้องใช้ในตำแหน่งงานนั้นๆ ประกอบด้วย
- ความรู้ (Knowledge) คือ ชุดข้อมูลที่นำไปประยุกต์ใช้โดยตรงกับงานในแต่ละตำแหน่ง
- ทักษะ (Skill) คือ ความสามารถที่สังเกตเห็นได้จากการฝึกปฏิบัติในสิ่งที่ได้เรียนรู้มา
- ความสามารถ (Ability) คือ ความสามารถในการแสดงพฤติกรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ในแต่ละองค์ประกอบของ NICE Framework ล้วนต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ในบทความถัดไปจะเป็นการลงรายละเอียดแนะนำวิธีการนำกรอบแนวคิดนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการบุคลากรทางด้านไซเบอร์ขององค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
15/06/2021
วันนี้ เวลา 10.30 – 12.00 น.
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar
ผ่าน Facebook Live
ใน หัวข้อ “การทำธุรกิจยุคดิจิทัลกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Digital Business in the Next Normal VS Cybersecurity)”
จัดโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ร่วมกับ บริษัท ลีด ไซเบอร์ จำกัด
..
📍ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar
จัดโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ร่วมกับ บริษัท ลีด ไซเบอร์ จำกัด
📍ใน หัวข้อ “การทำธุรกิจยุคดิจิทัลกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Digital Business in the Next Normal VS Cybersecurity)”
.
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564
เวลา 10.30 – 12.00 น. (1 ชั่วโมง 30 นาที)
ผ่าน Facebook Live
ท่านสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ ด้วยการสแกน QR Code หรือคลิกที่ Link ด้านล่าง เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
https://docs.google.com/forms/d/1yez-oPc34Qu63nAktnVz5417gktlaaj_0lp8KUd8P00/viewform?edit_requested=true
หัวข้อการเสวนา:
🔹Module 1: ฉากทัศน์การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันสู่ Next Normal โดย
• ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ Director of Sea (Thailand), Sea Group
🔹Module 2: ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Cyber Security) กุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย
• พลโท ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (ลธ. กมช.)
• ดร.เจน จูฑา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
• คุณพรพรหม ประภากิตติกุล Chief Information Security Officer (CISO) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
📨หลังจากลงทะเบียน ท่านจะได้รับอีเมลตอบกลับ เพื่อแจ้ง Link ในการเข้าร่วมกิจกรรม (หากท่านไม่พบอีเมลตอบกลับ กรุณาตรวจสอบใน Junk Email)
หากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถติดต่อ
คุณณัฐวุฒิ จารุนานันท์
Mobile : +66 89 816 7412
Email : [email protected]
..
07/06/2021
📍ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar
จัดโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ร่วมกับ บริษัท ลีด ไซเบอร์ จำกัด
📍ใน หัวข้อ “การทำธุรกิจยุคดิจิทัลกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Digital Business in the Next Normal VS Cybersecurity)”
.
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564
เวลา 10.30 – 12.00 น. (1 ชั่วโมง 30 นาที)
ผ่าน Facebook Live
ท่านสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ ด้วยการสแกน QR Code หรือคลิกที่ Link ด้านล่าง เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
https://docs.google.com/forms/d/1yez-oPc34Qu63nAktnVz5417gktlaaj_0lp8KUd8P00/viewform?edit_requested=true
หัวข้อการเสวนา:
🔹Module 1: ฉากทัศน์การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันสู่ Next Normal โดย
• ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ Director of Sea (Thailand), Sea Group
🔹Module 2: ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Cyber Security) กุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย
• พลโท ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (ลธ. กมช.)
• ดร.เจน จูฑา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
• คุณพรพรหม ประภากิตติกุล Chief Information Security Officer (CISO) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
📨หลังจากลงทะเบียน ท่านจะได้รับอีเมลตอบกลับ เพื่อแจ้ง Link ในการเข้าร่วมกิจกรรม (หากท่านไม่พบอีเมลตอบกลับ กรุณาตรวจสอบใน Junk Email)
หากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถติดต่อ
คุณณัฐวุฒิ จารุนานันท์
Mobile : +66 89 816 7412
Email : [email protected]
..
12/05/2021
⚠️Cyber Attack ภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อวงการน้ำมันโลก เกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมน้ำมันในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา
จริงอยู่ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ความทันสมัยของเทคโนโลยีอาจตามมาด้วยภัยอันตรายและความเสี่ยงที่เราต้องรับมือ
นอกจากการโจมตีทางไซเบอร์จะเกิดขึ้นในระดับบุคคลแล้ว องค์กรธุรกิจก็ไม่อาจรอดพ้นจากภัยอันตรายนี้ อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับ Colonial Pipeline ในสหรัฐอเมริกา
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 64 ที่ผ่านมา เกิดการโจมตีทางไซเบอร์กับบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงาน อย่างบริษัทขนส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาอย่าง Colonial Pipeline ซึ่งมีการขนส่งน้ำมันตกวันละ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน มีเส้นทางการขนส่งนับตั้งแต่ทางตอนใต้ไปจนถึงตะวันออกของอเมริกา คิดเป็นระยะทาง 8,850 กิโลเมตร การโจมตีครั้งนี้เป็นการปิดกั้นการเข้าถึงระบบขนส่งน้ำมันของ Colonial Pipeline ทำให้บริษัทไม่สามารถขนส่งน้ำมันไปยังที่ต่างๆ ได้ โดยผู้ไม่หวังดีต้องการเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการเปิดให้บริษัทสามารถเข้าถึงระบบขนส่งน้ำมันได้ดังเดิม เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจากท่อขนส่งน้ำมันของ Colonial Pipeline ถือเป็นท่อหลักของประเทศที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของอเมริกา และการขาดแคลนน้ำมันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบความปลอดภัยในโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมพลังงานในสหรัฐอเมริกา
จากเหตุการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงอันตรายของการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งในระดับบุคคลและองค์กรธุรกิจที่แม้กระทั่งองค์กรชั้นนำต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ยังไม่อาจรอดพ้นจากภัยคุกคามนี้ได้ และเหตุการณ์เหล่านี้เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของ Cyber Security ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะองค์กรที่มีฐานข้อมูลสำคัญมากมายและมีมูลค่าสูง
🔷คำถามสำคัญขององค์กรในปัจจุบัน คือ องค์กรจะวางแผนรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ทั้งในทางธุรกิจและการบริหารทรัพยากรบุคคล?
.....................................
เขียน และเรียบเรียงโดย LEAD Cyber Team
แหล่งข้อมูล
https://intellectualpoint.com/5-reasons-why-cybersecurity-is-important-now-more-than-ever/
https://www.reuters.com/technology/colonial-pipeline-halts-all-pipeline-operations-after-cybersecurity-attack-2021-05-08/
23/09/2020
🔴“Reed Hastings” The Master of Adaptation🔴
ในตอนนี้ ทุกคนในองค์กรจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่เสมอและปรับตัวให้ทัน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งยากเกินจะคาดเดา และผู้ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้องค์กรอยู่รอดนั้นคือ “ผู้นำ” ขององค์กรนั่นเอง ดังนั้นสถาบันฯ อยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับผู้นำแห่งยุค ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการปรับตัว และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับผู้นำคนอื่นๆ ได้ ในยุคปัจจุบัน ไปทำความรู้จักบุคคลผู้นั้นกันเลยครับ
การมีผู้นำในองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอด ชื่อผู้นำที่โดดเด่นขึ้นมาก็คือ Reed Hastings หัวเรือใหญ่ของบริษัท Netflix ผู้ให้บริการด้าน VDO Streaming ชื่อดัง Hastings มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการให้บริการที่ดีกว่าในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบวีดิโอให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ โดยไม่ยึดติดกับการทำธุรกิจแบบเดิมที่เคยสร้างกำไรให้เขาเป็นกอบเป็นกำ
ยุคแรกของ Netflix และอุปสรรคที่พบเจอ
แรกเริ่ม Netflix ดำเนินธุรกิจด้วยการให้บริการ DVD-by-mail หรือปล่อยเช่าแผ่นดีวีดี โดยส่งไปตามที่พักอาศัยของลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิก ในปี 2553 โมเดลธุรกิจดังกล่าวประสบความสำเร็จมาก ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Blockbuster ผู้ให้บริการเช่าแผนดีวีดีภาพยนตร์และวิดีโอเกมประสบกับภาวะล้มละลาย เนื่องจากไม่สามารถสู้กลยุทธ์ของ Netflix ที่คิดค่าบริการแบบคงที่ (Flat Fee) โดยไม่จำกัดจำนวนดีวีดีได้
ในปีต่อมา Netflix ยังคงปรับปรุงและพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยเปิดบริการด้าน Online Video Streaming แต่ก็ยังประสบปัญหา สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า เนื่องจาก Netflix มีการคิดค่าบริการสูงขึ้นถึง 60% คิดเป็น 16 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับแพ็คเกจสั่งดีวีดีหนึ่งแผ่นต่อครั้ง พร้อมกับ Internet-Streaming ซึ่งจากเดิมมีค่าบริการเพียง 10 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนั้น Netflix ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจราต่อรองกับธุรกิจกับเจ้าของค่ายหนังต่างๆ เนื่องจาก ณ ขณะนั้น Netflix ไม่มีข้อเสนออะไรที่น่าดึงดูด จึงนำไปสู่การคิดค่าบริการที่สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้านั่นเอง
🔴การนำของ Reed Hastings สู่โมเดลธุรกิจใหม่
Reed Hastings เห็นว่าถึงเวลาที่องค์กรจะต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง ด้วยการก้าวข้ามศักยภาพเดิมที่มีอยู่ และพัฒนาตนเองโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นที่หนึ่งในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบ Online Streaming โดยในตลาด คู่แข่งที่สำคัญคือบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการและผลิตคอนเทนท์ในสหรัฐอเมริกาอย่าง HBO ซึ่ง Hastings ปรับตัวโดยตัดสินใจผลิตคอนเทนท์ของตัวเองขึ้นมา โดยนำเสนอคอนเทนท์ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมผู้บริโภคให้มากที่สุด คอนเทนท์ดังกล่าวรวมไปถึง ละครซีรีส์ โดยในปี 2556 มีซีรีส์ที่ถูกนำมาต่อยอดและสร้างใหม่หลายเรื่องด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นผลงานคุณภาพ เช่น “Arrested Development” “Orange is the New Black” และ “House of Cards” ทั้ง 3 เรื่องนั้น เข้าชิงรางวัล Emmy Awards ทั้งหมด 14 ประเภท โดย House of Cards คว้าไปถึง 3 รางวัล และถึงแม้ว่าเงินลงทุนในการผลิตคอนเทนท์นั้นจะสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 2 ซีซั่นแรกของ House of Cards แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก
ความสำเร็จของ Netflix แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Reed Hastings ในฐานะของผู้นำที่มีความพยายามอันไม่ลดละที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กล้าตัดสินใจ กล้าเสี่ยง ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับองค์กร Start-up เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว Reed Hastings ยังคงใช้ทักษะเหล่านั้นในการบริหาร Netflix ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นองค์กรมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ผู้บริหารบางคน อาจมัวสนใจแต่เรื่องของกำไรขาดทุนจนลืมพัฒนาทักษะที่จะส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคที่มีความไม่แน่นอนในทุกๆ ด้าน
ยิ่งปรับ ยิ่งได้เปรียบ เป็นคำสำคัญที่ผู้คนในองค์กร โดยเฉพาะผู้นำในองค์กร ต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอ เพื่อเตือนใจว่าในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดังเช่น การเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งชี้ให้เห็นว่าการเป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
------------------------------------------------
www.leadbusinessinstitute.com
🔴“Reed Hastings” The Master of Adaptation🔴
ในตอนนี้ ทุกคนในองค์กรจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่เสมอและปรับตัวให้ทัน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งยากเกินจะคาดเดา และผู้ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้องค์กรอยู่รอดนั้นคือ “ผู้นำ” ขององค์กรนั่นเอง ดังนั้นสถาบันฯ อยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับผู้นำแห่งยุค ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการปรับตัว และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับผู้นำคนอื่นๆ ได้ ในยุคปัจจุบัน ไปทำความรู้จักบุคคลผู้นั้นกันเลยครับ
การมีผู้นำในองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอด ชื่อผู้นำที่โดดเด่นขึ้นมาก็คือ Reed Hastings หัวเรือใหญ่ของบริษัท Netflix ผู้ให้บริการด้าน VDO Streaming ชื่อดัง Hastings มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการให้บริการที่ดีกว่าในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบวีดิโอให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ โดยไม่ยึดติดกับการทำธุรกิจแบบเดิมที่เคยสร้างกำไรให้เขาเป็นกอบเป็นกำ
ยุคแรกของ Netflix และอุปสรรคที่พบเจอ
แรกเริ่ม Netflix ดำเนินธุรกิจด้วยการให้บริการ DVD-by-mail หรือปล่อยเช่าแผ่นดีวีดี โดยส่งไปตามที่พักอาศัยของลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิก ในปี 2553 โมเดลธุรกิจดังกล่าวประสบความสำเร็จมาก ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Blockbuster ผู้ให้บริการเช่าแผนดีวีดีภาพยนตร์และวิดีโอเกมประสบกับภาวะล้มละลาย เนื่องจากไม่สามารถสู้กลยุทธ์ของ Netflix ที่คิดค่าบริการแบบคงที่ (Flat Fee) โดยไม่จำกัดจำนวนดีวีดีได้
ในปีต่อมา Netflix ยังคงปรับปรุงและพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยเปิดบริการด้าน Online Video Streaming แต่ก็ยังประสบปัญหา สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า เนื่องจาก Netflix มีการคิดค่าบริการสูงขึ้นถึง 60% คิดเป็น 16 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับแพ็คเกจสั่งดีวีดีหนึ่งแผ่นต่อครั้ง พร้อมกับ Internet-Streaming ซึ่งจากเดิมมีค่าบริการเพียง 10 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนั้น Netflix ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจราต่อรองกับธุรกิจกับเจ้าของค่ายหนังต่างๆ เนื่องจาก ณ ขณะนั้น Netflix ไม่มีข้อเสนออะไรที่น่าดึงดูด จึงนำไปสู่การคิดค่าบริการที่สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้านั่นเอง
🔴การนำของ Reed Hastings สู่โมเดลธุรกิจใหม่
Reed Hastings เห็นว่าถึงเวลาที่องค์กรจะต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง ด้วยการก้าวข้ามศักยภาพเดิมที่มีอยู่ และพัฒนาตนเองโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นที่หนึ่งในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบ Online Streaming โดยในตลาด คู่แข่งที่สำคัญคือบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการและผลิตคอนเทนท์ในสหรัฐอเมริกาอย่าง HBO ซึ่ง Hastings ปรับตัวโดยตัดสินใจผลิตคอนเทนท์ของตัวเองขึ้นมา โดยนำเสนอคอนเทนท์ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมผู้บริโภคให้มากที่สุด คอนเทนท์ดังกล่าวรวมไปถึง ละครซีรีส์ โดยในปี 2556 มีซีรีส์ที่ถูกนำมาต่อยอดและสร้างใหม่หลายเรื่องด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นผลงานคุณภาพ เช่น “Arrested Development” “Orange is the New Black” และ “House of Cards” ทั้ง 3 เรื่องนั้น เข้าชิงรางวัล Emmy Awards ทั้งหมด 14 ประเภท โดย House of Cards คว้าไปถึง 3 รางวัล และถึงแม้ว่าเงินลงทุนในการผลิตคอนเทนท์นั้นจะสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 2 ซีซั่นแรกของ House of Cards แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก
ความสำเร็จของ Netflix แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Reed Hastings ในฐานะของผู้นำที่มีความพยายามอันไม่ลดละที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กล้าตัดสินใจ กล้าเสี่ยง ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับองค์กร Start-up เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว Reed Hastings ยังคงใช้ทักษะเหล่านั้นในการบริหาร Netflix ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นองค์กรมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ผู้บริหารบางคน อาจมัวสนใจแต่เรื่องของกำไรขาดทุนจนลืมพัฒนาทักษะที่จะส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคที่มีความไม่แน่นอนในทุกๆ ด้าน
ยิ่งปรับ ยิ่งได้เปรียบ เป็นคำสำคัญที่ผู้คนในองค์กร โดยเฉพาะผู้นำในองค์กร ต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอ เพื่อเตือนใจว่าในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดังเช่น การเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งชี้ให้เห็นว่าการเป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
------------------------------------------------
www.leadbusinessinstitute.com
12/08/2020
ทรงพระเจริญ
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓
วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และ พนักงาน ลีด บิซิเนส จำกัด