12/08/2025
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
#12สิงหาคม #วันแม่แห่งชาติ
#สกสว
#สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
#กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
28/07/2025
28 กรกฎาคม
วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
24/07/2025
🇹🇭 สกสว. ขอส่งกำลังใจให้เหล่าพี่ ๆ ทหารกล้าและพี่น้องประชาชนชายแดน #ไทยกัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและเข้มแข็ง #เราจะรอดไปด้วยกัน
📍โปรดติดตามข่าวสารสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นหลัก
#สกสว
#กองทุนววน
#ชายแดนไทยกัมพูชา
#กองทัพบก
#ไทยกัมพูชา
#ไทยนี้รักสงบ #แต่ถึงรบไม่ขาด
🇹🇭 สกสว. ขอส่งกำลังใจให้เหล่าพี่ ๆ ทหารกล้าและพี่น้องประชาชนชายแดน #ไทยกัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและเข้มแข็ง #เราจะรอดไปด้วยกัน
📍โปรดติดตามข่าวสารสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นหลัก
#สกสว
#กระทรวงอว
#กองทุนววน
#ชายแดนไทยกัมพูชา
#กองทัพบก
#ไทยกัมพูชา
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
23/07/2025
😢 ปลูกมาก็ขายไม่ได้! ปัญหาหนักใจเกษตรกรขมิ้นชันเชียงราย…มีทางออกแล้ว! 🇹🇭
..
เกษตรกรหลายท่านในเชียงรายหันมาปลูกขมิ้นชันกันมาก แต่กลับต้องเจอปัญหา "ปลูกแล้วขายไม่ได้ราคา" หรือ "ขายไม่ได้เลย" เพราะขมิ้นชันที่ปลูกกันทั่วไปมี สารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoid) น้อยกว่า 5% ซึ่งไม่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ (Medical grade) ที่ตลาดต้องการ ทำให้ได้ราคาแค่ระดับ Food grade เท่านั้น 💔
แต่ปัญหานี้กำลังจะหมดไป! ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยงานวิจัยสุดล้ำ "การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกขมิ้นชันปลอดโรคและสารสำคัญสูงด้วยระบบ substrate culture" 🎉
✨ จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือ:
สายพันธุ์ดี: ใช้สายพันธุ์ตรัง 84-2 ที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้แข็งแรง ปลอดโรค
ปลูกแบบใหม่: ปลูกในโรงเรือนด้วยกาบมะพร้าวสับ ควบคุมธาตุอาหาร ทำให้ขมิ้นชันมีสารสำคัญสูงขึ้น!
ผลผลิตคุณภาพ: ได้ขมิ้นชันที่มีสารเคอร์คูมินอยด์สูงตามมาตรฐานการแพทย์ โรงงานยาต้องการ!
รับซื้อในราคาดี: ศูนย์ฯ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในเครือข่ายทั้งหมดใน ราคาสูงกว่าคุณภาพ Food grade ถึง 2 เท่า!
ตอนนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 117 ราย และมีผลผลิตรวมกว่า 6.8 ตันในปี 2566 นี่คือตัวอย่างความสำเร็จจากการนำงานวิจัยมาใช้แก้ปัญหาให้เกษตรกรไทยอย่างแท้จริง!
อ่านเรื่องราวฉบับเต็มและรายละเอียดงานวิจัยเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.facebook.com/share/v/1EniTdpFFy/
ติดตามงานวิจัยอื่นๆ ของขมิ้นชันเพิ่มเติมได้ที่:
https://tnrr.nriis.go.th/ #/search-result?q=%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99
และค้นหางานวิจัยอื่นๆ ของประเทศไทยได้ที่:
คลังข้อมูลงานวิจัยไทย : TNRR Thai National Research Repository : https://tnrr.nriis.go.th/ #/
#สกสว #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #เคลื่อนไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #แผนววน #งานวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ #เชียงราย #ขมิ้นชัน #สารสกัด #รักษาโรค #มฟล
ปลูกมาก็ขายไม่ได้ !!!
เรื่องปวดใจของเกษตรกรไทยที่งานวิจัยมีคำตอบ...
ขมิ้นชันเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมีศักยภาพ (Champion product) ในจังหวัดเชียงราย ด้วยสภาพภูมิประเทศและมีอากาศที่เหมาะสมทำให้ปลูกขมิ้นชันได้ดี จึงมีเกษตรกรจำนวนมากหันมาปลูกขมิ้นชันกันมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ประสบปัญหาว่าปลูกมาแล้วขายไม่ได้ หรือได้ราคาไม่ดี เป็นความปวดใจที่เกษตรกรต้องเจอและยังไม่มีคำตอบ จนสุดท้ายศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเข้ามาร่วมแก้ปัญหา จนเจอคำตอบ
ผศ.ดร.ระวิวรรณ์ เจริญทรัพย์ หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เล่าให้ฟังว่าขมิ้นชันเป็นพืชสมุนไพรที่คนทั่วโลกรู้จักและมีการใช้เป็นยาในหลายพื้นที่ ทำให้มีความต้องการขมิ้นชันสำหรับการผลิตยาเป็นจำนวนมาก แต่ขมิ้นชันที่ชาวบ้านปลูกขายแม้จะได้ปริมาณมากแต่กลับทำราคาไม่ได้ เพราะปริมาณสารสำคัญอย่างเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoid) ยังมีปริมาณน้อยกว่า 5% ซึ่งไม่ได้ตามมาตรฐานทางการแพทย์ (Medical grade) ที่กำหนด
"เมื่อมองย้อนไปเราพบว่าปัญหาคือเรื่องของสายพันธุ์ของขมิ้นชันที่เกษตรกรปลูกซึ่งเป็นพันธุ์ในระดับ Food grade ที่มีปริมาณสารสำคัญน้อย รวมถึงมีการเกิดโรคในหัวขมิ้นชันด้วย ทำให้ขายได้ในราคาไม่สูง ต้องยกระดับผลิตภัณฑ์สู่มาตรฐานระดับการแพทย์ให้ได้จึงจะได้ขายได้ราคาดีกว่าที่เป็นอยู่
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้จึงได้ทำงานวิจัย "การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกขมิ้นชันปลอดโรคและสารสำคัญสูงด้วยระบบ substrate culture" ซึ่งมีจุดเด่นคือเป็นการปลูกภายใต้โรงเรือน สามารถปลูกขมิ้นชันได้ทุกฤดูกาล ทุกพื้นที่ของประเทศไทย และลดการเกิดโรคในหัวขมิ้นชัน ผลผลิตมีสารเคอร์คูมินอยด์สูง และเทคโนโลยีในการสกัดสารเคอร์คูมินอยด์ที่มีความเข้มข้นสูง และมีความปลอดภัย สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์ ยา สมุนไพร อาหาร และเครื่องสำอางได้"
งานวิจัยเริ่มต้นจากการทำงานร่วมกันของศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่การค้นหาสายพันธุ์ขมิ้นชันอย่างสายพันธุ์ตรัง 84-2 ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และนำมาปลูกในวัสดุทดแทนดิน คือ กาบมะพร้าวสับ และจัดการธาตุอาหารให้เหมาะสม ทำให้ได้ต้นกล้าพันธุ์ที่แข็งแรง ปราศจากโรคพืช (โรครากเน่า) และให้ผลผลิตที่มีปริมาณสารสำคัญที่สูง โดยปลูกภายใต้โรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะ ซึ่งควบคุมปัจจัยการเติบโต ปริมาณอาหาร ประมาณ 8-10 เดือน เพื่อให้หัวพันธุ์แข็งแรงและมีคุณภาพเพียงพอก่อนจะส่งต่อให้กับเกษตรกรนำไปปลูกในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตในปริมาณสูงกว่าการปลูกหัวพันธุ์แบบเดิมที่มีความเสี่ยงจากโรคทำให้ได้ผลผลิตปริมาณน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
นอกจากการมอบหัวพันธุ์ให้เกษตรกรแล้ว ยังมีการถ่ายทอดวิธีการปลูกใหม่ที่จะให้ได้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพให้แก่เกษตรกรด้วย "เป้าหมายของเราคือการปลูกเพื่อให้ได้มาตรฐานทางการแพทย์ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงงานยาต้องการ การปลูกให้ได้สารสำคัญปริมาณมากจีงเป็นเป้าหมายสำคัญ จึงมีการให้ความรู้กับเกษตรกรใหม่ ทั้งเรื่องวิธีการปลูก การเตรียมดิน การใช้ปุ๋ย และช่วงเวลาในการให้ปุ๋ย รวมถึงวิธีเก็บเกี่ยว เพื่อควบคุมคุณภาพการเพาะปลูกขมิ้นชันให้ได้คุณภาพสูงตามที่ตลาดต้องการ โดยระหว่างทางศูนย์มีการสุ่มตรวจแต่ละแปลงเป็นระยะ เป็นความท้าทายของทั้งนักวิจัยและตัวเกษตรกรเอง ซึ่งเกษตรกรหลายหลายต้องปรับเปลี่ยนทั้งแนวคิดตัวเอง วิธีปลูก พื้นที่ปลูก ในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันมากหน่อย แต่เมื่อผลผลิตของความเปลี่ยนแปลงแสดงออกมา ก็สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้ " ผศ.ดร.ระวิวรรณ์ เล่าถึงขั้นตอนการทำงานร่วมกับเกษตรกร ซึ่งในปัจจุบันเข้าร่วมโครงการมากถึง 117 ราย และมีผลผลิตประมาณ 6.8 ตัน ในปี 2566
ขมิ้นชันที่เกษตรกรซึ่งเข้าร่วมกับทางศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรปลูกได้ จะมีสารสำคัญในปริมาณสูง ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ศูนย์ฯจะรับซื้อจากเกษตรกรทั้งหมด ในราคาที่สูงกว่าคุณภาพ Food grade ถึงสองเท่า เพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูปในโรงงานผลิตยา อาหารเสริม สารสกัด และเครื่องสำอางค์ต่าง ๆ ต่อไป
"ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รับซื้อผลผลิตขมิ้นชัน จากเกษตรกรในเครือข่ายและวิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกสมุนไพร ที่นำมาจำหน่าย พร้อมทั้งชี้แจงเกณฑ์การรับซื้อวัตถุดิบสมุนไพร มาตรฐานคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร ก่อนนำมาแปรรูป วิเคราะห์ทดสอบปริมาณสารสำคัญ ปริมาณโลหะหนักของวัตถุดิบสมุนไพร และเข้าสู่กระบวนการผลิตยาแคปซูลขมิ้นชัน ณ โรงงานผลิตยาสมุนไพร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง"
นอกจากนี้ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยังมีการพัฒนากระบวนการสกัดสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ซึ่งเป็นสารสำคัญในขมิ้นชันให้มีความเข้มข้นสูง ด้วยวิธีต่างๆ "หนึ่งในวิธีการสกัดที่เราพัฒนาคือการสกัดด้วยวิธีการไมโครเวฟ (Microwave extraction) การสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซน์ (Super critical fluid extraction, SFE) เพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณสารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชันด้วยวิธีการโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC) เพื่อค้นหากระบวนการสกัดที่ให้ปริมาณและความเข้มข้นสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ตลอดจนมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากสารสกัดสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ที่มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการอักเสบ อย่างการผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่ที่ช่่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือยาแคปซูลขมิ้นชัน
"ปัจจุบันมีช่องทางการจำหน่าย ได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สถาบันการแพทย์แผนไทย-จีน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง M-store ศูนย์หนังสือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และในอนาคตวางแผนจะจำหน่ายในร้านค้าภายนอกมหาลัย และส่งออกไปยังต่างประเทศต่อไป"ผศ.ดร.ระวิวรรณ์ เล่าถึงแผนการต่อยอดงานวิจัยในอนาคต
นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของการใช้งานวิจัยในการค้นหาต้นตอของปัญหาที่แท้จริง และแก้ไขอย่างตรงจุดด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่นอกจากจะแก้ปัญหาที่มีได้แลัวยังค้นหาและต่อยอดองค์ความรู้และเสริมศักยภาพของเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับที่สูงขี้นได้
ติดตามงานวิจัยที่เกี่ยวกับขมิ้นชันได้ที่ https://tnrr.nriis.go.th/ #/search-result?q=%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99
#สกสว #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #เคลื่อนไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #แผนววน. #งานวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ #เชียงราย #ขมิ้นชัน #สารสกัด #รักษาโรค #มะเร็ง #มฟล
10/07/2025
วันอาสาฬหบูชา
------
วันอาสาฬหบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ หรือ เดือน 8 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8)
วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ เทศน์กัณฑ์แรก คือ "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ ทั้ง 5 ได้แก่ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี
การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้ "พระโกณฑัญญะ" หนึ่งในปัญจวัคคีย์ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมจนได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ได้อุปสมบทเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา และทำให้พระรัตนตรัยครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
#วันอาสาฬหบูชา #ขึ้น15ค่ำเดือน8 #พระรัตนตรัย #ธรรมะ #วิทยาศาสตร์ #อริยสัจ4 #ปฐมเทศนา #ธรรมะกับชีวิต
09/07/2025
“อว. สร้างปัญญา เปิดโอกาส สร้างอนาคตไทย”
นโยบายหลักในการขับเคลื่อนประเทศของ
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการ
9 กรกฎาคม 2568
ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ กระทรวง อว. มุ่งยกระดับ “ทุนมนุษย์” ให้เป็นรากฐานแห่งการพัฒนา ด้วยการสร้างองค์ความรู้ที่ทันสมัย เปิดโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับทุกคน และเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคง แข็งแรง และเท่าทันโลก
04/07/2025
ทรงพระเจริญ
เนื่องในวันที่ 4 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
#ทรงพระเจริญ #4กรกฎาคม
#เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
#วันคล้ายวันประสูติ
#สกสว
03/07/2025
กองทุน ววน. เสริมแกร่งระบบคาดการณ์น้ำในเชียงราย-น่าน จับมือท้องถิ่นและประชาชน
>>>
กองทุน ววน. หนุนทีมวิจัยแผนงานมุ่งเป้า ‘น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง’ ติดตามสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะสองพื้นที่เฝ้าระวัง เชียงรายและน่าน พร้อมรายงานสถานการณ์ต่ออนุกมธ.ภัยพิบัติ รวมถึงพ่อเมืองและทีมงานจังหวัด ขณะที่ สสน.พัฒนาระบบแผนที่ความเสี่ยงคาดการณ์จากฝนสะสม และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษเสี่ยงน้ำท่วมจากฝนสะสมรายตำบลเผยแพร่ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการนั้น ผศ. ดร.อังกูร ว่องตระกูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หัวหน้าโครงการวิจัยระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วม ในเขตเมือง จังหวัดเชียงราย หนึ่งในทีมวิจัยแผนงานเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. ในประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เชียงรายในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ว่าเกิดจากอิทธิพลของมรสุมจึงทำให้มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกสะสมต่อเนื่องกัน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 4,405 ครัวเรือน นาข้าว 500 ไร่ รวมถึงสถานที่และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ได้รับความเสียหายหลายจุด
ทั้งนี้ นักวิจัยได้รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายต่อคณะอนุกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินด้านการจัดการภัยพิบัติระดับชาติ วุฒิสภา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 โดยสิ่งที่อยากเสนอต่อ กมธ.ต่อไปคือ ผลการศึกษา เช่น การเตือนภัยน้ำท่วม โครงการป้องกันน้ำท่วม แผนงานระดับตำบล จังหวัด ซึ่งต้องใช้กลไกในการบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ระดับนโยบาย กรม ภูมิภาค ระดับจังหวัด อปท.หรือชุมชน โดยอาศัยสถาบันการศึกษาช่วยทำหน้าเป็นพี่เลี้ยงให้กับแต่ละลุ่มน้ำ
ที่ผ่านมาทีมวิจัยได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชน 7 ชุมชนต้นน้ำกก จัดทำเกณฑ์ระดับน้ำที่ตำแหน่งสำคัญตามชุมชนต่าง ๆ เพื่อติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอุทกภัย อีกทั้งสนับสนุนข้อมูลรายวันเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์แม่น้ำกกและแม่น้ำสาขาให้กับศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงเหนือ สทนช. และเผยแพร่ข้อมูลการติดตามสถานการณ์น้ำรายวันในเพจ ระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วม ในเขตเมือง จังหวัดเชียงราย และเว็บไซต์เครือข่ายการเตือนภัยน้ำท่วม ลุ่มน้ำโขงเหนือ ล่าสุดได้ร่วมมือกับส่วนอุกทกวิยาที่ 2 เชียงราย ศูนย์อุทกวิทยาชลประทาน ภาคเหนือตอนบน ติดตามระดับน้ำกกที่สถานีคู่เตือนภัย (สะพานแม่นาวางและสะพานพ่อขุน) เป็นรายชั่วโมงเพื่อประเมินอัตราการเพิ่มของระดับน้ำอย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวเชียงราย
ด้าน ผศ. ดร. นสพ.วินัย แก้วละมุล รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์ประจำสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร (น่าน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า จังหวัดน่านซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำของรัฐบาล มีระบบ Sing Command อุทกภัยน่าน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้ชลประทานจังหวัดน่าน ซึ่งรับผิดชอบการรายงานสถานการณ์น้ำ ทำงานประสานกับทีมวิจัยเพื่อวางระบบการวิเคราะห์และพยากรณ์สถานการณ์เป็นรายวัน สำหรับวางแผนและตัดสินใจบริการจัดการน้ำ รวมถึงการแจ้งเตือนประชาชน และการรายงานผลให้ทางจังหวัดรับทราบ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดอุทกภัย รวมถึงทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ซึ่งมีมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำอยู่แล้ว
ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังประสานชลประทานจังหวัดน่านในการรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำแบบจำลองการพยากรณ์น้ำฝนและน้ำท่วม โดย ผศ. ดร. นสพ.วินัย ได้รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ว่าสิ่งที่ดำเนินการได้ในขณะนี้ คือ การนำข้อมูลพยากรณ์ฝนกรมอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลดาวเทียมมาพยากรณ์ฝนคาดการณ์ล่วงหน้า 3 วัน โดยจะแปลความจากการทำโมเดลซึ่งเป็นข้อมูลเชิงเทคนิคมาเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อสื่อสารให้คนทั่วไปรับทราบ
รวมถึงรวบรวมข้อมูลเพื่อทำแบบจำลองการพยากรณ์น้ำท่วม แต่ยังขาดข้อมูลสำคัญ คือ แบบจำลองระดับสูงเชิงเลข (Digital Elevation Model: DEM) โดยจะประสานขอข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ซึ่งขณะนี้ สสน. ได้พัฒนาระบบแผนที่ความเสี่ยงคาดการณ์จากฝนสะสม 3 วัน และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษเสี่ยงน้ำท่วมจากฝนสะสม รายตำบล ล่วงหน้า 48 ชั่วโมง และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ Thaiwater.net และแอปพลิเคชันมือถือ Thaiwater โดยพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษในจังหวัดน่านมี 6 จุด ใน 4 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียงกลาง อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอปัว
“แผนงานน้ำมั่นคงฯ ส่งเสริมให้กลไกเครือข่ายวิจัยมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น และชัยภูมิ ทำงานร่วมกันกับทีมของจังหวัดและเทศบาลเมืองในการพัฒนาระบบเตือนภัยระดับพื้นที่ การจัดทำรายละเอียดแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และการจัดทำพิมพ์เขียวของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมือง โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม การใช้เทคโนโลยีการสำรวจ การจำลองน้ำท่วมและการติดตั้งอุปกรณ์ทันสมัย เช่น เซนเซอร์ ไอโอที ระบบอัติโนมัติ ฯลฯ เพื่อช่วยยกระดับการจัดการน้ำท่วมในพื้นที่เมืองให้ทำงานได้รวดเร็ว ถูกต้อง ใช้งานได้ และเป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ในเวลาเดียวกัน” รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานน้ำมั่นคงฯ กล่าวทิ้งท้าย
#การจัดการน้ำ #โลกรวน #โลกร้อน #ประเทศไทย #น้ำเพื่อชีวิต #สกสว #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #เคลื่อนไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม