VGREEN KU

VGREEN KU

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก VGREEN KU, ศูนย์วิจัยด้านการศึกษา, Bangkok.

ศูนย์วีกรีน คณะสิ่งแวดล้อม KU ก่อตั้งในปี 2009 มีความเชี่ยวชาญด้าน #LCA #NetZero #CarbonNeutrality #Ecolabels #SDG #BCG #GreenBusiness #Sustainability ให้บริการ 🔳 วิจัย 🔳 บริการวิชาการ (ให้คำปรึกษา) ด้านก๊าซเรือนกระจก มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และ ความยั่งยืน � โครงการวิจัย:
• ดำเนินงานวิจัยด้าน LIfe Cycle Assessment (LCA), Sustainable Consumption and Production (SCP), Sustainable Development Goals (SDG

Photos from VGREEN KU's post 22/05/2026

🤝 TVOP X DIPROM X VGREEN KU on Low Carbon AgriFood Supply Chain

วันที่ 22 พ.ค. 2569
ณ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด

🔸กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม - DIPROM นำโดย 🔹คุณเจษฎา ถาวรศักดิ์ ผอ.กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม และ 🔹คุณพลพีร์ จันทรชาติ ผอ.กลุ่มพัฒนาการจัดการธุรกิจ รวมถึงคณะเจ้าหน้าที่ และ 🔸รศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีกรีน เคยู จำกัด และทีมงาน (ที่ปรึกษาโครงการยกระดับ SME ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG) เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมองค์กร โดยมี 🟡 คุณอดุลย์ เปรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และทีมงาน ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

ในโอกาสนี้ ได้พบปะ Suppliers ของทางบริษัทฯ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะ 🟢 กลยุทธ์สู่ Net Zero ผ่านความร่วมมือจากคู่ค้าธุรกิจภายใต้แนวคิด Green Business (ESG & Carbon Footprint), Green Productivity, Green Supply Chain รวมทั้ง Digital Transformation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการในภาพรวม





#บริษัทวีกรีนเคยูจำกัด

Photos from Thanakorn Vegetable Oil Products's post 22/05/2026

🙏 ขอแสดงความขอบคุณ คุณอดุลย์ และทีมงาน บริษัท ธนากร ผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด แบรนด์ “กุ๊ก”

😀 ได้รับความรู้ และ แรงบันดาลใจรวมทั้ง พลังงานบวก อย่างมากค่า

22/05/2026

หัวใจสำคัญของร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ฉบับประชาชน

ร่างกฎหมายฉบับนี้มิใช่กฎหมายว่าด้วยการจัดการขยะที่ปลายทาง หากแต่เป็นกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างการบริหารทรัพยากรของประเทศตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยมีสาระสำคัญ คือ

📌 เปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการมองปัญหาของประเทศ จาก "การจัดการขยะ" ไปสู่ "การบริหารทรัพยากร" ทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้นน้ำ จนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ที่ปลายน้ำ

📌 กำหนดหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR*) ซึ่งให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ของตนเอง ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ขยะเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE*) ยานยนต์ ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ประมง และแผงเซลล์แสงอาทิตย์

📌 รับรองสิทธิใหม่ของผู้บริโภค 3 ประการ ได้แก่ สิทธิในการซ่อมแซม (Right to Repair) ที่ห้ามผู้ผลิตจงใจออกแบบให้สินค้ามีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควร สิทธิในการปฏิเสธบรรจุภัณฑ์ (Right to Refuse Packaging) ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมีบริการเติมสินค้า (refill) เป็นทางเลือกโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผ่านหนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล (DPP*) เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบที่มาของวัสดุและสารเคมีที่ใช้ได้

📌 นำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้เพื่อปรับพฤติกรรมตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเงินสมทบการใช้วัตถุใช้ครั้งเดียว ภาษีเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน ระบบมัดจำคืนเงิน (DRS*) หลักผู้ก่อขยะเป็นผู้จ่ายตามปริมาณ (PAYT*) พร้อมจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการหมุนเวียนทรัพยากรทั้งระบบรองรับการใช้ซ้ำ การซ่อมแซมและการรีไซเคิลที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก

📌 กำหนดให้มีพื้นที่คุ้มครองพิเศษเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยให้อำนาจประกาศพื้นที่ที่มีปัญหาขยะจากการท่องเที่ยวสูงหรือมีระบบนิเวศเปราะบาง เช่น เกาะและพื้นที่อุทยาน เป็นพื้นที่คุ้มครองที่สามารถห้ามการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้อย่างเด็ดขาด พร้อมเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวเพื่อนำมาใช้ในการจัดการขยะของพื้นที่โดยตรง เพิ่มประสิทธิภาพให้ท้องถิ่น จัดการขยะจากประชากรและประชากรแฝงได้อย่างถูกจุด

อ่าน ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชนได้ที่ thailandcenetwork.org

Photos from VGREEN KU's post 22/05/2026

******ห้ามพลาด*******

🔥 26-27 พ.ค. LCA
💥 11-12 มิ.ย. CFO เชิงลึก

เรียนสองคอร์สนี้ ‼️‼️‼️‼️
😀 รับส่วนลด 5% หากลงทะเบียนอบรม 2 หลักสูตรพร้อมกัน

💎💎 เรียนจบสองคอร์ส
✅👊 พร้อมสอบ
☝️💡 ขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา CFO !!!

จัดโดย 🟢 บริษัท วี กรีน เคยู จำกัด
ติดต่อสอบถาม กฤติยานี/ ชฎาพร
📧 [email protected]
☎️ 065-092-4909


ิงลึก
#ขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาCFOอบก
#บริษัทวีกรีนเคยูจำกัด

21/05/2026

💡กลับมาอีกครั้งกับ คอร์สอบรม LCA ในตำนาน (Since 2008)

👍 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับโลก
Prof.Shabbir Gheewala
และ รศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง

💥💥เหลือเพียง 6 ที่นั่งสุดท้าย ‼️‼️

💚 LCA = Green Skills 💚

💡 คอร์สนี้ออกแบบให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจ LCA ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการใช้งานจริงในองค์กร
🔷เข้าใจ LCA อย่างเป็นระบบ
🔷พร้อมประยุกต์ใช้จริงในองค์กร
🔷เครื่องมือสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการมุ่งสู่ Green Business & Net Zero / เตรียมพร้อม Digital Product Passport

วิเคราะห์ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
✅ เพื่อค้นหาโอกาสในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
✅ พัฒนาสินค้าคาร์บอนต่ำ และเพิ่มมูลค่าธุรกิจ
✅ เปลี่ยนข้อมูลสิ่งแวดล้อมให้เป็นกลยุทธ์ที่วัดผลได้

🔴 สอบถามเพิ่มเติม
ผู้ประสานงาน กฤติยานี/ ชฎาพร
📧 [email protected]
☎️ 065-092-4909


#บริษัทวีกรีนเคยูจำกัด


#ผู้เชี่ยวชาญLCA

20/05/2026

🔥🔥🔥 สมัครด่วน 🔥🔥🔥

👉 หลักสูตรอบรม รับรองจาก อบก. “การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร CFO เชิงลึก”

จัดโดย
🟢 บริษัท วี กรีน เคยู จำกัด
⭐️ หน่วยจัดอบรมขึ้นทะเบียนกับ อบก.

📆 วันที่อบรม
วันที่ 11 - 12 มิถุนายน 2569
(สมัครและชำระเงินภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569)
----- เมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งใบแจ้งชำระเงินให้ทางอีเมลอีกครั้งค่ะ -----

📍 สถานที่
โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน

🔷 อัตราค่าลงทะเบียน (รวม VAT) 8,500 บาท
ส่วนลดพิเศษ
- รับส่วนลด 5% หากลงทะเบียนอบรม 2 หลักสูตรพร้อมกัน
💥สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้ 200%

🔷 กลุ่มเป้าหมาย
- ผู้สนใจขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาละผู้ทวนสอบ CFO กับ อบก.
- บุคลากรขององค์กรที่ต้องการเตรียมความพร้อมรายงานและขอรับรอง CFO & NET ZERO PATHWAY

🔷 เนื้อหาการอบรม
ระยะเวลาการอบรม 2 วัน จำนวน 12 ชั่วโมง ครอบคลุมเนื้อหาต่อไปนี้
1.ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
2.วิธีการจำแนกแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก SCOPE 1-3
3.วิธีการประเมินนัยสำคัญของแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก SCOPE 3
4.วิธีการรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจก
5.วิธีการรวบรวมข้อมูลค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
6.วิธีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
7.กรณีศึกษาการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
8.การผึกปฏิบัติการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
9.การจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร

🔷 เงื่อนไขการสำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมและรับวุฒิบัตร/เกียรติบัตร
อ่านเพิ่มเติมที่ https://vgreenku.com/training_cfo

🔷 สิ่งที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ
1) เกียรติบัตรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมฝึกอบรม
2) วุฒิบัตรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมฝึกอบรมที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบและรับรองผลโดย อบก.

🔷 สอบถามเพิ่มเติม
กฤติยานี และ ชฎาพร
📧 [email protected]
📞 06-5092-4909



#อบรมที่ปรึกษาCFO
#อบรมคาร์บอนฟุตพริ้นท์
#บริษัทวีกรีนเคยูจำกัด

19/05/2026

จาก “จุลินทรีย์ท้องถิ่นจังหวัดตาก” สู่ Trade Secret ของเครื่องดื่มโพรไบโอติกส์ไทย Marony ใช้ความรู้ด้านจุลชีววิทยา พัฒนาเครื่องดื่มโพรไบโอติกส์ฟองธรรมชาติ ที่ให้ฟีลคล้ายคราฟต์เบียร์ แต่ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่อัดโซดา และไม่พึ่งสารแต่งกลิ่นสังเคราะห์

เบื้องหลังคือการทดลองนานกว่า 1 ปี เพื่อสร้างสูตรลับเฉพาะของตัวเอง จนกลายเป็นอีกตัวอย่างของการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น ผ่าน Food Innovation และแนวคิดธุรกิจสุขภาพยุคใหม่

อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/10337.html

#ไอเดียธุรกิจ #นวัตกรรมเครื่องดื่ม #โพรไบโอติกส์ #ตาก #เครื่องดื่ม #นวัตกรรม #เพื่อนคู่คิดธุรกิจเอสเอ็มอี #เรื่องธุรกิจต้องSMETHAILAND

19/05/2026

นับถอยหลัง บังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์​ ดีเดย์ 12 สิงหาคม 2026 นี้ ยุติสมัย #ใช้แล้วทิ้ง ​และ #การปรับตัว ของผู้ส่งออกไทย​เพื่อยังอยู่ในซัพพลายเชนโลก

เมื่อ #สหภาพยุโรป ออกกฎหมาย 'PPWR' (Packaging and Packaging Waste Regulation) สำหรับใช้​เป็นกติกาใหม่ของ #บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2026 นี้

โดยกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่จะไปพร้อมสินค้าส่งออกไปยังยุโรปต้องรีไซเคิลได้ 100% ​ใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด รวมทั้งมีระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มบรรจุภัณฑ์แต่ยังครอบคลุมรวมถึงผู้ผลิตสินค้าส่งออกต่างๆ ที่ต้องพัฒนาและออกแบบสินค้ารวมทั้งบรรจุภัณฑ์อย่างรอบด้านมากขึ้น

ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหภาพยุโรป (EU) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกฎหมายบังคับ หากแต่เปรียบเสมือนสัญญาประชาคมต่อโลก เพื่อยุติสมัย ‘ใช้แล้วทิ้ง’ อันไร้ความรับผิดชอบและก่อปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ( ) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( ) ระบุว่า นโยบายนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก #บรรจุภัณฑ์ และการบรรจุ โดยจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายของการเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม

PPWR ผสานการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) และการคิดแบบวงจรชีวิต (Lifecycle Thinking) ครอบคลุมทุกส่วนประกอบย่อยของบรรจุภัณฑ์ ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่คือ การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling) มุ่งเน้นจำกัดและห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว (Single-use Packaging) ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมและมีข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้จริงในระบบหมุนเวียน และรีไซเคิลได้เมื่อถึงจุดสิ้นสุดวงจรชีวิต

รวมทั้งการบังคับใช้ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล ( Content) ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่าง​​เข้มงวด และต้องดำเนินการภายใน​ปี 2030 ซึ่งไม่ใช่เพียงการบรรลุคุณสมบัติการรีไซเคิลได้ แต่ต้องสามารถเก็บรวบรวม คัดแยก และนำไปแปรรูป ให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัยทัดเทียมกับวัตถุดิบดั้งเดิม

นอกจากนี้ ยังยกระดับไปยังการจำกัดและห้ามใช้สารเคมีที่น่ากังวล หรือ Restrictions on Substances of Concern (SOC) เพื่อเป็นการรับประกันว่า วัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลจะไม่ปนเปื้อนด้วยสารอันตราย และสามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้ง​ยังผนวกเรื่องของการจัดการของเสียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำอีกด้วย

ทั้งนี้ กฎหมาย PPWR จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม ปีนี้ กลายเป็นข้อผูกพันโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง EU จำเป็นต้องทบทวนและปรับปรุงการออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ทั้งการเอกสารทางเทคนิค (Technical Document) เพื่อยืนยันการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (Packaging Minimization) ตลอดจนแสดงความสอดคล้อง (Conformity) กับข้อกำหนดทางเทคนิค

นอกจากนี้ ยังต้องติดฉลากที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่ว EU เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อำนวยความสะดวกในการคัดแยกของเสียแก่ผู้บริโภค และเป็นส่วนหนึ่งของการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility ( ) อีกด้วย

ข้อมูลจากสัมมนา 'บรรจุภัณฑ์สินค้าส่งออก เพื่อตอบโจทย์ตลาดยุโรป ตามกฎหมาย PPWR' ครั้งที่ 2 ​โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค (CE Academy) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับ ระเบียบข้อบังคับของ PPWR และการปรับตัวของผู้ประกอบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออก​ เพื่อยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งภายในซัพพลายชนโลกได้ แม้ EU จะเริ่มบังคับใช้ PPWR แล้ว

- ภายหลังการบังคับใช้ PPWR #ผู้ผลิต หรือ มีหน้าต้องทำบรรจุภัณฑ์ให้ยั่งยืน มีกลไกให้ตรวจสอบได้ รีไซเคิลได้ ลดการใช้ทรัพยากร​ให้น้อยที่สุด รวมทั้งมีสัญลักษณ์เพื่อบอกผู้ใช้ปลายทางทราบถึงแนวทางปฏิบัติในการทิ้งหลังการบริโภค เพื่อประสิทธิภาพในการ​จัดการหลังการใช้งาน ​พร้อมทั้งจัดทำ Technical Document หรือการออกใบสำแดงความสอดคล้อง และต้องเก็บเอกสารไว้ 5 ปี ​สำหรับบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) และ 10 ปี สำหรับ​บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable) เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

- ฎหมายฉบับนี้ไม่ได้บังคับแค่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่บังคับผู้เกี่ยวข้องทุกรายตลอดห่วงโซ่ที่มีส่วนทำให้บรรจุภัณฑ์เกิดขึ้น รวมทั้ง​ผู้ผลิตสินค้าทุกอย่างที่บรรจุอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ ดังนั้น Manufacturer ไม่ได้จำกัดแค่คนผลิต แต่รวมทั้งคนจ้างการผลิต​ และอีก 2 ฝ่าย คือ Producer Function ที่ทำให้มีบรรจุภัณฑ์ไปวางตลาด ทำให้เกิดขยะบรรจุภัณฑ์ในอนาคต ต้องรับผิดชอบซากที่เกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึง​ Surveillance Function หรือ ผู้ตรวจสอบ

- ข้อมูลจาก WTO Environmental Database พบว่า ตลาดส่งออกสำคัญของประเทศไทยเกินครึ่ง หรือ 55.42% มีการกำหนดมาตรการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ขณะที่​สหภาพยุโรป แม้จะเป็นตลาดอัน​ดับ​ 4 มีสัดส่วน 7.68% แต่การส่งออกไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน เท่ากับเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชน​ และอาจเป็นตลาดสำคัญในการส่งออกไปยุโรปเช่นกัน จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจและปรับตัว เพื่อไม่ให้เสียโอกาสด้านการค้าในเวทีโลก

- การสร้างมูลค่าเพิ่มในการพัฒนาธุรกิจบริการเพื่อตอบโจทย์ด้าน​สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ส่งออกต้องปรับตัว เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดโลกให้ความสำคัญ โดย 3 ปัจจัยสำคัญ ใน​การขยับให้สอดคล้องกับระเบียบการค้าโลก ประกอบด้วย
1. Green & Sustainability ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรสินค้า
2. Traceability & Transparency ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน
3. Human Rights & Ethical Trade ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม

บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมผู้ประกอบการ เพื่อปรับตัวรับระเบียบการค้าโลก

แม้ปัจจุบันการปรับตัวรับกฎหมาย PPWR จะยังไม่มีหน่วยงานใดที่เป็นเจ้าภาพหลัก แต่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่างร่วมมือผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการ ให้เตรียมความพร้อมการบังคับใช้ PPWR ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ รวมถึงระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นหนึ่งหน่วยงานที่มีการขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาโครงการต่างๆ อาทิ

การพัฒนาผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรม เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักวิจัย ให้ได้ใช้นวัตกรรมจากคนไทยพัฒนาสู่มาตรฐานโลก

การพัฒนาด้านการออกแบบ โดยดึงนักออกแบบบรรจุภัณฑ์มาพัฒนาภายใต้แนวคิดเรื่อง Circular Design และการนำวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ต่อยอดให้สินค้าด้วย Circular Economy Model

การให้รางวัลกับผู้ประกอบการดีเด่นที่ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร บรรจุภัณฑ์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ คัดเลือกผู้ประกอบการ BCG Hero เพื่อแนะนำไปยังผู้ค้าทั่วโลกให้หันมาใช้ผู้ประกอบการไทยที่เน้นเรื่องของ BCG

ทั้งนี้ บทบาทสำคัญของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คือ การส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในตลาดโบก ผ่านการพัฒนา 4 ด้าน ตามแนวทาง 3P+1S ได้แก่

: พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ผ่าน​การจัดอบรม เทรนนิ่งมาตรการต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม

: สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า/บริการ โดยมีหน่วยงานช่วยพัฒนาผู้ประกอบการด้านสินค้าบริการ นวัตกรรม การออกแบบเพื่อให้สินค้าไทยแข็งขันดได้

: พัฒนาช่องทางการตลาด การจัดงานแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์

: บริการข้อมูลทางการค้า บริการข้อมูลผู้ประกอบการในเรื่องกฎระเบียบการค้าใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น

#บรรจุภัณฑ์ #บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน #ขยะ #ออกแบบ #บริโภคยั่งยืน #ยั่งยืน

พร้อมติดตามเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับความยั่งยืนเพิ่มเติม ได้ที่
Website : https://sdthailand.com/
Twitter (X) : https://twitter.com/sdthailand_TH

19/05/2026

😱 หลายประเทศเริ่มนำ IFRS S1-S2 ไปประยุกต์ใช้หรืออ้างอิงในกฎระเบียบของตลาดทุน

😲 ทำให้องค์กรที่เตรียมพร้อมก่อนจะได้เปรียบทั้งด้านความน่าเชื่อถือ การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง

😓 ประเทศไทยล่ะ พร้อมหรือยัง?

💡 เตรียมความพร้อมวันนี้
🔥 เริ่มก่อน ได้เปรียบกว่า !!!

👊 "ก้าวสู่องค์กรยั่งยืน
ด้วยความรู้ด้าน ESG และ IFRS S1-S2
เตรียมองค์กรให้พร้อมต่อความท้าทายด้าน Climate Change และ Sustainability Disclosure"

☝️ FROM COMPLIANCE
TO BUSINESS STRATEGIES
ก้าวทันโลกธุรกิจยุค NET ZERO ด้วยความเข้าใจ ESG และ Carbon Footprint เชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมด้าน Climate Risk & Climate Strategies สู่การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับฐานะทางการเงินขององค์กร ตามมาตรฐาน IFRS S1-S2
.
🟢 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
🔸รศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง
🔸 ดร.ศรุดา ศิริภัทรปรีชา
💥 พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อเตรียมความพร้อมองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล
💥 มีประสบการณ์ตรงในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับฐานะทางการเงินขององค์กร ตามแนวทาง IFRS S1-S2 และมาตรฐานสากลด้าน Sustainability Disclosure

🟢 หลักสูตรนี้หมาะสำหรับองค์กรที่
🔸จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
🔸มีนักลงทุนต่างชาติ
🔸อยู่ใน Supply Chain ระดับสากล
🔸ต้องการเข้าถึง Green Finance
🔸มีเป้าหมาย Net Zero หรือ ESG Rating

🔥ราคา 9,500 บาท รวม VAT

🟢 สอบถามรายละเอียดติดต่อ
[email protected]
065-092-4909

#อบรมมืออาชีพ





#บริษัทวีกรีนเคยูจำกัด

19/05/2026

🟢 คุณพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยว่า สศก. ได้ดำเนิน "โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่" หรือ 🖥️ Big Data ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร

ล่าสุด ได้สำรวจและจัดเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตของข้าวนาปี ปี 2569/70 ในพื้นที่แปลงตัวอย่างจำนวน 40 แปลง สำหรับนำไปพัฒนาแบบจำลอง 🔮 พยากรณ์ผลผลิตข้าวด้วยวิธี Regression Model ต่อยอดจากพื้นที่จังหวัดตัวแทนภาคกลางตอนล่าง ได้แก่ สุพรรณบุรี อ่างทอง ชัยนาท และสิงห์บุรี เพื่อให้ข้อมูลครอบคลุมสภาพแวดล้อมการผลิต พันธุ์ข้าว และช่วงการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน

✨ จุดเด่นของการดำเนินงาน คือ การใช้ข้อมูลหลายแหล่งประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น ✅1 ข้อมูลภาคสนาม ✅2 ภาพถ่ายโดรนความละเอียดสูง และ ✅3 ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของพืชพรรณ

โดยใช้ข้อมูล 📡 ดาวเทียม 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Optical Sensor จากภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 และระบบเรดาร์ช่องเปิดสังเคราะห์ หรือ Synthetic Aperture Radar (SAR) จากภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1 ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดจากการใช้ข้อมูลเพียงแหล่งเดียว โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านเมฆจากการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 เพียงระบบเดียว พร้อมทั้ง เสริมศักยภาพการติดตามพื้นที่เพาะปลูกและการประเมินผลผลิตพืชเศรษฐกิจให้มีความละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

🔎🌾 การสำรวจครอบคลุมช่วงการเจริญเติบโตของข้าว จำนวน 5️⃣ ช่วงอายุ ได้แก่ ช่วงต้นกล้า (Seeding) ช่วงแตกกอ (Tillering) ช่วงตั้งท้อง (Panicle) ช่วงออกรวง (Flowering) และช่วงเก็บเกี่ยว (Harvesting)

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเก็บข้อมูลช่วงต้นกล้า ซึ่งมีการวัดค่าข้อมูลสำคัญ อาทิ ความหนาแน่นของต้นข้าว ความลึกของน้ำ ความสูงของต้นข้าว ค่าพื้นที่ผิวใบ หรือ LAI ปริมาณคลอโรฟิลล์ และค่าการสะท้อนแสงด้วยเครื่อง Spectroradiometer สำหรับงานสำรวจระยะไกล

ข้อมูลที่จัดเก็บได้จะถูกนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับค่าการสะท้อนแสงในช่วง Blue, Green, Red และ Near Infrared ของภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 และวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1 เพื่อจำแนกข้อมูลตามรายพันธุ์ ประเมินค่าผลผลิตต่อไร่ และพัฒนาแบบจำลองการพยากรณ์ผลผลิตข้าวในพื้นที่ต่อไป

👉 ทั้งนี้ คาดว่า 📈 หากผลการวิเคราะห์เบื้องต้นแล้วเสร็จ จะสามารถระบุค่าความแม่นยำของแบบจำลองได้ประมาณร้อยละ 70 และค่าความคลาดเคลื่อนประมาณร้อยละ 30 โดยอาจต้องพิจารณาเงื่อนไขเพิ่มเติมเรื่องการเพาะปลูกในหรือนอกเขตชลประทาน และต้องผ่านการประมวลผลและตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการก่อนนำไปใช้ประกอบการจัดทำสารสนเทศการเกษตรต่อไป

ขณะเดียวกัน สศก. อยู่ระหว่างบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการกับร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และสถาบันวิจัยข้อมูลการบินและอวกาศแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (AIR CAS) เพื่อร่วมพัฒนาแบบจำลองการพยากรณ์ผลผลิตข้าวบนพื้นฐานเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ถึงมากกว่าร้อยละ 80 และพร้อมต่อยอดสู่พืชเศรษฐกิจอื่น ๆ

🗣️ “หัวใจสำคัญของการพยากรณ์ผลผลิตในยุคใหม่ คือ การใช้ข้อมูลหลายมิติให้เห็นภาพการผลิตจริงในพื้นที่มากที่สุด ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้ภาครัฐมองเห็นแนวโน้มผลผลิตข้าวในพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น ทั้งด้านระยะการเจริญเติบโต ความสมบูรณ์ของต้นข้าว และแนวโน้มผลผลิตต่อไร่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนบริหารจัดการผลผลิต การตลาด และมาตรการสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างตรงจุดมากขึ้น” เลขาธิการ สศก. ทิ้งท้าย

➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
📌 ที่มา : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)

18/05/2026

🔵⚪️🔴 DIPROM เดินหน้ายกระดับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป ด้วยกลยุทธ์คาร์บอนต่ำ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน 🔴⚪️🔵

👉 กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
🔥🔥 ประกาศขยายเวลารับสมัครสถานประกอบการ 🔥🔥
🔷 คุณสมบัติที่ต้องการ
🔺เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือ วิสาหกิจขนาดใหญ่ ภาคการผลิตหรือภาคบริการ
🔺อยู่ในเขตพื้นที่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สมุทรปราการ หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพ
🔺เป็น supply chain สาขาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป ตัวอย่างเช่น
🔸 seed
🔸 fertilizer
🔸 food ingredients
🔸 seasoning, oil
🔸packaging
🔸packaging materials

📌 กำหนดการรับสมัครและคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการ รอบที่ 2
🔺 รับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ - 27 พ.ค.
🔺 ประกาศผลการพิจารณาเบื้องต้นเพื่อเข้ารอบสัมภาษณ์ 27 พ.ค.
🔺 สัมภาษณ์ผู้บริหารและทีมงานของสถานประกอบการ 28 พ.ค. เวลา 09.00-12.00 น. (บริษัทละ 10-15 นาที)
🔺 ประกาศผลการคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการ 29 พ.ค.

☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
กฤตชัย 09 9663 8883, [email protected]
หิรัญญา 09 1178 3655




#กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรมกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
#ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป
#บริษัทวีกรีนเคยูจำกัด

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30