DeEgo Embodiment Yoga : ดีอีโก้ โยคะฟังร่างกาย

DeEgo Embodiment Yoga : ดีอีโก้ โยคะฟังร่างกาย

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก DeEgo Embodiment Yoga : ดีอีโก้ โยคะฟังร่างกาย, Bangkok.

🌸 Space Holder
🧘‍♀️ Trauma-Informed Yoga Facilitator
🌿 Nervous System Care & Somatic Experience
✨ Reconnect with Body Wisdom
🇹🇭 Bangkok, Thailand
👉 www.yogadeEgo.com โยคะที่ให้ร่างกายนำทาง
กลับมาอยู่กับความจริงแท้ของตัวเอง

Yoga that lets the body lead you back to your truest self — through gentle movement and embodied presence.

01/05/2026

คุณไม่อาจเปลี่ยนเรื่องราวเดิมได้
ถ้ายังไม่กล้ากลับไปมอง
"บาดแผลที่เคยเกิดขึ้นจริง"

บาดแผลทางใจ (Trauma)
ไม่ได้อยู่แค่ในความคิด
มันไม่ได้หายไปเพียงเพราะ “เข้าใจแล้ว”
แต่มันถูกบันทึกอยู่ในร่างกาย
ในกล้ามเนื้อที่เกร็งโดยไม่รู้ตัว
ในลมหายใจที่ไม่สุด
ในอารมณ์ที่ครั้งหนึ่ง…
เราเคยไม่มีพื้นที่ (Capacity) พอจะรู้สึกมัน

ตอนนั้นร่างกายทำดีที่สุดแล้ว
ด้วยการกด เก็บ ปิดไว้ เพื่อให้เรารอด
แต่สิ่งที่เคยปกป้อง
ตอนนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่กักขังเราไว้
เมื่อเวลาผ่านไป การไม่รู้สึก
การไม่แตะต้อง การไม่หันกลับไปมอง
อาจไม่ใช่การลืม แต่อาจคือการติดอยู่
ตัดขาดจากข้างนอก และข้างในตัวเอง

การช่วยเหลือเยียวยาตัวเอง
ไม่ใช่การเปิดแผลขึ้นมา บังคับตัวเองให้เผชิญหน้า
เพราะเมื่อเรายังไม่พร้อม นั่นไม่ใช่การเยียวยา
แต่คือการทำร้ายตัวเองซ้ำ (Re-traumatization)
แต่การค่อยๆ สร้าง "ความปลอดภัย"
ปลอดภัย… ที่มีทางเลือก
ปลอดภัย… ที่ยังมีอำนาจตัดสินใจ
ปลอดภัย… ที่ขอบเขตของเราถูกเคารพ
ปลอดภัย… ที่ร่างกายไม่ถูกเร่ง ไม่ถูกฝืน
ค่อยๆ ฟังร่างกาย
ไปตามจังหวะที่ระบบประสาทรับไหว
คือการส่งสัญญาณ "ความปลอดภัยใหม่"

เพราะเมื่อร่างกายรับรู้ได้ว่า
ครั้งนี้เรายังเลือกได้
ยังหยุดได้ ยังช้าได้
และยังไม่ถูกทอดทิ้ง
ระบบประสาทจึงค่อยๆ คลายการป้องกัน
และเริ่มเรียนรู้ว่า
เราไม่จำเป็นต้องหนี เอาตัวรอด
หรือปิดตัวเองเหมือนเดิมอีกต่อไป

นี่ไม่ใช่การบังคับให้ย้อนกลับไปเจ็บ
แต่คือการสร้างพื้นที่ใหม่
ที่ปลอดภัยพอสำหรับ
การกลับมาหาตัวเองอีกครั้ง

คุณไม่จำเป็นต้องฝืน
ไม่จำเป็นต้องรีบ
และไม่จำเป็นต้องทำคนเดียว
บางอย่างไม่ได้ต้อง “หาย”
แต่มันสมควรถูก “รับรู้ และปล่อย”
ช้าๆ อย่างอ่อนโยน
และปลอดภัยพอสำหรับจังหวะของคุณ

---
🔎 Trauma-Informed Lens 🧠

ประสบการณ์ที่กระทบใจอย่างรุนแรง
ไม่ได้ถูกเก็บเป็นแค่ “ความทรงจำ”
ในสมองส่วนเหตุผลเท่านั้น
แต่ยังถูกบันทึกผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ
(autonomic nervous system)
กล้ามเนื้อ (muscle) พังผืด (fascia)
อวัยวะ ภายในร่างกายด้วย

เมื่อบางสิ่ง “มากเกินไป เร็วเกินไป
หรือหนักเกินกว่าที่เราจะรับไหว”
ร่างกายอาจเข้าสู่โหมดเอาตัวรอด
เช่น สู้ (fight), หนี (flight),
ชา/นิ่ง (freeze), ยอมจำนน (fawn)
เพื่อปกป้องเราในขณะนั้น

หากประสบการณ์นั้นไม่ได้รับ
การประมวลผลอย่างปลอดภัย
พลังงานการเอาตัวรอดอาจยังค้างอยู่ในร่างกาย
และแสดงออกเป็นอาการ
เช่น ความตึงเรื้อรัง ความวิตกกังวล
การตัดขาดจากความรู้สึก หรือระวังตัวตลอดเวลา ฯลฯ

การฟื้นคืนสมดุลจึงไม่ใช่แค่ “เข้าใจเรื่องราว”
แต่คือการค่อยๆ ช่วยให้ร่างกายเรียนรู้ว่า
"ปัจจุบันปลอดภัยพอ"
ผ่านการรับรู้ร่างกาย (somatic awareness)
การค่อยๆ สัมผัสความรู้สึกทีละน้อย (titration)
และการสร้างทรัพยากรภายใน (resourcing)
ด้วยใจที่อ่อนโยนและเมตตา (self-compassion)
ไม่ผลัก ไม่เร่งตัวเองกลับไปเผชิญบาดแผลเดิม
เกินกว่าที่ระบบประสาทจะรับไหวในขณะนั้น



🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:
____________________________
#โยคะฟังร่างกาย


#เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย
#โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

24/04/2026

❤️‍🩹 Trauma Healing Journey 💗

= แก่นธรรมมะ + พรหมวิหาร 4
= neuroscience + mindfulness + self compassion
= body wisdom + unconditional love
= Yoga Embodiment
= Being 🌸

#โยคะฟังร่างกาย

DeEgo Noted - 24/4/26

ความปลอดภัย คือการอนุญาตให้ตัวเองไม่รู้ Trauma-Informed Yoga 24/04/2026

บางครั้งเราใช้พลังงานเยอะมากไปกับ
การพยายามหาคำตอบว่า "ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้?"
เพราะลึกๆ เราเชื่อว่าถ้าเข้าใจเหตุผล
เราถึงจะควบคุมมันได้และรู้สึกปลอดภัย

แต่ในมิติของร่างกาย...
ความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการมีคำตอบเสมอ
แต่มันเกิดจาก…การที่เราอนุญาตให้ตัวเอง
"อยู่กับความไม่รู้" ได้ โดยที่ระบบประสาท
ไม่ต้องเข้าโหมดสู้หรือหนี (Survival)

ลองหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า
"ตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจ แต่ฉันปลอดภัยดี"

ปล่อยให้ร่างกายได้นำทางบ้าง ไม่รู้บ้าง
แล้วคุณจะค้นพบว่า...
พื้นที่ที่กว้างใหญ่ ปลอดภัย และอิสระที่สุด
คือพื้นที่ที่เรา..ไม่ต้องพยายามควบคุมหรือเป็นอะไรเลย



🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:
____________________________
#โยคะฟังร่างกาย


#เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย
#โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

ความปลอดภัย คือการอนุญาตให้ตัวเองไม่รู้ Trauma-Informed Yoga หากการพยายามหาคำตอบทำให้คุณเหนื่อย ลองกลับมาสร้างความปลอดภัยให้ร่างกายด้วยการ "อยู่กับความไม่รู้" และหย....

24/04/2026

บางครั้งเราใช้พลังงานเยอะมากไปกับ
การพยายามหาคำตอบว่า "ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้?"
เพราะลึกๆ เราเชื่อว่าถ้าเข้าใจเหตุผล
เราถึงจะควบคุมมันได้และรู้สึกปลอดภัย

แต่ในมิติของร่างกาย...
ความปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการมีคำตอบเสมอ
แต่มันเกิดจาก…การที่เราอนุญาตให้ตัวเอง
"อยู่กับความไม่รู้" ได้ โดยที่ระบบประสาท
ไม่ต้องเข้าโหมดสู้หรือหนี (Survival)

ลองหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า
"ตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจ แต่ฉันปลอดภัยดี"

ปล่อยให้ร่างกายได้นำทางบ้าง ไม่รู้บ้าง
แล้วคุณจะค้นพบว่า...
พื้นที่ที่กว้างใหญ่ ปลอดภัย และอิสระที่สุด
คือพื้นที่ที่เรา..ไม่ต้องพยายามควบคุมหรือเป็นอะไรเลย



🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:
____________________________
#โยคะฟังร่างกาย



#เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย
#โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ
#โหมดเอาตัวรอด

11/04/2026

เมื่อร่างกายบอกว่า “พอแล้ว”
#เมื่อฉันฟังร่างกาย

หลายครั้งเราติดอยู่ในวังวนของความ “ต้อง”
- ต้องถูกต้อง
- ต้องคุ้มค่า
- ต้องรักษาสิทธิ์

สมองเรามีเหตุผลมากมาย
ที่จะโน้มน้าวให้เราต่อสู้เพื่อสิ่งที่ “ควรได้”

แต่ในขณะเดียวกัน
ร่างกายกลับ “กลั้นหายใจและเกร็ง” โดยไม่รู้ตัว

ความอึดอัด แน่น ตึง เกร็ง หรือการกลั้นหายใจ
เป็นสัญญาณว่า
"เรากำลังผลักตัวเองเกินขีดจำกัดในตอนนั้น"

ในขณะที่
การถอนหายใจ ความรู้สึกเบาลง
หรือแม้แต่การหาว
คือวิธีที่ร่างกายบอกว่า
“ทางนี้…ปลอดภัยกว่าสำหรับฉัน”

มันไม่จำเป็นต้อง “ดีกว่า”
แต่มัน “ปลอดภัยกว่า”

อาจยังมีความรู้สึกอยู่
อาจยังมีความเสียดายหรือผิดหวัง

แต่ทางนี้
ทำร้ายตัวเองน้อยกว่า

มันไม่ใช่การยอมแพ้
แต่มันคือการเลือก
“ทางที่ฉันยังพอหายใจได้”

และวิธีที่เราฟังร่างกายในเรื่องเล็กๆ
ก็มักเป็นวิธีเดียวกับที่เราใช้
ตัดสินใจเรื่องใหญ่ในชีวิต

วันนี้ชวนสังเกตกันดู
ทางเลือกตรงหน้า…
ทำให้คุณเกร็ง
นิ้วมือค้าง คอตึง ไหล่ยก อกแน่น

หรือทำให้คุณ
หายใจได้ลึกขึ้น โล่งกว่า
หรือถอนหายใจออกมา

การตัดสินใจ เราอาจไม่ต้องเข้าใจทั้งหมดก็ได้
เราอาจแค่เลือกทางที่
ทำให้เรา “หายใจออก” ได้มากกว่า
และสำหรับร่างกาย
แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

---

🔎 Trauma-Informed Lens 🧠

สิ่งที่เรารับรู้ในร่างกาย ไม่ใช่แค่ “ความรู้สึก”
แต่คือการทำงานของระบบประสาท
ภาวะตึง เกร็ง กลั้นหายใจ
อาจเป็นสัญญาณของ fight/flight (ภาวะสู้หรือหนี)

ภาวะโล่ง ถอนหายใจ หาว
มักเกิดเมื่อระบบเริ่มกลับสู่ ความปลอดภัย (regulated state)

ใน Trauma-Informed Yoga (TIY)
เราไม่ได้บังคับให้ตัวเอง “เลือกสิ่งที่ถูกต้องที่สุด”
แต่เรียนรู้ที่จะสังเกตว่า
อะไรทำให้ระบบเราปลอดภัยพอในขณะนั้น

การฟังร่างกาย
คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยกับตัวเอง



🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:
_______________________________
#โยคะฟังร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย
#โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

07/04/2026

”วันนี้พี่ดีดมาก เป็น 60 นาที ที่ขยับร่างกายตลอดเวลาและสนุกมาก 😍“
💁‍♀️ คำพูดของคุณก้อย ผู้ฝึกโยคะวันนี้ค่ะ

คุณก้อยมาฝึกที่ deEgo อาทิตย์ละ 2 วันเพื่อดูแลอาการปวดคอบ่าและหลังจากการทำงานของตัวเอง จนตอนนี้อาการดีขึ้น และเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากเพื่อคลายปวด กลายเป็นอยากแข็งแรง และมีรูปร่างกระชับ และใส่ชุดได้สวยมั่นใจ (และถอยชุดโยคะใหม่มาหลายตัวแล้วด้วย ปังมากคร่าา 🥰)

ก่อนฝึกวันนี้ เราคุยกันว่าอยากฝึกท่าสวยๆ เอารูป เอาวีดีโอไปอวดเพื่อน (ครูขำมาก ชอตนี้ ครูเข้าใจ 🤣) เลยเริ่มฝึกแบบ Flow กัน ช่วงแรกตะกุกตะกักมาก ทั้งเจ็บข้อมือ ทั้งเกร็งคอ ทั้ง งงทิศ ข้อเท้า งอเข่า ผิดขา เรียกว่า ”อ่วมทุกจุด“ แต่ทั้งหมดคือ “ข้อมูล” ที่ร่างกายบอกเราว่า “เรามีความเคยชินแบบนี้” และเรา “ยังไม่รู้” พอเราเริ่ม “สังเกต ฟัง เราจึงรู้” จากนั้น จึงฝึกเพื่อ “เห็น และเลือกฝืนความเคยชินนั้น ผ่านการทำซ้ำๆ อย่างมีสติ”
นั่นคือวิธีการปรับเปลี่ยนนิสัย และการสื่อสารกับร่างกาย

หลังฝึกวันนี้ คุณก้อยบอกว่า เหมือนสมาธิและอยากยืนยันว่าใช่ค่ะ มันคือสมาธิแบบเคลื่อนไหวผ่านการใช้ฐานกาย สำหรับคนที่นั่งนิ่งแล้วอึดอัด ลองทำผ่านการเคลื่อนไหว อาจจะเป็นวิธีที่เหมาะกับเราค่ะ 💗

____________________________

🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

____________________________

#โยคะฟังร่างกาย #หน้าต่างความทนทานของร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

04/04/2026

สิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยจริงๆ
อาจไม่ใช่ trauma
บาดแผลหรือความเจ็บปวด
แต่คือการที่เราต้อง “สู้กับมันตลอดเวลา”
เหมือนร่างกายไม่มีที่พัก
และนั่นทำให้เราอ่อนล้า
มากกว่าตัวบาดแผลเองด้วยซ้ำ

สิ่งที่ชวนสังเกต ไม่ใช่แค่ “สิ่งที่เกิดขึ้น”
แต่คือ "ความสัมพันธ์ของเรากับสิ่งนั้น"

🌸 1. I have trauma
ฉันมีบาดแผล ฉันเจ็บปวด ฉันกำลังเผชิญบางอย่าง

มันไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง
ไม่ใช่เรื่องเล็ก
นี่คือเรื่องสำคัญของฉัน
เริ่มจากการ “เห็น” ว่ามันมีอยู่จริง
ในร่างกายนี้ ในประสบการณ์นี้
โดยไม่ต้องรีบอธิบาย ไม่ต้องพิสูจน์
ไม่ต้องขออนุญาต และไม่ต้องรีบหาย

🌸 2. I don’t like it
ฉันไม่อยากรู้สึกแบบนี้

ฉันไม่ชอบมันเลย
มันอึดอัด มันหนัก
บางทีมันทำให้ฉันอยากหนี
ฉันอาจมีทั้งความโกรธ
ความไม่พอใจ หรือแม้แต่ความเกลียด
นั่นเป็นปฏิกิริยา "ปกติของระบบประสาท"

เราไม่จำเป็นต้อง “โอเคกับทุกอย่าง”
เราไม่จำเป็นต้องบังคับให้ตัวเองยอมรับทันที

ร่างกายคุณไม่ได้ผิดที่มันต่อต้าน
มันแค่พยายามปกป้อง
ในแบบที่มันเคยเรียนรู้มา

🌸 3. It’s part of me. I can live with it.
มันเป็นส่วนนึงของฉัน
ฉันยังอยู่ได้ แม้มันจะยังอยู่

ฉันมีความเจ็บ
ฉันไม่ได้เป็นความเจ็บ
ฉันมีบาดแผล
ฉันไม่ได้เป็นทั้งหมดของบาดแผล
ฉันอาจไม่ได้ชอบมัน
และบางวันฉันก็ยังไม่โอเคกับมันอยู่
และนั่นโอเค
แต่ก็มีบางช่วงเวลา
ที่ฉันเริ่ม “อยู่ข้างๆ มันได้”

โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยน รีบแก้
ไม่ต้องรีบผลักออก
และไม่ต้องหายไปจากตัวเอง

---

บางวัน เราอาจไม่ได้รู้สึกดีขึ้น
แต่เราเริ่ม “อยู่กับมันได้มากขึ้นนิดนึง”

ไม่ต้องรีบแก้
ไม่ต้องรีบเปลี่ยน
ไม่ต้องรีบหาย

แค่มีพื้นที่ที่ ทั้ง “เรา” และ “ความรู้สึกนั้น”
อยู่ร่วมกันได้ โดยที่เราไม่ต้องหายไป

จริงๆ แล้วการเยียวยา
อาจไม่ได้หมายถึงการที่ trauma
บาดแผล ความเจ็บปวด
ความเจ็บป่วย หรือเรื่องทุกข์ใจต่างๆ หายไป
แต่มันคือช่วงเวลาที่ เราเลิกต่อต้าน
และไม่ต้องสู้กับมันตลอดเวลาอีกแล้ว

เมื่อร่างกายได้ประสบการณ์ว่า
ถึงจะไม่แก้ไข หรือเลิกต่อต้าน
แล้วฉันยังปลอดภัย
ตรงนั้นเอง คือจุดที่บางอย่างค่อยๆ คลาย
ไม่ได้ต้องพยายามหายใจลึก
แต่มันโล่งเองจากภายใน
ไหล่ค่อยๆ วางลง
ริมฝีปาก กราม หว่างคิ้ว ผ่อนคลาย
มีพื้นที่ว่างเล็กๆ เกิดขึ้น
พอให้พัก โดยไม่ต้องดิ้นรน
สภาวะนั้นเกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะพยายามมากขึ้น
แต่เพราะเริ่มไม่ต้องพยายามตลอดเวลา

---

🔎 Trauma-Informed Lens 🧠

ความเจ็บมีอยู่จริง
ฉันไม่จำเป็นต้องชอบมัน
แต่เราอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ฉันไม่หายไป

กระบวนการนี้ ไม่ใช่แค่ mindset
แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบประสาท

🌿 Self-Awareness (การรับรู้ตัวเอง)
= การเริ่ม “เห็น” สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเรา ทั้งความรู้สึก ความคิด และความรู้สึกในร่างกาย

ไม่ใช่การวิเคราะห์
แต่คือการเริ่มรู้ว่า
“ตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นในฉัน”

เป็นจุดที่เราหยุดหนี
และเริ่มหันกลับมาอยู่กับตัวเอง

🌿 Self-Validation (การยืนยันความรู้สึกของตัวเอง)
= การอนุญาตให้สิ่งที่เรารู้สึก “มีอยู่ได้”

โดยไม่ต้องตัดสิน
ไม่ต้องรีบบอกว่ามันมากไป น้อยไป หรือไม่ควรมี

มันค่อยๆ ลดเสียงข้างในที่บอกว่า
“ฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้”

และทำให้ระบบประสาทเริ่มรู้ว่า
“สิ่งที่ฉันเป็น…ไม่ผิด”

🌿 Self-Acceptance (การยอมรับตัวเอง)
= ไม่ใช่การชอบทุกอย่างในตัวเอง

แต่คือการที่
เรายังอยู่กับตัวเองได้
แม้ในวันที่ยังมีความเจ็บอยู่

ไม่ต้องผลักออก
ไม่ต้องรีบเปลี่ยน
และไม่ต้องหายไปจากตัวเอง

เป็นช่วงที่ระบบประสาทเริ่มเรียนรู้ว่า
“ฉันอยู่กับสิ่งนี้ได้…และฉันยังปลอดภัยพอ”



🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:
_______________________________
#โยคะฟังร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย
#โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

23/03/2026

🌿 เรียนรู้ "หน้าต่างความทนทานของร่างกาย" (Window of Tolerance): รู้จักร่างกายและอารมณ์ผ่าน Trauma-Informed Lens

แนวคิดที่สำคัญในการเข้าใจตัวเองและ
ฝึกโยคะแบบ Trauma-Informed Yoga (TIY)
หรือ "โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ"
คือ "Window of Tolerance"

💟 Window of Tolerance คืออะไร?
ร่างกายและระบบประสาทของเรามี "หน้าต่าง"
แห่งความสบายใจและปลอดภัยอยู่
มันคือช่วงที่ร่างกายและอารมณ์ของเราอยู่ในจุดที่สมดุล
เรียกว่า "Optimal Arousal" (โซนสีเขียว)


🍃 โซนสีเขียว (สมดุล)
ในโซนนี้ เราจะรู้สึกได้ทุกอารมณ์ เราจะทั้งดีใจ เสียใจ โกรธ หรือเหงา
(เหมือนกราฟชีวิตหัวใจ) แต่สิ่งสำคัญคือ เรารู้สึกว่าเรา "จัดการ" ได้
เรายังเชื่อมต่อกับตัวเองและสิ่งรอบตัวได้

🔥 โซนสีแดง (Hyperarousal - รู้สึกมากเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "พุ่งพล่าน"
- รู้สึกมากเกินไป: กังวล คิดวน, กลัว, โกรธจัด
- ร่างกายตื่นตัวสูง: หัวใจเต้นเร็ว, เหงื่อออก, เกร็ง, หายใจสั้น
- โหมดเอาตัวรอด: Fight/Flight (สู้ วิ่งหนี)

❄️ โซนสีฟ้า (Hypoarousal - รู้สึกน้อยเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "ปิดสวิตช์"
- รู้สึกน้อยเกินไป: ชา, ไร้ความรู้สึก, ตัดขาด (Dissociation)
- ร่างกายปิดตัว: รู้สึกหมดแรง, อ่อนเพลีย, ไม่มีแรงใจทำอะไร
- โหมด: Freeze (นิ่ง แช่แข็ง แกล้งตาย)

🧘‍♀️ เรียนรู้เพื่อ “ขยาย” หน้าต่างความทนทาน
ใน DeEgo Trauma-Informed Yoga
เราไม่ได้ฝึกเพียงเพื่อความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่น
แต่เราฝึกเพื่อ “ฟังร่างกาย”
และสังเกตว่า…ตอนนี้เรากำลังอยู่ในโซนไหน?
ไม่ใช่เพื่อแก้ แต่เพื่อเริ่มเข้าใจ
และอยู่กับมันได้อย่างเหมาะสม
เพราะหลายครั้ง ความคิดมันไวมาก
และพาเราออกจากสิ่งที่ร่างกายกำลังรู้สึก
เราเลยเลือกกลับมา..เริ่มที่ร่างกาย

การฝึกแบบ TIY
ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อ “บังคับ” ให้สงบ
แต่คือการสร้าง “พื้นที่ที่ปลอดภัยพอ”
ให้ร่างกายได้ค่อยๆ เรียนรู้ว่า
มันสามารถอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
และการอยู่ได้..ทีละนิด..นี่แหละ
ที่ "ขยาย" หน้าต่างความทนทานของเรา
ไม่ใช่เพราะเราฝืนตัวเองเก่งขึ้น
แต่เพราะปลอดภัยพอ…ที่จะอยู่ได้มากขึ้น

_______________________________

🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

_______________________________

#โยคะฟังร่างกาย #หน้าต่างความทนทานของร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

23/03/2026

🌿 เรียนรู้ "หน้าต่างความทนทานของร่างกาย" (Window of Tolerance): รู้จักร่างกายและอารมณ์ผ่าน Trauma-Informed Lens

แนวคิดที่สำคัญในการเข้าใจตัวเองและ
ฝึกโยคะแบบ Trauma-Informed Yoga (TIY)
หรือ "โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ"
คือ "Window of Tolerance"

💟 Window of Tolerance คืออะไร?
ร่างกายและระบบประสาทของเรามี "หน้าต่าง"
แห่งความสบายใจและปลอดภัยอยู่
มันคือช่วงที่ร่างกายและอารมณ์ของเราอยู่ในจุดที่สมดุล
เรียกว่า "Optimal Arousal" (โซนสีเขียว)


🍃 โซนสีเขียว (สมดุล)
ในโซนนี้ เราจะรู้สึกได้ทุกอารมณ์ เราจะทั้งดีใจ เสียใจ โกรธ หรือเหงา
(เหมือนกราฟชีวิตหัวใจ) แต่สิ่งสำคัญคือ เรารู้สึกว่าเรา "จัดการ" ได้
เรายังเชื่อมต่อกับตัวเองและสิ่งรอบตัวได้

❎ ความเข้าใจผิด
คนมักคิดว่าสมดุล = ไม่โกรธ ไม่เศร้า
หรือสมดุล = มีความสุขตลอด
ความจริงคือ สมดุล = ดูแล จัดการ รับมือได้

การ "หลุด" ออกจากหน้าต่าง
คือเมื่อมีเหตุการณ์ สิ่งเร้าที่กระตุ้น
สร้างความเครียดหรือความกดดันสูง
ร่างกายและระบบประสาทของเราอาจ
"หลุด" จากหน้าต่างความทนทานได้ 2 ทาง


🔥 โซนสีแดง (Hyperarousal - รู้สึกมากเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "พุ่งพล่าน"
- รู้สึกมากเกินไป: กังวล คิดวน, กลัว, โกรธจัด
- ร่างกายตื่นตัวสูง: หัวใจเต้นเร็ว, เหงื่อออก, เกร็ง, หายใจสั้น
- โหมดเอาตัวรอด: Fight/Flight (สู้ วิ่งหนี)

❎ความเข้าใจผิด
คนมักมองว่าคนในสภาวะนี้
"คิดมาก อ่อนแอ หรือก้าวร้าว"
แต่ความจริงคือ "ความพยายามในการเอาตัวรอด"
ของร่างกายและระบบประสาทเพื่อความปลอดภัย

ร่างกายแต่ละคนมี "จุดเปราะบาง" ที่แตกต่างกัน
จากประสบการณ์ การเติบโต และบาดแผลในวัยเด็ก
ในเรื่องของร่างกาย "ไม่มีคำว่าอ่อนแอ"
มีแต่ข้อมูลและร่องรอยของการพยายามมีชีวิตรอด


❄️ โซนสีฟ้า (Hypoarousal - รู้สึกน้อยเกิน)
นี่คือภาวะที่ระบบประสาท "ปิดสวิตช์"
- รู้สึกน้อยเกินไป: ชา, ไร้ความรู้สึก, ตัดขาด (Dissociation)
- ร่างกายปิดตัว: รู้สึกหมดแรง, อ่อนเพลีย, ไม่มีแรงใจทำอะไร
- โหมด: Freeze (นิ่ง แช่แข็ง แกล้งตาย)

❎ความเข้าใจผิด
คนมักมองว่าคนในภาวะนี้
"เงียบ นิ่ง แปลว่า สงบ"
หรือ "ไม่ยอมทำอะไร เหมือนขี้เกียจ"
แต่จริงๆ แล้วร่างกายและระบบประสาท
กำลังพยายามปกป้องตัวเองจากภัยคุกคาม
หรืออาการบาดเจ็บที่มากเกินไป


🧘‍♀️ เรียนรู้เพื่อ “ขยาย” หน้าต่างความทนทาน
ใน DeEgo Trauma-Informed Yoga
เราไม่ได้ฝึกเพียงเพื่อความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่น
แต่เราฝึกเพื่อ “ฟังร่างกาย”
และสังเกตว่า…ตอนนี้เรากำลังอยู่ในโซนไหน?
ไม่ใช่เพื่อแก้ แต่เพื่อเริ่มเข้าใจ
และอยู่กับมันได้อย่างเหมาะสม
เพราะหลายครั้ง ความคิดมันไวมาก
และพาเราออกจากสิ่งที่ร่างกายกำลังรู้สึก
เราเลยเลือกกลับมา..เริ่มที่ร่างกาย

การฝึกแบบ TIY
ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อ “บังคับ” ให้สงบ
แต่คือการสร้าง “พื้นที่ที่ปลอดภัยพอ”
ให้ร่างกายได้ค่อยๆ เรียนรู้ว่า
มันสามารถอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
และการอยู่ได้..ทีละนิด..นี่แหละ
ที่ "ขยาย" หน้าต่างความทนทานของเรา
ไม่ใช่เพราะเราฝืนตัวเองเก่งขึ้น
แต่เพราะปลอดภัยพอ…ที่จะอยู่ได้มากขึ้น

_______________________________

🌸 DeEgo Embodiment Yoga: โยคะฟังร่างกาย
พื้นที่เรียนรู้การอยู่กับร่างกายอย่างปลอดภัย
และค่อยๆ กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง
ผ่านแนวทาง Trauma-Informed Yoga
โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ

🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

_______________________________

#โยคะฟังร่างกาย #หน้าต่างความทนทานของร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะที่เข้าใจระบบประสาทและบาดแผลทางใจ #โหมดเอาตัวรอด

20/03/2026

TIY (Trauma-Informed Yoga) คืออะไร?

TIY ไม่ใช่โยคะอีกแบบ
แต่มันคือ “วิธีสอน” ที่เข้าใจระบบประสาท

บางครั้งปัญหาไม่ใช่เราไม่รู้
แต่คือ “ร่างกายรับไม่ไหว”

TIY ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น
แต่มันค่อยๆ พาเรากลับมาอยู่ในร่างกายตัวเอง

อ่านต่อในบทความ

https://yogadeego.com/index.php/2026/03/18/trauma-informed-yoga-tiy/


💚 DeEgo โยคะฟังร่างกาย
✨ Healing through Body Wisdom
🌐 www.yogadeeego.com
🌈 Line OA:

---------------------------

#โยคะฟังร่างกาย #เยียวยาบาดแผลใจผ่านร่างกาย #โยคะอ่อนโยนเพื่อร่างกายและระบบประสาท #โหมดเอาตัวรอด

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ที่อยู่

Bangkok
10250