Vattanatum Klin

Vattanatum Klin

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Vattanatum Klin, ที่ปรึกษาด้านการศึกษา, Bangkok.

Scenting the Tapestry of Life : เราไม่ได้มองแค่ความหอม แต่เรามองหา 'ความหมาย' ที่ซ่อนอยู่ในมวลอากาศ ค้นพบการเดินทางของกลิ่นหอมที่ถักทอเข้ากับวิถีชีวิต ศิลปะ และความเป็นเรา เพราะทุกกลิ่นมีเรื่องราว และทุกเรื่องราวคือส่วนหนึ่งของผืนผ้าแห่งชีวิต

13/12/2025

เมื่อคุณเริ่มใช้น้ำหอมกลิ่นใหม่ กลิ่นนั้นมักจะติดตัวคุณไปทุกที่และคุณมักจะได้กลิ่นมันอยู่ตลอดเวลา แต่จู่ๆ คุณกลับไม่ได้กลิ่นมันอีกเลย

คำถามคือ "ทำไมฉันถึงไม่ได้กลิ่นน้ำหอมของตัวเอง?" นี่เป็นเรื่องปกติมาก และพวกเราส่วนใหญ่น่าจะเคยสงสัยกันมาบ้างแล้ว ซึ่งคำตอบนั้นไม่เกี่ยวกับจมูกของคุณหรือความเข้มข้นของน้ำหอมแต่อย่างใด

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากกับการใช้ชีวิตท่ามกลางการระบาดใหญ่และโควิด-19 เราอาจคุ้นชินว่าหนึ่งในอาการและผลข้างเคียงที่เป็นไปได้ของไวรัสคือการสูญเสียการรับกลิ่น แต่ไม่ต้องตกใจไป การไม่ได้กลิ่นน้ำหอมของตัวเองนั้น โดยปกติแล้วเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองของสมองเราเท่านั้น

ประสาทสัมผัสเรื่องการดมกลิ่นยังคงมีความลึกลับในบางแง่มุมและอาจซับซ้อนในบางครั้ง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อคุณเริ่มไม่ได้กลิ่นน้ำหอมของตัวเอง คุณจึงเริ่มฉีดพรมน้ำหอมในปริมาณที่มากขึ้น โดยหวังว่าจะได้กลิ่นมันอีกครั้ง คุณถึงขั้นถามคนอื่นว่า "ได้กลิ่นน้ำหอมฉันไหม?" ซึ่งโดยปกติคำตอบคือ "ได้กลิ่น" ดังนั้น... ปัญหาอยู่ที่ตรงไหน? เป็นไปได้มากที่สุดว่าจมูกของคุณเพียงแค่ "ชิน" กับกลิ่นนั้นไปแล้ว

ความพิเศษของประสาทรับกลิ่นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน้าที่ดั้งเดิมของมันในการแจ้งเตือนอันตราย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในโลกของสัตว์ป่า นั่นคือเหตุผลที่สมองของเราทึกทักเอาว่ากลิ่นที่เราได้รับเป็นประจำนั้นเป็น "กลิ่นของเราเอง" เพื่อความอยู่รอด เช่นเดียวกับกลิ่นบ้านของเราเอง เราซึมซับกลิ่นเหล่านั้นเพื่อให้สามารถตรวจจับได้เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราได้กลิ่นควันไฟหรืออาหารเน่าเสียได้อย่างง่ายดาย

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เราจึงมักจะคุ้นชินกับน้ำหอมที่เราใช้บ่อยๆ แม้ว่าจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือข้อมูลกลิ่นมากมายรอบตัวเรา เช่น บนท้องถนนหรือในรถไฟใต้ดิน สมองของเราทำให้เรารู้สึกราวกับว่ากลิ่นเหล่านั้นหายไป ทั้งที่โมเลกุลของกลิ่นยังคงอยู่ ผ่านกลไกที่คัดกรองเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น

เมื่อไหร่ที่คุณจะเริ่มไม่ได้กลิ่นของตัวเอง? เป็นเรื่องยากที่จะระบุแน่ชัด และขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลรวมถึงปริมาณน้ำหอมที่ใช้ วิธีที่ดีในการปรับความเข้าใจกับจมูกของคุณและเริ่มกลับมาได้กลิ่นหอมที่คุณรักอีกครั้ง คือการ "พัก" สักหน่อย

ลองเริ่มใช้น้ำหอมกลิ่นอื่นๆ ดูบ้าง สนุกไปกับมัน ลองค้นหา หรือฝึกการฉีดน้ำหอมผสมกัน (Layering) แล้วคุณจะกลับมาได้กลิ่นน้ำหอมของคุณอีกครั้ง

09/12/2025

คุณเคยเห็นขวดน้ำหอมขวดยักษ์แล้วรู้สึกทึ่งกับปริมาณน้ำหอมข้างในไหม? ถ้าเป็นน้ำหอมรุ่น Shalimar ขวดใหญ่ขนาดนี้ คงใช้ได้นานหลายชั่วอายุคนเลยทีเดียว! แต่ความจริงแล้ว ขวดไซส์ยักษ์อลังการพวกนั้น ข้างในก็น่าจะเป็นแค่ "น้ำผสมสี" เท่านั้นแหละ

ขวดเหล่านี้เรียกว่า "Factice" (แฟคทิซ) หรือขวด "Dummy" (ตัวโชว์) ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อใช้ตั้งโชว์ในร้านค้าโดยเฉพาะ มีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ไซส์จิ๋วไปจนถึงไซส์ใหญ่กว่าของจริงมากๆ ที่เรียกว่า "Giant Factice" โดยขวดรุ่นเก่าๆ มักทำจากแก้วหรือคริสตัล ในขณะที่รุ่นใหม่ๆ บางรุ่นอาจทำจากพลาสติกหรืออะคริลิก

ดังนั้น หากคุณเป็นนักสะสมที่ให้ความสำคัญว่าจะต้องได้น้ำหอมของจริง (Real juice) อย่าลืมตรวจสอบที่ก้นขวดก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะที่ฐานขวดอาจมีการกัดกรดหรือสลักคำว่า "dummy", "factice" หรือตัวอักษร "D" ฝังลงในเนื้อแก้วเอาไว้

Photos from Vattanatum Klin 's post 08/12/2025

ขวดน้ำหอมอันวิจิตรบรรจงนี้รังสรรค์ขึ้นโดย เรอเน ลาลีค (René Lalique) ปรมาจารย์นักออกแบบแก้วชาวฝรั่งเศส

เพื่อบรรจุน้ำหอมกลิ่น "Trésor de la Mer" วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1936 ตัวขวดทำจากแก้วโอปอล (opalescent glass) ที่สะท้อนเล่นล้อกับแสงในเฉดสีอันนุ่มนวล สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลาลีค และความมุ่งมั่นของเขาในการเปลี่ยนของใช้ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ การออกแบบของขวดนี้ถ่ายทอดความสง่างามและความประณีตของมัณฑนศิลป์ฝรั่งเศสในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ลาลีคมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านการนำแก้วมาใช้สร้างสรรค์ผลงานด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างลึกซึ้ง ผิวสัมผัสที่เหลือบมุกของขวดใบนี้ก่อให้เกิดประกายระยิบระยับที่ดูงดงามราวกับความฝัน ช่วยขับเน้นภาพลักษณ์ของน้ำหอมที่บรรจุอยู่ภายในให้น่าหลงใหลยิ่งขึ้น

ผลงานสร้างสรรค์เช่นนี้แสดงให้เห็นว่าลาลีคผสมผสานความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเข้ากับวิสัยทัศน์ทางสุนทรียศาสตร์ได้อย่างลงตัว เพื่อยกระดับของใช้ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่ควรค่าแก่การสะสม

ในปัจจุบัน ขวดน้ำหอม "Trésor de la Mer" ยังคงเป็นตัวอย่างผลงานศิลปะของลาลีคที่ได้รับการยกย่อง เหล่านักสะสมและนักประวัติศาสตร์ต่างให้คุณค่ากับผลงานชิ้นนี้ ไม่เพียงเพราะความงดงาม แต่ยังรวมถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในวิวัฒนาการของบรรจุภัณฑ์น้ำหอมอีกด้วย อันเป็นเครื่องยืนยันถึงมรดกอันทรงคุณค่าของนักออกแบบ ผู้มีส่วนกำหนดทิศทางของทั้งวงการศิลปะและความหรูหราในฝรั่งเศสและกว้างไกลไปทั่วโลก

06/12/2025

เตรียมพบกับ พจนานุกรมคนรักน้ำหอม หรือ Dictionnaire amoureux du parfum เร็วๆนี้

#วัฒนธรรมกลิ่น

02/08/2024

Pleasir - Paris

ฆานวิวรณ์ : วิจารณ์กลิ่น
(ฆาน อ่านว่า คา-นะ เป็นภาษาบาลี แปลว่า จมูก)

Pleasir - Paris น้ำหอมตัวใหม่ของบ้าน Sirodom Parfum ที่พึ่งชนะรางวัล The​ Aesthetics​ of Scent​ Award 2024 ในสาขา​ Fashionable fragrance​ award จากสมาคมสุคนธกรไทย หากคุณจำได้ SIRODOM PARFUM เป็นที่กล่าวถึงจากการ นำคุณ ทัดดาว นึกแจ้ง นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย มาเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ ในผลงานชุดแรก “LOVE” ทั้ง 6 กลิ่นเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน โดยผลงาน Collection “LOVE” ที่มีแรงบันดาลใจมาจากความรักในหลายๆรูปแบบอันประกอบด้วย

1.Love Actually รักด้วยหัวใจ, 2. Love Addict คนคลั่งรัก, 3. Love Yourself ความรักตัวเอง​, 4. Love Attraction พลังแห่งการดึงดูด​, 5. Love Reflection รักคือการให้, 6. Love​ Infinity​ ไม่หยุดรัก​ Love ทั้ง 6 กลิ่น มีความปรานีต Linear เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน มีบุคคลิกตรงไปตรงมา และตรงตามชื่อกลิ่นที่ทางแบรนด์อยากจะเล่าเรื่อง

กาลเวลาผ่านไป ความรักก็เติบโตขึ้น เป็นการมอบความรัก และนำเสนอตัวตนของแบรนด์ได้ชัดเจนขึ้น mature ขึ้น ซับซ้อนและนุ่มลึกขึ้น ผ่าน Collection ใหม่ “Boundaryless love collection” ที่นำเสนอออกมาเป็น 3 กลิ่น ที่มี Storytelling ผ่านสถานที่ที่มีความทรงจำกับคนรัก ผ่าน 3 เมืองท่องเที่ยวสำคัญของยุโรป คือ กรุงโรม มหานครปารีส และ พระนครลอนดอน ด้วยกลิ่น Ti Amo - Roma, Pleasir - Paris, Adore - London แน่นอนว่า DNA ของแบรนด์ยังคงอยู่ชัด ที่สำคัญ ทั้งสามกลิ่นใหม่ เป็น Extrait De Parfum เป็นคราสน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงที่สุด ซึ่งถือว่าอาจหาญมาก สำหรับแบรนด์ที่มีอายุไม่ถึง 10 ปี ที่ทำน้ำหอมคราสระดับนี้ออกมาท้าทายตลาดน้ำหอมไทย ซึ่งทั้งสามกลิ่นทำได้ดี อย่างเข้าใจ Charactoristic ของ Extrait De Parfum จริง มิใช่เป็นการตลาดอย่างที่หลายแบรนด์ทำ (อย่างเข้าใจผิดๆ)

แต่อะไรละ ที่ทำให้ Pleasir - Paris “สุขสมในปารีส” กลิ่นที่อ่อนที่สุด ใน Collection นี้ ที่ทางแบรนด์กล้าส่งประกวด แต่สามารถคว้ารางวัลที่ 1 กลับมาประดับฝาผนังบ้านได้ เราลองมาพินิจไปด้วยกันครับ

แรกสุด ขอชื่นชมในความกล้าของคุณแพร ที่ฝังอยู่ใน กลิ่น Pleasir - Paris จากการเริ่มกลิ่นเปิดออกมาด้วย โน็ตพริกไทยชมพู pink pepper ที่ถ้าดมตื้นๆคงจะพาให้นึกถึง Vibe ของน้ำหอมตัวดังตัวหนึ่ง แต่ก็นั้นแหละ ถ้าดมตื้นๆผ่านๆไม่ลึกซึ้งนะ เหมือนมีกลิ่นลูกแพร ที่ใครนำโน็ตนี้ไปใช้ก็จะโดนเปรียบกับ โจ มาโลน เสมอ แต่ หากได้ดมดีๆ กลิ่นเผ็ดของพริกไทยชมพูนั้นไม่ได้สร้างความแหลมแยงจมูกและพาให้แห้งคอเลย เพราะมี Citrus นุ่มๆอย่าง เลมอน Lemon และ ส้มแมนดาริน Mandarin มาอุ้มชู ทำให้ได้พริกไทยฉ่ำๆและสวย

การเชื่อมโยงของกลิ่นชุดนี้ เสมือนช่วยปรับความรู้สึก จูนการรับรู้ทางกลิ่น ให้รอเปิดรับสัมผัสใหม่ๆที่กำลังตามมา combination ของ Top Note ชุดนี้ อาจจะไม่ซื้อใจผู้ที่ดมผ่านกระดาษเทสเตอร์ได้ดีนัก แต่ถ้าได้ลงผิว จะสัมผัสได้ถึงการฟุ้งกระจายลอยสมขึ้นมาเป็น ออร่าเรืองอยู่รอบตัว สมคราส ค่าตัวความเป็น Extrait De Parfum ซึ่งก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ให้ความหฤหรรษ์ และเพลิดเพลิน Joyfully เหมือนเวลาที่เราเจอหน้าคนรัก ในวินาทีแรกที่พบกันได้อย่าน่าประหลาด

เมื่อพริกไทยชมพู ลอยเลื่อน ไปตกบนกลีบดอกส้ม Neroli ความหอมหวานอมเปรี้ยวก็ชูเด่นขึ้นมา เป็น Neroli Chaplet มงกุฎดอกส้มที่ร้อยพวงเข้าด้วยกันกับมะลิวัลย์ Jasminum grandiflorum ถักเข้ากับ ก้านสน Pine สดๆ โดยมีใบกระวาน Bayleaf คอยอุ้มชูเชื่อมกลิ่นให้ Floral Note ชุดนี้อยู่ ชัดงามเด่น

จะสังเกตุว่า ตั้งแต่ Top Note มาจนถึง Middle Note คุณแพร สุคนธกร จะมีกลิ่นหลัก Main Note และ กลิ่นเชื่อม Connecting Note ไว้ด้วยกัน ซึ่งทำได้ดี พอเหมาะพอเจาะ Blend ได้ละมุนละม่อม ทำให้ กลิ่นค่อยๆฟุ้งขึ้น ในลักษณะไต่ระดับจาก Top Note อ่อนๆ ลอยยกเป็น Middle Note ที่เข้มคมชัด แต่ยังคงโปร่งสบายจมูก เพราะสามารถคุมพยศของ มะลิวัลย์ ให้บางเป็นผ้าไหมซาตินเนื้อดี ไม่หนักอึ่งแบบมะลิวัลย์อื่นๆ

ดังคนรักพบกัน เดินจูงมือกัน ปล่อยเวลาเดินไล้เคียงคู่กัน อ้อยอิ่งกันในสวนสวยธรรมดาๆใต้หอไอเฟส ความสนุกตรงจุดนี้คือ การหยิบกลิ่นสน Pine สดๆ มาร้อยเรียงเรื่องราวของความเป็นปารีเซียง Parisien ซึ่งมีดอกส้ม Neroli เป็นกลิ่นที่มหานครแห่งนี้ไม่เคยขาด อย่างเข้าจิตเข้าใจ

ท้ายสุด ความพิเศษย่อมสวยงามเสมอเมื่อยืนอยู่บนความสามัญ การใช้ Base Note ด้วยความเข้าใจว่าจะเด่นงามได้ นั้นต้องการผู้ที่เหมาะสมมาประคับประคองจนพาถึงฝั่งฝัน การเลือก ไม้สนซีดาร์ Cedarwood แอมเบอร์ Amber และ วนิลา Vanilla มาโอบอุ้มความละเอียดอ่อนของ ดอกส้มและมะลิวัลย์ เสมือนเป็นอ้อมอกของคนรัก ที่ดื่มด่ำบรรยากาศ ด้วยความปิติสุข ได้พอดี ลอยลื่วไปด้วยกันได้อย่างไม่ขวนเขิน เมื่อถึงจุดนี้ ก็ไร้คำบรรยายใดๆ อีกต่อไป เพราะ Storytelling สมบูรณ์ผสานกันดีเข้ากับกลิ่นที่นำเสนอ จึงไม่แปลกใจเลยที่เป็นกลิ่นที่กรรมการมากคุณวุฒิหลงไหลอย่างเป็นเอกฉันท์

Pleasir - Paris เป็นน้ำหอมที่ใช้ง่าย เข้าถึงง่าย สามารถนำมาฉีดได้ทุกสถานะการณ์ ตั้งแต่อยู่บ้าน ไปจนถึงงานกาลาดินเนอร์ หรือแม้แต่งานพระราชพิธี กลิ่นจะออกไปทางผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายก็สามารถใช้ได้ เพราะ ความ Floral อ่อนๆ แต่ดึงยาวเกิน 6 ชม. สำหรับผมที่ผิวติดกลิ่น อาบน้ำแล้วกลิ่นยังติดแบบ skin scent จางๆ ยิ่งบนเสื้อผ้าคือ มากกว่า 24 ชั่วโมง สมฐานะ Extrait De Parfum ที่มุ่งจบเป็น Skin Scent มากกว่าฟุ้งเฉิดฉาย เป็นนางละคร เป็นกลิ่นที่ใครได้กลิ่นก็ต้องบอกว่าหอม

#เพราะน้ำหอมคือวัฒนธรรม

Photo Credit : Soulscape : Very Kind Perfumery

01/08/2024

8 เทรนด์ในตลาดน้ำหอมผู้หญิง 2025

********************************

1. กลิ่นที่ทำให้รู้สึกดี Feel Good Scents

กลิ่นที่ตรงตามชื่อ เวลาใช้แล้วคุณจะรู้สึกดี และรู้จักตัวเอง และรู้จักกลิ่นว่า คุณใช้กลิ่นอะไรอยู่ จะมองเป็นนัยว่า เป็นกลิ่นที่มี Note ใด Note หนึ่งชัดเจน เพราะทุกวันนี้ ผู้บริโภคต้องการมีความรู้สึกดีๆและต้องการให้กลิ่นที่ใช้ นำเสนอสิ่งนั้นอย่างตรงไปตรงมา กลิ่นที่สื่อถึงนี้ จะต้องให้ความรู้สึกมั่นใจเมื่ออยู่บนผิวของตัวเองให้รู้สึกสบายตัว สบายใจ ปลอดภัยเหมือนสวมเสื้อสเวตเตอร์ที่นุ่มสบาย กลิ่นที่ว่านี้จะต้องกระตุ้นอารมณ์เชิงบวกและเปลี่ยนอารมณ์ของคุณให้รู้สึกสนุกสนานและมีความสุขมากขึ้น

********************************
2. กลิ่นของความสุข Scents that Delight

(และนั่นช่วยให้คุณหลีกหนีออกไปได้) ผู้บริโภคหลังสถานการณ์โควิดต้องการดื่มด่ำกับสิ่งที่น่าพึงพอใจและเพลิดเพลิน และนี่คือจุดที่กลิ่นวานิลลา vanilla กลิ่นเหล้า boozy และกลิ่นกูร์มองด์ gourmand ช่วยเพิ่มความรู้สึก เสพติดกลิ่นหอม ให้คุณดื่นด่ำช่วงเวลาดีๆตลอดการใช้

********************************

3. กลิ่นวู้ดดี้ยังคงเป็นพี่ใหญ่เสมอ A Big Woods Scent

น้ำหอมกลิ่น Woody มอบทางเลือกที่ลงตัวและหรูหรา ใช้ได้ทุกฤดู กลิ่นที่ประกอบด้วยโน๊ตของเนื้อไม้นานาชนิด เช่น ไม้ซีดาร์ cedar ไม้จันทน์ sandalwood หญ้าแฝก vetiver หรือแม้แต่ แพทชูลี่ patchouli จะทำให้เราเห็นการจับคู่ที่น่าสนใจ และถือกำเนิดของบางสิ่งที่แปลกใหม่แต่ยังคงคุ้นเคยเสมอ กลิ่นประเภทนี้ยังผลักดันแนวคิดเรื่องน้ำหอมตามเพศ ทำให้น้ำหอมมีความ 'เพศ genderful' ที่ชัดเจน

********************************

4. ซิตรัส Citrus Notes

กลิ่นซิตรัสเป็นที่นิยมเสมอ โดยเฉพาะในฤดูร้อน เพราะให้ความรู้สึกสดชื่นสดใส น้ำหอมซิตรัสที่ดี มักประกอบด้วยโน๊ตของเลมอน lemon มะนาว lime ส้ม orange เกรปฟรุต grapefruit และ มะกรูด bergamot เป็นโน๊ตหลัก แน่นอนว่า การมี ซิตรัสคือการเพิ่มความสดชื่นให้น้ำหอมที่ดี อันเป็นคุณสมบัติและองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

********************************

5. Watery Notes

วอเธอรี่โน็ต ทำให้น้ำหอมขวดนั้น มีกลิ่นที่รู้สึกสดชื่นและความสะอาด และให้ความรู้สึกสดชื่นยาวนานไปจนกว่าจะบรรจบกับช่วงเวลาที่น้ำหอมกลิ่นนั้น Dry Down ลงแล้ว ทำให้เหมาะสำหรับช่วงอากาศร้อนๆ และแต่งกายลำลอง สบายๆ

********************************

6. โน็ตเขียว Green Notes

Green Notes ยังเป็นคนกลางในการถ่ายทอดธรรมชาติที่เข้าใจง่ายที่สุด การมีกลิ่นที่สดชื่น ของกิ่งก้านใบที่พึ่งแตกตาผลิใบอ่อนใหม่ๆ ให้สัมผัสอย่างกลิ่น เอิร์ธโทน และมีเนื้อมีหนัง textural ที่จับต้องได้ แพทชูลี่ Patchouli และหญ้าแฝก Vetiver สามารถสื่อสารความเขียวแต่มีเนื้อสัมผัสที่ชัดเจน อาจจะเพิ่ม ผลไม้ Fruity และสมุนไพร herbal เข้าไปก็จะช่วยสื่อสารความเป็นธรรมชาติได้แบบ ปลุกการรับรู้ Awaken ให้กับผู้ดม

********************************

7. ดอกไม้ที่ไม่ตะโกน Silent Florals

การมีกลิ่น ดอกไม้ Floral ที่ให้กลิ่นตามธรรมชาติและมีองค์ประกอบตรงตามสิ่งที่มันควรจะให้กลิ่น ทว่ามีข้อจำกัดมากมาย ดอกไม้บางดอกเราไม่สามารถสกัดกลิ่นหอมของมันออกมาได้ อยาก มูเก็ท Muget การ์ดีเนีย Gardenia วิสทีเรีย Wisteria ไลแล็ค Lilac แดฟโฟดิล Daffodil และไฮยาซินธ์ hyacinth หรือที่เรียกว่าเฟลอร์ มูเอตต์ fleurs muette ในภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า ดอกไม้ที่ไม่ส่งกลิ่น กล่าวคือ ถ้าจะนำมันมาเป็นน้ำหอม ก็มีแต่หนทางที่จะต้องสร้างผ่านการใช้สารสังเคาระห์ เพื่อให้ได้โน้ตที่เหมาะสมในการสร้างสรรค์กลิ่นในน้ำหอม และผู้คนเองก็มักจะตื่นเต้นเสมอเวลาที่น้ำหอมขวดนั้นมีกลิ่นของดอกไม้ที่เหมือนจะอยู่เงียบๆให้คอยคำนึงหา

********************************

8. ผลไม้ชั้นสูง Elevated Fruits

เราจะยังคงเห็นการใช้ผลไม้หลากสีสันและกลิ่นหอมหวานในน้ำหอมต่อไป แต่จะถูกนำเสนอผ่านการผสมผสานที่หรูหราและลักชูรี่มากขึ้น ซึ่งจะพาผู้ดมขึ้นไปสู่อีกระดับหนึ่งของมิติแห่งกลิ่น และมอบความน่าดึงดูดพิเศษในแบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง

17/07/2024

กลิ่นหอมเพื่อการปลุกเร้า The scent of intimacy
แปลจาก : The scent of intimacy - Wikiparfum

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา มนุษย์เรามี การใช้น้ำหอม perfuming เพื่อเติมเต็มความสุข มากกว่าใช้ เพื่อกิจวัตรด้านสุขอนามัย จนการฉีดน้ำหอมเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันไปในที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตัวคุณและคนรอบข้างมีกลิ่นหอม
แม้ว่าการใช้น้ำหอม perfuming จะทำให้เรารู้สึกสบายและปลอดภัยและที่น่าพึงพอใจ แต่การใช้น้ำหอมเพื่อความสุขสมนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ นอกจาก สุคนธบำบัด aromatherapy แล้ว เชื่อหรือไม่ว่าการมีกลิ่นหอมรายล้อมรอบตัวคุณ มันสามารถทำให้จิตใจคุณหลุดเปลื้องจากภารกิจต่างๆได้อย่างคาดไม่ถึง เพราะ ถูกรายล้อมไปด้วยความสุข pleasure และดื่มด่ำ immerse ตัวตนของคุณกับกลิ่นหอมรัญจวนใจ

หลายคนอาจจุรู้ความหมายหรือไม่เคยรู้จักคำว่า Bo***ir มาก่อน Bo***ir เป็นคำในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า "ห้องแต่งตัวของผู้หญิง" แต่คำนี้เป็นมากกว่าการสื่อถึง เฟอร์นิเจอร์หรือพื้นที่ แต่สื่อความถึง ช่วงเวลาแห่งการหลีกหนี ด้วยความสุขและการผ่อนคลาย เป็นพื้นที่ส่วนตัว Private Space ที่ให้คุณหยุดพักและทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัว อาจเป็นช่วงเวลาแห่งการดูแลเอาใจใส่กันและกัน อาจเป็นห้วงเวลาที่คุณทุ่มเทเพื่อให้กันและกัน เพื่อสร้างบรรยากาศและโอกาสพิเศษหรือ จังหวะเวลาที่คุณแบ่งปันกับคู่รักของคุณในทันที

ณ ห้วงเวลานั้น กลิ่นหอม จะเป็นสิ่งแรกที่คุณควรนึกถึง และไม่ใช่แค่กลิ่นหอมที่คุณจะใช้หลังเสร็จสิ้นกิจ แต่มันคือกลิ่นที่ที่จะอยู่เคียงข้างติดตัวคุณไปตลอดกิจกรรม รู้หรือไม่ว่า คุณสามารถเพลิดเพลินกับตัวเองไปกับช่วงเวลานั้นได้อย่างไรบ้าง?

1. โหมโรง Prelude
พยายามหรี่ไฟในห้องเพื่อทำให้บรรยากาศดูเรียบง่าย ถ้าไม่สามารถปรับได้ คุณอาจจะใช้เสื้อผ้าคลุมแสงไฟหรือปรับไปใช้เทียนไข สร้างช่วงเวลาแห่งความใกล้ชิดด้วยกลิ่นหอมจากเทียนหอม

2. ณ จังหวะหฤหรรษ์ The moment
หากเกิดขึ้นในห้องน้ำ ถ้ามีอ่างอาบน้ำ เทน้ำมันหอมและผสมสบู่กลิ่นหอมในน้ำอาบ สร้างความผ่อนคลายและเพลิดเพลิน คุณสามารถใช้เกลืออาบน้ำหรือลูกบอลเกลือที่มีกลิ่นหอม เลือกกลิ่นที่อบอุ่น หากไม่มีอ่างอาบน้ำ คุณสามารถเพลิดเพลินกับการอาบน้ำที่มีอุณหภูมิเหมาะสมและแรงดันน้ำที่พอเหมาะ ปล่อยให้น้ำสัมผัสไหลผ่านผิวของคุณ และเพลิดเพลินกับการนวดลูปไล้ด้วยโฟมเจลอาบน้ำไปทั่วกาย

3. ตอนจบ The end
เมื่อเสร็จแล้ว เช็ดผิวให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่ให้สัมผัสที่ละเอียดอ่อน หรือเพียงแค่สวมเสื้อคลุมแล้วนวดผิวด้วยโลชั่นบำรุงผิวหรือน้ำมัน สูดกลิ่นหอมอันละเอียดอ่อนขณะที่ผิวของคุณแห้ง คุณสามารถปิดท้ายกิจกรรมนี้ด้วยน้ำหอมที่คุณชื่นชอบ

TIPS : เคล็ดลับในการสัมผัสประสบการณ์ที่นุ่มนวลและละเอียดอ่อน: หากน้ำหอมที่คุณใส่เป็นประจำมีกลิ่นเข้มข้น ลองปรับไปใช้น้ำหอมที่นุ่มนวลลง ในช่วงทำกิจ กลิ่นหอมควรที่จะฟุ้งกระจายทั่วห้อง หากกลิ่นรุนแรงเกินไปจะให้ประสบการณ์จะไม่ดีนัก ดังนั้นคุณต้องลองและเลือกใช้น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ให้ดีก่อน ด้วยวิธีนี้คุณจะเพลิดเพลินไปกับช่วงหรรษากับตัวเองได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่า ควรทำมันให้ห้องส่วนตัว

12/07/2024

มารยาทในการใช้น้ำหอมในงานศพ

งานศพ เป็นการบอกลา และเป็นเวลาแห่งการใคร่ครวญและรำลึก และทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญและอาจมีที่มาอันเจ็บปวด การเลือกใช้น้ำหอมก็ด้วยเช่นกัน แม้ว่าการกล่าวอำลาอาจดูเหมือนเป็นการรำลึกเพียงเรื่องราวเล็กน้อยท่ามกลางเนื้อหาที่หนักอึ้งของการกล่าวคำอำลา แต่กลิ่นหอมที่ละเอียดอ่อนสามารถส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อบรรยากาศในพิธีศพได้ ดังนั้น การตัดสินใจที่ละเอียดอ่อนนี้จึงต้องอาศัยความสมดุลที่รอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าการแสดงความเคารพของเรานั้น ให้ความเคารพและคำนึงถึงผู้อื่น

Subtlety & Low Sillage กลิ่นอ่อนๆและไม่ฟุ้งกระจาย

เป็นที่ยอมรับกันว่า น้ำหอม ที่ควรใส่ไปงานศพ มีแนวโน้มไปทางกลิ่นอ่อน ธรรมชาติ เป็นกลิ่นดอกไม้ ในไทยเราอาจจะแนะนำให้เป็นกลิ่นออกไปทางดอกไม้ขาว White flower ที่ไม่แรงมาก โดยเฉพาะในงานศพแล้วน้ำหอมไม่ควรบ่งบอกถึงการมาถึงของใคร แต่ควรทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มให้เกียรติผู้วายชนม์ ด้วยการให้ภาพที่สงบเรียบง่าย อย่างให้การเคารพ การเลือกใช้กลิ่นอ่อนๆ โดยสเปย์ก่อนไปงาน 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าน้ำหอมจะกลมกลืนกับบุคลิกของคุณอย่างนุ่มนวล วิธีการนี้ช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของกลิ่นที่จะฉีดไปปะทะ กับกลิ่นที่ประกฎในพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงจะไม่ไปแย่งความสนใจ ของผู้คนที่มารำลึกถึงชีวิตของผู้จากไป

การเลือกน้ำหอม อย่างแรกความพิจารณาโทนกลิ่นที่ตัวเองชอบ ก่อนจะไปพิจารณาที่ การฟุ้งกระจาย ควรเป็นน้ำหอมที่สร้างออร่าส่วนตัว เป็น Skin Scene ไม่จำเป็นต้องกระจายตัวไปไกล แต่เพื่อให้ยังสามารถรักษาความมั่นใจว่ากลิ่นที่สวมใส่ Full Wear นี้ยังให้ความส่วนตัวมากกว่าที่จะมุ่งให้เป็นที่สนใจของสาธารณชน ดังที่กล่าวไป ผู้ชายอาจจะใช้กลิ่นวู้ดดี้ Woody หรือผู้หญิงจะเป็นกลุ่ม ดอกไม้สีขาว White Flower เนื่องจากสามารถถ่ายทอดความลึกและความสงบโดยไม่กวนประสาทสัมผัส กลิ่นเหล่านี้ควรเป็นกลิ่นออร์แกนิก Soliflore (กลิ่นเด่นเป็นกลิ่นเดียวและชัด) ไปทางไม่ซับซ้อน เพราะจะได้ไม่รบกวนบรรยากาศที่กระทบสภาพจิตใจ

หลีกเลี่ยงการสเปย์ที่มากเกินไป

นอกจากนี้ การคำนึงถึงความสบายใจและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ร่วมไว้อาลัยเป็นสิ่งสำคัญแล้ว สำหรับบางคน กลิ่นฉุนๆ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้หรือไมเกรน ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายโดยไม่จำเป็นในวันที่มีอารมณ์แปรปรวน ด้วยเหตุนี้ เราจึงอาจพิจารณาเว้นการใช้น้ำหอมไปเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากงานจัดในพื้นที่จำกัดซึ่งโอกาศที่ การระบายอากาศจะไม่ดีแล้ว การผสมผสานของกลิ่นในอากาศ เช่น กลิ่นดอกไม้สด กลิ่นธูปเทียน หรือแม้แต่กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ในงาน ซึ่งหากมีการผสมผสานกันของกลิ่นที่มาก จะยิ่งทำให้บรรยากาศของงานไม่เป็นไปในทางที่ดี

ทางเลือกที่ดีที่สุดหากจำเป็นต้องฉีดน้ำหอมเพื่อความมั่นใจ คือ สเปย์แต่น้อย และในจุดที่สวมเสื้อผ้าทับได้ ไม่ควรฉีดที่เครื่องนุ่งห่ม หรือหากไม่แน่ใจ ให้เสปย์ที่หลังมือก็เพียงพอแล้ว เพราะวิธีนี้จะสามารถจัดการปัญหาเรื่องกลิ่นที่มากเกินพอดีได้ เพราะคุณสามารถเดินไปล้างได้ที่ห้องน้ำ

#เพราะน้ำหอมคือวัฒนธรรม

12/07/2024

6 Trends น้ำหอมที่กำลังมาในปี 2025 (ตอนที่6 จบ)
*********************************

6. กลิ่นกูร์มองด์ ผสมผสานความหวานและความพิถีพิถัน

น้ำหอมกลิ่นกูร์มองด์ Gourmands กลิ่นหอมที่กระตุ้นความอยากได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นมายาวนาน และกลิ่นแนวนี้ยังคงได้รับการปรับปรุงให้ซับซ้อนแตกต่างกันในทุกๆปี เชื่อหรือไม่ว่าความสนใจในการค้นหา "น้ำหอมกูร์มองด์" เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเพราะโทนกลิ่นนี้ มุ่งเน้นไปที่ความคิดถึงและความสะดวกสบาย

นอกจากนี้ยังให้กลิ่นที่ละเอียดอ่อนโยน โดยมักจะมีกลิ่นของมัสค์ เครื่องเทศอุ่นๆ และ วานิลลา เป็นกลิ่นหลัก ความง่ายๆและใช้ได้ทุกโอกาศนี้เอง ที่ ทำให้ กูร์มองด์ ยังคงอยู่ในกระแสที่ได้รับความนิยม

12/07/2024

จริยธรรมของสุคนธกร (ตอนที่5.)
8 หลักการพื้นฐานทางด้านจริยธรรมของสุคนธกร
*************************************

หลักการที่ 4 Anti-Fog อย่าบิดเบือนอำพรางข้อเท็จจริง

สุคนธกร ต้องมุ่งมั่นในการให้ข้อมูล คำอธิบายน้ำหอมของตน ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถสื่อความหมายได้อย่างแท้จริง รวมถึงต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องกลิ่น บนความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น บ่อยครั้งที่เราอาจจะเห็น ผลงานที่เล่าเรื่องกลิ่นของหลากหลายแบรนด์ ที่มีการให้ข้อมูลความเข้าใจ เรื่องกลิ่นที่ไม่ถูกต้อง ยึดติดการอธิบาย โน็ต ตามที่ปรากฏใน website Fragrantica มากเกินไป โดยหลงลืมไปว่า การให้ข้อมูลกลิ่นใน Fragrantica นั้นเป็นการเปิดให้สมาชิกทำการ in put ข้อมูลเข้าไปเท่านั้น หากสุคนธกร ไม่มีความเข้าใจเรื่องกลิ่น และคุณสมบัติการระเหย ที่ถูกต้อง การไล่เรียงบรรยาย โน็ตกลิ่นก็จะแสดงความผิดพลาดได้โดยง่าย จนบ่อยครั้งที่เราเห็นสุคนธกรไทยให้ข้อมูลน้ำหอมของตนด้วยการเอา กลิ่นที่มีคุณสมบัติเป็น Middle Note ไปอธิบายให้เป็น Top Note แทนอย่างน่าประหลาดใจ และนั้นจะทำให้ความน่าเชื่อถือของสุคนธกรท่านนั้นในวงการ ตกต่ำลง

การเป็นผู้มีความรู้และเข้าใจเรื่องกลิ่นอย่างถูกต้อง เป็นคุณสมบัติที่พึงมีของการประกอบวิชาชีพสุคนธกร

*************************************
หลักการที่ 5 ตัวอย่าง

เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะ หากเกิดขึ้นมากๆสามารถทำลายวิชาชีพได้ นั้นคือ การผลิตตัวอย่าง Sample สุคนธกรควรพึ่งระลึกเสมอว่า การปรุงน้ำหอม ต้องไม่ใช่การทดลอง การผลิตตัวอย่าง Tester ขวดเล็กๆ เพื่อรับฟัง ความสนใจของผู้บริโภค ก่อนทำการผลิตจริง หรือ ที่เรียกว่า การ PreOrder ให้ผู้บริโภคซื้อขวด Vial ขวดทดลอง ไปเพื่อรอคำสั่งซื้อขวดจริง จึงค่อยทำการผลิต การข้ามหรือลัดขั้นตอนนี้ จะทำให้การปฎิบัติวิชาชีพไม่เป็นไปตามที่ควรเป็นและภาคภูมิ เพราะน้ำหอม ที่ออกมาแบบมาจริงๆ จะไม่มีวันถือกำเนิดได้ เพราะ ไม่มีปริมาณการสั่งซื้อ

*************************************
หลักการที่ 6: Disclosure การเปิดเผยข้อมูล Samples

เนื่องจาก น้ำหอม เป็นสารเคมี ที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ในการออกแบบน้ำหอม สุคนธกร ต้องต้องให้ความสำคัญ กับสัดส่วนและองค์ประกอบ การเปิดเผยข้อมูลจำเป็น บางส่วนก็มีความจำเป็น โดยเฉพาะ สารเคมีที่มีการควบคุมปริมาณการใช้ สุคนธกร จึ่งจะต้องทำการศึกษารายละเอียดต่างๆให้ดีอย่างถี่ถ้วน และ ปฎิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด เพราะผลกระทบกับสุขภาพ ไม่ได้มีเฉพาะที่เกิดขึ้นเตือนให้ทราบอย่างรวดเร็ว อย่างอาการแพ้สารเคมี แต่ยังมีผลกระทบระยะยาว อย่าง มะเร็งและการเป็นหมันของระบบสืบพันธ์ การออกแบบด้วยการ Overdose จึงเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง สุคนธกรที่ดีนอกจากจะต้องสนใจเรื่องกลิ่นแล้ว ยังจะต้องใส่ใจถึงผลข้างเคียงหรือผลที่จะเกิดขึ้นตามมาเสมอ

การเปิดเผยข้อมูลของสารเคมีที่มีการควบคุมให้ผู้บริโภคทราบ จึงเป็นแนวทางที่ไม่ควรหลีกเลี่ยง และควรเปิดเผยด้วยความจริงใจเสมอ และควรทำจนเป็นปกติวิสัย ตัวอย่างเช่น การทิงเจอร์ชะมดเช็ด น้ำหอมที่มีส่วนประกอบของสารหอมที่ใช้วิธีสกัดด้วยการทิงเจอร์

สุคนธกรจะต้องทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติและสรรพคุณทางยาของวัตถุดิบนั้นด้วย เพราะ ทิงเจอร์ชะมดเช็ด หากไม่ได้ทำการบ่มให้ดี มากกว่า 3 เดือนขึ้น ความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธ์จะยังคงอยู่ หากผู้บริโภคไม่ทราบ และสุคนธกรทำการปกปิด ทั้งด้วยความจงใจหรือไม่รู้ ภัยที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพผู้ใช้ก็จะสามารถเกิดตามมาได้ อาทิ สามารถทำให้เกิดการแท้งบุตร หรือ ความผิดปกติในรอบเดือนของสตรี สุคนธกรจึงควรระมัดระวัง และ เปิดเผยข้อมูลที่ตรงไปตรงมาให้ผู้บริโภคทราบเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้สารเคมีที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้

*************************************
หลักการที่ 7: Reporting การแจ้งเหตุ

สุคนธกรที่ดี คือผู้ที่กล้า ยอมรับ เปิดเผยความผิดพลาด และ นำข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น พัฒนาไปสู่การเรียนรู้ ทั้งของตนเอง และ เพื่อ วงการสุคนธกร การบอกเล่าประสบการณ์ แชร์ Share และแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากการทำงาน จากการสังเกตุ เป็นข้อมูลจากการปฎิบัติจริงที่มีคุณค่า และ ยังสามารถช่วยเหลือไม่ให้เกิดความผิดพลาดอื่นเกิดขึ้นทั้งจาก สุคนธกรท่านอื่น หรือ ที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค อย่าลืมว่า น้ำหอม เป็นสารเคมี ที่สามารถส่งผลกระทบต่อ สุขภาพทางร่างกายและจิตใจ

แต่การแจ้งเหตุ เอง สำคัญที่สุดคือ ก็ต้องยืนอยู่บน หลักฐานแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่ การคิดไปเองโดยมิได้ตรวจสอบ เพราะสามารถเป็นการใส่ร้ายได้ ตัวอย่างเช่น โดยปกติ สุคนธกร จะใช้ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ จากหลากหลายแหล่งที่มา หรือ ซัพพลายเออร์ เมื่อเกิดปัญหา สุคนธกรจะต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อนที่จะทำการ รายงานปัญหา หรือแจ้งเหตุเตือนกัน เมื่อได้ข้อสรุปจากการตรวจสอบ จะต้องแจ้งกลับให้ซัพพลายเออร์นั้นๆทราบ เป็นการเปิดเผย ส่วนซัพพลายเออร์ นั้นจะทำการปรับปรุงหรือไม่ก็ตาม สุคนธกรจะต้องยุติ ไม่นำไปโพนทะนาเพื่อให้เกิดความเกลียดชัง ยิงถ้ามิได้ทำการตรวจสอบด้วยแล้ว จะทำให้เป็นการใช้อคติส่วนตน ไปกระทำการดิสเครดิต Discredit ผู้อื่น

*************************************
หลักการที่ 8: Clean Slate มาเริ่มต้นกันใหม่ด้วยกัน

เป็นหลักการเพื่อเป้าหมายร่วมกันในอนาคต การล้างไพ่ หรือ Clean Slate เริ่มต้นกันด้วยหลักปฎิบัติพื้นฐานที่เข้าใจและเต็มใจปฎิบัติ ไม่มีการกล่าวโทษอดีตที่ผ่านมาของกันและกัน เมื่อตั้งใจที่จะปฎิบัติวิชาชีพแล้ว ก็ควรจะนับหนึ่งกันใหม่ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แนะนำและตักเตือนกันด้วยเหตุผล

11/07/2024

จริยธรรมของสุคนธกร (ตอนที่ 4)
8 หลักการพื้นฐานทางด้านจริยธรรมของสุคนธกร

*************************************

หลักการที่ 3 การเคารพ

ทุกอาชีพยอมมีเกียรติมีศักดิ์ศรี สุคนธกรเองก็มีเช่นกัน ไม่ว่าจะออกแบบกลิ่นเพื่อจำหน่ายในแบรนด์ของตนเอง หรือ ได้รับการว่าจ้างให้ออกแบบกลิ่นจากแบรนด์อื่น การยึดถือปฎิบัติในมาตรฐานการทำงาน รักษาสัจจะ ซื่อสัตย์ ปฎิบัติงานด้วยความสุจริต และรับผิดชอบ เคารพตัวเองเท่าๆกับเคารพคนอื่น ไม่เป็นผู้อิจฉาริษยา ในผลงานและความสามารถคนอื่น ไปจนถึงเคารพในการทำงานหนัก ของผู้ผลิต เกษตรกรผู้เพาะปลูกไม้หอม ทุกงานและสาขาอาชีพ ที่สุคนธกรจะไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

แม้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำการควบคุมศีลธรรมในตัวมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เป็นเรื่องปกติที่ความสามารถ ของสุคนธกร จะมีไม่เท่ากัน ตามพื้นความรู้ และ ประสบการณ์ เมื่อมีการต้องเลือกให้ทำงาน แน่นอนว่า สุคนธกร ที่มีวุฒิการศึกษา มีผลงานที่เป็นที่รู้จัก มีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ จะได้รับการเชิญให้เข้าร่วมงาน สุคนธกร ที่ไม่ได้รับเลือก ต้องไม่น้อยใจหรือเสียใจแล้วหยุดพัฒนาตัวเอง ควรศึกษาและเปรียบเทียบเพื่อหาจุดบกพร่อง หรือจุดที่ทำให้ ได้รับการนอมรับ ซึ่งเท่ากับว่า สุคนธกรผู้นี้ เป็นผู้เคารพตนเองและผู้อื่น และคิดพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ในทางกลับกัน หากสุคนธกร คนนั้น เอาแต่คิดไม่ดี กล่าวโทษคนอื่นด้วยสาเหตุที่ไม่มีเหตุผล จับจด ไม่คิดหาจุดบกพร่องของตัวเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่น ก็จะมีแต่ปัญหา ซึ่งผู้ร่วมงาน สามารถพิจารณาได้โดยง่ายว่า ทำไมสุคนธกรผู้นี้ ไม่เคยทำงานได้ดี เพราะไปที่ไหน ร่วมงานกับใครก็เอาแต่ทะเลาะและมีปัญหาไม่รู้จักหยุดหย่อน ตรงนี้ สามารถตอบได้โดยง่ายว่า เพราะ สุคนธกร ผู้นี้นอกจากจะไม่เคารพตัวเอง แล้วยังไม่เคารพผู้อื่น ดังสุภาษิต สุนัขมองเงากระดูกในน้ำ ซึ่งในวงการสุคนธกรหรือวิชาชีพอื่น ก็มักพบบุคคลได้ ไม่ยากนัก

การมีจริยธรรมเรื่อง การเคารพ จะช่วยให้ การทำงานวิชาชีพราบรื่น และกันปัญหาต่างๆที่จะตามมาได้โดยไม่ยาก และสามารถผลิตผลงานที่ภาคภูมิใจได้ ไม่ว่าจะทำอะไร

#จริยธรรมทำให้วัฒนธรรมมีคุณค่า

11/07/2024

6 Trends น้ำหอมที่กำลังมาในปี 2025 (ตอนที่ 5)

*********************************

5. กลิ่นหอมที่ติดทนนานจะเข้าสู่โหมด Beast สัตว์ร้าย
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ผู้บริโภคต้องการให้น้ำหอมของตนติดทนนานตลอดทั้งวันทั้งคืน แน่นอนว่าเพราะปัจจัยเรื่องความคงทนยังคงเป็นประเด็นที่ผู้บริโภค สนใจอยู่เสมอและตลอดไป

การเน้นความทนทานและความคุ้มค่า

ความทนทานและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้บริโภคเนื่องจากค่าครองชีพนับวันมีแต่จะสูงขึ้น เนื่องจากน้ำหอม ไม่ได้ถูกจัดให้เป็นสินค้า 'ที่มีความจำเป็น' (จำเป็นมากสำหรับ ชาวตัวหอม) ผู้บริโภคจึงอาจต้องการเหตุผลโน้มน้าวใจบ้าง จึงจะลงทุนเสียเงิน ในน้ำหอมและกลิ่นต่างๆ อย่างไรก็ตาม มูลค่าไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับราคาขั้นต่ำเสมอไป และคุณค่ายังสามารถเกี่ยวข้องกับผลที่ได้รับในระยะยาวรวมถึง การใช้งานที่ ตัวผลิตภัณฑ์ อาจจะเพิ่มเป็นลักษณะมัลติฟังก์ชั่นได้อีกด้วย

ผู้ใช้น้ำหอมในสหรัฐฯ 39% จะซื้อผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่พวกเขาไม่ได้ดมด้วยตนเองหากน้ำหอมนั้นติดทนนาน แบรนด์น้ำหอมในอเมริกา มักอ้างอายุของแบรนด์เพื่อความน่าเชื่อถือและคุ้มค่าเงินที่จ่าย หรือ การตั้งราคาที่แพง พร้อมๆกับการเล่าองค์ประกอบที่เข้มข้น ผู้บริโภคสามารถใช้ได้ในบริมาณน้อยๆ ก็ยังคงคุ้มค่า

และนั้นเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ ทำให้ น้ำหอมกลุ่ม Beast กำลังเป็นกระแสที่มีความน่าสนใจในปี 2025
มาทำความเข้าใจ น้ำหอมกลุ่ม Beast Mode ว่าคืออะไร

กลิ่น Beast Mode คืออะไร?

‘กลิ่นของสัตว์ร้าย Beast Mode’ ไม่ได้หมายถึงกลิ่นที่มีความเป็น animalic หรือ สาปสางอย่างสัตว์ แต่ คือกลิ่นที่มีความเข้มข้น และชัด โดยส่งผลกระทบต่อการสัมผัสกลิ่นจากคนรอบข้างค่อนข้างสูง จนดูทรงพลังเป็นพิเศษ รวมถึง ติดทนนานเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า อาจจะได้รับคำวิจารณ์ทั้งทางดีและไม่ดีมากมาย และดูเหมือนว่า จะมีผู้บริโภคหน้าใหม่ กว่า 15% ของกลุ่ม Gen Z ในอังกฤษ สนใจกลิ่นที่จัดจ้านเป็นพิเศษ

ดังนั้น เทรนด์ในปี 2025 มีความเป็นไปได้ว่า น้ำหอมที่ให้กลิ่นหนักและเข้ม จะตอบโจทย์ผู้บริโภค ในยุคเศรษฐกิจฝืด ได้เป็นอย่างดี เพราะกลิ่นเข้มๆ หนัก ทำให้ ใช้ได้น้อยสเปย์ ดูคุณค่ากับเงินที่จ่ายซื้อมา

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ที่อยู่

Bangkok