เศรษฐศาสตร์ x ปัญญาประดิษฐ์ by Voraprapa

เศรษฐศาสตร์ x ปัญญาประดิษฐ์ by Voraprapa

แชร์

เศรษฐศาสตร์ × ปัญญาประดิษฐ์

AI ผ่านเลนส์นักเศรษฐศาสตร์
เมื่อเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยน
ธุรกิจ องค์กร และระบบเศรษฐกิจ

โดย รศ.ดร.วรประภา นาควัชระ

Photos from NEXUS - Network for Executive Xceleration & Unbounded Scale's post 05/05/2026
21/04/2026

วันสุดท้ายของ Class ดิฉันไม่ได้สอนเรื่อง AI แต่สอนเรื่อง "คน"

****

ดิฉันมีโอกาสได้สอนวิชา
Digital and Innovative Economy

ซึ่งเป็นวิชาที่ออกแบบขึ้นเองตั้งแต่วันแรก
ที่เข้ามาอยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ

****

ถึงวันนี้... ผ่านมา 10 ปีแล้วค่ะ

****

แน่นอนว่าปีนี้ เราโฟกัสเรื่อง AI ค่อนข้างมาก และ Class สุดท้ายของเทอม นิสิตแต่ละกลุ่มออกมา Present งานโปรเจกต์กลุ่มที่สร้าง Demo/MVP ด้วย Vibe Coding

****

สิ่งที่น่าตื่นเต้นของ Vibe Coding คือ การเปิดประตูให้คนที่ไม่ได้เรียนสายคอมพิวเตอร์ สามารถ “ลงมือทำ” ได้จริง

****

ก่อนปิด Class ดิฉันได้ฝาก 3 ข้อคิดไว้ให้

****

1) จงหาทางเป็น “Complement" ของ AI อยู่เสมอ

ทุกคน ทุกบริษัท ทุกองค์กร กำลังนำ AI ไปใช้งาน
คำถามที่ควรคิดคือ แล้ว AI ต้องใช้คู่กับอะไร...

วิชาเศรษฐศาสตร์มี Concept ของคำว่า
สินค้าที่ใช้คู่กัน (Complementary Goods) กับ สินค้าที่ใช้แทนกัน (Substitute Goods)

ตัวอย่างของสินค้าที่ใช้คู่กัน เช่น
กระเพราไก่ กับ ไข่ดาว / ยาสีฟัน กับ แปรงสีฟัน

ตัวอย่างของสินค้าที่ใช้แทนกัน เช่น
ข้าวสวย กับ ก๋วยเตี๋ยว / กระดาษทิชชู่ กับ ผ้าเช็ดหน้า

ถ้าเราเป็น “Substitute" กับ AI
แปลว่า ถ้าบริษัท Deploy AI เราต้องไปทันที

ถ้าเราเป็น “Complement" กับ AI
แปลว่า ถ้าบริษัท Deploy AI ยิ่งต้องขาดเราไม่ได้

คนยุคนี้ต้องหาจุดแข็งของตัวเองให้เจอ และหาทางเป็น Complement กับ AI ในรูปแบบของตัวเอง

****

2. จงมีวิธี “ตรวจสอบ” AI อย่างชาญฉลาด

โปรเจกต์ ที่นำเสนอในวันนี้

นิสิตสามารถใช้ AI สร้าง Financial Model
และ สร้าง User Interface

ที่ออกมาแล้ว "ดูดีมาก"

แต่เมื่อถามว่า "ข้างในมันทำงานยังไง?"
หรือ "มั่นใจได้อย่างไรว่ามันถูก?"

คำตอบมักไม่ชัด
และนี่คือความเสี่ยงที่สำคัญมาก

เราเลยคุยกันว่า จะตรวจสอบ AI อย่างไร เช่น
- แยกงานออกเป็น module ย่อยๆ แล้วตรวจทีละส่วน
- ใช้ AI อีกตัวช่วย verify

และคงยังมีวิธีอื่นอีกมากมาย
ที่ยังต้องค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ หาให้เจอ

สิ่งที่ดิฉันย้ำคือ มหาวิทยาลัยคือ “Sandbox" ผิดแล้วยังแก้ได้ ไม่มีความเสียหายมาก

แต่ในโลกจริง Output ที่ผิด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม อาจหมายถึงการสูญเสียงาน หรือหนักกว่านั้น ติดคุกได้เลย

****

3. ความขาดแคลน (Scarcity) คือแรงผลักของ Innovation

ระหว่างการนำเสนอ มีนิสิตหลายกลุ่มบอกว่า เครื่องมือบางอย่างแพง เลยไม่ใช้ ข้อมูลบางอย่างต้องจ่ายเงิน เลยไปหาแหล่งอื่นแทน

ฟังดูเหมือนข้อเสียเปรียบ...
แต่ดิฉันมองต่างออกไป

ในโลกจริงไม่มีใครมีทรัพยากรไม่จำกัด และเราต้องแข่งกับคนที่มีทรัพยากรมากกว่าเสมอ

ข้อจำกัดอาจจะไม่ใช่อุปสรรค แต่มันบังคับให้เราคิดเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น

ตัวอย่างที่ชัดมากคือ DeepSeek -- บริษัท AI จากจีนที่ถูกตัดการเข้าถึง GPU รุ่นใหม่ จากนโยบายของสหรัฐฯ

แทนที่จะยอมแพ้ พวกเขาหาวิธีที่ใหม่ที่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า จนสามารถพัฒนาโมเดล AI ที่แข่งขันได้กับ OpenAI ในราคาที่ถูกกว่ามาก

ข้อจำกัด ไม่ได้หยุดพวกเขา — มันบังคับให้พวกเขาคิดใหม่

****

10 ปีที่สอนวิชานี้ สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดสำหรับดิฉันไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความเร็วที่นิสิตสามารถเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้าง output ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้

เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกปี แต่สิ่งที่ดิฉันสอนในวันสุดท้ายของทุก class ไม่เคยเปลี่ยน

ไม่ใช่เรื่อง AI — แต่เป็นเรื่องคน

คนที่ "คิดเป็น" "ตั้งคำถามเป็น" และ "ปรับตัวเป็น" ยังคงจะเป็นคนที่โลกต้องการอยู่เสมอ

—————————

เศรษฐศาสตร์ × ปัญญาประดิษฐ์ by Voraprapa
เข้าใจ AI ในเชิงเศรษฐศาสตร์ — เพื่อตัดสินใจในโลกที่กำลังเปลี่ยน

—————————

21/04/2026

ก้าวสู่ new era ของการ promote หลักสูตร PhD 😂😍
VDO created by one of our PhD students using AI 🤩👍🏻

Photos from Ph.D. Economics Chula's post 20/04/2026

สมัคร ป.เอก มีทุนเรียนฟรีนะคะ

13/04/2026

Happy Songkran 2026 😍🤩🎉💐🌸❤️🥰

10/04/2026

🚀 เมื่อ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือ “ความได้เปรียบ” ขององค์กร
คำถามคือ…คุณใช้ AI “ทัน” คู่แข่งหรือยัง?

NEXUS AI ขอชวนคุณมาถอดบทเรียนจริงจากผู้นำในอุตสาหกรรมว่าใช้ AI เพื่อ ‘ตัดสินใจ’ และ ‘ขยายผล’ ทั้งองค์กรได้อย่างไร ใน Session “Industry Talks”

เจาะลึกว่าองค์กรชั้นนำใช้ AI เพื่อ “ชนะ” ได้อย่างไร
✅ เชื่อม AI กับ Data เพื่อการตัดสินใจที่เร็วกว่า
✅ ขยาย AI จากจุดเล็ก สู่ทั้งองค์กร
✅ เห็นตัวอย่างการใช้งานจริงในองค์กรที่นำไปปรับใช้ได้ทันที

📍โอกาสเรียนรู้และถามตอบกับผู้นำตัวจริงในโลกธุรกิจที่จะช่วยให้คุณมองเห็น “ช่องว่าง AI” และต่อยอดวางกลยุทธ์เพื่อปิดช่องว่างในองค์กร

ดาวน์โหลดโบรชัวร์รายละเอียดหลักสูตรและกรอกใบสมัครได้ที่
https://to.degree.plus/e/nexus-ai-2-idts

☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
LINE Official: (มีเครื่องหมาย @)
Email: [email protected]

10/04/2026

✨Shape Economic Thought at Chula✨

The Ph.D. Program in Economics at Chulalongkorn University is now accepting applications!

🌏 International Environment
>>Our program features Thai and foreign faculty members, along with outstanding visiting scholars.

💻Strong Research Focus
>>Faculty members actively publish in top international journals, and students are well trained to conduct high-quality, impactful research.

📚 Strong Academic Foundation
>>Students gain a strong foundation in economic theory and advanced quantitative analysis skills.

💰 Financial Support
>>Various scholarships are available for top-performing students, as supporting high-potential candidates is one of our top priorities.

📊 Diverse Research Areas
>>Research area includes Macroeconomics, Health Economics, Behavioral Economics, Public Economics, Spatial Economics, and more.

🌟 Excellent Career Opportunities
>>Our alumni excel as professors at prestigious universities and hold leading positions in the private sector and international organizations.

🗓 Application Period: February 1, 2026 - May 8, 2026
🔗 https://www.econ.chula.ac.th/phd-econ/

06/04/2026

🎉 งานวิจัยชิ้นใหม่ของพลอยเพิ่งได้รับการตีพิมพ์แล้วค่ะ

🤖 AI ทำให้คนทำงานมีความสุขขึ้น... แต่ไม่ใช่ทุกคน

หลายองค์กรกำลังถามว่า "AI จะแทนที่คนได้ไหม?"

แต่คำถามที่สำคัญกว่า คือ "AI สัมพันธ์กับความสุขในการทำงานของ คนไหน มากที่สุด?"

งานวิจัยล่าสุดของพลอยที่เพิ่งตีพิมพ์ใน Social Sciences & Humanities Open (Elsevier, 2026) วิเคราะห์ข้อมูลคนทำงานกว่า 2,900 คน ใน 7 ประเทศ OECD ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ที่น่าสนใจว่า

✅ คนที่ใช้ AI ในที่ทำงาน มีแนวโน้มรายงานว่าสุขภาพจิตดีขึ้น ความสุขในงานเพิ่มขึ้น และสุขภาพกายดีขึ้น — สูงกว่าคนที่ไม่ใช้ถึง 8–20%

แต่ที่น่าสนใจคือ ความสัมพันธ์นี้ต่างกันมากตาม Generation

👶 Gen Z (1997–2012) — สัมพันธ์กับความสุขในงานเท่านั้น อาจเพราะชินกับ digital อยู่แล้ว จึงรู้สึก impact น้อยกว่า

💪 Gen Y (1981–1996) — สัมพันธ์กับประโยชน์ครบทั้ง 3 ด้าน มากที่สุด

🧠 Gen X (1965–1980) — สัมพันธ์กับด้านจิตใจและความสุขในงาน แต่ไม่ใช่ด้านกาย

👴 Baby Boomers — สัมพันธ์น้อยที่สุดในทุกด้าน

💡 Insight สำหรับผู้บริหารและ Board:
AI ไม่ใช่ "one-size-fits-all"

องค์กรที่ deploy AI โดยไม่คำนึงถึง demographic ของพนักงาน อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มค่า — หรือสร้างความเหลื่อมล้ำโดยไม่รู้ตัว

(หมายเหตุ: งานวิจัยนี้เป็น cross-sectional study จึงชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่ความเป็นเหตุเป็นผล — การศึกษาในอนาคตที่ใช้ข้อมูล longitudinal จะช่วยยืนยันทิศทางของผลได้ชัดขึ้นค่ะ)

องค์กรของคุณรู้ไหมคะ ว่า AI กำลังช่วย ใคร — และทิ้ง ใคร ไว้ข้างหลัง? 👇

📖 อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ลิงก์นี้เลยค่ะ

https://authors.elsevier.com/sd/article/S2590-2911(26)00320-7

01/04/2026

เหนื่อยไหม…
กับการต้องตัดสินใจทุกวัน ในโลกที่ไม่มีใครรู้คำตอบ

****

สงครามจะจบเมื่อไหร่?
ราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึงจุดไหน?
เราต้องลดคนอีกเมื่อไหร่?
คู่แข่งจะแซงเราไปตอนไหน?

เหล่านี้คือคำถามที่ไม่มีคำตอบค่ะ

หรือหากมีคำตอบวันนี้ พรุ่งนี้อาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้

****

หลายครั้ง เวลาดิฉันออกข้อสอบ
มักจะถามสิ่งที่ตัวเองก็ไม่มีคำตอบค่ะ

เพราะอยากให้นิสิตได้ฝึกคิดว่า
ในโลกที่ไม่มีคำตอบ เราควรยึดหลักอะไร
หรือควรจะมี logic ในการคิดอย่างไร

เมื่อออกไปเผชิญโลกจริง
พวกเขาจะได้อยู่ได้ดีกับ ‘ความคลุมเครือ’

****

โลกการทำงานวันนี้
ไม่มี 'Business as usual' อีกต่อไป

เพราะบางทีมันมองไม่เห็นทาง
หรือไม่ก็เปลี่ยนทุกวัน

****

แล้วเราทำอะไรได้บ้าง?

1) ดึง 'สติ' กลับมาก่อน

ทำความเข้าใจว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เรารู้อะไรบ้าง และเราไม่รู้อะไรบ้าง อะไรคือ best-case scenario อะไรคือ worst-case scenario อย่าตัดสินใจจากความกลัว

2) ยอมรับว่า 'ยังไม่รู้'

บางครั้งการบอกทีมว่า 'ตอนนี้ยังไม่รู้คำตอบ แต่เราจะรับมือไปด้วยกัน' อาจเป็น message ที่ทรงพลังที่สุดก็ได้

3) คิดหาทางออกร่วมกัน

บางครั้งคำตอบที่ดีที่สุด เกิดจากการให้ทีมมีส่วนร่วมในการคิดและตัดสินใจ และเป็นเจ้าของร่วมในผลลัพธ์นั้น

4) อยู่เฉยๆ

บางครั้ง 'การอยู่เฉยๆ' อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ

****

โลกที่ครุมเครือไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ค่ะ
มันคือสภาพแวดล้อมที่เราต้องเรียนรู้จะอยู่ด้วย

การอยู่รอดในโลกแบบนี้
อาจไม่ใช่การรู้คำตอบ
แต่คือการดำเนินชีวิตต่อไปได้
แม้จะยังไม่รู้ว่าคำตอบคืออะไร

****

โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ
"มันเป็นเช่นนั้นเอง" 🌿

—————————

เศรษฐศาสตร์ × ปัญญาประดิษฐ์ by Voraprapa
เข้าใจ AI ในเชิงเศรษฐศาสตร์ — เพื่อตัดสินใจในโลกที่กำลังเปลี่ยน

—————————

27/03/2026

คน 40+ แบบไหน...
ที่ยัง ‘แพง’ อยู่ในยุค AI

****

เดี๋ยวนี้เวลาพานิสิตไปดูงานตามบริษัท
หลาย ๆ ครั้ง พบว่า…

หาพนักงาน 40+ แทบไม่เจอแล้ว 😱

****

คน 40+ ที่เจอ มักมีอยู่คนเดียว
คือ เพื่อนรุ่นเดียวกัน 😭

ซึ่งมักเป็น CEO หรือ MD ที่นัดเอาไว้
แล้วเค้ามาต้อนรับ 🤣

ที่เหลือ... ไม่มีใครแก่กว่าพวกเราแล้ว

ทั้งๆที่พวกเรายังวัย 40 กว่า ๆ
ซึ่งควรจะเป็นวัยที่ยังทำงานได้แข็งขันอยู่ 😅

****

คำถามคือ..
พนักงาน 40+ หายไปไหนกันหมด?

Early Retire อยู่ที่บ้าน?
หรือ แอบนั่งทำงาน ในที่ ๆ เราไม่เห็น?

****

ในยุคนี้… ที่ข้อมูลล้นโลก
และ AI ทำได้แทบทุกอย่าง

*ความเก่ง* ที่เคยเป็นของหายาก
..เดี๋ยวนี้มีมาก ราคาเลยถูกลง

เรียกได้ว่า Intelligence กำลังกลายเป็น Commodity

****

เมื่อก่อน…
การจะเก่งอะไรสักอย่าง
ต้องใช้เวลาเป็นปี เป็นสิบปี

ใครเริ่มก่อน ทำมาก่อน
เลยได้เปรียบมาก

แต่ปัจจุบัน…
AI เอาความรู้เหล่านั้น
มาเก็บไว้ใน Model
ใครจะเรียกใช้ก็ได้
ไม่ต้องเก่งมาก ก็พอถูไถใช้ได้

ความเก่ง ความเก๋า
เลยไม่ได้หายากเหมือนแต่ก่อน
หรืออย่างน้อย
ก็ถูกลอกเลียนแบบได้ง่ายขึ้นมาก

****

แล้วคน 40+ จะเหลืออะไร?
ในเมื่อ *ความไว* ก็สู้เด็กไม่ได้แล้ว

****

ดิฉันมองว่า สิ่งที่มีค่ามากในยุคนี้
ที่คน 40+ มีได้...

คือ *ปัญญา* และ *เมตตา*

****

ปัญญา (Wisdom)..

คือ การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรทำอะไร
ตัดสินใจได้ดีแม้อยู่ในความไม่แน่นอน
คนมีปัญญาจะมองไกล
คำนึงถึงผู้อื่นและสังคม

****

เมตตา (Kindness)..

คือ การเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น
คนมีเมตตา จะช่วยให้คนอื่นให้เติบโต
และดึงศักยภาพของเค้าออกมา

****

จริง ๆ แล้ว มนุษย์ 40+ อาจไม่ได้หายไปไหน

แต่กำลัง *เปลี่ยนบทบาท*

จากคนที่ *ทำเองเก่ง* ไปเป็นคนที่ *ตัดสินใจว่าอะไรควรทำ*

จากคนที่ *เก่งที่สุดในห้อง* ไปเป็นคนที่ *ทำให้ทั้งห้องเก่งขึ้น*

****

แม้ AI ทำให้ความเก่งราคาถูกลง...

แต่ การมีปัญญา...
และ ความเมตตา ช่วยพัฒนาคนอื่น

ยังแพงมากอยู่...

______________

เศรษฐศาสตร์ × ปัญญาประดิษฐ์ by Voraprapa
เข้าใจ AI ในเชิงเศรษฐศาสตร์ — เพื่อตัดสินใจในโลกที่กำลังเปลี่ยน

—————————

Photos from เศรษฐศาสตร์ x ปัญญาประดิษฐ์ by Voraprapa's post 26/03/2026

(26 Mar 2026) วันนี้วิชา Digital and Innovative Economy (EBA Program) ได้รับเกียรติจากคุณอ้น Chalermwut Chomanan CTO แห่ง KKP Dime มาให้ความรู้ในหัวข้อ “How Digital Strategy and Technology Reshape Financial Services: The Dime Case”

ซึ่งได้เล่า Journey ที่น่าสนใจของ Dime จากวันเริ่มต้น จนถึงวันนี้ที่ hit แสนล้านแล้ว รวมถึง Strategy ต่างๆ ที่ช่วยลด pain points ของลูกค้า รวมถึงให้คำแนะนำ financial literacy และการลงทุน สำหรับเด็กๆรุ่น Gen Z นอกจากนี้ยังเอาของ signature item ลับต่าง ๆ ของ DIME มาแจกเด็ก ๆ ด้วย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ 🙏🏻🙏🏻

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่

254 Phayathai Road, Pathumwan
Bangkok
10330