20/02/2026
ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นศ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ชนะการประกวดด้วยครับ https://www.facebook.com/share/18Z8nsQ6BY/
ผศ.ดร.ณัฐวี อุตกฤษฏ์ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ มจพ.
20/02/2026
ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นศ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ชนะการประกวดด้วยครับ https://www.facebook.com/share/18Z8nsQ6BY/
13/02/2026
มาฟังกันนะครับ
https://www.facebook.com/share/p/1H4uLb5Drk/
🌱 Special Lecture | บรรยายพิเศษด้านโลจิสติกส์และความยั่งยืน 🚚
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ
“Green Logistics and Sustainable Supply Chain and Last Mile Delivery”
📌 เจาะลึกแนวคิดโลจิสติกส์สีเขียว
การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน และการขนส่งช่วงสุดท้าย (Last Mile)
ที่สอดรับกับการพัฒนาองค์กรในยุคปัจจุบัน
👨💼 วิทยากรหลัก คุณพชรก์ เฮดดิการ์ด ตั้งพร้อมพันธ์ Customs Specialist & Co-founder 128 Supply Chain Co., Ltd.
📅 วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ⏰ เวลา 18.00 – 21.00 น.
📅 วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ⏰ เวลา 09.00 – 12.00 น.
ณ ห้องปฏิบัติการด้านระบบสารสนเทศ 7A07 ชั้น 7 อาคารนวมินทร์ราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
✨ เหมาะสำหรับนักศึกษา อาจารย์ และผู้ที่สนใจด้านโลจิสติกส์ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และธุรกิจอย่างยั่งยืน
📣 เข้าร่วมรับฟังฟรี! แล้วพบกันครับ/ค่ะ
มาเป็นครอบครัว ป.โท - ป. เอก MIS ด้วยกันสิครับ ❤️
07/02/2026
ความรู้ดีๆ จากผู้มีประสบการณ์ MIS จัดให้
กิจกรรมดูงานของชาว MIS ในปีนี้เราไปกันที่โรงงานกระทิงแดง หรือ REDBULL ที่ปราจีนบุรี ไปเยี่ยมชมกระบวนการผลิตที่ทันสมัย และการบริหารจัดการคลังสินค้า เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และปิดท้ายด้วยการช๊อปปิ้งสินค้าที่ระลึกภายใต้แบรนด์ REDBULL
https://www.facebook.com/share/v/18CNEGxsVa/
04/02/2026
มจพ.ปล่อยดาวเทียมขนาดเล็กที่พัฒนาขึ้นเองสู่อวกาศ ในวันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา
https://www.facebook.com/share/p/182UC3oBik/
ดาวเทียม KNACKSAT-2 ฝีมือคนไทยจาก มจพ. ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติ ISS
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ วงการอวกาศไทยต้องจารึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2) ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) หรือ King Mongkut's University of Technology North Bangkok ถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เพื่อทำภารกิจสำคัญในการเป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันทรัพยากรบนอวกาศ (Ride Sharing Platform) และสาธิตเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย
กำหนดการปล่อยและรายละเอียดภารกิจ
ดาวเทียม KNACKSAT-2 ถูกปล่อยออกจากโมดูลการทดลองคิโบ (Kibo) ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ผ่านอุปกรณ์ J-SSOD (JEM Small Satellite Orbital Deployer) เมื่อเวลา 15:55 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย
การปล่อยดาวเทียมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการปล่อยดาวเทียมขนาดเล็ก (CubeSats) จำนวน 6 ดวง ซึ่งประกอบด้วย Gxiba-1, CoRAL, HMU-SAT2, UiTMSAT-2, LEOPARD และ KNACKSAT-2 ของไทย, โดยดาวเทียม KNACKSAT-2 ได้ถูกส่งขึ้นไปรอเตรียมความพร้อมบนสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยจรวด H3
นวัตกรรม "Ride Sharing" ฝีมือคนไทย 98%
KNACKSAT-2 เป็นดาวเทียมประเภท CubeSat ขนาด 3U โครงสร้างขนาดประมาณ 30 x 10 x 10 เซนติเมตร ที่มีความโดดเด่นคือการใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศไทยสูงถึง 98%, โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ และเป็นกรณีศึกษาจริงในการพัฒนาบุคลากร
จุดเด่นสำคัญของ KNACKSAT-2 คือ การเป็น "Ride Sharing Platform" หรือพื้นที่แบ่งปันทรัพยากรบนดาวเทียม ซึ่งช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถส่งอุปกรณ์ขึ้นไปทดสอบในอวกาศได้โดยไม่ต้องสร้างดาวเทียมทั้งดวงด้วยตนเอง โดยดาวเทียมดวงนี้บรรทุกเพย์โหลด (Payload) หรืออุปกรณ์ปฏิบัติภารกิจถึง 6-10 ระบบ จากความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
ภารกิจหลักและหน่วยงานร่วมพัฒนา ภารกิจของ KNACKSAT-2 ครอบคลุมหลากหลายด้าน ได้แก่
1. ภารกิจด้าน IoT (Store and Forward) การพัฒนาร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อสาธิตการเก็บข้อมูลจากเซนเซอร์ในพื้นที่ห่างไกล (เช่น กลางทะเล หรือพื้นที่เกษตรกรรม) ผ่านระบบ "Postman" และ "Chef" แล้วส่งข้อมูลกลับมายังสถานีภาคพื้นดิน
2. ภารกิจถ่ายภาพโลก (Camera Mission) เพื่อการสังเกตการณ์โลกจากวงโคจร
3. ภารกิจด้านระบบราง (Train Tracking) ติดตามตำแหน่งและความเร็วของรถไฟไทย โดยร่วมมือกับกลุ่มวิจัยระบบรางของ มจพ.
4. ภารกิจวิทยุสมัครเล่น (Amateur Radio) ให้บริการระบบ APRS Digipeater สำหรับนักวิทยุสมัครเล่น ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ (RAST)
5. ภารกิจเพื่อการศึกษาและเยาวชน โดยมีการสลักชื่อทีม MVPJA EVO. II จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ผู้ชนะการแข่งขัน Space Youth Challenge 2022 ของ NARIT ขึ้นสู่อวกาศเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงความร่วมมือกับโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. และสถาบันต่างประเทศ เช่น Universiti Teknologi MARA (มาเลเซีย) และ University of Perpetual Help System Dalta (ฟิลิปปินส์)
นอกจากนี้ ทีมงานผู้พัฒนาขอเชิญชวนนักวิทยุสมัครเล่นร่วมรับสัญญาณแรก โดยทันทีที่ถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ ดาวเทียมจะเริ่มส่งสัญญาณกลับมายังโลก ทางโครงการฯ ได้เชิญชวนนักวิทยุสมัครเล่นและผู้สนใจร่วมกันรับสัญญาณเพื่อยืนยันสถานะของดาวเทียม
โดยข้อมูลความถี่สำหรับติดตามมีดังนี้
1. สัญญาณเรียกขาน (Callsign): HS0K
2. APRS Digipeater: ความถี่ 145.825 MHz (VHF),
3. Telemetry Beacon: ความถี่ 400.630 MHz (UHF) ส่งสัญญาณแบบ FSK 9600 bps ทุก 1 นาที
ผู้ที่รับสัญญาณได้สามารถส่งข้อมูลกลับมายังทีมพัฒนาผ่านโปรแกรม Packet Forwarder เพื่อรับเกียรติบัตรและของที่ระลึก โดยสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์และดูข้อมูลการรับสัญญาณได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ
ดาวเทียม KNACKSAT-2 นับเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยมีความสามารถในการสร้างและพัฒนเทคโนโลยีอวกาศที่ซับซ้อน และพร้อมที่จะก้าวสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของประเทศอย่างยั่งยืน
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand
# #มจพ
Top 10 Cyber Security Trends 2026 มีอะไรบ้าง
https://www.facebook.com/share/1MJHm3Lbci/
01/02/2026
Cloud Security ฟรี ที่ MIS โดย CTO Google Cloud Thailand ❤️
🔐 Special Lecture | บรรยายพิเศษด้านเทคโนโลยี ☁️
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Cloud Security”
📌 พบกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ
👨💼 คุณสาโรจน์ ปุญญพัฒนกุล
หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer) Google Cloud, Thailand
📅 วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ⏰ เวลา 18.00 – 21.00 น.
📅 วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ⏰ เวลา 13.00 – 16.00 น.
📍 ณ ห้องปฏิบัติการด้านระบบสารสนเทศ 7A07 ชั้น 7 อาคารนวมินทร์ราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
✨ เรียนรู้แนวคิด ความท้าทาย และแนวปฏิบัติด้าน ความมั่นคงปลอดภัยบนระบบ Cloud เหมาะสำหรับนักศึกษา อาจารย์ และผู้ที่สนใจด้าน IT / Digital / Cybersecurity
📣 เข้าฟังฟรี! แล้วพบกันครับ/ค่ะ
30/01/2026
29 ม.ค.2569 พานักศึกษาป.โท ป. เอก MIS ลงพื้นที่ดูงานโลจิสติกส์ เห็นของจริงในโรงงานผลิตและคลังสินค้า ตั้งแต่กระบวนผลิต ระบบจัดเก็บไปจนถึงเทคโนโลยีที่ใช้บริหารงาน หน้างานจริงช่วยให้เข้าใจเร็วขึ้น ลึกขึ้น และเชื่อมโยงกับทฤษฎีในชั้นเรียนได้ชัดเจนมากขึ้นครับ ือ
23/01/2026
สรุปมุมมอง Elon Musk ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ AI ในอนาคตอันใกล้ จาก Elon Musk ในงาน World Economic forum 2026
- AI และหุ่นยนต์จะทำให้โลกมั่งคั่งขึ้น ลดความยากจน
- ทุกบ้านจะมีหุ่นยนต์ใช้งานได้จริง
- ในอีกไม่กี่ปี Optimus เริ่มทำงานโรงงานปี 2026 และขายปี 2027
- ส่วน AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ทั้งโลกภายในปี 2030
- รถไร้คนขับของ Tesla ก็ใกล้ถึงจุดสมบูรณ์แบบแล้ว คาดว่าแท็กซี่ไร้คนขับจะวิ่งทั่วสหรัฐฯ ในปี 2026
- ฝั่งอวกาศ SpaceX ตั้งใจพามนุษย์ไปอยู่หลายดาว ทำจรวดใช้ซ้ำ 100% ลดต้นทุนจนถูกกว่าเครื่องบินบนโลก และอาจมีการประมวลผล AI หรือ Data Center บนอวกาศใน 2–3 ปี
- พลังงานอนาคตคือแสงอาทิตย์—ติดแผงโซลาร์แค่พื้นที่ 100×100 ไมล์ ก็จ่ายไฟให้ทั้งอเมริกาได้
- สุดท้าย Musk บอกให้เรามองโลกในแง่ดี เพราะ “เป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิด ยังดีกว่าเป็นคนมองร้ายแล้วถูก”
https://www.facebook.com/share/p/1CCLJTYYtc/
เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อชื่อของ Elon Musk ปรากฏเป็นแขกรับเชิญนาทีสุดท้ายในงาน World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส นับเป็นการเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขา หลังจากหลายปีที่ผ่านมา Musk วิพากษ์วิจารณ์งานนี้ในด้านลบมาอย่างยาวนาน
แต่ในปี 2026 นี้ ท่าทีของเขาได้เปลี่ยนไป ซึ่งมันสะท้อนถึงบทบาทใหม่ของ Musk ในฐานะผู้มีอิทธิพลที่อยู่จุดตัดระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยีและการเมืองระดับโลก และนี่คือสรุปใจความสำคัญจากเซสชันประวัติศาสตร์ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณ
[AI และหุ่นยนต์]
1. Musk บอกว่า AI และหุ่นยนต์คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
2.เขาตั้งใจใช้ AI และหุ่นยนต์ทำลายความยากจน เพราะมันจะทำให้ต้นทุนสินค้าและบริการทุกอย่างถูกลงจนทุกคนเข้าถึงได้
3. ในอนาคตโลกจะมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มากกว่าจำนวนประชากรมนุษย์ จนสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ทุกอย่างจนเกินพอ
4. ทุกบ้านจะมีหุ่นยนต์ส่วนตันอย่างน้อย 1 ตัว ไว้ช่วยงานบ้าน เลี้ยงเด็ก ดูแลสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ดูแลผู้สูงอายุ
5. Optimus ปลายปี 2026 จะเริ่มทำงานซับซ้อนในโรงงานได้
6. ปลายปี 2027 จะเริ่มวางขายให้คนทั่วไปใช้งานในบ้าน
7. Musk ยืนยันว่าต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์ย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์เหมือนในหนัง
8. สิ้นปี 2026 AI จะฉลาดกว่ามนุษย์หนึ่งคน และในปี 2030 จะฉลาดกว่ามนุษย์ทั้งโลกรวมกัน
9. Productivity ที่หุ่นยนต์ตัวนึงผลิตได้ x จำนวนหุ่นยนต์ = ผลผลิตทางเศรษฐกิจในอนาคต
[Self-Driving Car]
10. ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla ปลอดภัยมาก จนบริษัทประกันให้ส่วนลดเบี้ยประกันถึง 50%
11.เขามองว่าปัญหาพื้นฐานของรถยนต์ไร้คนขับ ถูกแก้ไขแล้ว โดยบริการแท็กซี่ไร้คนขับจะกระจายตัวทั่วสหรัฐฯ ในสิ้นปี 2026 และเตรียมขยายไปยังยุโรปและจีน
[อวกาศ]
12. ภารกิจของ SpaceX คือการทำให้อารยธรรมมนุษย์อยู่รอดได้ในระยะยาวด้วยการขยายไปอยู่หลายดาว (Multi-planetary)
13. ปี 2026 จะเป็นปีที่ SpaceX พิสูจน์การใช้จรวดซ้ำได้ 100% ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลก
14. เมื่อจรวดใช้ซ้ำได้เหมือนเครื่องบิน ค่าส่งของไปอวกาศจะถูกกว่าค่าส่งของทางเครื่องบินบนโลก (ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อปอนด์)
15. เตรียมย้ายการรัน AI ไปไว้บนดาวเทียมในอวกาศ
16. ภายใน 2-3 ปีนี้ การประมวลผล AI ในอวกาศจะมีต้นทุนต่ำกว่าบนโลก
17. การตั้ง Data Center บนอวกาศ บางคนมองเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ Musk บอกเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะมีพลังงานแสงอาทิตย์เหลือเฟือ และความเย็นจัดจะช่วยระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นใน 2-3 ปี
18. Musk ตั้งใจจะไปดาวอังคารในช่วงชีวิตนี้ บอกว่าจริง ๆ การเดินทางไปดาวอังคาร ใช้เวลาแค่ 6 เดือน แต่ความยากคือ ต้องรอดาวเรียงตัวทุก ๆ 2 ปี นอกจากนี้ เขายังเคยโดนถามว่า อยากจบชีวิตที่ไหน เขาตอบว่า ดาวอังคาร แต่ขอไม่ใช่เพราะยานกระแทกพื้นก็พอ
[พลังงาน]
19.Musk ดูจะให้ความสนใจ และพุ่งเป้าไปกับพลังงานแสงอาทิตย์มาก เพราดวงอาทิตย์เป็นพลังงานที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 99.8% ของมวลในระบบสุริยะ พลังงานอื่น ๆ เป็นแค่เศษเสี้ยว
20.หากอยากรู้ว่าดวงอาทิตย์มีพลังขนาดไหน Musk บอกว่า ถ้าเราใช้พื้นที่ขนาด 100x100 ไมล์ (เช่น มุมเล็กๆ ในรัฐเนวาดา) ติดตั้งแผงโซลาร์ จะสามารถผลิตไฟฟ้าเลี้ยงสหรัฐฯ ได้แล้ว
21.ปัจจุบันจีนคือผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีกำลังการผลิตและติดตั้งมากกว่าสหรัฐฯ หลายเท่า แถมจีนก้าวหน้าในเรื่องการขยายการผลิตไฟฟ้ามหาศาล ทั้งนิวเคลียร์และโซลาร์เซลล์
22.จีนผลิตโซลาร์เซลล์ได้ 1,500 กิกะวัตต์ต่อปี สหรัฐฯ ใช้ไฟเฉลี่ย 500 กิกะวัตต์ หมายความว่าจีนผลิตโซลาร์ได้มากกว่าที่อเมริกาใช้ทั้งประเทศไปแล้ว
23.Musk มองว่า สหรัฐฯ มีกำแพงภาษีที่สูงเกินไป ทำให้ต้นทุนแพงเมื่อเทียบกับจีนที่ผลิตได้ถูกมาก แต่ตอนนี้ Tesla / SpaceX กำลังวางแผนสร้างกำลังการผลิตโวลลาร์ให้ได้ 100 กิกะวัตต์ต่อปีภายใน 3 ปีข้างหน้า
24.แต่ถ้าให้ดีคือ ต้องติดตั้งโซลาร์เซลล์บนอวกาศ เพราะไม่มีกลางคืนและไม่มีชั้นบรรยากาศ ทำให้การผลิตพลังงานมีประสิทธิภาพดีกว่าบนโลก 5 เท่า
[Fun Fact ครั้งแรกของ Musk ในงานดาวอส]
25.ก่อนขึ้นเวทีที่ดาวอส Musk โพสต์ถามทุกคนว่า จะพูดอะไรดี ?
26.Musk บินมา 10 ชั่วโมงจาก San Jose เพื่อเข้าร่วมงานดาวอส โดยใช้เครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G650 (ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ผู้เข้าร่วมงานดาวอสหลายคนเลือกใช้ เช่น Bill Gates, Eric Schmidt, BlackRock, Google)
27.Musk บอกว่า เป้าหมายของทุกบริษัทที่ตัวเองทำ คือ เพิ่มโอกาสสูงสุดให้มนุษยชาติมีอนาคตที่ดี คือ Maximize the future of civilization
28.คนชอบถามว่าอวกาศมีเอเลี่ยนมั้ย Musk บอกว่าเขานี่แหละเอเลี่ยน
29.Musk บอกว่า มนุษย์อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่มีสติปัญญา เพราะถ้ามีเอเลี่ยน เขาน่าจะเป็นคนแรกที่รู้ เขามีดาวเทียมกว่า 9,000 ดวงบนอวกาศ แต่ยังไม่เคยต้องหลบยานเอเลี่ยนเลย ดังนั้นเราต้องและต้องรักษาแสงแห่งจิตสำนึกนี้ไว้ไม่ให้ดับ
30.เขาถูกถามเรื่องเทคโนโลยี Reverse Aging ว่าจะเป็นไปได้มั้ย ? Musk บอกว่าเขายังไม่มีเวลาทำตรงนี้มาก แต่คิดว่าปัญหานี้แก้ไขได้ และน่าจะทำได้ในอนาคต
31.เขามองว่าความแก่ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน มันเหมือนมีนาฬิกาที่ซิงค์กันทั้งร่างกาย เพราะเซลล์ทุกส่วนแก่ไปพร้อม ๆ กัน
32. Musk บอกยังไม่เคยเห็นใครแขนซ้ายแก่แต่แขนขวายังหนุ่ม
33.เขามองว่าจิตสำนึก เป็นสิ่งที่เปราะบางและหายาก เปรียบเสมือนเทียนเล่มเล็กในความมืดมิดอันกว้างใหญ่ที่อาจดับลงได้ง่าย
34.ปรัชญาการใช้ชีวิตของเขาคือ ‘ความอยากรู้อยากเห็น’ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของชีวิต จุดกำเนิดจักรวาล และคำถามที่เรายังไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะถามอะไร
35.แรงบันดาลใจที่ทำให้ Musk เป็นทุกวันนี้คือ การอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ และหนังสือการตูน ทำให้เขาอยากเปลี่ยนนิยายวิทยาศาสตร์ ให้เป็นความจริง
36.เขามองว่าความตายก็มีประโยชน์ หากคนเราอยู่ค้ำฟ้า สังคมอาจเกิดภาวะแข็งตัว
37. สังคมที่เข้าสู่ภาวะแข็งตัว = ขาดการเปลี่ยนแปลง และความมีชีวิตชีวา
38. เหตุผลที่ Musk อยากไปดาวอื่น ก็เพื่อสำรองข้อมูลของสิ่งมีชีวิต เพราะหากเกิดหายนะบนโลก ไม่ว่าจะธรรมชาติ หรือมนุษย์ เราจะไม่สูญพันธุ์
39. ที่ Musk จริงจังกับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากขนาดนี้ เขาอธิบายให้เห็นภาพว่า ดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดอย่างดาวพฤหัส มีมวลเพียงประมาณ 0.1% ต่อให้เราวาร์ปดาวพฤหัสบดีเพิ่มมาอีก 3 ดวงแล้วจับมาเผาทั้งหมด พลังงานที่ได้ก็ยังเป็นแค่จุดทศนิยมเมื่อเทียบกับพลังงานที่ดวงอาทิตย์แผ่ออกมาอยู่ดี
40.เขาแนะนำให้ทุกคนมองโลกในแง่ดีและตื่นเต้นกับอนาคต โดยมองว่าการเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิด ยังดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแล้วถูก