Mrs. Melon's Diary

เว็บไซต์ ติดต่อ โรงเรียนนี้

Mrs. Melon's Diary แม่ลูกสอง ครู และผู้ก่อตั้งโรงเรียนที่เด็กคูลๆเขาเรียนกัน

A mother of two, an educator, and the founder of a school where cool kids go.

เลี้ยงลูกคนแรกมีโน่น นี่ นั่น ให้สงสัย แก้ไข ศึกษาอยู่ตลอด ไหนๆ ก็ต้องหาข้อมูล อ่านเยอะเพื่อทำความเข้าใจกับลูกตัวเองอยู่แล้ว ก็เขียนแชร์ให้แม่คนอื่นๆ อ่านด้วยซะเลย

อะไรทำให้ความรู้สึกจากภาพลงพื้นที่ของผู้ว่าฯ กับนายกฯ แตกต่างกันมาก?ภาพของคุณชัชชาติทำให้รู้สึกว่าเป็นการลงมาทำงานจริง ๆ...
27/09/2026

อะไรทำให้ความรู้สึกจากภาพลงพื้นที่ของผู้ว่าฯ กับนายกฯ แตกต่างกันมาก?

ภาพของคุณชัชชาติทำให้รู้สึกว่าเป็นการลงมาทำงานจริง ๆ เดินดูปัญหา คุยกับคนหน้างาน สั่งงานและตามงานต่อเนื่องในหลายช่วงเวลา

ขณะที่ภาพการลงพื้นที่ของนายกฯ ให้บรรยากาศที่เป็นทางการ มีคณะติดตามจำนวนมาก จนสำหรับคนดูบางคนอาจรู้สึกว่าเหมือน “พิธีการ” มากกว่าการเข้าไปอยู่กับปัญหาตรงหน้า

ในเวลาที่ชาวบ้านกำลังลุยน้ำและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ภาพที่ผู้นำสื่อออกมาจึงสำคัญมาก เพราะมันมีผลต่อความรู้สึกว่า ผู้นำกำลังเห็นปัญหา เข้าใจความเดือดร้อน และลงมือแก้จริงหรือไม่

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้าหรือจำนวนคนติดตาม แต่เป็นเรื่องของภาพที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “เขามาอยู่ข้างเรา” หรือเปล่า

ปล. AI ปรับภาพได้ดีจริงๆ

26/09/2026

วันนี้ที่ Carroll Riverside 😂 #น้ำท่วมกรุงเทพ #น้ำท่วม2026

อพยพพพพพ แพ diy จากสรรพสิ่งในบ้านป้าเอง ป้าใช้ design thinking มีการ test หลายรอบ 😂
26/09/2026

อพยพพพพพ แพ diy จากสรรพสิ่งในบ้านป้าเอง ป้าใช้ design thinking มีการ test หลายรอบ 😂

สถานการณ์วันนี้ ทำให้นึกถึงตอนที่ไปงาน The Good Chat ที่ทำสถานการณ์จำลองภัยพิบัติ 😂 ตอนนั้นเราจะได้เหตุการณ์จำลองและใช้ส...
26/09/2026

สถานการณ์วันนี้ ทำให้นึกถึงตอนที่ไปงาน The Good Chat ที่ทำสถานการณ์จำลองภัยพิบัติ 😂 ตอนนั้นเราจะได้เหตุการณ์จำลองและใช้สติคุยกันว่าจะทำอะไรก่อนหลังบ้าง วันนี้เจอของจริง พบว่า สัญชาตญาณก็คล้ายกับตอนเล่นเกมนะ

ตื่นมา 6 โมงกว่า ลูกน้องลามาไม่ได้ เลยออกมาดูหน้าบ้าน OMG หน้าบ้านเราก็ท่วม

วิ่งไปปลุกลูกและสามี หลังจากนั้นจัดการภายในก่อน เราย้ายของที่ย้ายได้ ยกสูงเท่าที่จำเป็น เผื่อว่ามันท่วมจริง แต่ของหนักๆเช่นเครื่องอบผ้า เอาไว้ก่อน

ที่ขนหัวลุกคือ แมลงสาบจำนวนมากขึ้นมาที่ท่อในห้องน้ำชั้น 1 เราได้กลิ่นมาแร่ไกล พอเปิดเข้าไป กรี๊ด ฉีดไบกอน แล้วรอตบหน้าห้องน้ำ เหมือนเกมตัวตุ่น พอเบาบางลง หาอะไรไปปิดท่อ และปิดประตู อุดประตู

ใช้เวลาไปสองชั่วโมงได้ หลังจากนั้าสิงต่อมา คือ

ออกไปคุยกันกับเพื่อนบ้าน เราแชร์ข้อมูลว่าใครมีอะไร จะทำอะไร

เอ้อ มนุษย์ เราต้องการสังคม เราต้องช่วยกันจริงด้วยอะ

ปีนี้เราเจอภัยธรรมชาติเยอะมาก โลกเปลี่ยนไปมากจริงๆ เหมือนคนป่วยหนักระยะ 4 อะ เราอย่ารอมาร่วมมือกันแค่ตอนโดนผลกระทบเลย คงดีกว่ามากถ้าเราช่วยกันดูแลร่างนี้ให้มันทรงๆ ต่อไป

รายงานสถานการณ์น้ำ หน้าบ้านท่าน 😭
26/09/2026

รายงานสถานการณ์น้ำ หน้าบ้านท่าน 😭

ผ่านมาแล้วค่ะ เด็ก 2-9 ขวบ ไม่ฟังคือพื้นฐาน ไม่ใช่ไม่ได้ยินนะ ได้ยิน แต่ไม่รับทราบ จนกว่าจำเป็นต้องรับทราบ 😂หลักการ คือ ...
24/09/2026

ผ่านมาแล้วค่ะ เด็ก 2-9 ขวบ ไม่ฟังคือพื้นฐาน ไม่ใช่ไม่ได้ยินนะ ได้ยิน แต่ไม่รับทราบ จนกว่าจำเป็นต้องรับทราบ 😂

หลักการ คือ พูดแค่ 1 ครั้ง เช่น
"แซม..มาอาบน้ำ"

ลูกอาจทำหูทวนลมหรือวิ่งหนี 😂 รอบนี้ไม่เรียกแล้ว เดินไปใกล้ๆ จับตัวไว้ ย่อเข่าลงสบตา

"จะให้แม่จูงไป หรือให้อุ้มไป?"
"จะให้แม่อาบให้ หรือจะอาบเอง?"

ช่วงแรกที่เริ่ม ลูกอาจไม่เลือกใดๆ อาจจะแค่พยายามหนี หรือ "ไม่ ไม่ ไม่"

"ถ้าไม่เลือก งั้นแม่เลือกให้เอง"

หลังจากนั้นอุ้มไปเข้าห้องน้ำ พาอาบน้ำไป ร้องไห้ไปจนเสร็จ ไม่หวั่นไหว เดี๋ยวร้องแล้วไม่ได้อะไร เขาจะหยุดเอง ช่วงแรกอาจจะนานหน่อย

หลังจากสงบแล้ว อาจมาขอกอด สะอึกสะอื้น กอดตามปกติเลย สงบแล้ว อาจจะคุย "วันหลัง เวลาแม่ให้เลือก ถ้าหนูอยากเลือก หนูเลือกเองเลย แต่เลือกจากสิ่งที่แม่มีให้

ทำแบบเดียวกันในทุกเรื่อง เราไม่เน้นพูดมาก เราเน้นพูดแล้วทำ (เหมือนนักการเมือง)

ถ้าวิ่งในที่ที่ไม่ควรวิ่ง (ล่าสุด 8 ขวบก็ยังทำเลยค่ะ 😂)

เรียก 1 ครั้ง "แซม..."

ไม่สน ไม่มอง ไม่กลับ แม่เดินตามแบบไม่กระโตกกระตาก จับถึงตัวปุ๊ป ยังไม่พูด ไม่สบตาอะไรทั้งนั้น จูงไปนั่งนอกพื้นที่

จับนั่งเก้าอี้..."นั่งพักก่อน 5 นาที"

บอกขอบเขตอีกรอบ และบอกว่าจะเกิดอะไรถ้าไม่ทำตาม

"แซมวิ่งตรงนี้ ตรงโน่นได้ มีโซนเท่านี้ ถึงเส้นนี้ แต่วิ่งไปตรงคนนั้นไม่ได้ ถ้าวิ่งไปอีก แปลว่าเหนื่อย คุมตัวเองไม่ไแด้แล้ว แม่จะพากลับบ้าน"

อันนี้แม่ต้องพร้อมพากลับบ้านจริงได้นะคะ ถ้าไม่ได้ อย่าพูด พูดเท่าที่ทำได้ เช่น "แม่จะต้องพาลูกมานั่งข้างๆแล้วจับมือไว้"

ทุกครั้ง ผลของการกระทำต้องชัด หลายๆครั้งมันก็เป็นผลตามธรรมชาติ

อยากวิ่งนำเวลาเดินห้าง....วิ่งได้ แต่ห้ามเลี้ยว ถ้าเลี้ยวหมดสิทธิ์ทันที โดนจับมือเดินต่อไป จะร้อง จะงอแงยังไงก็ไม่ได้ ลงไปนอนดิ้นได้เลย

จะเห็นว่าแพทพยายามหาทางอื่น
ที่ปลอดภัยให้ลูก ไม่ใช่ห้ามอย่างเดียว เพราะเข้าใจว่าเด็กต้องวิ่ง ต้องเทส ต้องมีอิสระ ต้องทำเอง

แต่จะให้ทำสิ่งเหล่านี้ยังไงอย่างปลอดภัย หรืออยู่ในความเสี่ยงที่รับได้ แค่นั้นเอง

ความสม่ำเสมอทำให้แม้ลูกๆจะดื้อซนตามวัย หรือมากกว่าวัยนิดนึง 😂 แต่ก็ยังทำตามกฎของพ่อแม่ (โดยมาก)

วันก่อนมีคนถามว่า ถ้าลูกประถมชอบใช้จอเพื่อสร้างผลงาน เช่น เขียนโค้ดหรือสร้างเกม แบบนี้ให้ใช้จอได้ไหม?สำหรับแพท...ได้นะแพ...
22/09/2026

วันก่อนมีคนถามว่า ถ้าลูกประถมชอบใช้จอเพื่อสร้างผลงาน เช่น เขียนโค้ดหรือสร้างเกม แบบนี้ให้ใช้จอได้ไหม?

สำหรับแพท...ได้นะ

แพทไม่ได้มองว่าจอเป็นศัตรู และการสร้างเกมก็เป็นงานสร้างต่างจากการเล่นหรือดู เด็กได้คิด วางแผน แก้ปัญหา และภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ (ถ้ามีการให้ออกแบบในกระดาษก่อน คิดเป็นระบบแล้วทำ แล้วให้เพื่อนเทส จะยิ่งดี)

แต่ส่วนตัว แพทไม่ค่อยอยากให้เด็กวัยประถมทุ่มเวลาไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป แม้จะเป็นสิ่งที่เขาชอบก็ตาม

ถ้าลูกอินกับการสร้างเกม หลังเลิกเรียนสัก 1 ชั่วโมง หรือเสาร์–อาทิตย์ 1–2 ชั่วโมง ก็มากสำหรับแพทแล้วนะ (อาจจะต้องดูว่าเลิกเรียนกี่โมง ถึงบ้านกี่โมง)

ไม่ใช่เพราะกลัวว่าเขาจะเก่งเกินไป หรือไม่อยากสนับสนุนความสนใจ แต่เพราะมองว่าวัยประถมยังควรเป็นวัยของการใช้ชีวิตให้กว้าง และยังไม่ต้องลึกกับเรื่องเดียวจนไม่มีพื้นที่เห็นโลกด้านอื่น

ไม่ได้หมายถึงต้องเรียนพิเศษหรือฝึกทุกอย่างไปหมดนะ แค่ทักษะพื้นฐานของชีวิตก็หลากหลายพอแล้ว ดูแลตัวเอง ช่วยงานบ้าน คุยกับคนในบ้าน สร้างความสัมพันธ์ เล่นกีฬา ดนตรีสักอย่าง เหลือเวลาว่างให้เบื่อบ้าง ค้นหาตัวเองบ้าง วาดรูป อ่านหนังสือ เพ้นต์ ทำอาหาร เล่นบอร์ดเกม วิ่งเล่นกับเพื่อน กับสัตว์

ชีวิตที่หลากหลายพอ จะช่วยให้เด็กค่อย ๆ รู้ว่าเขาชอบอะไร และอยากไปลึกกับเรื่องไหนในวันที่พร้อมกว่านี้

วัยนี้ไม่ต้องรีบสร้างผู้เชี่ยวชาญ แต่สร้างเด็กที่มีชีวิต มีความสัมพันธ์ และรู้จักตัวเองก่อน

เวลาของเด็กเป็นทรัพยากรจำกัด ไม่ว่าใช้ทำอะไร ถ้ามันมากไป สิ่งที่มักถูกเบียด คือ การนอน การเคลื่อนไหว การเล่น และเวลากับครอบครัว

สรุป เด็กสร้างเกมได้ และเราสนับสนุนได้ คำถามไม่ใช่ว่า มันมีประโยชน์ไหม

แต่คือ เมื่อมันเข้ามาในตารางชีวิตของลูกแล้ว เขายังได้นอนพอไหม ขยับร่างกาย เคลื่อนไหว สุขภาพดีไหม มีเพื่อน มีหน้าที่ในบ้าน และได้ลองใช้มือใช้ใจในโลกจริงอยู่ไหม

แพทคิดแบบนี้เพราะไม่ได้มองว่าเป้าหมายของวัยประถมคือการผลิตเด็กที่เก่งเร็วที่สุดในเรื่องหนึ่ง แต่คือให้เขามีฐานชีวิตกว้างพอ มีวิถีชีวิตที่ healthy มีทางออกให้ผ่อนคลายความเครียดในอนาคต ก่อนจะเลือกว่าจะลึกเรื่องไหนจริง ๆ ต่อไปในช่วงมัธยมปลายโน่น

อายุน้อยร้อยโปรเจค ไม่เกินจริง 😂

กินข้าวอยู่ แซมถามว่า "แม่ว่า คนที่ได้รับ love กับคนที่ไม่ได้รับ love เลย รบกัน ใครจะชนะ ทั้งคู่เก่งเท่ากัน" นี่ : "คนที...
22/09/2026

กินข้าวอยู่ แซมถามว่า "แม่ว่า คนที่ได้รับ love กับคนที่ไม่ได้รับ love เลย รบกัน ใครจะชนะ ทั้งคู่เก่งเท่ากัน"

นี่ : "คนที่ได้รับความรัก?"

แซม : "อืม ใช่ เพราะอะไรรู้มะ คนที่ได้รับความรักอะ เขาจะสู้ได้ดีขึ้น เก่งขึ้น มีสมาธิมากขึ้นด้วย"

นี่ : "หรอ ทำไมอะ"

แซม : "ก็แม่ลองคิดดูซิ มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไหม? คนที่เขามีความรักก็มีแรง"

นี่ : "ใครบอกมา"

แซม : "ไม่มีใครบอก แซมแค่คิดๆเอง"

นี่ : "แล้วถ้าคนนึงเรียนต่อสู้มาแต่ไม่ได้รับความรัก กับอีกคนไม่ได้เรียนแต่ได้ความรักละ ใครจะชนะ"

แซม : "น่าจะคนที่เรียนต่อสู้มา เพราะเขาต้องสู้เป็นอยู่แล้ว ความรักอย่างเดียวไม่ได้

แต่ถ้าเรียนต่อสู้มาทั้งคู่ แล้วมาสู้กัน คนที่ได้รับความรักจะชนะ ทำไมรู้ไหม?"

แม่ : "ทำไม"

แซม : "ก็คนที่ได้รับความรักเขามีเพื่อนมาช่วยไง มีครู มีใครมาช่วยเป็นหมื่นคน ถ้าแม่คนเดียว สู้กับคนหมื่นคนได้ไหมละ"

แม่ : "ไม่ได้"

แปลกมากที่อยู่ๆสิ่งที่แซมพูดก็ดูใกล้ตัว ในบริบทที่ไกลตัว ด้วยความที่อธิบายได้ก้ำๆกึ่งๆ คิดว่าน่าจะคิดขึ้นมาเองจริง

ได้เจอเพื่อนที่กำลังจะพาลูกย้ายโรงเรียน เพราะ lifestyle ที่ลูกและทั้งบ้านกำลังเผชิญอยู่สอบทุกเดือน เรียนเพิ่มแล้ว แต่ยัง...
21/09/2026

ได้เจอเพื่อนที่กำลังจะพาลูกย้ายโรงเรียน เพราะ lifestyle ที่ลูกและทั้งบ้านกำลังเผชิญอยู่

สอบทุกเดือน เรียนเพิ่มแล้ว แต่ยังมีการบ้านกลับมาทำต่อ กว่าทุกอย่างจะเสร็จ ก็หมดวัน หมดแรงกันทั้งบ้าน
(ไม่ใช่โรงเรียนไทยสายวิชาการนะ)

ลูกเริ่มเหี่ยวลงทุกวัน เงียบลงเรื่อย ๆ ไม่ตื่นเต้นกับการเรียนรู้เหมือนเดิม ทั้งที่เพิ่งขึ้นประถมมาได้ไม่นาน พ่อแม่เลยเริ่มถามตัวเองว่า

“เราต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ตั้งแต่ตอนนี้จริงเหรอ?”

ลูกต้องใช้ชีวิตแบบเรียน–สอบ–เรียนเสริม–ทำการบ้าน–นอน–ตื่น วนไป ตั้งแต่ตอนนี้จริง ๆ ไหม

ช่วงประถมมีไว้เพื่อเตรียมเข้า ม.1 ต่อด้วยมหาวิทยาลัยอย่างเดียวหรือเปล่า
หรือจริง ๆ แล้วมันคือช่วงเวลาที่เด็กควรได้ค้นพบ ทดลอง คิด ลงมือทำ หาเพื่อน เล่น และมีความสุขกับการเรียนรู้

หนึ่งในข้อได้เปรียบของคนที่มีทางเลือก ก็คือ ย้ายได้ ฟังแล้วก็คิดว่า เออ การไปโรงเรียนมันก็คือ lifestyle อย่างหนึ่งเหมือนกันเนอะ

หันมาดูเด็กแถวนี้… โอ๊ย เลิกเรียนก็ปาร์ตี้ปลา ดูปลา ดูเต่าอะไรก็ไม่รู้ วิ่งเล่นกันทั่วตลาด การบ้านไม่มี เข้าเรียน 9 โมง

แต่พอถึงเวลาที่ต้องเรียน เขาก็ยังเรียนรู้ได้ดีนะ

ให้ท่องเหรอ ฉันก็ท่องได้ ให้ทำอะไร ก็ทำได้ ขอแค่บอกมา จะให้ฉันฝึกอะไร

มันไม่ใช่แค่ชีวิตลูกที่ดีขึ้น แต่ชีวิตเราในฐานะพ่อแม่ก็สบายขึ้นด้วย

ไม่ต้องทะเลาะเรื่องการบ้านทุกเย็น แล้วได้เอาเวลาไปทำโน่นทำนี่ด้วยกัน สร้างความสัมพันธ์กันแทน ซึ่งมองว่าสำคัญมากๆก่อนเข้าวัยรุ่น

มองลูกแล้วก็คิดว่า พวกเธอโชคดีจัง

บ่อยครั้ง เราเลือกเส้นทางเพราะกลัว
กลัวว่าถ้าไม่เริ่มตอนนี้ วันหน้าจะสายเกินไป

แต่ระหว่างที่เรากลัวจะเสียสิ่งที่อยู่ข้างหน้า เราอาจลืมมองว่าเรากำลังเสียอะไรไปในวันนี้

เสียเช้าที่ไม่ต้องเริ่มด้วยการตะโกนเร่ง
เสียเวลาวิ่งเล่น คุยกับเพื่อน เหม่อมองปลา หรือเบื่อจนคิดอะไรของตัวเองขึ้นมาได้

เสียความรู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก และบางครั้ง ก็เสียโอกาสที่จะได้เป็นเด็ก

ไม่รู้สิ แพทเคยเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานที่หวังว่าจะทำงานให้ตายไปข้าง อดทนวันนี้ให้สุด เพื่อสบายในวันหน้า

แต่วันหน้ามันไม่มาถึงสักที และระหว่างนั้น วันนี้เราพลาดอะไรไปมากเหลือเกิน

การทุกข์วันนี้เพื่อหวังจะสุขในวันหน้า ทำให้ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก จนแทบล้มเลิก

แบบนี้ไม่ใช่ทางสำเร็จแน่ ๆ เพราะคนเราจะไปต่อจนสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อแต่ละวันระหว่างทางมีความหมายมากพอ มีอะไรหล่อเลี้ยงใจมากพอ

แน่นอน เด็กควรได้เรียนรู้และพัฒนา
แต่คำถามคือ เรากำลังพาเขาไปข้างหน้า โดยต้องแลกอะไรบ้าง และสิ่งที่แลกนั้น คุ้มกับวัยเด็กของเขาจริงไหม

ดราม่านักกีฬา Hyrox วัย 22 ปีที่ท้องเสียระหว่างการแข่งขัน แต่ยังฝืนแข่งต่อจนจบ คงผ่านตาหลายคนแล้วสุดท้ายนักกีฬาออกมาขอโท...
20/09/2026

ดราม่านักกีฬา Hyrox วัย 22 ปีที่ท้องเสียระหว่างการแข่งขัน แต่ยังฝืนแข่งต่อจนจบ คงผ่านตาหลายคนแล้ว

สุดท้ายนักกีฬาออกมาขอโทษ พร้อมบอกว่าบทเรียนครั้งนี้คือ ชีวิตมีอะไรมากกว่าการแข่งขัน และเราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดและถอยออกมา

คนยุคเรา (30+) โตมากับการชื่นชมคนที่ไม่ยอมแพ้ สู้ต่อ อดทนต่อ กัดฟันต่อ เราเลยกลายเป็นคนที่ถึกและสู้มาก จนบางครั้งลืมถามตัวเองว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ยังคุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไปไหม

สุขภาพ ศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และผลกระทบต่อคนรอบตัว ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพียงเพราะเราอยากไปให้ถึงเส้นชัย

แต่ในฐานะนายจ้าง อิฉันก็เจออีกฟากของเรื่องนี้บ่อยมากเช่นกัน คือ คนที่ถอนตัวเร็วเกินไป

งานเริ่มยาก ได้รับ feedback แค่ 1–2 ครั้ง ต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือเริ่มไม่มั่นใจ ก็อยากหยุด อยากเปลี่ยน อยากถอยแล้ว

มันเลยทำให้กลับมาคิดว่า ความพอดีอยู่ตรงไหน และเราจะวัดมันอย่างไร

เคยได้ยินคำว่า grit ไหมคะ—ความมุ่งมั่นและความอดทนต่อเป้าหมายระยะยาว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พบร่วมกันบ่อยในคนที่ไปได้ไกล ไม่ใช่เพราะเขาเก่งตั้งแต่แรก แต่เพราะเขาอยู่กับความไม่เก่ง ความอึดอัด และช่วงที่ยังไม่เห็นผลได้นานพอ

งานวิจัยบางส่วนมองไปที่เด็กที่อยู่กับกิจกรรมหรือชมรมต่อเนื่องเป็นปี ๆ เด็กกลุ่มนี้มักพัฒนาความอดทนต่อความยากได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะ “ห้ามลาออก” แต่เพราะได้เรียนรู้ว่า ความยากในช่วงแรก ไม่ได้แปลว่าเราไม่เหมาะกับสิ่งนั้นเสมอไป

การไม่ยอมแพ้ไม่ใช่การฝืนทุกอย่างจนพัง และการถอยก็ไม่ใช่การหนีทุกครั้ง

บางครั้งเราควรถอย เมื่อสิ่งนั้นทำร้ายสุขภาพ คุณค่า ความปลอดภัย หรือคนอื่นรอบตัว

บางครั้งเราควรถอย เมื่อสิ่งนั้นทำร้ายสุขภาพ คุณค่า ความปลอดภัย หรือคนรอบตัว

แต่บางครั้ง เราก็ควรอยู่ต่ออีกนิด เพื่อให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้ ฝึกฝน และผ่านช่วงที่ยังไม่มั่นใจไปก่อน

โดยส่วนตัว แพทไม่ให้ลูกล้มเลิกอะไร “ในวันที่มันยาก”

ไม่ใช่ในวันที่โดนครูให้ feedback
ไม่ใช่ในวันที่งานเยอะ
และไม่ใช่ในวันแย่ ๆ วันที่อารมณ์กำลังพาเราอยากหนี

อย่างน้อยขอให้ผ่านวันนั้นไปก่อน แล้วค่อยกลับมาตัดสินใจใหม่ตอนที่ใจนิ่งขึ้น

และถ้าจะเลิก ก็เลิกอย่างรับผิดชอบ ไปคุยกับครูว่าเราต้องทำอะไรให้จบ มีอะไรต้องส่งต่อไหม เพื่อนจะเดือดร้อนหรือเปล่า เราเลือกหยุดได้ แต่เราไม่ควรหายไปโดยโยนภาระไว้ให้คนอื่น

สัปดาห์ก่อน แซมบ่นว่างานเยอะ ไม่อยากทำแล้ว บอกให้ไปคุยกับครู ถามอีกที แซมยังทำทุกอย่าง ทั้งเรียนดนตรี ทั้งแสดงโขน ส่วนที่บอกว่าไม่อยากเป็น Ambassador ในงาน Latino Day สรุปว่าลดจำนวนห้องที่ต้องไปเหลือ 3 ห้อง แล้วก็จบ

แพทว่า บ่อยครั้งเด็กไม่ได้ต้องการ ให้เราพาออกจากปัญหาทุกอย่าง แต่ต้องการให้ผู้ใหญ่ช่วยฟัง ให้กำลังใจ ช่วยบอกทางเลือก หรือช่วยแบ่งงานให้เห็นภาพ ช่วยหาวิธีที่เขายังไปต่อได้โดยไม่หนักเกินไป

และการจะเป็นผู้ใหญ่ที่ฟังปัญหา ความยากลำบากของลูกได้ คุณต้องเป็นพ่อแม่ที่อารมณ์มั่งคงและมี self-regulation มากๆ เลยนะ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Mrs. Melon's Diary โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Mrs. Melon's Diary:

ทางลัด

แชร์