Much more

Much more

แชร์

ของเล่น ของใช้เสริมพัฒนาการเด็ก สิ?

Photos from Much more's post 30/10/2021

☑️ จะดีกว่ามั้ย⁉️ ถ้าลูกฝึก🙇‍♀️สมาธิและเรียนรู้คำศัพท์ไปพร้อมๆกัน ANIMAL PUZZLE จากประสบการณ์ตรงคือเวลาลูกต่อจิ๊กซอลจะมีสามาธิขั้นสุด🧩 ช่วยให้ลูกๆนิ่งขึ้นเยอะเลยค่ะ #เพราะลูกเป็นเด็กได้แค่ครั้งเดียว #สินค้าพร้อมส่ง #ของเล่นเสริมพัฒนาการ

📵ลดการติดจอของเด็กๆ
📌ฝึกฝนความอดทน และฝึกสมาธิ
📌ฝึกฝนสมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างมือและสายตา
📌สะสมคลังคำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์
📌เป็นกิจกรรมครอบครัวได้ด้วย
📌คุณภาพตัวจิ๊กซอว์คือเกินเบอร์มาก
📌วัสดุได้มาตรฐานปลอดภัย

✅เด็กๆ ได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบไม่รู้ตัว #เรียนรู้ผ่านการเล่น
👉🔠🐝🐥ALPHABET ANIMAL
👉🔢🦋🐷NUMBER ANIMAL

📣 🎉พิเศษช่วงแนะนำ SET ละ 459 🅱️ เท่านั้น ‼️ จากปกติราคา 690🅱️❌

🛎🎉ราคาพิเศษ ซื้อ 2 SET ในราคา 829 🅱️

Photos from Much more's post 25/09/2021

📢คุณแม่‼️‼️‼️เรียกหาแม่จัง😂😅🤣โทรโข่ง📣ไปเลยลู๊กกก 👍🏼👍🏼👍🏼 Loud speaker แบบพกพาเล่นเสียงมัลติฟังชั่นมาล๊าววว

📣🎉ฟังชั่นเปลี่ยนเสียงได้ มี3 สีให้เลือก ขาว /ชมพู/ ฟ้า

👦🏻เสียงผู้ชาย
👧🏻เสียงผู้หญิง
🤖เสียงหุ่นยนต์
🤣เสียงหัวเราะ
🎙อัดเสียงได้ด้วย
🔋ถ่าน AA2 ก้อน
👌🏼กระชับมือ พกพาได้ ฟรี‼️สายคล้องคอ

📣พิเศษช่วงแนะนำในราคา 299🅱️ เท่านั้น ‼️‼️

Photos from Much more's post 25/09/2021

🏆PUZZLES GAME ✨นี่ตั้งใจซื้อมาให้ลูกที่บ้านเล่น สรุปติดใจ 👏👏เลยอยากแชร์บ้านอื่นๆในความตรงปก 👍🏼งานดีมากเว่อออ…คุ้มค่าเกินเบอร์เลยจ่ะคุณมัม 💯👍🏼 #เพราะลูกเป็นเด็กได้แค่ครั้งเดียว #สินค้าพร้อมส่ง #ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก #เรียนรู้ผ่านการเล่น

🧩PUZZLES GAME

✅เด็กๆ ได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบไม่รู้ตัว #เรียนรู้ผ่านการเล่น
👉🔠🐝🐥ALPHABET ANIMAL มีคำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ อยู่ในตัวจิ๊กซอว์

👉🔢🦋🐷DIGITAL ANIMAL มีจำนวนสัตว์ต่างๆให้ลูกๆ ได้นับกันแบบไม่เบื่อ

📌ลดการติดจอของเด็กๆ
📌ฝึกฝนความอดทน และฝึกสมาธิ
สะสมคลังคำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์
📌คุณภาพตัวจิ๊กซอว์คือเกินเบอร์มาก

📣 พิเศษช่วงแนะนำ SET ละ 429 🅱️ เท่านั้น ‼️ จากปกติราคา 659 🅱️❌

🛎ราคาพิเศษ ซื้อ 2 SET ในราคาเพียง 779🅱️

Photos from Much more's post 23/09/2021

#มีพร้อมส่งทุกสี สต๊อคแน่นๆ ค่าาา

Photos from Much more's post 23/09/2021

🎨เด็กๆบ้านไหนสมาธิสั้น ‼️ไฮเปอร์แอคทีฟ 📖สมุดระบายสี🖍เป็นหนึ่งในตัวช่วยได้ทีเดียวค่ะมัม หรือคุณมัมท่านไหนกำลังเครียด วิตกกังวล หงุดหงิดกับลูก ให้เวลาตัวเองได้ผ่อนคลายจิตใจ สิ่งนี้ช่วยได้เหมือนกันน๊าา🥰

📒1 ชุด มี 12 เล่มจุกๆ‼️ (1 เล่มมี 32 หน้า รวมทั้ง เซท 384 หน้า )

💡🧠2 ขวบขึ้นเล่นได้แล้วค่ะ
💡🧠ฝีกพัฒนาการทางปัญญา
💡🧠ฝีกและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
💡🧠ฝึกกล้ามเนื้อมือ
💡🧠ฝึกการสังเกตุ
💡🧠ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

🎉📣ช่วงแนะนำสินค้าใหม่ล่าสุด
🏷ชุด 239 🅱️ เท่านั้น
🏷2 ชุด เพียง 389 🅱️

Photos from Much more's post 21/09/2021

📣🎊Version ใหม่ล่าสุด สมุดติ๊กเก้ออออของหนู..... 🥰ได้เล่นแล้วติดใจทุกบ้าน ช่วยผ่อนแรงคุณแม่ได้เยอะเลย☺️ลายน่ารักเยอะแยะไปหมด ทุกเล่มสอดแทรกเนื้อหา เกี่ยวกับคน👦🏻สัตว์ 🐕สิ่งของรอบตัวน้องๆ 🍽แบบที่ไม่ซ้ำกันเลยค่ะ มีติดบ้านคุ้มมากเว่อค่ะคุณมัม💯

📒1 ชุด มี 24 เล่มจุกๆ‼️ (1 เล่มมี 14 หน้า )

🔑สมุดสติ๊กเกอร์พัฒนาสมองของลูกน้อย แต่ละเล่มเด็กๆ จะได้เรียนรู้แตกต่างกันไปมีหลายหมวดหมู่ให้เด็กๆ ได้เล่นแบบไม่เบื่อ

💡🧠2 ขวบขึ้นเล่นได้แล้วค่ะ
💡🧠พัฒนาสมอง
💡🧠ฝึกการเปรียบเทียบ
💡🧠ฝึกการสังเกตุ
💡🧠ฝึกการวิเคราะห์
💡🧠ฝึกการคิดอย่างมีตรรกะ
💡🧠เรียนรู้เลขาคณิต
💡🧠ฝึกกล้ามเนื้อมือ
💡🧠ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

🎉📣ช่วงแนะนำสินค้าใหม่ล่าสุด
🏷ชุด 269 🅱️ เท่านั้น
🏷2 ชุด เพียง 459 🅱️

13/09/2021

"ไม่ว่าวันนั้นพวกเขาจะเป็นเช่นไร เด็กทุกคนต้องการการยอมรับจากพ่อแม่ของพวกเขาเสมอ”

ในวันที่ลูกทำตัวไม่น่ารัก มักจะเกิดจากความคับข้องใจจากภายในที่เขาไม่สามารถจัดการมันได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ลูกทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมออกไป ซึ่งบ่อยครั้งเขาไม่ได้อยากทำเช่นนั้น...
และเชื่อว่า เด็ก ๆ หลายคนไม่ได้อยากเป็นเด็กไม่ดีหรือเด็กไม่น่ารัก
พวกเขาเป็นเพียงแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถทำตัวดีและน่ารักตลอดเวลาเท่านั้นเอง

หากผู้ใหญ่เข้าใจและให้การเคียงข้าง
ไม่ปล่อยเด็ก ๆ ให้จัดการกับอารมณ์ตัวเองเพียงลำพังในวันที่เขายังไม่พร้อมรับมือด้วยตนเอง และให้การสอนพวกเขา
เด็ก ๆ จะสามารถรับรู้อารมณ์ตัวเองและเรียนรู้ที่จะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น
เมื่อนั้น พวกเขาจะสามารถพัฒนาตัวเองไปสู่การยอมรับความรู้สึกของตัวเองและแสดงออกอย่างเหมาะสมได้

**********

[แนวทางการรับมือกับการอาละวาดของเด็กปฐมวัย]

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเด็กเล็กก่อนว่า พวกเขายังเนื่องจากภาษายังไม่พัฒนาเต็มที่ สมองส่วนของเหตุและผลจึงยังพัฒนาไม่สมบูรณ์เช่นกัน เด็กวัยนี้ใช้สมองส่วนอารมณ์และสัญชาตญาณในการตอบสนองเป็นหลัก จึงไม่น่าแปลกใจที่ “การอาละวาด (Tantrum)” เป็นของคู่กันของเด็กวัยนี้

ดังนั้นเวลาไม่พอใจ เขาจะแสดงออกชัดเจน ด้วยการร้องไห้ กรี๊ด หรือ ใช้ร่างกายที่แข็งแรงของเขาต้านเราเต็มเเรง ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องสู้ หรือ พูดอะไรมากมาย ณ ตอนที่เด็กอาละวาด

“เรารับมือด้วยความสงบและมั่นคง"

สิ่งที่ควรทำ คือ...

ขั้นที่ 1 เข้าไปถึงตัวเด็กเวลาต้องการห้ามเขาทำอะไร ย่อตัวลง ให้ตาสบตา ใช้มือจับมือเขาแล้วบอกสั้นๆ ว่า “ไม่ทำ....”

ขั้นที่ 2 ถ้าเด็กไม่หยุดทำและเริ่มอาละวาด ให้พาเขาไปหาที่สงบและปลอดภัย บอกเด็กสั้นๆ ว่า “ถ้าหนูสงบ/พร้อม แม่จะอยู่ตรงนี้พร้อมคุยกับหนู” ระหว่างที่เด็กร้องไห้ อาละวาด หากเขายอมให้เรากอด เราสามารถกอดเขาได้ แต่ถ้าเด็กดิ้น อาละวาด เรานั่งลงข้างๆ ในระดับเดียวกับเขา ดูแลไม่ให้เขาหัวโขก

ขั้นที่ 3 ผู้ใหญ่รอ และรออย่างอดทน จนกว่าเขาจะสงบ ขั้นตอนนี้อาจจะยาวนานมาก หากเพิ่งเคยเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อเด็กเริ่มสงบ ให้ถามเขาว่า “พร้อมยัง ถ้าหนูพร้อมแล้ว แม่อยากให้หนูนับ 1-10 พร้อมแม่ แม่จะได้รู้ว่า หนูพร้อมแล้ว” เด็กที่นับเลขไม่เป็น ไม่เป็นไร เพราะเราสามารถบอกให้เขาพูดตามเราได้ ผู้ใหญ่ต้องเป็นคนกำหนดจังหวะการนับ ไม่ใช่ให้เด็กควบคุมการนับ นับช้าๆ ชัดๆ เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ เป็นการสอนให้เด็กเรียนรู้การจัดการอารมณ์ไปในตัว “1, 2, 3,...,10” ระหว่างนับหากสะอื้นใหม่อีกระลอก รอเขาต่ออีกนิด แล้วค่อยนับใหม่ การนับจึงช่วยให้เรารู้ว่า เด็กสงบพร้อมฟังเรา

ขั้นที่ 4 เมื่อเด็กสามารถนับ 1-10 พร้อมเราได้ โดยไม่สะอึกสะอื้นขึ้นมาอีก เราบอกเขาได้ว่า “หนูพร้อมฟังแม่แล้วนะ” จากนั้นให้สอนเขาว่า “เมื่อกี้ที่หนูทำ....หนูไม่ควรทำ....และสิ่งที่หนูควรทำ คือ .....” เท่านี้

ขั้นที่ 5 สอนเสร็จ ถ้าเด็กทำไม่เหมาะสม สอนเขาพูด “ขอโทษ” กับคนที่เขาทำไม่เหมาะสมด้วย ถ้าเด็กไม่ยอมทำ เราพูดไปพร้อมเขาและจับมือเขาทำได้ “ขอโทษค่ะ/ครับ ที่หนูทำ...” เช่น ถ้าเขาตีแม่ ให้คุณแม่จับมือน้อง แล้วพูดว่า “ขอโทษค่ะ ที่หนูตีคุณแม่” เด็กจะได้รับรู้ว่า เขาขอโทษเรื่องอะไร ไม่ใช่ใช้การพูดขอโทษเพื่อให้หลุดออกมาจากสถานการณ์เท่านั้น

ขั้นที่ 6 สุดท้าย ควรจบด้วยการกอดและความเข้าใจ ทุกครั้งที่ลูกอาละวาด เป็นโอกาสดีเสมอที่เด็กจะได้เรียนรู้ว่า พ่อแม่รักเขา และยอมรับเขาไม่ว่าเขาจะเป็นเด็กไม่น่ารักในวันนี้ สายสัมพันธ์จะแน่นแฟ้นทุกครั้ง ถ้าจบเช่นนี้

***ผู้ใหญ่ต้องไม่กลัว เมื่อเด็กอาละวาด เพราะเด็กรับรู้ได้ในสีหน้าท่าทางความไม่มั่นใจของเรา ดังนั้น ให้ยอมรับว่า การอาละวาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เพื่อเติบโตของเด็กวัยนี้ เราไม่ต้องตกใจ รับมือด้วยความสงบ อะไรได้ไม่ได้ เรามั่นคงตามนั้น เชื่อว่า “ผู้ใหญ่รอเด็กสงบได้ เพราะเรามีความอดทนมากกว่าเด็ก จริงไหม?”

**********

[แนวทางป้องกันก่อนเกิด]

(1) สร้างสายสัมพันธ์กับลูก เพื่อให้ลูกและเรารับฟังซึ่งกันและกัน

หากสายสัมพันธ์ดี เราจะสอนเด็กง่ายขึ้น เพราะเขาจะอยากฟังเรา
สายสัมพันธ์ที่ดี ต้องกลับไปสู่ “เวลาคุณภาพ” โดยการอ่านหนังสือ เล่นตามวัย และทำกิจกรรมด้วยกัน

เวลาคุณภาพ ไม่ใช่เวลาแห่งการตามใจลูก แต่เป็นเวลาแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การให้ความสนใจกับลูกอย่างเต็มที่ วางทุกอย่างลง ทั้งมือถือ และภาระงาน มองตาลูก รับฟัง และสอนเขาโดยการทำสิ่งนั้นไปพร้อมกับเขา
*หากไม่มีเวลา เวลาที่มีอยู่ ขอให้ใช้เวลานั้นอย่างมีคุณภาพที่สุด เพราะปริมาณสำคัญน้อยกว่าคุณภาพ

***

(2) ให้เด็กได้เล่นอย่างเพียงพอ
ควรเน้นการเล่นที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่-มัดเล็ก

อย่าคาดหวังให้เด็กเล็กนั่งรอเรียบร้อยดั่งผ้าที่พับไว้ เพราะสิ่งธรรมชาติของเขาคือนักวิ่งร้อยเมตรที่วิ่งได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถ้าเหนื่อย (แบตหมด) คือ จอดแบบไม่ส่งสัญญาณใดๆ

พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย คือ ร่างกายในส่วนของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเขาทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นเด็กอยากทดสอบกำลังแขน ขา ของเขาในการทำสิ่งต่างๆ และสิ่งที่เด็ก ๆ ทำได้ คือ วิ่ง ปีน คว้า โยน ขว้าง ฉีก ขยำ เตะ ปัด ตี และอื่นๆ

เด็กวัยนี้ควรเล่นโดยการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยวันละ 2-3 ชั่วโมง (เยอะมากจนน่าตกใจ) การเล่นที่ไม่เพียงพอจะส่งผลให้เด็กหงุดหงิด และอึดอัด เขาจะแสวงหาที่ระบายแรงด้วยตัวเขาเอง ซึ่งบ่อยครั้งการระบายมักออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กระทืบเท้า ทำลายข้าวของ และโมโหง่าย

สิ่งที่ควรทำ คือ...

“ปล่อยเด็กคืนสู่ธรรมชาติ” หาที่โล่งให้เขาได้วิ่งเล่น กระโดด ปีนป่าย กลิ้ง มุด อย่างเต็มที่ ถ้าที่บ้านไม่มี ให้เขาได้ไปว่ายน้ำ (ถ้าไม่ไปสระ จะเติมน้ำใส่กะลังให้ลูกเล่นในห้องน้ำก็ได้เช่นกัน) หรือ เล่นทรายที่สนามเด็กเล่น (ถ้าไม่มีสนามใกล้เคียง เราจะซื้อทรายมากองไว้หน้าบ้าน ก็ได้เช่นกัน)

“เล่นในบ้าน”
เล่นน้ำ เทน้ำใส่กะละมังลงแช่ในห้องน้ำ หรือ จะเล่นในอ่างอาบน้ำก็ได้เช่นกัน
เล่นทำอาหาร นวดแป้ง ปอกเปลือกไข่ต้ม และอื่น ๆ
เล่นทำงานบ้านที่ได้ออกเเรง เช่น ถูพื้น ใช้ผ้าผืนเดียวและถูโดยไม่ต้องมีไม้ถู หรือ จะรดน้ำต้นไม้ก็ได้เช่นกัน

“เปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมด้วยกิจกรรมดีๆ” เด็กวัยนี้ชอบโยน ขว้าง เราให้เขามาโยนบอล โยนผ้าลงตะกร้า เขาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และเราไม่ต้องห้ามเขาด้วย หรือ เด็กชอบเล่นเลอะเทอะ ให้เขาได้เล่นดิน เล่นทราย เล่นน้ำ เล่นสีนอกบ้าน หรือ จะปูผ้ายางให้เขาได้ละเลงให้เต็มที่ เมื่อเด็กได้ทำเต็มที่ เขาจะไม่ทำพฤติกรรมนั้นในที่ๆ ไม่เหมาะสมเอง

***

(3) ผู้ใหญ่มีหน้าที่ควบคุมกติกาและตารางเวลาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ควบคุมเด็กด้วยการพูด "ห้าม อย่า หยุด” ตลอดเวลา

"กำหนดกติกาของครอบครัวให้ชัดเจน" ไม่ต้องเยอะข้อและทุกคนในครอบครัวอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน เช่น
กฎ 3 ข้อ ได้แก่ “ไม่ทำร้ายผู้อื่น” “ไม่ทำร้ายตนเอง” “ไม่ทำลายข้าวของ”
หากทำผิด เราจะให้โอกาสโดยการเตือนเขาก่อน ถ้าเขาดึงดันจะทำอีก ให้พาเขาต้องออกไปมุมสงบกับเรา

“มีตารางเวลาที่ชัดเจน”
เเม้ว่า เด็กจะพูด “ไม่ทำ” แต่ถ้าเป็นหน้าที่ เขาต้อง “กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัง แต่งตัว ใส่รองเท้า เก็บของเล่น เข้าห้องน้ำ” การมีตารางเวลาที่ชัดเจนว่า เขาต้องทำสิ่งเหล่านี้เวลาไหน เขาจะเรียนรู้ได้เมื่อทำเป็นประจำ ช่วงเเรกอาจจะมีต่อต้านบ้าง แต่หากเราเผื่อเวลา และทำไปกับเขา เด็กจะปรับตัวและเรียนรู้การช่วยเหลือตัวเองได้ดีขึ้น

การมีตารางเวลาที่ทำสม่ำเสมอ เด็กจะจดจำและรู้หน้าที่ของตนเองว่า เขาต้องทำอะไร ตอนไหน ตารางเวลาเป็นผู้ควบคุมเขา ไม่ใช่พ่อแม่ และเมื่อเด็กโตขึ้นเขาจะเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองให้ทำตามตารางเวลา โดยไม่ต้องให้พ่อแม่มาควบคุมเขา

***

(4) ผู้ใหญ่มีหน้าที่ “ช้าลง"

การที่เด็กใจร้อน ไม่ได้แปลว่า ผู้ใหญ่ต้องตอบสนองเขาทันทีทันใด เราต้องช้าลง ให้เขารอบ้าง ไม่เป็นไร แต่ต้องไม่รอนานเกินความสามารถของเด็กวัยนี้ นั่นคือ รอเกิน 7-10 นาที

เด็กอยากช่วยเหลือตัวเอง แต่เขาเพิ่งเริ่มหัดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง เขาจึงทำได้ช้า และอาจจะทำไม่ได้สมบูรณ์แบบ ผู้ใหญ่มีหน้าที่เผื่อเวลาให้เขา สักประมาณ 3-5 นาที หากเด็กทำไม่ได้ หรือ ขอความช่วยเหลือ เราค่อยเข้าไปจับมือเขาทำ

สำคัญที่สุด “อย่าประเมินเด็กที่ผลลัพธ์ที่เขาทำออกมา” ให้ชื่นชมที่ “ความพยายามและความตั้งใจที่จะทำมันด้วยตนเอง” หรือ “ความกล้าหาญที่เขากล้าที่จะเริ่มทำด้วยตนเอง”

***

(5) จัดมุมสงบ (Calm down corner)
เราจะไม่เรียกว่า "มุมเด็กดื้อ (Naughty spot)” เพราะไม่ใช่ที่สำหรับเด็กดื้อ แต่เป็นที่สำหรับเวลาเขาหงุดหงิด ต้องการความช่วยเหลือ ต้องการเวลานอก หรือ เวลาอาละวาด...

เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจของเด็ก ๆ เราไม่ตัดสินเขา และให้เวลาเขาในการสงบ โดยมีเราเคียงข้าง

พื้นที่อาจจะประกอบไปด้วย
หมอน เต้นท์ บีนแบ็ก ตุ๊กตาสำหรับกอด และอื่น ๆ ตามแต่ที่เรากับลูกต้องการ แต่ไม่ควรมีของเล่น หรือ สิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายได้ เน้นเป็นของที่ช่วยในการรองรับและสงบทางอารมณ์

ที่สำคัญไม่ควรเป็นจุดที่มีคนพลุกพล่าน เดินผ่านไปมาในบ้าน

เมื่อได้มุมสงบแล้ว พยายามสอนเขาใช้ก่อนเกิดการอาละวาด และเมื่ออาละวาดแล้ว พาเขามาสงบและเคียงข้างเขาตรงนี้เสมอ ทำเป็นประจำ เด็ก ๆ จะเรียนรู้ และสามารถเดินออกมาเอง ในเวลาที่เขาไม่พร้อม

**********

สุดท้าย ไม่มีเด็กคนไหนอยากเป็นเด็กไม่ดี พวกเขาแค่ต้องการ...
“ความเข้าใจ” ด้วยการรับฟัง
“การสอน” ด้วยความรัก
และที่สำคัญที่สุด คือ “ความอดทน” จากเราพ่อแม่นั่นเอง

ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

Photos from พัฒนาเด็ก's post 30/08/2021
29/08/2021

เย้ๆๆ 1 กย. นี้เริ่มรับประทานอาหารในร้านได้แล้วนะคะ #หายเครียดไปหนึ่งเปราะ แต่‼️‼️‼️ ก่อนเข้าร้าน อย่าลืม Check list กันนะคะ✅

เช็คลิสต์ 'โควิดฟรี' 3 สิ่งต้องมี เข้าทานใน ‘ร้านอาหาร’ ได้

หลังจากที่ประชุม ศบค. มีมติ ‘คลายล็อกดาวน์’ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ให้กิจการ/กิจกรรม บางประเภท กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.64 เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็น #ร้านอาหารให้นั่งทานในร้านได้ ส่วนห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ ร้านเสริมสวย หรือตัดผม ร้านนวด (เฉพาะนวดเท้า) สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกายที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้งยกเว้นฟิตเนส ต่างก็กลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว

สำหรับร้านอาหารนั้น แม้จะกลับมาเปิดให้นั่งทานในร้านได้แล้ว แต่ยังเป็นการ #เปิดแบบมีเงื่อนไข ที่ทั้งร้านค้า พนักงาน รวมถึงตัวลูกค้าเอง ต้องเข้าเงื่อนไข “โควิดฟรี” ประกอบด้วย "3 สิ่งต้องมี" จึงจะสามารถนั่งทานในร้านได้ ดังนี้

📌สถานที่ - สิ่งแวดล้อม

1. จัดการสิ่งแวดล้อมไม่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ
2. เว้นระยะห่าง ไม่แออัด
3. อากาศถ่ายเทได้ดี

📌โดยมีเงื่อนไขของร้านอาหาร คือ

- ร้านอาหารที่อยู่นอกอาคาร หรือไม่มีเครื่องปรับอากาศ อยู่ในพื้นที่โล่ง อากาศถ่ายเทดี ให้นั่งได้ 75 %
- ร้านอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศ ให้นั่งได้ 50 %

ซึ่งร้านอาหารที่เปิดให้นั่งทานในร้านได้ จะต้องผ่านการประเมินจาก คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร และได้สัญลักษณ์ "Thai STOP COVID"

📌ผู้ประกอบการ - พนักงาน

1. ต้องปลอดโรค และได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม
2. ผู้ที่เคยติดเชื้อ ต้องหายแล้ว 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน
3. ไม่เข้าข่ายข้อ 1 และ 2 ต้องตรวจโควิดได้ทั้งด้วย RT-PCR หรือ ATK ทุก 3-7 วันตามระดับความเสี่ยง

📌ลูกค้า

1. ต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว โดยแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน (บัตรเขียว)
2. ผู้ที่เคยติดเชื้อ ต้องหายแล้ว 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน
3. ไม่เข้าข่ายข้อ 1 และ 2 ต้องมีผลตรวจรับรองว่าไม่ติดเชื้อ หรือ ตรวจที่หน้าร้าน (ถ้าผลเป็นลบ ผู้ประกอบการออก "บัตรเหลือง" ใช้ได้ 1 สัปดาห์)



อ่านต่อที่: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/957148?anm=



#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website : http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit : https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok : https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

Photos from สารพันปัญหาการเลี้ยงลูก's post 29/08/2021

การเป็นแม่คนมันไม่ง่ายเลยนะคะ แต่เพื่อลูกแม่ต้องทำค่ะ😅

Photos from Kids Planet's post 28/08/2021
28/08/2021

☔️🌧ช่วงนี้หน้าฝน คอยระวังและสังเกตน้องๆที่บ้านกันด้วยนะคะ

🔹🌹ผื่นกุหลาบในเด็ก โรคผื่นแพ้ยอดฮิตที่ลูกชอบเป็นตอนฤดูฝน👶🏻🌧

เคยสังเกตไหมว่า ลูกเราเคยมีผื่นแดงอมชมพูขึ้นตรงผิวหนังบ้างหรือไม่? บางครั้งผื่นแดงก็ขึ้นรอบตัวจนน่ากลัว แถมมีอาการคัน ระคายเคืองผิว และมีไข้ผสมกันไปด้วย เราไปทำความรู้จักแบบล้วงลึกเกี่ยวกับ "โรคผื่นกุหลาบ" โรคผื่นแพ้ยอดฮิตที่ลูกชอบเป็นตอนฤดูฝนกันดีกว่าค่ะ

📌"ผื่นกุหลาบ" คือโรคอะไร?


"ผื่นกุหลาบ" (Pityriasis Rosea หรือ PR) หรือ "ส่าไข้" ที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ เป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอาการเป็นผื่นเฉียบพลัน แต่ไม่อันตราย และไม่ทำให้เสียชีวิต

แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะโรคนี้สามารถหายเองได้ แต่เด็กบางคนอาจนานประมาณ 3 - 4 เดือน ทำให้โรคนี้มีอีกชื่อเรียกอีกอย่างว่า "โรคผื่นร้อยวัน" และเมื่อเป็นแล้ว มักจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

ซึ่งเชื้อไวรัสนี้พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย เริ่มตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และยิ่งพบได้มากในเด็กเล็กๆ เคยมีรายงานว่าเคยพบโรคนี้ในทารกที่อายุเพียง 3 เดือนเท่านั้น

ผื่นกุหลาบจึงเป็นโรคที่คุณแม่มือใหม่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในฤดูฝน เพราะมักจะมีการระบาดมากกว่าปกติค่ะ


📌อาการของโรค "ผื่นกุหลาบ"

ลูกอาจมีไข้สูงแบบเฉียบพลัน หลังจากนั้นจะมีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง
ผื่นมีลักษณะเป็นวงรี หรือวงกลมรูปไข่ ส่วนมากจะเป็นสีชมพูอมแดง, สีชมพู หรือสีส้ม ซึ่งคล้ายกับสีของดอกกุหลาบนั่นเอง

ตรงกลางของผื่นจะมีลักษณะย่น มักจะขึ้นตามตัว แล้วค่อยกระจายเป็นรูปต้นสนลามไปทั่วผิวหนัง จากนั้นก็จะหายเอง

โรคนี้พบได้มากในทารกและเด็กเล็ก แต่ที่น่ากลัว คือ เด็กอาจจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ทั้งๆ ที่เด็กยังมีอาการเป็นปกติทุกอย่าง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ส่วนมากไม่ทันระวังจนไข้ขึ้นสูง และมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้


📌สาเหตุของโรค "ผื่นกุหลาบ"

โรคผื่นกุหลาบ มักเกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น

🔹เกิดจากเชื้อไวัส HHV-6 และ HHV-7 ที่อยู่ในน้ำลาย และเสมหะ

ซึ่งแพร่กระจายได้โดยการไอ จาม และการสัมผัสทั้งทางตรง และทางอ้อม เช่น เล่นตบแปะกัน หรือจะเล่นของเล่นที่มีเชื้อไวรัสอยู่ แล้วเอามือมาขยี้ตา แคะจมูก หรือเอาเข้าปากก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน

🔹ของใช้เด็กไม่สะอาด

ของใช้ รวมทั้งของเล่นเด็ก มักจะมีเชื้อโรคและเชื้อไวรัส ซึ่งอาจจะมาจากน้ำลายของเด็กที่ชอบกัดสิ่งของ แล้วคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ทำความสะอาดให้ดีหลังลูกเล่นเสร็จ ทำให้เกิดจากสะสมของเชื้อโรคและเชื้อไวรัสต่างๆ ทำให้เกิดดเป็น "ผื่นกุหลาบ" ได้

🔹ไม่ได้แยกของใช้สำหรับเด็กอ่อน และผู้ใหญ่ออกจากกัน

เช่น แก้วน้ำ, ช้อนซ้อม, เสื้อผ้า เป็นต้น


📌การรักษา โรค "ผื่นกุหลาบ"

✅ห้ามกินยาแอสไพริน

หากลูกมีอาการปวดหัว หรือเป็นไข้ ควรให้ลูกดื่มน้ำมากๆ หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว แล้วทานยาพาราเซตามอลแทน แต่ห้ามให้ลูกกินยาแอสไพรินโดยเด็ดขาด

✅นอนหลับให้เพียงพอ

พาลูกนอนหลับให้เพียงพอ จะได้ไม่เกิดความเครียด เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซม และฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

✅ทาแป้ง ป้องกันอาการคัน

เมื่อลูกเกิดอาการระคายเคืองผิว หรือมีอาการคันที่ผื่นเล็กน้อย ไม่ควรให้ลูกเกา เพราะอาจเกิดรอยแผลได้ ควรให้ลูกทาแป้งมากกว่า

✅ไม่อาบน้ำอุ่นให้ลูกน้อย

เพราะอาจเป็นการกระตุ้นผื่นให้เกิดขึ้นมาอีกมากกว่าเดิมได้


📌วิธีป้องกัน หากไม่อยากเป็น "ผื่นกุหลาบ"

✅ห้ามใช้ของร่วมกัน

ถ้ามีคนในบ้านเป็นผื่นกุหลาบ ควรแยกของใช้ทุกชนิด ไม่ให้ใช้ของด้วยกัน

✅แยกผู้ป่วยให้ออกห่างจากเด็ก

เช่น ไม่ให้เด็กทานอาหารอาหารร่วมกับผู้ป่วยที่เป็นโรคผื่นกุหลาบเด็ดขาด เป็นต้น

✅ดูแลรักษาความสะอาดร่างกาย

การพาลูกล้างมือบ่อยๆ ไม่เอามือเข้าปาก รวมทั้งไม่ไปแคะจมูก หรือขยี้ตา จะช่วยป้องกันการติดเชื้อจากโรค "ผื่นกุหลาบ" ได้มาก

✅ใช้ของที่ไม่ระคายเคืองผิวลูกน้อย


เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับโรคผื่นกุหลาบที่ลูกๆ อาจจะเคยเป็นกันมาก่อน แต่เรานึกว่าเป็นแค่ผื่นคันธรรมดา

เพราะมันสามารถหายเองได้ แต่ต้องใช้เวลาในการเยียวยา และต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดทั้งร่างกาย และข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งของเล่นที่ลูกมักจะชอบเอาเข้าปากอยู่เสมอด้วย เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกจะเกิดโรคผื่นกุหลาบได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

💘อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.parentsone.com/pityriasis-rosea-in-children/
-----------------
🌟ติดตามพวกเราได้ที่

📌Facebook : Parents One
📌Twitter : twitter.com/ParentsOne
📌WebSite : www.parentsone.com
📌Instagram : instagram.com/parentsone/
📌Youtube : https://www.youtube.com/c/parentsone

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

พัฒนการ สวนหลวง กทม. 10250
Bangkok
10250