19/03/2026
สอบปลายภาค2/2568 เหลืออีก1เทอม ต้องฝึกทักษะในสถานประกอบการแล้วนะครับผม
หลักสูตรใหม่และสาขาใหม่..ของมรธ.ค่ะ
จะแจ้งข่าวสาร..ใหม่เร็วนี้..ค่ะ
19/03/2026
สอบปลายภาค2/2568 เหลืออีก1เทอม ต้องฝึกทักษะในสถานประกอบการแล้วนะครับผม
16/02/2026
เป็นบทสรุปที่ หลายฝ่ายในประเทศไทยต้องหวนคิดและนำไปเป็นต้นทางของการกำหนดกลยุทธ์ของประเทศได้ ขอบคุณ #ขอบคุณพี่ๆITD
11/02/2026
ผมมีรายได้ตั้งแต่ปี 3 เทอม2 ละครับ ตอนนี้บรรจุแล้วครับ #ขอบคุณพี่ๆครับที่รับพวกผมฝึกทักษะปฏิบัติจนบรรจุเป็นพนักงาน
#วทบโลจิสติกส์
#บัณฑิตพร้อมใช้
08/02/2026
เรียนจริงฝึกจริงจัง วท.บโลจิสติกส์ รายวิชา เทคโนโลยีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า และการจัดการขนส่งครับผม
20/01/2026
ใครไม่รู้ เด็กโลจิสต้องรู้ครับ https://www.facebook.com/share/1Fu7G5ZB6H/?mibextid=wwXIfr เครดิต: พี่ๆลานตู้และการบริการครับ
เทอม CIF กับ CFR คืออะไร ต่างกันตรงไหน เลือกใช้แบบไหนดี?
ในการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทางเรือจากจีน หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า CIF หรือ CFR อยู่บ่อยๆ แล้วมันคืออะไร? และควรเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจเรา?
1. = Cost and Freight (ต้นทุน + ค่าระวางเรือ)
ผู้ขายรับผิดชอบถึงแค่ส่งของขึ้นเรือและจ่ายค่าขนส่งทางเรือมายังท่าปลายทาง
แต่! เมื่อของขึ้นเรือ ความเสี่ยงทั้งหมด (เช่น ของเสียหาย, จมน้ำ, หาย) จะตกเป็นของผู้ซื้อทันที
2. = Cost, Insurance and Freight (ต้นทุน + ค่าระวางเรือ + ค่าประกันภัย)
เหมือน CFR ทุกอย่าง แต่เพิ่มเติมคือ "ผู้ขายต้องจัดหาประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่งให้ด้วย"
หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เรือชนกัน สินค้าชำรุด มีโอกาสได้รับค่าชดเชยจากประกันภัย (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์)
ความต่างหลักของ CIF กับ CFR คือ "ประกันภัย"
ถ้าใช้ CFR = ผู้ซื้อจัดการเรื่องประกันเอง (หรือจะไม่ทำก็ได้)
ถ้าใช้ CIF = ผู้ขายซื้อประกันให้ แต่ผู้ซื้อยังคงเป็นเจ้าของความเสี่ยงหลังของขึ้นเรือ
เลือกแบบไหนดี?
ถ้าเป็นมือใหม่ หรือไม่อยากยุ่งเรื่องประกัน เลือก CIF ดีกว่า ได้ความคุ้มครองมากขึ้น
ถ้ามีบริษัทขนส่งหรือเอเจนต์ประจำที่ดูแลเรื่องประกันให้ได้ ราคาดีกว่า อาจเลือก CFR แล้วจัดการเอง
ถ้าส่งของมูลค่าสูง หรือของที่เสี่ยงเสียหายง่าย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เลือก CIF เพื่อความอุ่นใจ
#ตัวอย่างการใช้
สมมุติคุณสั่งสินค้าเฟอร์นิเจอร์จากจีนมาลงท่าเรือแหลมฉบัง
ถ้าใช้ CFR: คุณจ่ายค่าสินค้า + ค่าขนส่งทางเรือ แต่ถ้าเกิดไฟไหม้เรือกลางทาง คุณรับความเสี่ยงเอง
ถ้าใช้ CIF: คุณจ่ายเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่มีประกันคุ้มครองสินค้าในกรณีฉุกเฉิน
_________________________________
FCA / FAS / FOB ต่างกันยังไง? เข้าใจง่ายใน 1 นาที!
ใครทำธุรกิจนำเข้าส่งออก ต้องเคยเจอคำว่า FCA, FAS, หรือ FOB แต่รู้ไหมว่าแต่ละคำมีความหมายต่างกันยังไง?
(Free Carrier)
ผู้ขายส่งของให้ผู้ขนส่งตามจุดที่ตกลง เช่น คลังสินค้า ท่าเรือ หรือสนามบิน
จุดเด่น: ยืดหยุ่น ใช้ได้กับทุกการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ หรือทางอากาศ
(Free Alongside Ship)
ผู้ขายส่งของมาวาง “ข้างเรือ” ที่ท่าเรือ
จุดเด่น: เหมาะกับสินค้าที่ต้องตรวจสอบก่อนขึ้นเรือ ใช้เฉพาะทางทะเล
(Free On Board)
ผู้ขายส่งของขึ้นเรือให้เลยที่ท่าเรือ
จุดเด่น: ใช้บ่อยมากกับการค้าทางทะเล ผู้ขายดูแลจนของขึ้นเรือเรียบร้อย
สรุปง่ายๆ:
FCA = ส่งถึงจุดรับของ
FAS = วางข้างเรือ
FOB = ขึ้นเรือให้เลย
ถึง 3 เทอมจะแตกต่างกันไม่มาก แต่ถ้าปริมาณสินค้ามากขึ้นการลดค่าใช้จ่ายบางจุด ลดต้นทุนได้มหาศาล
_________________________________
Incoterms 2020 นั้นจะเป็นข้อกำหนดเงื่อนไขในการส่งมอบสินค้า เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาระหว่างการขนส่ง ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในภายหลัง ซึ่งมีอยู่ 4 Term หลักๆ
EXW – (Exworks) : Term นี้ผู้ขายจะรับผิดชอบสินค้า ว่าสินค้านั้นมีแตกหักตรงไหนรึเปล่า สินค้าของผู้ขาย ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตกอยู่กับผู้ซื้อทั้งหมด ตั้งแต่ ค่าใช้จ่ายในการผ่านด่านศุลกากรขาออก กระทั่งค่าใช้จ่ายในการขนของขึ้นรถที่มารับ ณ คลังสินค้าของผู้ขาย ทั้งนี้ เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น เช่นให้ผู้ขายส่งของขึ้นรถที่ผู้ซื้อจัดมาให้ด้วย
CIF – (Cost Insurance and Freight) : Term นี้ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการส่งสินค้า เช่น ค่าขนส่ง และค่าประกัน ระหว่างทางไปที่เรือจนถึงบนเรือ ถ้าเกิดมีการเสียหายบนเรือผู้ขายต้องรับผิดชอบ แต่หน้าที่ของผู้ขายจะหมดลงเมื่อสินค้าถึงท่าเรือปลายทาง
FOB – (Free On) : Term นี้เป็น Term ที่มีความนิยมมากที่สุด ในการนำเข้าสินค้าหรือว่าส่งออก เงื่อนไขของการส่งมอบนี้ การที่ผู้ซื้อสินค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ เอง เมื่อนำสินค้าขึ้นเรือแล้วถือว่าผู้ซื้อได้รับมอบสินค้านั้นแล้ว หากมีความเสี่ยงภัยหรือภาระค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นหลังจากนั้น ภาระนั้นจะตกเป็นของผู้ซื้อทันที โดยผู้ขายนั้นไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบหลังจากที่สินค้าถูกนำส่งลงเรือต้นทางกระทั่งถึงปลายทาง
DDP- (Delivered Duty Paid) : Term นี้เป็น Term ที่ผู้ขายมีภาระรับผิดชอบในการส่งมอบของ ณ สถานที่ที่ผู้ซื้อระบุในราชอาณาจักรโดยผู้ขายรับภาระความเสี่ยงภัยและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับการขนส่งของไปยังสถานที่ปลายทาง ผู้ขายเป็นผู้ดำเนินพิธีการขาออกและพิธีการขาเข้า รวมทั้งชำระค่าภาษีอากรและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบของดังกล่าวจนถึงสถานที่ปลายทาง ข้อตกลงนี้อาจใช้ในกรณีที่มีการขนส่งมากกว่าหนึ่งรูปแบบ เอาง่ายๆตรงข้ามกับ Exworks ครับ พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราจะเห็นว่าแต่ละ Term นั้นมีความแตกต่างกันไป
________________________________
INCOTERMS ย่อมาจาก International Commercial Terms หรือข้อกำหนดในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยถือเป็นข้อกำหนดแห่งกฎหมายที่มีผลบังคับใช้กับใบกำกับสินค้า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของแนวโน้มการตีความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า
Incoterms ได้ถูกคิดค้นขึ้นและนำมาใช้ครั้งแรกในปีพ. ศ. 2479 โดยหอการค้านานาชาติ หรือ International chamber of Commerce (ICC)
สำหรับฉบับล่าสุดคือ Incoterms 2020 เป็นฉบับที่มีการแก้ไขปรับปรุงใหม่จากปี 2010 และเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้นมา ซึ่งใจความสำคัญของ Incoterms 2020 อยู่ที่กฎระเบียบ 11 ข้อ ที่สามารถนำมาอ้างอิงและใช้ได้ ทั้งกับการค้าภายในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ ICC ได้ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขายและผู้ซื้อในเรื่องต่างๆ เอาไว้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบ การรับมอบสินค้า ความเสี่ยงภัยของสินค้า การขนส่ง การประกันภัย เอกสารที่เกี่ยวกับการจัดส่งและการบรรทุก การทำพิธีการส่งออกและนำเข้า การตรวจสอบสินค้า ฯลฯ เป็นต้น
🔰เหตุใด INCOTERMS ถึงมีความสำคัญ?
การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศอาจใช้เวลาหลายวันหรือสัปดาห์ก่อนสินค้าถึงจุดหมายปลายทาง แม้ว่าการขนส่งระหว่างประเทศจะทันสมัยและปลอดภัยกว่าเมื่อก่อน แต่ยังมีโอกาสที่สินค้าจำนวนมากไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางหรือถึงในลักษณะที่สินค้าได้รับความเสียหาย
เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรรู้ว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย (Seller) หรือผู้ซื้อ (Buyer) INCOTERMS จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นวิธีที่ใช้กำหนดความรับผิดชอบ ภาระหน้าที่ และข้อผูกพันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการขนส่งสินค้า
🔰สามารถแบ่งความรับผิดชอบและภาระผูกพันเป็นประเภทได้ดังนี้
1. Point of delivery
2. Transportation Costs
3. Export and import formalities
4. Insurance costs
🔰INCOTERMS 2020 ประกอบไปด้วย 11 ข้อตกลงที่ควรรู้ดังนี้
1. EXW (Ex Works)
2. FCA (Free Carrier)
3. FAS (Free Alongside Ship)
4. FOB (Free on Board)
5. CFR (Cost and Freight)
6. CIF (Cost Insurance and Freight)
7. CPT (Carriage Paid to)
8. CIP (Carriage Insurance Paid to)
9. DPU (Delivered at Place Unloaded)
10. DAP (Delivered at Place)
11. DDP (Delivered Duty Paid)
✅EXW – Ex Works (… the named place)
👉Seller ส่งมอบสินค้า ณ หน้าร้าน / หน้าโรงงาน โดยยานพาหนะที่จะมารับสินค้า เป็นภาระของผู้ซื้อ
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า จากหน้าร้าน / หน้าโรงงานของผู้ขาย
👉Customs Clearance: ผู้ชื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร ขาออก/ผ่านแดน/ขาเข้า (ผู้ขายเพียงให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลและเอกสารเพื่อการส่งออก)
📝Insurance = Buyer
✅FCA – Free Carrier (… the named point of departure)
👉Seller ส่งมอบสินค้าถึงบนพาหนะของผู้รับขนส่งที่ทางผู้ซื้อ จัดให้มารับสินค้า ณ สถานที่ที่ระบุไว้
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Customs Clearance: ผู้ชื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร ขาออก/ผ่านแดน/ขาเข้า (ผู้ขายเพียงให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลและเอกสารเพื่อการส่งออก)
📝Insurance = Seller (ถึงแค่ที่ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ), Buyer (จากที่รับสินค้า ถึงโรงงานผู้ซื้อ)
✅FAS – Free Alongside Ship (… the named port of origin)
👉Seller ส่งมอบสินค้าโดยวางสินค้าไว้ที่ข้างเรือของผู้ซื้อ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุ
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกที่ต้นทาง ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางถึงท่าเรือต้นทาง) ,Buyer (จากท่าเรือต้นทางถึงโรงงานผู้ซื้อ)
✅FOB – Free on Board (… the named port of origin)
👉Seller ส่งมอบสินค้าถึงบนเรือของผู้ซื้อ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกที่ต้นทาง ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโหลดตู้ขึ้นเรือ) ,Buyer (หลังจากโหลดตู้ขึ้นบนเรือถึงโรงงานผู้ซื้อ)
✅CFR – Cost and Freight (… the named port of destination)
👉Seller ส่งมอบสินค้าไว้บนเรือ ณ ท่าเรือส่งออกที่ระบุ
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ค่ายกสินค้าออกจากเรือ ณ ท่าเรือปลายทาง
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโหลดตู้ขึ้นเรือ) ,Buyer (หลังจากโหลดตู้ขึ้นบนเรือถึงโรงงานผู้ซื้อ)
✅CIF – Cost, Insurance and Freight (… the named port of destination)
👉Seller ส่งมอบสินค้าไว้บนเรือ ณ ท่าเรือส่งออกที่ระบุ และต้องทำสัญญาประกันภัยและชำระค่าประกันภัยจากท่าเรือต้นทางไปยังท่าเรือปลายทางใน Clauses (C) ของ Institute Cargo Clauses
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
👉Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ค่ายกสินค้าออกจากเรือ ณ ท่าเรือปลายทาง
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก?ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทาง ถึงท่าเรือปลายทาง)
✅CPT – Carriage Paid To (… the named place of destination)
👉Seller ส่งมอบสินค้าให้แก่ ผู้รับจัดการขนส่งที่ตนเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ส่งสินค้าไปยังสถานที่ปลายทางที่ระบุ
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้าเมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับขนที่ผู้ขายว่าจ้าง ณ จุดที่กำหนด
👉Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้รับภาระชำระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมดจนถึงสถานที่ปลายทางที่ระบุ
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโหลดของขึ้นพาหนะ) ,Buyer (หลังจากโหลดของขึ้นพาหนะถึงโรงงานผู้ซื้อ)
✅CIP - Carriage and Insurance Paid to (… the named place of destination)
👉Seller ส่งมอบสินค้าให้แก่ ผู้รับจัดการขนส่งที่ตนเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ส่งสินค้าไปยังสถานที่ปลายทางที่ระบุ และต้องทำสัญญาประกันภัยต่อความเสี่ยงและชำระค่าประกันภัยให้ผู้ซื้อจากจุดส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับจัดการขนส่งที่ผู้ขายว่าจ้าง ไปยังสถานที่ปลายทางที่ระบุ
👉Buyer เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้าเมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับขนที่ผู้ขายว่าจ้าง ณ จุดที่กำหนด
👉Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้รับภาระชำระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมดจนถึงสถานที่ปลายทางที่ระบุ
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทาง ถึงท่าปลายทาง)
✅DPU – Delivered at Place Unloaded (…Delivered at Terminal)
👉Seller ทำการส่งมอบสินค้า โดยรับผิดชอบทั้งค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงทั้งหมดไปจนถึงการขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะไปยังอาคารขนถ่ายสินค้าปลายทางที่ระบุ ในสัญญารับขนส่ง
👉Buyer รับความเสี่ยงทั้งหมดของสินค้าเมื่อได้รับมอบสินค้าแล้ว
👉Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจนถึงสถานที่ที่ส่งมอบปลายทางที่ระบุ ภายใต้สัญญารับขนส่ง
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกและผ่านแดน ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้า
ก่อน INOCOTERMS 2020 DPU ถูกเรียกว่า DAT (Delivery at Terminal)
✅DAP - Delivered at Place (… Delivered at Place)
👉Seller?ส่งมอบสินค้าบนพาหนะขนส่งที่พร้อมจะขนถ่ายสินค้าลง ณ สถานที่ปลายทางระบุ (ไม่ต้องขนสินค้าลง)
👉Buyer รับความเสี่ยงทั้งหมดของสินค้าเมื่อได้รับมอบสินค้าแล้ว
👉Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจนถึงสถานที่ที่ส่งมอบปลายทางที่ระบุ ภายใต้สัญญารับขนส่ง
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกและผ่านแดน ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการขาเข้า
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโรงงานผู้ซื้อ)
ก่อน INOCOTERMS 2020 DAP ถูกเรียกว่า DDU (Delivered Duty Unpaid)
✅DDP – Delivered Duty Paid (Door to Door) (… the named point of destination)
👉Seller ผู้ขายส่งมอบสินค้าบนพาหนะขนส่งที่มาถึงพร้อมจะขนถ่ายสินค้าลง ณ จุดที่ตกลงกันที่สถานที่ปลายทางที่ระบุ (ไม่ต้องขนสินค้าลง)
👉Buyer รับความเสี่ยงทั้งหมดของสินค้าเมื่อได้รับมอบสินค้าแล้ว
👉Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับสินค้าและการขนส่งจนกว่าสินค้าจะถูกส่งถึงสถานที่ส่งมอบปลายทางที่ระบุไว้ ภายใต้สัญญารับขน
👉Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก/ผ่านแดน/ขาเข้า ทั้งหมด
📝Insurance = Seller (จากโรงงานต้นทางจนถึงโรงงานผู้ซื้อ)
🔰ความแตกต่างระหว่างIncoterms 2010 และ 2020 :
🔹ปัจจุบัน Incoterms FCA (Free Carrier) มีตัวเลือกเพิ่มเติมในการสร้างสัญกรณ์บนเรือในใบตราส่งสินค้าก่อนการขนถ่ายสินค้าบนเรือ
🔹ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายจะรวมอยู่ที่ A9 / B9 ของกฎ Incoterms แต่ละข้อ
🔹ปัจจุบัน CIP ต้องการการประกันภัยอย่างน้อยโดยมีความคุ้มครองขั้นต่ำของ Institute Cargo Clause (A) (ความเสี่ยงทั้งหมดขึ้นอยู่กับการยกเว้นแบบระบุรายการ)
🔹CIF จำเป็นต้องมีการประกันภัยอย่างน้อยโดยมีความครอบคลุมขั้นต่ำของ Institute Cargo Clause (C) (จำนวนความเสี่ยงที่ระบุไว้ซึ่งขึ้นอยู่กับการแยกรายละเอียด)
🔹กฎของ Incoterms Free Carrier (FCA) จัดส่ง ณ สถานที่ (DAP), จัดส่งที่ Place Unloaded (DPU) และ Delivery Duty Paid (DDP) คำนึงถึงว่าสินค้าอาจถูกบรรทุกได้โดยไม่มีผู้ให้บริการบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง กล่าวคือโดยใช้วิธีการขนส่งของตัวเอง
🔹Delivered at Terminal (DAT) เปลี่ยนเป็นส่งที่สถานที่ยกเลิกการโหลด (DPU) เพื่อชี้แจงว่าสถานที่ปลายทางอาจเป็นสถานที่ใดก็ได้และไม่เพียง แต่เป็น "เทอร์มินัล" เท่านั้น
🔹ปัจจุบัน Incoterms 2020 ได้เปลี่ยนความรับผิดชอบของข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับผู้ขายอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตามผู้นำเข้าหรือส่งออกควรทำความเข้าใจ INCOTERMS หรือข้อกำหนดในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศต่างๆ ไว้ให้ถูกต้อง เพราะต้องวางแผนเรื่องความเสี่ยงและภาระการดำเนินการขนส่ง เพื่อให้การนำเข้าส่งออกเป็นไปได้อย่างราบรื่นปราศจากปัญหาตามมา
โดยที่ Incoterms นั้น จะมีการปรับเปลี่ยนทุกๆ 10 ปี และในทุกการปรับเปลี่ยนหรือทำการแก้ไขนั้น ก็เพื่อที่จะปรับแต่งให้เข้าหรือเหมาะสม กับบริบททางการค้าหรือกิจกรรมต่างๆบนโลกที่เปลี่ยนไป และทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยน เราจะพบว่าอาจมีบางเทอมที่มีการปรับแก้ และในบางเทอมอาจจะหายไปเลยก็มี เช่น DDU term จะไม่มีใน Version 2020
ในปัจจุบัน เรากำลังใช้ Incoterms 2020 หากแต่ ไม่มีกฎ หรือระเบียบตายตัว รวมถึง ไม่มีข้อห้าม หรือไม่ใช่เรื่องบาป ในการนำ Incoterms 2010/ 2000 กลับมาใช้ เนื่องจาก เทอมการค้า เป็นเรื่องที่สามารถตกลงกันได้เองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้า
Incoterms ต่างๆ ที่เราเห็นนั้น มีการออกแบบ มาเพื่อบริบททางการค้าและรูปแบบในภาคขนส่งที่แตกต่างกัน ซึ่งในบางเทอม อาจเหมาะสมกับการขนส่งทางทะเลเท่านั้น หากแต่ ในทางปฏิบัติ มันไม่มีข้อบังคับที่ตายตัว ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกอะไร หากเราจะนำในบาง Incoterms เช่น CIF term ซึ่งเหมาะสมกับงานขนส่งทางเรือ มาปรับใช้กับรูปแบบขนส่งทางแอร์
👉ปกติแล้ว INOCOTERMS จะมีการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ ทุกๆ 10 ปี เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์การค้า
👉ก่อน INOCOTERMS 2020 DPU ถูกเรียกว่า DAT(Delivery at Terminal)
👉ก่อน INOCOTERMS 2020 DAP ถูกเรียกว่า DDU (Delivered Duty Unpaid)
👉กฎสำหรับโหมดหรือรูปแบบการขนส่งทุกรูปแบบ : EXW, FCA, FCA, CPT, CIP, DAP, DPU, DDP
👉กฎสำหรับการขนส่งทางทะเลและทางน้ำภายในประเทศ : FAS, FOB, CFR, CIF
___________________________________
Freight Forwarder กับ Shipping มีความแตกต่างกันอย่างไร
Freight Forwarder หมายถึง ตัวแทน : ตัวกลาง ระหว่างผู้ส่งออก - ผู้นำเข้า - สายเรือ : สายการบิน รับผิดชอบจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เปรียบเสมือนคนกลางที่เข้าช่วยทำงาน ช่วยติดต่อประสานงานให้ผู้นำเข้าส่งออกได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็วยิ่งขึ้น
Freight Forwarder ไม่ใช่ Shipping ซึ่งสองสิ่งนี้มันคือคนละเรื่องเดียวกัน เอาเป็นว่าจริงๆแล้ว Freight Forwarder เมื่อจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้แล้วก็ยังรับดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าและผู้ส่งออกซึ่งเป็นเจ้าของสินค้า โดยจัดทำใบขนสินค้า ยื่นใบขนสินค้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากรเพื่อให้มีการตรวจปล่อยสินค้า และส่งมอบสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ผู้นำเข้าหรือส่งสินค้าออกด้วย ซึ่งส่วนนี้ที่เรียกว่า Shipping คนละหน้าที่เดียวกัน หรือจะเรียกว่าเป็นการทำงานแบบ One Stop Service นั่นเอง
Freight Forwarder หรือ ผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ( สามารถส่งสินค้าในประเทศได้เหมือนกัน แต่จะเน้นไปทางระหว่างประเทศมากกว่า)
หน้าที่ เป็นตัวแทนที่สามารถรับขนส่งสินค้าตั้งแต่หน้าโรงงานของ Shipper ( ผู้ขาย, ผู้ส่งออก ) ไปยังหน้าโรงงานของ Consignee ( ผู้ซื้อ, ผู้นำเข้า ) เรียกว่าการให้บริการ แบบ Door to Door Service หรือ รับขนส่งสินค้าไปยังสถานที่ใดใดในโลก ตามที่ลูกค้ากำหนดไว้ สามารถส่งได้ทุกรูปแบบการขนส่ง ทางเรือ ทางเครื่องบิน ทางรถไฟ ทางรถ รวมถึงให้บริการพิธีการศุลกากรที้งขาเข้า ขาออก, คลังสินค้า, กระจายสินค้า, ทำบรรจุภัณฑ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และที้สำคัญ Freight Forwarder สามารถให้คำปรึกษาต่างๆ ที่เกี่ยวกับกฎระเบียบ เอกสาร ขัอมูลต่างๆในการขนส่งสินค้าและการค้าระหว่างประเทศ ได้อีกด้วย
16/01/2026
ระลึกในพระคุณครูครับ
31/12/2025
สวัสดีปีใหม่2026 ครับ
31/12/2025
ลาทีปีเก่า..ก้าวขึ้นปีใหม่กันครับผม..ขอน้องๆมีความสุขรับปีใหม่ เกรดA ทุกวิชานะครับ เรียนจริง ปฏิบัติจัง หลังเลิกก็มาส่งความความสุข กันครับ #วทบโลจิสติกส์
#บัณฑิตพร้อมใช้
#สวัสดีปีใหม่2026
10/12/2025
https://www.facebook.com/share/1EiL9Emphf/?mibextid=wwXIfr
สู้ๆ
🎉🎉🎉😊😊😊