25/11/2025
🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วมิได้แจ้งคำสั่งไม่รับฎีกา
ให้จำเลยทราบเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ แต่คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาว่าไม่ได้ร่วมกระทำความผิด เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ประกอบกับผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาแล้ว กรณีจึงไม่จำเป็นที่จะส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบ
—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 3399/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว
#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
25/11/2025
🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2567
ความเป็นสามีภริยาไม่ก่อให้เกิดสิทธิการทำร้ายร่างกายคู่สมรส การที่จำเลยซึ่งถูกทำร้ายร่างกายแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์จึงเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตเพื่อปกป้องสิทธิของตน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (6)
—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 2107/2567 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว
#สรรหาฎีกาเด็ด #ฉบับพิเศษ
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
29/10/2025
⭐️⭐️⭐️คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2568 (ประชุมใหญ่)
❣️เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) และมาตรา 30 การที่ศาลล่างทั้งสองไม่ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของโจทก์ร่วมจึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
ดังนี้เมื่อโจทก์ร่วมไม่ใช่คู่ความในคดีอาญาจึงใช้สิทธิยื่นฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาในส่วนคดีอาญาของโจทก์ร่วม
🔥ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้คดีส่วนอาญาโจทก์ร่วมไม่อาจใช้สิทธิได้เพราะไม่ใช่คู่ความในคดีอาญา แต่เมื่อโจทก์ร่วมยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในคดีส่วนอาญาสำหรับปัญหาข้อเท็จจริง และมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นการสั่งแทนศาลฎีกา และศาลฎีกามีคำวินิจฉัยและคำสั่งในคดีส่วนอาญาแล้ว กรณีจึงถือว่าคดีส่วนอาญาขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งได้
29/10/2025
🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2568
กรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวของบริษัทต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มิใช่กรณีตำแหน่งผู้แทนนิติบุคคลว่างลง แต่เมื่อไม่มีกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ จึงต้องอาศัย ป.พ.พ. มาตรา 73 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาวินิจฉัยตาม มาตรา 4 วรรคสอง
—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 620/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว
#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
23/10/2025
ฎีกาใหม่น่าสนใจ👍
🔴 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยมีอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) หรือไม่
โดยโจทก์ฎีกาว่า ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นความผิดรวมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยมีอาวุธไว้ด้วยและเป็นความผิดได้ในตัวเอง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วและเป็นความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี การที่จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จึงไม่จำต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์โดยมีอาวุธได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 เห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ศาลลงโทษมีอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป 📌แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพและจำเลยไม่สืบพยาน ก็ไม่อาจพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนี้ได้ ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176
ดังนั้น เมื่อโจทก์ต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยในความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง แต่กลับปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 ว่า โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยาน โจทก์จึงไม่มีพยานหลักฐานที่จะให้ศาลฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธตามฟ้องได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215
อีกทั้งแม้ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นความผิดที่รวมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์อยู่ด้วยก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้" 📌ซึ่งในส่วนนี้ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 ว่า ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาตามฟ้องโจทก์ตามบันทึกคำให้การที่สักขีพยานบันทึกไว้ โจทก์และจำเลยแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณา
📌ดังนั้น "ข้อเท็จจริงอันเป็นการกระทำของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นความผิด ก็มีเพียงเท่าที่โจทก์กล่าวในฟ้อง 🔴 หาได้มีข้อเท็จจริงตามที่พิจารณาได้ความแต่อย่างใดไม่" จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเช่นว่านี้มาใช้บังคับเพื่อให้ศาลลงโทษจำเลยดังที่โจทก์ฎีกาได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานชิงทรัพย์มานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
22/10/2025
ผลการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 14/2568
อัยการสนามใหญ่ 300 อัตรา
อัยการสนามเล็ก 150 อัตรา
22/10/2025
➡️เอาฎีกาใหม่ 2568 มาเสิร์ฟจ้า
❗️คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2568
📌การที่ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่หญิงดังกล่าวได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว โดยหญิงดังกล่าวจะต้องทราบว่าชายนั้นมีภริยาแล้ว แต่ยังจงใจละเมิดสิทธิภริยาด้วย จึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน
แม้จำเลยที่ 2 จะขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบให้ได้ความตามคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ว่า จำเลยที่ 2 ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาวโดยทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นสามีโจทก์ ซึ่งการกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 มีความประพฤติอันผิดทำนองคลองธรรมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและนำมาแต่ความเสื่อมเสียแก่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเช่นนี้ ศาลจะต้องรับฟังพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบด้วยความระมัดระวังยิ่งกว่าการรับฟังพยานหลักฐานในคดีแพ่งทั่วไป
📌แม้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาวก็ตาม แต่พฤติการณ์ที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 พักอาศัยอยู่กันคนละจังหวัด และโจทก์กับจำเลยที่ 1 เคยจดทะเบียนหย่ากันมาก่อนแล้ว จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีภริยาแล้ว จำเลยที่ 2 จึงมิได้จงใจละเมิดสิทธิของโจทก์ผู้เป็นภริยาจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดชำระค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามมาตรา 1523 วรรคสอง
เมื่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นยกฟ้องจำเลยที่ 2 จึงมีผลเท่ากับเป็นการพิพากษากลับในส่วนจำเลยที่ 2 มีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนจำเลยที่ 2 ถูกเพิกถอนไปทั้งหมด ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจึงต้องสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนจำเลยที่ 2 ในศาลชั้นต้นใหม่ แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษคงสั่งเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ เป็นการไม่ชอบ
22/10/2025
📌คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3013/2568
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่
เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 บัญญัติว่า "ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้..." อันเป็นบทบัญญัติตัดสิทธิห้ามมิให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดฟ้องบุพการีของตน จึงต้องตีความอย่างเคร่งครัดโดยจำกัดเฉพาะกรณีบุคคลผู้ฟ้องคดีในฐานะที่ตนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
📌คดีนี้ แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่าเป็นการฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จัดการมรดกของนายนพผู้ตายดังที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่จำเลยเป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์และโจทก์มีคำขอให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทซึ่งมีชื่อจำเลยและนายนพผู้เป็นบิดาเป็นชื่อของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยและนายนพได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถ้าหากนายนพยังมีชีวิตอยู่ โจทก์ก็ไม่อาจฟ้องนายนพผู้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายให้โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ด้วยเหตุอย่างเดียวกันนี้ได้เพราะเป็นคดีอุทลุมต้องห้ามตามมาตรา 1562
📌ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จัดการมรดกของนายนพผู้ตายให้ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นชื่อของโจทก์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ในฐานะบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุพการีเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของโจทก์เองโดยตรง ฟ้องโจทก์จึงเป็นคดีอุทลุมอันต้องห้ามตามมาตรา 1562 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์ในประการอื่นเพราะไม่มีผลทำให้คดีเปลี่ยนแปลง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
22/10/2025
🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2568 (ป.)
การกระทำของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในความผิดฐานร่วมกันกระทำการเป็นอั้งยี่ ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรและฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นความผิดต่างกรรมกับความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปลอมหรือเป็นเท็จ
—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 2614/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว
#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน