Natan Toochinda Fanpage

Natan Toochinda Fanpage

แชร์

อาจารย์อาร์ตเอาไว้ให้ความรู้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แล้วก็ขายคอร์สออนไลน์บน SkillLane นะทุกคน สนใจคอร์สไหน ลองคลิกดูตัวอย่างจากลิงค์เพจด้านล่างได้เลย

เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (สร้างบ้านขาย) และ เป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า) นอกจากนั้นยังชอบงานสอนอีกด้วย เลยเป็นที่มาของ คอร์สออนไลน์ ซึ่งก็ถ่ายทอดจากประสบการณ์ล้วนๆ

22/03/2026

ภาพห้องที่ตึก อ.อาร์ตเอง ก่อนจะปล่อยห้องให้ลูกค้าย้ายเข้า อันดับแรกเลยคือ สีห้องต้องใหม่ อุปกรณ์ทุกอย่างต้องใช้งานได้ปกติ และ ทำความสะอาดให้เรียบร้อย

เพราะเมื่อถึงเวลาลูกค้าย้ายออก จะได้รู้ว่า ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่ ทำอะไรเสียหายไปบ้างนั่นเอง

* ภาพจริงห้องจริง + พร็อพจำลองโดย Gemini Ai
#อพาร์ทเม้นท์ให้เช่า
#คอร์สออนไลน์

16/02/2026

♦️新年快乐♦️
(ซินเหนียนไคว้เล่อ)
สวัสดีปีใหม่

♦️恭喜发财♦️
(กงสี่ฟาไฉ)
ขอให้ร่ำรวย

♦️万事如意♦️
(ว่านซื่อหรูอี้)
สมหวังทุกประการ

♦️身体健康♦️
(เซินถี่เจี้ยนคัง)
สุขภาพแข็งแรง

🏮✨ ️Happy Chinese New Year ✨️🏮

21/01/2026

เตือนด่วน! เตรียมกระเป๋าฉีก "ภาษีที่ดินปี 69" รัฐเอาจริงเก็บเต็ม 100% ไร้ลดหย่อน! ใครมี "ที่รกร้าง" ระวังโดนเบิ้ลค่าปรับอ่วม!

ลืมภาพการลดภาษีไปได้เลย! ปี 2569 นี้ กระทรวงมหาดไทยส่งสัญญาณชัดเจน "เก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วย 100%" ไม่มีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมอีกต่อไป! ใครมีที่ดินเยอะ เตรียมตัวหนาว เพราะงานนี้คิดตามมูลค่าจริง ยิ่งแพง ยิ่งจ่ายหนัก!

ไฮไลท์ความเดือด: ที่ดินรกร้าง ปล่อยไว้มีเจ็บตัว!
ใครชอบซื้อที่ดินเก็บไว้เฉยๆ ไม่ทำประโยชน์ ฟังทางนี้! อัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า คือ ยาแรง ของจริง:

• สตาร์ทโหด: เริ่มต้นที่ 0.3% - 0.7% (เท่ากับพาณิชย์)
• กฎเหล็ก "ยิ่งนาน ยิ่งแพง": หากปล่อยร้างติดต่อกัน 3 ปี ปีที่ 4 เก็บเพิ่มอีก 0.3% ทันที! และจะบวกเพิ่มทุกๆ 3 ปี จนชนเพดาน 3%
• ตัวอย่าง: ที่ดินเปล่า 100 ล้าน ปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจโดนภาษีปีละ 3 ล้านบาท!

เปิดอัตราภาษีปี 69 ใครต้องจ่ายเท่าไหร่? เช็กเลย!
✅️
1. บ้านหลังหลัก (คนมีบ้านเฮได้นิดหน่อย)
• บ้าน+ที่ดิน (ชื่อในโฉนด+ชื่อในทะเบียนบ้าน): ไม่เกิน 50 ล้าน "ฟรี! ไม่เสียภาษี"
• เฉพาะตัวบ้าน (ปลูกบนที่เช่า): ไม่เกิน 10 ล้าน "ฟรี!"
• ส่วนเกิน: จ่ายล้านละ 200 - 1,000 บาท ตามขั้นบันได
✅️
2. บ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป (สายลงทุน/คอนโดปล่อยเช่า)
• โดนตั้งแต่บาทแรก!
• ล้านละ 200 บาท (ไม่เกิน 50 ล้าน) สูงสุดล้านละ 1,000 บาท
✅️
3. เกษตรกรรม (ชาวสวนตัวจริงรอด)
• บุคคลธรรมดา มูลค่าไม่เกิน 50 ล้าน "ยกเว้นภาษี"
• ส่วนเกินคิดเบาๆ เริ่มล้านละ 100 บาท
✅️
4. พาณิชยกรรม (ตึกแถว/ร้านค้า/โรงแรม/โรงงาน)
• โดนหนักสุด! เริ่มต้นล้านละ 3,000 บาท (0.3%)
• สูงสุดล้านละ 7,000 บาท (0.7%)

ขีดเส้นตาย! เริ่มจ่ายเมื่อไหร่? (ขยายเวลาให้หายใจ 2 เดือน) ข่าวดีเดียวในเรื่องนี้คือ "เลื่อนเวลาเก็บเงิน" ออกไป ให้คุณได้เตรียมตัวหมุนเงินทัน:

• รับใบประเมิน: เมษายน 2569
• ควักกระเป๋าจ่าย: ภายใน มิถุนายน 2569
• ผ่อน 3 งวด: จบงวดสุดท้าย สิงหาคม 2569

❌️ อย่าซ่ากับกรมที่ดิน! จ่ายช้า ค่าปรับโหดเหมือนเงินกู้นอกระบบ
• ช้าแต่ยังไม่โดนจดหมายเตือน: โดนปรับ 10%
• โดนจดหมายเตือนแล้วค่อยจ่าย: โดนปรับ 20%
• ลากยาวจนเกินกำหนดในหนังสือเตือน: โดนปรับ 40%!
• แถมดอกเบี้ยเดินรายเดือนอีก 1% ต่อเดือน!

❌️ ระเบิดเวลาลูกใหญ่: ปี 2570 "นรกแตกกว่าเดิม"
อย่าเพิ่งดีใจถ้าปี 69 รอดมาได้ เพราะปี 2570 คือของจริง!
• ราคาประเมินใหม่มาแล้ว: กรมธนารักษ์จะปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ (รอบปี 2570-2573)
• แนวโน้ม: ปรับขึ้นเพื่อให้ใกล้เคียงราคาตลาด (รอบที่แล้วขึ้นเฉลี่ย 8% รอบหน้าอาจแรงกว่า!)
• ผลลัพธ์: ฐานภาษีสูงขึ้น = จ่ายแพงขึ้นทวีคูณ!

บทสรุป: ปี 2569 คือปีแห่งการ "รีเช็กสินทรัพย์" ใครมีที่ว่างเปล่า รีบปลูกกล้วย ปลูกมะนาว หรือ ทำประโยชน์ด่วน! ก่อนบิลภาษีจะมาเคาะประตูบ้านแบบเต็มคาราเบลในเดือนเมษายน ปีหน้า! (ต้องถ่ายรูปส่งราชการก่อนมีนาคมด้วยนะ)

ขอบคุณข้อมูลดีๆนะครับ
Cr.FB

#ภาษีที่ดิน #ภาษีที่ดิน2569 #ที่ดินรกร้าง

16/01/2026
04/01/2026

ดร.ริชาร์ด ไวส์แมนชาวอังกฤษมีความสงสัยว่าทำไมคนบางคนถึงได้พบโชคดีอย่างต่อเนื่องในขณะที่คนอื่นพบเพียงเล็กน้อยหรือไม่ก็เจอแต่โชคร้าย

หลังจากทำการวิจัยกับอาสาสมัครเป็นเวลาหลายปี ผ่านการสัมภาษณ์ การทำแบบสอบถาม การขอให้อาสาสมัครเขียนบันทึกส่วนตัว

การทดสอบในห้องทดลอง ดร.ริชาร์ด ไวส์แมน ได้ผลสรุปว่า

คนโชคดีสร้างโชคชะตาที่ดีของพวกเขาขึ้นเองทัศนคติ 4 อย่าง

1. คนโชคดีมักสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ไม่ปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เปิดโอกาสให้ตัวเองในการพบเจอคนใหม่ๆ และสิ่งใหม่อยู่เสมอ

นอกจากนี้คนโชคดีมักสังเกตเห็นโอกาสดีๆอยู่เสมอๆ ในการทดลองให้คนโชคดีกับคนโชคร้ายหาว่าในหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่งมีรูปทั้งหมดกี่รูป กลุ่มคนโชคร้ายใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2 นาทีในการหาคำตอบ

ในขณะที่กลุ่มคนโชคดีใช้เวลาไม่กี่วินาที ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าในหนังสือพิมพ์หน้าที่สองมีข้อความว่า “ในหนังสือพิมพ์นี้มีรูปทั้งหมด 43 รูป” ข้อความนี้ใช้ตัวอักษรใหญ่กว่า 2 นิ้วและกินเนื้อที่ร่วมครึ่งหน้ากระดาษ นอกจากนั้นในส่วนหลังของหนังสือพิมพ์เล่มเดียวกันนี้ยังมีข้อความขนาดเดียวกันกับข้อความแรกใจความว่า

“หยุดนับรูปได้แล้ว และบอกกับผู้ทดสอบว่าคุณเห็นข้อความนี้และได้รางวัล ”

คนโชคร้ายมองไม่เห็นข้อความที่หนึ่ง และยังคงไม่เห็นแม้กระทั่งข้อความที่ 2 นั่นเพราะคนโชคร้ายมีความจริงจังในการทำสิ่งต่างๆมากเกินไป จนไม่สังเกตเห็นข้อความนี้ ในขณะที่คนโชคดีมองเห็นข้อความที่หนึ่งตั้งแต่แรก

2. คนโชคดีตัดสินใจโดยฟังความรู้สึกข้างในหัวใจของตัวเอง

มนุษย์มีสมองอยู่ 2 ส่วนคือส่วนที่เป็นเหตุผลและส่วนที่เป็นอารมณ์กับความรู้สึก ในอดีตเมื่อนานมาแล้วสมองส่วนที่เป็นอารมณ์และความรู้สึกหรือที่บางคนเรียกว่าสัญชาติญาณช่วยให้มนุษย์เราอยู่รอดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ และดำรงเผ่าพันธุ์ของเรามาได้จนถึงปัจจุบันนี้

แต่ปัจจุบันเราตัดสินใจทุกๆอย่างด้วยสมองส่วนที่ใช้เหตุผล จนลืมการใช้งานสมองส่วนที่เป็นสัญชาติญาณไป

คนโชคดีอาศัยประโยชน์จากสมองทั้งสองส่วน เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องต่าง คนโชคดีมักตัดสินใจได้ถูกต้องเพราะเชื่อเสียงในหัวใจของตัวเอง แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าคนโชคดีรู้สึกยังไงก็ตัดสินใจตามนั้นโดยไม่รอบคอบ แต่เวลาที่ต้องตัดสินใจถ้าเขารู้สึกแปลกๆ เขาจะฟังตัวเอง ค่อยๆสังเกต และเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น

ในขณะที่คนโชคไม่ดีมักจะเชื่อแต่หลักฐานที่มีอยู่ แต่ไม่ฟังเสียงข้างในใจของตัวเอง แล้วรู้รึเปล่าวิธีฝึกฟังเสียงจากหัวใจตัวเราที่ดีที่สุดอย่างนึงก็คือ
"การนั่งสมาธิ"

3. คนโชคดีเชื่อว่าตัวเองจะประสบโชคดีอยู่เรื่อยๆ

คนโชคดีเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี เช่น ถ้าเจอกับเพื่อนใหม่ ก็คิดว่าความสัมพันธ์ก็น่าจะไปได้ด้วยดี ถ้าไปเรียนที่ใหม่ก็มันก็น่าจะไปได้ด้วยดี มองโลกค่อนข้างสวย

ในขณะที่คนโชคร้ายชอบมองโลกในแง่ร้าย เมื่อเจอเหตุการณ์ร้ายๆ คนโชคร้ายจะปล่อยตัวเองอยู่กับเหตุการณ์นั้นเพราะเชื่อว่า มันก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ เพราะเราเป็นคนโชคร้ายทำอะไรไปมันก็คงไม่ดีขึ้นหรอก

กลับกันกับกลุ่มคนโชคดี คนที่เชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นคนโชคดี เมื่อเจอเหตุการณ์ร้ายๆ เขาจะหาทางนำพาตัวเองออกจากเหตุการณ์นั้นๆ เพราะเชื่อว่าตัวเองโชคดีและจะต้องมีโชคดีรออยู่ข้างหน้าแน่นอน

วิธีฝึกในข้อนี้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อนะค่ะนั่นก็คือ ทุกครั้งที่คุณตื่นนอนขึ้นมาทุกวันให้พูดกับตัวเองว่า

“ฉันเป็นคนโชคดี และวันนี้จะเป็นวันที่โชคดีอีกวันนึงของฉัน”

4. คนโชคดีมีแนวคิดที่เปลี่ยนโชคไม่ดีให้เป็นโชคดีได้

นักกีฬาที่ได้เหรียญทองแดงมักมีความสุขมากกว่านักกีฬาที่ได้เหรียญเงิน นั่นเพราะว่านักกีฬาที่ได้เหรียญทองแดงมักคิดว่า ดีนะไม่ได้ทำให้แย่กว่านี้อีกนิดอาจจะไม่ได้เหรียญอะไรเลย

แต่นักกีฬาที่ได้เหรียญเงินกลับคิดว่าถ้าทำได้ดีกว่านี้อีกนิดก็ได้เหรียญทองแล้ว นี่เป็นอาการทางจิตวิทยาของคนที่มักจะนึกเปรียบเทียบสิ่งที่ตัวเองคาดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ

ในการทดลองของ ดร.ริชาร์ด มีการสมมติเรื่องว่าคุณไปธนาคาร เจอโจรถือปืนปล้นธนาคาร แล้วคุณก็โดนยิงเข้าที่แขน ถามว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้กับคุณ คุณคิดว่าคุณโชคร้ายหรือโชคดี กลุ่มคนโชคดีจะตอบว่าตัวเองโชคดี

ในขณะที่กลุ่มคนโชคร้ายจะบอกว่าตัวเองโชคร้าย คนโชคดีคนนึงตอบว่า ผมโชคดีสุดๆเลยที่กระสุนมันโดนที่แขนไม่ใช่ที่หัวไม่อย่างนั้นผมอาจตายไปแล้ว กลุ่มคนโชคดีมักจะมีวิธีคิดเหมือนคนที่ได้เหรียญทองแดง ในขณะที่กลุ่มคนโชคร้ายมักมีวิธีคิดแบบคนที่ได้เหรียญเงิน

เมื่อคนโชคดีเจอเหตุการณ์ร้ายๆ เขามักคิดว่าเขาโชคดีมากที่เหตุการณ์มันไม่ได้แย่ไปกว่านี้ ความคิดแบบนี้ช่วยให้คนโชคดีรู้สึกดี และรักษาความคาดหวังเกี่ยวกับอนาคตที่ดีไว้ และยังเพิ่มโอกาสให้พวกเขาได้ดำเนินชีวิตที่โชคดีของพวกเขามากขึ้นไปอีก

หลังจากค้นพบพฤติกรรม 4 อย่างนี้แล้ว ดร.ริชาร์ด สงสัยว่าแล้วเราสามารถทำให้คนโชคดีเพิ่มขึ้นได้หรือไม่

เขาก็เลยลองจัดโครงการ “โรงเรียนโชคดี”

ขึ้นมาสอนให้คนเข้าใจเทคนิคในการคิดและปฏิบัติตัวเหมือนที่คนโชคดีทำกัน โรงเรียนโชคดีใช้เวลาทั้งหมด
หนึ่งเดือน พบว่า 80% ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการรู้สึกว่า ตัวเองมีความสุขมากขึ้น มีความพึงพอใจกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญคือรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากขึ้นด้วย

Cr.blog ✌️
ปล.ภาพไม่เกี่ยวกับบทความ 😆

31/12/2025

เตรียมตัวพุ่งทะยานข้ามปี 2025 สู่ปีม้า ฮี๊....กับๆ
ขอให้ปี 2026 ใจดีกว่าปีนี้นะ...

Happy New Year 2026

26/12/2025

ชอบบทความนี้จริงๆ

[ ] รวยแบบไหนถึงรวยได้นาน? เพราะ “หาเงิน” กับ “เก็บเงินให้อยู่” คือทักษะคนละชุด


🏢 กลางทศวรรษ 1920 อับราฮัม เจอร์แมนสกี (Abraham Germansky) คือมหาเศรษฐีแห่งโลกอสังหาฯ แถมยังคลั่งไคล้การลงทุนในตลาดหุ้น เขาทุ่มเงินใส่ตลาดราวกับมันไม่มีวันตก

เข้าใจได้ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า ‘The Roaring Twenties’ ที่เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูและประเทศประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมมากมาย

แต่อย่างที่เรารู้ ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา

ในวันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม 1929 หรือ ‘Black Thursday’ มาถึง ฟองสบู่แตก ผู้คนแตกตื่นขายเททุกอย่าง เจอร์แมนสกีหายตัวไปพร้อมทรัพย์สินที่กลายเป็นเศษกระดาษ ข่าวสั้นๆ ใน “The New York Times” เขียนเอาไว้ว่าทนายกำลังตามหาตัวเขาอยู่—ครั้งสุดท้ายคือบ่ายวันพฤหัสบดีนั้น เพื่อนของเขาเห็นเขาฉีกตั๋วกระดาษ (ใบหุ้น) แล้วโปรยมันขึ้นบนอากาศแล้วเดินจากไป

แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเศรษฐีผู้นี้อีกเลย

สัปดาห์เดียวกัน เจสซี ลิเวอร์มอร์ (Jesse Livermore) เจ้าพ่อเก็งกำไรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในโลกการลงทุน เดินกลับเข้ามาที่บ้านพร้อมรอยยิ้ม

ภรรยาของเขารู้ข่าวเรื่องตลาดหุ้นและความโกลาหลที่เกิดขึ้น เตรียมใจรับสภาพแล้วว่าต่อไปชีวิตคงลำบาก แต่ลิเวอร์มอร์กลับกระซิบบอกว่า “ไม่ต้องประหยัดแล้วนะที่รัก วันนี้ผมทำเงินได้มากที่สุดในชีวิต” แค่วันเดียวเขากวาดกำไรเทียบค่าเงินปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ จากการ ‘ชอร์ต’ ตลาด

😭 เหตุการณ์เดียวกัน สองชีวิต สองขั้ว—คนหนึ่งสิ้นเนื้อประดาตัว อีกคนขึ้นแท่นคนรวยที่สุดในโลก

ถ้าเรื่องจบแค่นี้ก็คงง่ายไป ทว่าเพียงสี่ปีถัดมา ลิเวอร์มอร์ใช้ชัยชนะเป็นเชื้อไฟเดิมพันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายพอร์ตแตก เสียศักดิ์ศรีและสภาพคล่อง เหลือเพียงหนี้สินกับความละอาย เขาหายตัวไปสองวันก่อนกลับมาอย่างคนหมดไฟในปี 1933 แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถฟื้นกลับมาเป็นคนเดิมได้ และเลือกที่จะจบชีวิตตนเองในปี 1940 ด้วยอายุเพียงแค่ 63 ปีเท่านั้น

หลายคนยกให้ เจสซี ลิเวอร์มอร์ เป็นสุดยอดเทรดเดอร์ตลอดกาล ทว่าอีกฝ่ายกลับมองว่าชีวิตของเขาเป็นบทเตือนใจถึงอันตรายของการใช้ Leverage หวังผลกำไรมหาศาล แทนที่จะเลือกกลยุทธ์ที่มุ่งเก็บผลตอบแทนที่ขนาดเล็กแต่สม่ำเสมอและมั่นคงกว่า

แต่นั้นแหละครับ จุดจบของลิเวอร์มอร์ซ้อนทับชะตาของเจอร์แมนสกี—ต่างกันแค่จังหวะเวลา

มอร์แกน เฮาเซิล (Morgan Housel) บอกว่าเรื่องเล่าสั้น ๆ นี้สะท้อนบทเรียนทางการเงินอย่างหนึ่งว่า “หาเงิน” กับ “เก็บเงินให้อยู่” คือทักษะคนละชุดจริง ๆ

🌱 [ ความสำเร็จมักฝังเมล็ดพันธุ์ความพินาศ ]

เศรษฐกิจหมุนเป็นวงจร—เฟื่องฟูจนราคาแพง แพงจนคนตระหนก ตระหนกจนเกิดภาวะถดถอย แล้วความฝืดเคืองทำให้เกิดของขาด กระตุ้นรอบใหม่ของความเฟื่องฟู

ทุกคลื่นย่อมย้อนตีกลับ เข้ามา แล้ว เคลื่อนตัวกลับออกไป

ในวันที่ฟ้าเปิด น้ำทะเลนิ่งสงบ และเรือแล่นได้อย่างราบรื่นที่สุด น้อยคนจะคิดถึงเสื้อชูชีพ หรือเรือชูชีพ

ของเหล่านี้มักจะถูกมองเป็นของที่ "เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน" ซึ่ง…ดูห่างไกลเกินกว่าจะให้ความสำคัญในวันนี้

แต่ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ จะเห็นว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดมักเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก—ไม่ว่าจะเป็นฟองสบู่ตลาดหุ้น, วิกฤตการเงินปี 2008, โควิด-19 , สงคราม, ภาวะเงินเฟ้อ หรือแม้แต่ตัวผู้นำที่ดูเหมือนจะบริหารประเทศผ่านทวิตเตอร์ที่ไม่มีใครคาดเดาได้แม่นยำล่วงหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือความปั่นป่วนเหล่านี้ “จะเกิดอีก”

ดังนั้น สิ่งที่เราควบคุมได้จริงๆ ไม่ใช่พายุ แต่คือ “การเตรียมตัว” ของเรามากกว่า

บริษัทและคนก็เช่นกัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อนิสัยและพฤติกรรมของเราเอง

หากร่ำรวยได้ หาเงินได้เก่ง เราเริ่มเชื่อว่าตัวเอง ‘ถูกเสมอ’ เปิดรับสิ่งใหม่ลดลง ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ไม่เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง

และเมื่อโลกเปลี่ยน—ไม่ว่าจะเทคโนโลยี คู่แข่ง หรือพฤติกรรมผู้บริโภค—จุดแข็งเดิมกลายเป็นจุดอ่อนทันที

แอนดี โกรฟ (Andy Grove)​ผู้ก่อตั้งบริษัท Intel เคยเตือนว่า “ความสำเร็จทางธุรกิจมีเมล็ดพันธุ์แห่งการล่มสลายซ่อนอยู่”

เขาจึงปลูกฝังวัฒนธรรม “หวาดกลัวอย่างสร้างสรรค์” (healthy paranoia) ให้ทีมเสมอ

📖 สื่อ Harvard Business Review เขียนเอาไว้ว่า

“โกรฟเชื่อว่าการมี “ความกลัวเล็ก ๆ” เป็นเรื่องดี — โดยเฉพาะในองค์กรที่เคยลิ้มรสความสำเร็จมาแล้ว เพราะความกลัวทำหน้าที่เป็นยาถอนพิษให้กับความเฉื่อยชาและความพึงพอใจเกินเหตุที่มักตามมาหลังชัยชนะ เขาจึงให้มี “ความระแวง” เล็กน้อยไว้เสมอ — ความรู้สึกสงสัยว่าโลกอาจกำลังเปลี่ยนไปในทางที่ไม่เข้าข้างเรา”

แม้แต่ บิล เกตส์ (Bill Gates) ตอนที่เริ่มทำบริษัท Microsoft แม้จะประสบความสำเร็จและเติบโตเร็วแค่ไหน เขาก็มักระวังความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและเก็บเงินสำรองของบริษัทไว้เผื่อจ่ายให้กับพนักงานเป็นระยะเวลา 1 ปีเสมอ

ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งเขาบอกว่า “ผมตั้งใจจะเก็บเงินสดไว้ในธนาคารให้พอจ่ายเงินเดือนพนักงานได้ทั้งปี แม้จะไม่มีรายรับเข้ามาเลยก็ตาม และแทบตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมก็รักษากฎข้อนี้ไว้ได้จริง ๆ”

Microsoft ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ปรับตัวได้ทัน และไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต จนสามารถก้าวผ่านไปสู่ยุคใหม่ได้อย่างสวยงาม จากเมื่อก่อนคือบริษัทขายซอฟต์แวร์ ถ้าไม่เปลี่ยนและยังยึดติดกับการขาย ​Windows หรือ Microsoft Office พวกเขาอาจจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์แล้วก็ได้

ตอนนี้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และผู้นำด้าน AI ด้วยการร่วมมือกับ OpenAI สำหรับยุคสมัยต่อไปด้วย

หรืออย่าง Netflix ที่ยอมปิดธุรกิจ DVD ของตัวเองเมื่อรู้แล้วว่าสตรีมมิงกำลังจะมา

ในโลกธุรกิจไม่ว่า ‘คูเมืองลึก’ แค่ไหน ก็สามารถถูกสั่นคลอนได้ถ้าไม่เปลี่ยนแปลง

💰 [ แล้วเราจะ ‘รวยให้นาน’ ได้ยังไง? ]

เฮาเซิล สรุปไว้แบบนี้ว่า “หนทางสู่ความร่ำรวยมีเป็นล้านวิธี แต่หนทางเดียวที่จะรักษาความมั่งคั่งไว้ได้ คือ ‘ความถ่อมตัว’ — ถ่อมจนบางครั้งแทบเป็นความระแวงเลยทีเดียว และชวนย้อนแย้งตรงที่ แทบไม่มีอะไรทำลายความถ่อมตัวได้รวดเร็วเท่ากับการร่ำรวยเสียเอง”

อยากรวยได้นานต้อง

1. หาให้เก่ง – ใช้ความกล้า เสี่ยงคำนวณผลได้ผลเสีย เห็นโอกาสก่อนใคร
2. ยอมรับความไม่แน่นอน – ความสำเร็จเมื่อวานอาจไร้ค่าพรุ่งนี้
3. ถ่อมตัวให้สุด - ไม่มีอะไรทำลาย ego ให้แตกละเอียดได้ดีเท่าตลาดขาลงอีกแล้ว

บทเรียนอีกอย่างหนึ่งจากชีวิตของลิเวอร์มอร์คือการ “เก็บเงินให้อยู่” เป็นเรื่องที่ยากมาก ตลอดชีวิตการทำงานของเขาขึ้นสุดลงสุดมาหลายรอบ รวยสุดขั้วแล้วก็จนสุดขีดมาไม่ต่ำกว่า 4 รอบ และเงื่อนไขก็เหมือนเดิมทุกครั้ง—กำไรใหญ่ → มั่นใจเกินเหตุ → ใช้เลเวอเรจ → ตลาดพลิก → ล้างพอร์ต

แน่นอนว่าเราอาจจะไม่ได้มีการใช้ Leverage เหมือนอย่างลิเวอร์มอร์ แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจคือจิตวิทยาเบื้องหลังสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่า

เราอาจจะลงทุนในตลาดขาขึ้นพอดี กลายเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวย คิดเอาว่าตัวเองเป็นเซียนหุ้น ลงทุนหนักขึ้นไปอีก

แต่อย่างที่โกรฟบอก “ความสำเร็จทางธุรกิจมีเมล็ดพันธุ์แห่งการล่มสลายซ่อนอยู่”

เมื่อวัฏจักรเปลี่ยน แล้วเราไร้ภูมิคุ้มกัน สุดท้ายทุกอย่างจะพังทลายลง
คนทั่วไปอาจไม่มีเลเวอเรจระดับนั้น แต่รูปแบบทางจิตวิทยาเหมือนกันเป๊ะ เราได้โบนัสก้อนโตแล้วเชื่อว่าลงหุ้น *อะไรก็ขึ้น* เราซื้อคอนโดหลังแรกแล้วคิดว่าตัวเองเป็นกูรูอสังหาฯ … จนวัฏจักรเปลี่ยน เรากลับไร้ภูมิคุ้มกัน


🎯 การได้มาซึ่งความมั่งคั่ง ต้องการสายตาแหลมคม กล้าได้กล้าเสีย แต่การรักษาความมั่งคั่งต้องการหัวใจที่ยอมรับว่า “ฉันอาจมองพลาด” อยู่ทุกวัน


ถ้าคุณเพิ่งทำกำไรก้อนโต นั่นคือสัญญาณเตือนให้ควร “ถ่อมตัวเป็นพิเศษ” เพราะความสำเร็จอาจจะกำลังบังตาเราไม่เห็นว่าไฟไหม้อยู่ตรงหน้า

ตรงกันข้าม หากคุณกำลังฝังตัวอยู่ในโหมดระวังภัยจนอาจพลาดโอกาสใหญ่ ก็อย่าลืมว่า “กลัวเกินไป” ก็เท่ากับถอยหลังในโลกที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา

จงกล้าพอจะวิ่งไล่คว้าโอกาส แต่จงกลัวพอจะหยุดมองว่าเส้นทางข้างหน้ามีหน้าผารออยู่รึเปล่า

สุดท้าย คำถามที่สำคัญไม่ใช่ “จะรวยได้ไหม?” แต่คือ **“รวยแบบไหนถึงจะรวยได้นาน?”**

เพราะเส้นทางสู่ความร่ำรวยกับการรักษามันเอาไว้ เป็นสองทักษะที่แตกต่างกัน

การเป็นเศรษฐีสอนให้เราเชื่อว่าตัวเองเก่ง

แต่การอยู่รอดสอนให้เรารู้ว่าโลกเปลี่ยนเร็วแค่ไหน

- โสภณ ศุภมั่งมี (บรรณาธิการ )

#การเงินส่วนบุคคล #แนวทางการเก็บเงินให้อยู่ #ทักษะการเงิน

25/12/2025

✨️🎄Merry Christmas 🎄✨
New morning. New energy. New possibilities.

เริ่มวันนี้ให้สดใส แล้วปล่อยให้สิ่งดีๆ เดินเข้ามา 🎁 อ.อาร์ต เวอร์ชั่นแซนต้า 😆

#ของขวัญปีใหม่

23/12/2025

𝗦𝗸𝗶𝗹𝗹𝗟𝗮𝗻𝗲 ส่งท้ายปี มอบความคุ้มถึง 3 ต่อ!
ไม่ต้องรอปีหน้า เพราะปีนี้ก็เก่งขึ้นได้เลย 💪✨

เลือกคอร์สที่ใช่ แล้วมาเริ่มอัปสกิลกัน!
คลิก: https://www.skilllane.com/instructors/natan

💚 คุ้มต่อที่ 1 : ลดทั้งเว็บ 30%*
แค่ใช้โค้ด “YEAREND” ลดทันที 30% ไม่มีขั้นต่ำ ลดสูงสุดถึง 3,000 บาท ใช้โค้ดได้ 2 ครั้งต่อบัญชี

💚 คุ้มต่อที่ 2 : รับโค้ดลดเพิ่ม 15%*
หลังจากซื้อคอร์สแรก เราจะส่ง “โค้ดลับ” ให้ทางอีเมล เอาไว้ใช้ซื้อคอร์สถัดไป ลดเพิ่มอีก 15% ไปเลย!

💚 คุ้มต่อที่ 3 : ลุ้นรับของรางวัลใหญ่
เพียงคุณซื้อคอร์ส พร้อมร่วมกิจกรรมกับ SkillLane ลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท!* (ประกาศผล 30 ธ.ค. 68)

📅 โปรโมชั่นถึง 31 ธ.ค. 68

❇︎ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
❇︎ คูปองต่อที่ 2 จะถูกจัดส่งให้ทางอีเมล ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ภายในเวลา 15.00 น.
----------
💬 สอบถามเพิ่มเติม
▪️ Facebook : www.skl.website/2qn8p7n
▪️ Line : www.skl.website/2JKFLUU
▪️ โทร : 02-821-5524 (ทุกวัน เวลา 9.00 - 17.00 น.)

​ #พัฒนาตัวเอง #เรียนออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา

เปิดอัตรา 'ภาษีที่ดิน 2569' ปล่อยร้างต้องจ่ายเท่าไหร่ เตรียมรับมือภาษีพุ่งปี 2570 | MATICHON ONLINE | LINE TODAY 22/12/2025

ปีหน้าใครมีที่ดินรกร้าง ต้องรีบศึกษาแล้วนะครับ เพราะไม่มีส่วนลดหย่อนทางภาษีแล้วครับ

#การลงทุนอสังหาริมทรัพย์
#การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

เปิดอัตรา 'ภาษีที่ดิน 2569' ปล่อยร้างต้องจ่ายเท่าไหร่ เตรียมรับมือภาษีพุ่งปี 2570 | MATICHON ONLINE | LINE TODAY เปิดอัตรา ‘ภาษีที่ดิน 2569’ ปล่อยร้างต้องจ่ายเท่าไหร่ เตรียมรับมือภาษีพุ่งปี 2570 ปรับราคาประเมินใหม่ ภาษีที่ด...

14/12/2025

🇹🇭 🇹🇭 ขอเป็นกำลังใจให้ทหารไทยทุกนาย 🇹🇭 🇹🇭
หัวใจของพวกคุณไม่ได้สู้แค่เพื่อแผ่นดิน...แต่สู้เพื่อประชาชนทั้งประเทศ ขอบคุณที่ยืนหยัด
เพื่อประเทศไทยของพวกเราทุกคน

ขอให้ทหารทุกนาย อยู่รอด ปลอดภัย 🚩

Photos from Natan Toochinda Fanpage's post 12/12/2025

งาน Gen Ai วันนี้ อันนี้เคสจริงของลูกศิษย์ครับ
คือนางกังวลเรื่องความทึบของฟาซาดแบบช่องลมชั้น2 ว่ามันทึบเกินไป (จริงๆมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ)

✅ ️ข้อดี มันคือตำแหน่งติดป้ายร้านค้าได้ดีมากๆ
❌️ ข้อเสีย มันจะมืด และอึดอัดในการใช้งานบางประเภท เช่นใช้เป็นออฟฟิศ , คาเฟ่ , ฯลฯ

แก้ปัญหาด้วย Gemini โดยให้ออกแบบชั้น2ใหม่ และแน่นอน จารย์อาร์ตแถมปรับสีสันอาคาร ปลูกต้นไม้ ใส่ท้องฟ้าให้ครบ จบในขั้นตอนเดียว พร้อมขึ้นป้าย Presale กันไปเลย

ขายหมดพาจารย์ไปกินเหลาด้วยนะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

ที่อยู่

Bangkok