คนเดียวที่พอจะมีภาวะผู้นำ บอกให้คนหันซ้าย หันขวาได้ โดยไม่มีคนกล้าขัด คือ ผู้นำเต้นแอโรบิก
JarnOat
Page อาหารสมอง
+ ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย
+สร้าง Mindset ด้านบวก
+ การพัฒนาตนเอง
12/12/2025
แม่ค้าซูชิวัย 50 ปี
เลี้ยงลูก 4 คน+ทำงานทั้งวัน…
แต่มีเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบ
จนสอบทนายญี่ปุ่นผ่านเพียงครั้งเดียว!
—--
เรื่องราวของคุณโนบุโกะ (อายุ 50) แม่ค้าร้านซูชิรุ่นเก่าในจังหวัดไอจิ
เธอดูแลร้านแทบทุกอย่าง ตั้งแต่เตรียมของ ยืนร้าน ไปจนถึงงานเอกสารและบัญชีทั้งหมด
นอกเวลางาน เธอยังเป็นแม่ของลูก 4 คน ที่ต้องดูแลชีวิตประจำวันแทบทั้งหมดด้วยตัวเอง
โนบุโกะมีสามีครับ สามีทำงานอยู่ที่ร้านเหมือนกัน
แต่ในชีวิตจริง ภาระเรื่องบ้าน เรื่องลูก และรายละเอียดจุกจิกประจำวัน เธอเป็นคนรับผิดชอบหลัก
—--
จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นตอนเธออายุ 45 ปี
ช่วงโควิด ร้านซูชิที่เคยมีลูกค้าแน่น เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด เมืองก็เป็นเมืองชนบท คนยิ่งน้อยลงทุกปี
เธอและสามีทำร้านอาหารอย่างเดียวมาตลอด
แต่วันหนึ่งเธอเริ่มคิดจริงจังว่า
ถ้าอนาคตร้านฝืดกว่านี้ ถ้าหนี้ร้านยังต้องใช้ แค่ยืนร้านอย่างเดียว…มันอาจไม่พอเลี้ยงครอบครัวอีกต่อไป
เธอสรุปกับตัวเองว่า
“ต้องมีอาชีพที่สร้างรายได้เพิ่มให้ได้”
ไม่ใช่งานเสริมเล็ก ๆ แต่เป็นงานที่ยืนระยะได้จริงในระยะยาว และสุดท้ายเธอกลับเลือกเส้นทางที่โหดที่สุดทางหนึ่งในญี่ปุ่น
เธอตั้งเป้าว่า “จะสอบทนายให้ได้”
—--
โนบุโกะไม่ได้จบกฎหมาย
ไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อน
และไม่ได้มีเวลานั่งอ่านหนังสือยาว ๆ แบบนักศึกษา
ชีวิตเธอคือ
ร้านซูชิ + ลูก 4 คน + งานบ้าน
คำว่า “เวลาว่าง” เลยแทบจะไม่มีเลย
—––
การสอบทนายในญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือแล้วไปสอบได้เลย ก่อนจะได้เข้าสอบจริง ต้องผ่าน “ด่านคัดกรอง” ก่อน ซึ่งเป็นด่านที่คนตกกันเยอะมาก หลายคนไปไม่ถึงขั้นสอบจริงด้วยซ้ำ
ปีแรก โนบุโกะเริ่มจากคอร์สเรียนทางไกล
ช่วงที่ร้านเงียบ ห้องจัดเลี้ยงว่าง ๆ ในร้าน ถูกเปลี่ยนเป็นห้องอ่านหนังสือชั่วคราว
เธออ่านวันละประมาณ 8 ชั่วโมง ทำงานร้านไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย และเอาเวลาที่เหลือจากชีวิตจริงทั้งหมดมาเรียน
แต่ผลคือเธอสอบด่านคัดกรอง ไม่ผ่านติดต่อกัน 2 ปี
ซึ่งตรงนี้เป็นกำแพงใหญ่ที่ทำให้หลายคนถอดใจไปแล้ว
—––
แต่โนบุโกะไม่ยอมแพ้ เธอเลือก
“เปลี่ยนเส้นทาง แต่ไม่เปลี่ยนเป้า”
เธอขอครอบครัวไปเรียนต่อในหลักสูตรกฎหมายสำหรับคนทำงาน ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่จะได้สิทธิ์เข้าสอบทนายจริง
นั่นหมายความว่า กลางวันยังต้องทำร้าน ดูแลลูกเหมือนเดิม พอตกเย็นก็ต้องไปเรียน นั่งเรียนท่ามกลางนักศึกษาวัยยี่สิบกว่า ทั้งที่ตัวเองอายุเกือบ 50 ปีแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญในรายการอธิบายว่า สำหรับคนทำงาน การสอบนี้ต้องใช้เวลาศึกษาหลายพันชั่วโมง
โนบุโกะเองพูดตรง ๆ ว่าของเธออาจมากกว่านั้นอีก เพราะไม่ได้เป็นคนเรียนเก่ง และต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น
—––
หลังเข้าเรียนได้ประมาณปีครึ่ง
เธอจึงได้สิทธิ์เข้าสอบทนายจริงเป็นครั้งแรก
ปีนั้น มีผู้เข้าสอบทั้งหมด 3,837 คน
สอบผ่าน 1,581 คน หรือประมาณ 41%
แต่คนกลุ่มนี้คือคนที่ผ่านการคัดกรองโหด ๆ มาก่อนแล้วทั้งหมด
อายุเฉลี่ยของผู้สอบผ่านอยู่ที่เพียง 27 ปี
ผู้หญิงที่สอบผ่านมี 479 คน
และในกลุ่มผู้หญิงทั้งหมด
คนที่อายุ 50 ปีแบบเธอ
มีเพียงคนเดียวโนบุโกะสอบผ่าน
ตั้งแต่ครั้งแรกที่มีสิทธิ์เข้าสอบ
—––
โนบุโกะเล่าว่าช่วงสุดท้ายก่อนสอบ เธออ่านหนังสือหนักมาก หนักจนบางวันอ่านเสร็จแล้วหมดแรง ล้มลงนอนตรงนั้นเลย ไม่มีแรงเดินไปถึงที่นอนด้วยซ้ำ
เธอสรุปว่า การสอบนี้ไม่ได้ยากแค่ข้อสอบ
แต่ยากเพราะต้องใช้เวลา ความอึด และต้องแข่งกับคนที่ทุ่มชีวิตให้มันจริง ๆ
สิ่งที่ช่วยเธอมากที่สุด ไม่ใช่ความจำแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตจากการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน และการไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ จากการเลี้ยงลูกและทำร้านมาตลอด
—––
พิธีกรรายการได้ถามว่า
“ทำงาน เลี้ยงลูก แล้วเอาเวลาไหนอ่านหนังสือ?”
เธอตอบว่า วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง
ต่อให้นอนแค่ 6 ชั่วโมง ก็ยังเหลืออีก 18 ชั่วโมง
ยังไงก็ต้องแบ่งเวลาอ่านได้
และที่สำคัญคือ
“การอ่าน ไม่จำเป็นต้องนั่งโต๊ะอย่างเดียว”
เธอฟังบทเรียนตอนทำกับข้าว ทบทวนตอนล้างจาน เอาเวลาว่างเล็ก ๆ มาต่อกันเป็นชั่วโมง
เพราะชีวิตที่ต้องดูแลหลายอย่างพร้อมกัน มันฝึกให้เธอจัดลำดับงานเป็น คิดเป็นระบบ และรู้ว่าอะไรสำคัญจริง
—––
มีอีกคำถามหนึ่งที่ผมชอบมาก
พิธีกรถามว่า “อายุเยอะ เป็นข้อเสียไหม?”
เธอตอบทันทีว่าไม่เคยคิดว่าเป็นข้อเสียเลย
การเรียนก็เหมือนการออกกำลังกาย เริ่มจาก 10–15 นาทีก่อนได้ เดี๋ยวสมองมันก็แข็งแรงขึ้นเอง
ไม่มีคำว่าสาย ถ้าเริ่มจริง
=======
อ่านเรื่องนี้แล้ว
ผมไม่ได้รู้สึกว่าเธอเป็นคนพิเศษอะไรเลย
เธอก็แค่คนธรรมดาที่ต้องรับผิดชอบชีวิตหลายอย่างพร้อมกัน แต่พอถึงวันที่มันจำเป็นจริง ๆคนแบบนี้จะรู้เองว่า เวลาอยู่ตรงไหนและต้องเอาไปใช้กับอะไร
บางทีคำว่า “ไม่มีเวลา”
อาจไม่ได้แปลว่าเราไม่ขยัน
แต่อาจแปลว่าเรายังไม่เจอเรื่องที่สำคัญพอ
จนยอมจัดชีวิตใหม่เพื่อมันจริง ๆ
ขอให้เรื่องราวนี้เป็นแรงบันดาลใจ
ให้เพื่อน ๆ มีกำลังใจกับสิ่งที่ตั้งใจทำอยู่นะครับ
Mark JapanSalaryman
Cr:ABEMA NEWS
01/12/2025
วันนี้ได้รับเชิญไปบรรยายกฎหมายเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ให้อัยการผู้ช่วยฟัง นับเป็นโอกาสดีที่ได้ถ่ายทอดความรู้และเล่าตัวอย่างคดี รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนอัยการผู้ช่วยลงทำงานจริง
การบรรยายสนุกแค่ไหน ดูหน้าผู้สอนก็รู้แล้ว
ข้อกฎหมายน่าสนใจ: การลักทรัพย์ในช่วงที่มีน้ำท่วม ระวังจะโดนโทษหนัก!
การขโมยของของคนอื่น ในทางกฎหมายเรียก “ลักทรัพย์” ซึ่ง ถ้าเป็นลักทรัพย์ทั่วๆไป มีโทษจําคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334
แต่สำหรับพวกที่ “ฉวยโอกาส” เข้าไปลักทรัพย์ในร้านค้า ใน 7-11 ในโกดังสินค้าของคนอื่น ในบริเวณที่มีน้ำท่วม จะต้องโดนโทษหนักขึ้น คือ จําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2)
และถ้าฉวยโอกาสเข้าไปลักทรัพย์ โดยงัดแงะประตูหน้าต่าง พังประตู หรือร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไป อันนี้ก็โดนโทษหนักขึ้นไปอีก คือโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) (3) (7) และ ม 335 วรรคสอง
พวกที่ฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นกำลังเดือดร้อน ซ้ำเติมความทุกข์ยาก งานนี้ติดคุกยาวแน่นอน อีกอย่างศาลท่านก็คงไม่เห็นใจ ไม่ต้องมาอ้างว่าทำด้วยความจำเป็น เพราะสิ่งที่ลัก ตามที่ปรากฏตามข่าวคือ เหล้า เบียร์ บุหรี่ ทอง ไมโครเวฟ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดในยามมีอุทกภัย ฉะนั้นใครมีหลักฐานอะไร ก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาจะได้ดำเนินคดีกับไอพวกเหลือขอพวกนี้ นอนบ้านดีๆ ไม่ชอบ ก็ไปนอนในคุกซะให้เข็ด! คนใต้จะได้พูดว่า หายเบร๋อไป ไอเปรต!
ขอให้สถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้นในเร็ววันครับ
จารย์โอ๊ต
27/11/2025
สรุปยอดบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันนี้ (27 พ.ย.2568)
รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจำนวน4,400บาท เพราะเรารู้ว่าผู้ประสบภัยไม่อาจรอได้ เราจึงได้ได้แบ่งบริจาคให้แก่ สภากาชาดไทย2,200 บาทและโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ 2,200 บาทเลยทันทีในยอดของวันนี้
ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ร่วมซื้อถังหอมสมุนไพรในแคมเปญพิเศษ สำหรับช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้
โดยทางเพจ JarnOat และครอบครัว ยังคงอาสาเป็นสะพานบุญ จำหน่ายสมุนไพรหอม ราคา 499 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะโอนเข้าให้กับสภากาชาดไทยเพื่อภัยพิบัติ และมูลนิธิของโรงพยาบาล
ลูกค้าที่อยากซื้อถังหอมสมัครและอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้สามารถสั่งซื้อใต้โพสต์นี้ ผ่าน inbox หรือ ลิงค์ใน shopee
งานนี้ ได้ทั้งช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ แถมได้ สมุนไพรหอม มี 3 กลิ่น คละกันไปดมเพื่อความผ่อนคลาย กัน
ขอขอบคุณในน้ำใจทุกท่านครับ
#น้ำท่วม #น้ำท่วมหาดใหญ่ #น้ำท่วมภาคใต้ #น้ำท่วมสตูล #น้ำท่วมตรัง
26/11/2025
+ร่วมปันน้ำใจ ช่วยพี่น้องภาคใต้กันครับ+
ผมเห็นข่าวแล้วก็เศร้าใจเหลือเกิน เพราะครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงผมเองก็เป็นผู้ประสบภัย ผมไม่อาจอยู่เฉยได้ และคิดว่าต้องร่วมด้วยช่วยกันฝ่าวิกฤตินี้ จึงตัดสินใจเปิด "แคมเปญพิเศษ สำหรับช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้" (ต้องขอบอกว่า ลังเลอยู่สองวัน ไม่กล้าทำ กลัวดราม่า แต่รู้สึกว่าอยู่เฉยไม่ไหวแล้ว)
ทางบ้านผมมีธุรกิจสกินแคร์เล็กๆ จึงขอ อาสาเป็นสะพานบุญ จำหน่ายสมุนไพรหอม ราคา 499 บาท รายได้ หักค่าใช้จ่าย จะโอนเข้ามูลนิธิต่างๆ เช่น โรงพยาบาล สภากาชาด เป็นต้น เมื่อของหมดหรือจบแคมเปญ ผมจะมาโพสต์สลิปโอนเงินหน้าเพจ เพื่อความโปร่งใสครับ
สั่งซื้อใต้โพสต์นี้ ผ่าน inbox หรือ ลิงค์ใน shopee ที่ผมแปะไว้ใต้โพสต์ก็ได้
งานนี้ ได้ทั้งช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ แถมได้ สมุนไพรหอม มี 3 กลิ่น คละกันไปดมเพื่อความผ่อนคลาย กันครับ
ขอขอบคุณในน้ำใจทุกท่าน จาก จารย์โอ๊ต
25/11/2025
UPDATE ศูนย์พักพิง ม.อ. ขอรับบริจาคเครื่องใช้จำนวนมาก
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอรับบริจาคเครื่องใช้จำนวนมาก สำหรับศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย ณ อาคารกีฬาและนันทนาการ ศูนย์กีฬาและสุขภาพ ม.อ.หาดใหญ่ ได้แก่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ผ้าขนหนู ผ้าห่ม เสื้อผ้า เสื่อปูนอน บริจาคได้ที่ อาคารกีฬาและนันทนาการ ศูนย์กีฬาและสุขภาพ ( ข้างโรงยิมเนเซียม ม.อ. หาดใหญ่)
สอบถามข้อมูล โทร. 087-287-8713 (คุณเยาวลักษณ์) และ 098-6835032 (น้องดะ)
ที่อยู่จัดส่ง :
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คุณเยาวลักษณ์ คุณาวรกุล 087-287-8713 )
15 ถ.กาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
UPDATE: PSU Shelter Requests Large Donations of Essential Supplies
Prince of Songkla University is seeking donations of essential supplies for the flood relief shelter at the Sports and Recreation Building, Sports and Health Center, PSU Hat Yai. Items needed include toothbrushes, toothpaste, soap, towels, blankets, sleeping mat, and clothing. Donations can be made at the Sports and Recreation Building, Sports and Health Center (next to the Gymnasium, PSU Hat Yai).
For more information, please contact 087-287-8713 (Ms. Yaowalak) or 098-683-5032 (Da)
#น้ำท่วม #น้ำท่วมหาดใหญ่ #หาดใหญ่
#น้ำท่วมหาดใหญ่68 #น้ำท่วมใต้2568 #น้ำท่วม2568
#สงขลานครินทร์
25/11/2025
🙏ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสงขลา
🏦ชื่อบัญชี : มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ธนาคารไทยพาณิชย์
สาขา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เลขที่ : 565-2-09777-0
ธนาคารกรุงเทพ
สาขา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เลขที่ : 641-0-15655-5
*หมายเหตุ หากโอนผ่านเลขที่บัญชี
และประสงค์ลดหย่อน 2 เท่า
กรุณาแจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
ช่องทางติดต่อ LINE ID .psu และขอใบเสร็จรับเงิน
วันนี้ขอเล่าประสบการณ์ในห้องพิจารณาเกี่ยวกับ “ล่าม”
1.วันนี้มีการพิจารณาคดีเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีจำเลยสามคน ทั้งสามคนเป็นชาวต่างชาติ ผมได้เห็นสิ่งที่ล่ามทำและรู้สึกประทับใจในการทำงานคือ ล่าม คนดังกล่าวมีการแปลคำฟ้องมาก่อน ฉะนั้น เมื่อถึงเวลาที่ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง ล่ามจึงสามารถแปลได้ทันทีและได้ใจความ เพราะได้เตรียมมาก่อนแล้ว และได้ใจความที่ดี (ผมเองก็ฟังที่ล่ามแปลอยู่)
-ใครที่ไม่เคยเข้าห้องพิจารณาของศาล ลองนึกภาพว่า คำฟ้อง จะเป็นภาษาทางการและมีศัพท์ทางกฎหมายเยอะ และศาลก็จะอ่านให้จำเลยฟัง ซึ่งคดีนี้ คำฟ้องรวมๆ แล้วเกือบ 5 หน้า การจะแปลสดๆนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย การเตรียมคำแปลมาก่อนจึงเป็นตัวอย่างการทำงานที่เป็นมืออาชีพดีครับ
2. ปกติ ผมมักเห็น ล่ามภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เป็นส่วนใหญ่ แต่วันนี้กลับมีล่าม 3 ภาษาพร้อมกัน ในห้องพิจารณา นั่นคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และอีกภาษาหนึ่ง อยากให้ผู้อ่านลองทายกันเล่นๆ ดูครับ ว่าเป็นภาษาอะไร
•
เอามาแชร์ เผื่อจะเป็นประโยชน์ครับ
จารย์โอ๊ต
15/11/2025
"Never trust anything that can think for itself, if you can't see where it keeps its brain."
"อย่าเชื่ออะไรก็ตามที่มีความคิดเป็นของตนเอง ถ้าคุณยังไม่เห็นว่าสิ่งนั้นเก็บสมองของมันไว้ที่ไหน"
พอดีอ่าน Harry Potter แล้วเจอประโยคนี้เข้าก็เลยสะดุดตา เพราะมันเข้ากับโลกปัจจุบันที่ทุกคนใช้ AI มีอะไรก็ถาม ChatGPT ถาม Google (Gemini) และ AI ต่างๆ เราเชื่อมัน ไว้ใจมัน เราเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเราให้มันรู้ โดยที่เราเองก็ไม่เคยเข้าใจถึงอันตรายของมัน
เหมือนกับในเนื้อเรื่อง Harry Potter and the Chamber of Secrets ที่ Ginny พูดคุยกับไดอารี่ของ Tom Riddle และบอกความลับของตัวเองให้ไดอารี่ได้รู้ และไดอารี่ก็ตอบกลับมา จนหลงเข้าใจว่า ไดอารี่เป็นเพื่อนที่ดี แต่สุดท้ายก็โดน(เจ้าของ)ไดอารี่ ทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ไม่น่าเชื่อว่าคำคมนี้เขียนขึ้นมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1998 แต่กลับสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ที่ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกเก็บและวิเคราะห์โดยคอมพิวเตอร์ และเราเองก็ไม่รู้ว่า "สมอง" ของสิ่งที่เราใช้ทำงานอย่างไร เก็บไว้ที่ไหน (เราไม่รู้ algorithm เราไม่รู้ server)
ถึงแม้ว่า คำคมนี้จะสะท้อนอันตรายของสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันเก็บสมองไว้ที่ไหน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็ยังคงเป็น "ใจคน" ที่แม้เราจะรู้ว่าเก็บสมองไว้ในกะโหลก แต่ก็ยากแท้หยั่งถึง อยู่ดี
เอามาฝากเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยครับ
จารย์โอ๊ต
ที่ตั้ง
เว็บไซต์
ที่อยู่
10400