05/08/2025
เราจะสอนประวัติศาสตร์อย่างไรโดยไม่ทำร้ายอนาคต?
ถ้าคุณโตมากับแบบเรียนที่เล่าชัยชนะโดยไม่พูดถึงน้ำตาของความสูญเสีย
ถ้าความรักชาติเคยถูกสอนมาโดยคู่กับความกลัวที่จะถูกรุกรานมากกว่าการสร้างความร่วมมือ
และถ้าประวัติศาสตร์เคยเป็นแค่รายชื่อฮีโร่หรือปี พ.ศ. ที่เกิดสงครามสำหรับต้องจำไปสอบ บทความนี้อาจชวนให้คุณมองย้อนกลับไปสักหน่อย
เพราะประวัติศาสตร์ในห้องเรียนไทย ไม่ได้แค่บอกเราว่า “อะไรเคยเกิดขึ้น” แต่มันค่อย ๆ หล่อหลอมว่า “เราควรรู้สึกอย่างไร” กับสิ่งที่เกิดขึ้น ใครคือผู้กล้า ใครคือศัตรู ใครคือคนที่ควรลืม และใครไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะถูกพูดถึง
แต่โลกวันนี้ต้องการคนที่เรียนรู้จากอดีตมากกว่าแค่เพียงจำได้ว่าใครแพ้หรือชนะ
อ่านบทความนี้ ถ้าคุณเชื่อว่า
อดีตไม่ควรเป็นกับดักของอคติ
แต่ควรเป็นบทเรียนของความเข้าใจ
=============================
อ่าน “สอนประวัติศาสตร์แบบไม่ทำลายอนาคต” เพราะเราไม่ได้แค่ “สอนอดีต” แต่เรากำลังเลือก “แบบแผนของความทรงจำ” ให้เด็กรุ่นถัดไป ได้ที่: https://mappamedia.co/posts/teaching-history-without-destroying-the-future
=============================
เรื่อง : กองบรรณาธิการ Mappa
ภาพประกอบ : Arunnoon
# CoCreatingNextGeneration #วิชาประวัติศาสตร์ #ประวัติศาสตร์ #การเรียนการสอน
12/05/2025
• ราชาทั้งสี่บนหน้าการ์ดมีใครกันบ้าง?
-----
เชื่อว่าทุกคนจะต้องรู้จักกับ Playing Cards หรือการ์ดเกมที่มีทั้งหมด 52 ใบ (ตามจำนวนของสัปดาห์ในหนึ่งปี) และประกอบไปด้วยการ์ดสี่แบบคือ Spades, Hearts, Clubs และ Diamonds
ประวัติศาสตร์ของ Playing Cards เชื่อว่ามีต้นกำเนิดมาจากอียิปต์ เปอร์เซีย หรือไม่ก็อินเดีย แต่จากหลักฐานที่มีอยู่สัณนิษฐานว่า ชาวจีนอาจจะเป็นคนกลุ่มแรกที่คิดค้นการ์ดเกมนี้ โดยสืบย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 8 ในยุคราชวงศ์ถัง
จนกระทั่งช่วงปลายศตวรรษที่ 14 การ์ดเกมในลักษณะนี้ ก็ถูกเผยแพร่ในยุโรป โดยที่ในแต่ละพื้นที่ ก็จะมีการออกแบบการ์ดและจำนวนของการ์ดที่แตกต่างกัน
โดย Playing Cards ที่เราคุ้นเคยกันนั้น ก็มาจากฝรั่งเศสในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีการกำหนดให้การ์ดใบหน้าหรือ Face Cards ที่ประกอบไปด้วย Kings, Queens และ Jacks (ในอดีตคือ Knights หรือ Knaves) อ้างอิงจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์
สำหรับการ์ด Kings ทั้งสี่นั้น ประกอบด้วยกษัตริย์ดาวิดแห่งอิสราเอล (Spades) กษัตริย์ชาร์เลอมาญแห่งแฟรงค์ (Hearts) อเล็กซานเดอร์มหาราช (Clubs) และจูเลียส ซีซาร์ (Diamonds บางแหล่งระบุว่าเป็นเอากุสตุส ซีซาร์ จักรพรรดิองค์แรกของโรมัน)
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงปลายศตวรรษที่ 18 Playing Cards ของฝรั่งเศส ก็ไม่ได้มีการกำหนดให้ Face Cards อ้างอิงจากบุคคลจริงอีก ทำให้ปัจจุบันบุคคลที่อยู่บนการ์ด Kings, Queens และ Jacks นั้น ไม่ได้อ้างอิงมาจากใครอีก
ติดตามช่องทางอื่น ๆ ของ Histofun Deluxe
X http://bit.ly/3AfKmf2
Blockdit https://bit.ly/4e25dQX
LINE TODAY https://bit.ly/48uQvRp
Website https://bit.ly/4fnCVBB
YouTube https://bit.ly/3YEkhzB
-----
อ้างอิง
• Britannica. playing cards. https://www.britannica.com/topic/playing-card
• liveabout. Who Are the 4 Kings in a Deck of Cards?. https://www.liveabout.com/4-kings-in-deck-of-cards-2728321
18/02/2025
📉 ไทยโตช้า GDP ปี 67 ขยาย 2.5% ยังรั้งท้ายอาเซียน
🚨 เศรษฐกิจไทยโต 2.5% ในปี 67 และคาดว่าจะขยายตัวเป็น 2.8% ในปี 68 แต่ยังตามหลังเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 6%+ ปัจจัยหลักคือการลงทุนภาคเอกชนที่ซบเซา ขณะที่เพื่อนบ้านเร่งดึง FDI ดันเศรษฐกิจโตแรง
💡 ไทยต้องเร่งเครื่อง เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ กระตุ้นการลงทุน และดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ไม่เช่นนั้นเราอาจถูกทิ้งห่างมากขึ้น
#เศรษฐกิจอาเซียน #ฐานเศรษฐกิจ
📌อ่านต่อ...https://www.thansettakij.com/world/619792
04/12/2024
#ตั้งชื่อหัวข้อวิจัย คำศัพท์ > คีย์เวิร์ด > หัวข้อวิจัย > ชื่อเรื่องวิจัย
25/11/2024
ภาพที่เห็นคือเวลา 11 โมงเช้า “ดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยขึ้น”
ใจกลางของหมู่เกาะนอร์เวย์ของสฟาลบาร์ด อยู่ Longyearbyen เมืองทางเหนือสุดของอาร์กติกในโลก ตั้งอยู่ที่ละติจูด 78 องศา
ด้วยประชากรเพียง 2,000 กว่าคน ใน Longyearbyen พวกเขาทํางานในหลายรูปแบบเหมือนเมืองอื่น ๆ มันมีซุปเปอร์มาร์เก็ต บาร์ โบสถ์ โรงหนัง โรงเรียน และแม้กระทั่งสระว่ายน้ําเทศบาล
สิ่งที่ทําให้ Longyearbyen มีเอกลักษณ์คือสถานที่ที่โดดเด่น และปรากฏการณ์ที่เรียกว่าคืนขั้วโลก ในระหว่างที่พระอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นเหนือขอบฟ้าเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและน่าหลงใหล
18/11/2024
💡ไอเดียสังคม
📌บทความ ศาสนา ความรัก และการจากลา สู่จุดสูงสุดของสัจธรรมชีวิต
เปรียบเทียบความเชื่อแต่ละศาสนาเพื่อเข้าใจชีวิต
https://inskru.com/idea/-OB9Dyg7rk6bSkbE1ILV
❤️ อ่านไอเดียแบบสบายตา ไม่มีโฆษณาคั่น
แถมได้สนับสนุนให้ insKru อยู่คู่ครูไทยไปนาน ๆ
สมัครเป็นชาวอินส์ https://bit.ly/WebDonationFB1
#รวมไอเดียมาใหม่ประจำสัปดาห์
#พื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน
10/11/2024
ร่องลึกก้นสมุทรที่ลึกที่สุดในโลก และเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของเปลือกโลก
ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา (Mariana Trench, Marianas Trench) มีตำแหน่งอยู่ที่ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และอยู่ในแนวตะวันออกและแนวใต้ของหมู่เกาะมาเรียนา ณ พิกัด 11° 21’ เหนือ และ 142° 12’ ตะวันออก ใกล้เกาะกวม เป็นแนวเขตที่แผ่นธรณีแปรสัณฐาน หรือที่เรียกชื่อในภาษาอังกฤษว่า "Tectonic Plates" สองแผ่นมาชนกัน ณ บริเวณเขตมุดตัวของเปลือกโลก (subduction zone) โดยแผ่นธรณีแปซิฟิก เป็นฝ่ายลอดลงไปใต้แผ่นธรณีมาเรียนา ก้นของร่องลึก ณ จุดนี้ที่มีชื่อเรียกว่า "แชลเลนเจอร์ดีป" (Challenger Deep) อยู่ลึกกว่าความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ที่อยู่บนแผ่นดิน ความลึกมากสุดของร่องที่วัดได้ ณ จุดนี้ ลึกมากถึง 10,911 เมตรจากระดับน้ำทะเล และหากวัดละติจูดและ ส่วนอ้วนจากแรงเหวี่ยงแถบเส้นศูนย์สูตร (equatorial bulge) จะได้ระยะของจุดลึกสุดของร่องได้ 6,366,400 เมตรจากจุดใจกลางของโลก ในขณะที่มหาสมุทรอาร์กติกซึ่งมีความลึกมากที่สุดประมาณ 4,500 เมตร แต่เมื่อวัดพื้นผิวก้นมหาสมุทรถึงจุดใจกลางโลกกลับได้ระยะ 6,353,000 เมตร ใกล้จุดใจกลางโลกมากกว่าร่องลึกบาดาลมาเรียนาถึง 13 กิโลเมตร ความกดดันของน้ำที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนามีแรงกดดันประมาณ 1,086 บาร์ หรือบรรยากาศ (15,751 psi) หรือประมาณมากกว่า 1,000 เท่าของบรรยากาศทั่วไปบนผิวโลกที่ระดับน้ำทะเล
ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนานี้ได้รับการสำรวจพบใน พ.ศ. 2494 โดยเรือของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาชื่อแชลเลนเจอร์ซึ่งได้ใช้ชื่อเรือนี้เรียกจุดลึกสุดดังกล่าว เรือแชลเลนเจอร์ 2 ใช้เครื่องวัดเสียงสะท้อน (echo sounding) วัดความลึกได้ 5,960 ฟาทอม (11,022 เมตร) ณ พิกัด 11° 19’ เหนือ 142° 15’ ตะวันออก การวัดเสียงสะท้อนนี้ได้กระทำซ้ำโดยใช้หูฟังเสียงสะท้อนกลับในขณะที่เข็มเสียงลากผ่านระยะความลึกที่ความเร็วของเสียงค่อย ๆ ต่างกันตามความหนาแน่นของน้ำตามความลึก ในขณะเดียวกันที่ตัวเครื่องวัดเสียงสะท้อนก็ได้ใช้นาฬิกาจับเวลาชนิดมือถือจับด้วย ด้วยวิธีที่ฉลาดนี้ทำให้ต้องหักความลึกจากการคำนวณความต่างออกไป 20 ฟาทอม ตัวเลขเป็นทางการจึงได้รับการรับรองที่ 5,940 ฟาทอม หรือ 10,863 เมตร
ใน พ.ศ. 2500 เรือของกองทัพเรือสหภาพโซเวียตชื่อ วีเตียซ (Vityaz) ได้รายงานความลึกที่ 10,034 เมตร โดยตั้งชื่อว่า "หลุมกลวงมาเรียนา" (Mariana Hollow) ใน พ.ศ. 2503 สเปนเซอร์ เอฟ. แบร์ด บันทึกความลึกมากสุดได้ 10,915 เมตร ใน พ.ศ. 2527 รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเรือสำรวจที่ออกแบบพิเศษชื่อ "ทะกุโย" (Takuyō - 拓洋) ลงไปสำรวจร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาและเก็บข้อมูลโดยใช้ลำแสงแคบหลายลำแสง ร่วม ได้ความลึกที่ 10,924 เมตร ความลึกที่แม่นยำที่สุดได้จากการสำรวจของเรือดำนำลึกอีกลำหนึ่งชื่อ "ไคโก" (Kaikō - かいこう) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2538 ได้ความลึกที่ 10,911 เมตร
สำหรับการดำน้ำลึกที่ไม่เคยมีมาก่อนทำโดยยานสำรวจน้ำลึก (bathyscaphe) ของกองทัพเรืออเมริกันชื่อ "ทรีเอสต์" (Trieste) โดยสามารถดำลงถึงก้นร่องลึกได้สำเร็จเมื่อเวลา 13.06 น. ของวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2503 โดยนายทหารเรือชื่อเรือตรีดอน วอลช์ (Don Walsh) และลูกเรือชื่อ ชาก ปีการ์ (Jacques Piccard) มีการใช้ลูกเหล็กกลมเป็นตัวอับเฉาและใช้น้ำมันเบนซินเป็นตัวทำให้ลอย อุปกรณ์บนยานแสดงความลึกที่ 11,521 เมตร แต่ได้ปรับแก้ภายหลังเป็น 10,916 เมตร ณ จุดท้องร่องลึก ทั้งสองประหลาดใจที่มองเห็นปลาตัวแบนขนาดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร รวมทั้งกุ้ง ปีการ์ให้ความเห็นว่าพื้นร่องลึกแลดูเบาและใสที่เกิดจากซากไดอะตอมดึกดำบรรพ์ที่ปูดขึ้นมา
Wikipedia
ทันโลก