All around China ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก All around China, 227 Phaya Thai Rd, Bangkok

ฮกลกซิ่ว (ภาพนี้คือเทพซิ่ว เสียงจีนกลาง = โซ่ว 2026 寿) เป็นอักษรที่ราชสำนักจีนมักจะใช้อวยพรกันในวันเกิด มักจะขอพรกันในเร...
20/09/2026

ฮกลกซิ่ว (ภาพนี้คือเทพซิ่ว เสียงจีนกลาง = โซ่ว 2026 寿) เป็นอักษรที่ราชสำนักจีนมักจะใช้อวยพรกันในวันเกิด มักจะขอพรกันในเรื่องสุขภาพ และความแข็งแรง อายุยืน

ภาพจากเรื่อง 8 เซียน All wishes come true

เชื่อแล้วว่าตัวร้ายหล่อมาก เซิร์ฟจีนคอสเพลย์ฉ่ำ
20/09/2026

เชื่อแล้วว่าตัวร้ายหล่อมาก เซิร์ฟจีนคอสเพลย์ฉ่ำ

ชอบฮกลกซิ่วเวอร์ชั่นนี้มากกกก สดใสฟรุ้งฟริ้ง ตั้งรูปนี้มูรับไหว้พระจันทร์
20/09/2026

ชอบฮกลกซิ่วเวอร์ชั่นนี้มากกกก สดใสฟรุ้งฟริ้ง ตั้งรูปนี้มูรับไหว้พระจันทร์

20/09/2026

🔥 สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร? สงครามที่ทำให้จีนเสียฮ่องกงแก่อังกฤษ

ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 อังกฤษผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้จำนวนมาก อังกฤษจึงต้องการหาตลาดใหม่เพื่อขายสินค้า และต้องการแหล่งวัตถุดิบจากต่างประเทศ

🐲 จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่ปัญหาคือชาวจีนไม่ได้สนใจสินค้าของอังกฤษมากนัก ขณะที่สินค้าอย่างชา ผ้าไหม และเครื่องลายครามของจีนกลับขายดีมากในยุโรป

อังกฤษจึงต้องจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อสินค้าจากจีน ทำให้เงินไหลออกจากอังกฤษอย่างต่อเนื่อง

🇬🇧 อังกฤษแก้ปัญหาด้วยการขายฝิ่น เพื่อดึงเงินกลับคืนมา อังกฤษจึงนำฝิ่นจากอินเดียเข้ามาลักลอบขายในจีน

เมื่อชาวจีนติดฝิ่นเพิ่มขึ้น ปริมาณฝิ่นที่นำเข้าก็มากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง ได้แก่

• คนจำนวนมากติดฝิ่นและสุขภาพแย่ลง (ภาพในเน็ตคือโหดมาก ผอมติดกระดูก)

• เงินจำนวนมากไหลออกจากจีน
• รัฐบาลชิงสูญเสียรายได้
• เจ้าหน้าที่บางส่วนรับสินบนและร่วมมือกับพ่อค้าฝิ่น
• สังคมและเศรษฐกิจของจีนได้รับผลกระทบ

เดิมทีจีนขายสินค้าให้อังกฤษมากกว่าที่ซื้อ แต่หลังฝิ่นแพร่ระบาด สถานการณ์กลับกัน จีนกลายเป็นฝ่ายเสียเงินให้อังกฤษจำนวนมาก

👉🏻 หลินเจ๋อสวีปราบฝิ่น

ค.ศ. 1838 จักรพรรดิเต้ากวง (道光帝) แต่งตั้ง หลินเจ๋อสวี (林则徐) ให้เดินทางไปกว่างโจวเพื่อปราบปรามการค้าฝิ่น

หลินเจ๋อสวีสั่งให้พ่อค้าต่างชาติส่งมอบฝิ่นทั้งหมด และต้องรับรองว่าจะไม่นำฝิ่นเข้ามาขายในจีนอีก

ระหว่างวันที่ 3–25 มิถุนายน ค.ศ. 1839 ฝิ่นจำนวนมากถูกทำลายต่อหน้าสาธารณชนที่หู่เหมิน เหตุการณ์นี้เรียกว่า

🔥 การทำลายฝิ่นที่หู่เหมิน (虎门销烟)

ฝ่ายจีนมองว่าฝิ่นเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่กำลังทำลายประเทศ จึงมีสิทธิยึดและทำลาย

แต่อังกฤษมองว่าการทำลายฝิ่นเป็นการทำลายทรัพย์สินของพ่อค้าชาวอังกฤษ และนำเหตุการณ์นี้มาใช้เป็นเหตุผลในการส่งกองทัพเข้าสู่จีน

ใดๆ ก็ตาม สาเหตุที่ลึกกว่านั้นคือ อังกฤษต้องการบังคับให้จีนเปิดตลาด ยอมค้าขายตามเงื่อนไขของอังกฤษ และเปิดโอกาสให้อังกฤษขยายอิทธิพลในจีน

🔥 ชนวนก่อนสงคราม

ค.ศ. 1839 เกิดคดีหลินเหวยสี่ (林维喜案) ที่จิมซาจุ่ย ชาวบ้านจีนชื่อหลินเหวยสี่ถูกทหารเรืออังกฤษที่เมาสุราทำร้ายจนเสียชีวิต

หลินเจ๋อสวีเรียกร้องให้อังกฤษส่งตัวผู้กระทำผิดมาให้จีนพิจารณาคดี แต่อังกฤษปฏิเสธ และจัดการคดีด้วยระบบของตัวเอง

ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจึงยิ่งตึงเครียด จีนระงับการค้ากับอังกฤษ ขณะที่อังกฤษตัดสินใจส่งกองเรือเข้ามาใช้กำลัง

🔥 จุดสงครามเริ่มต้น

เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1840 กองเรืออังกฤษเดินทางมาถึงชายฝั่งจีน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง

อังกฤษมีความได้เปรียบอย่างมาก เพราะมีเรือรบสมัยใหม่ เรือกลไฟ ปืนใหญ่ที่ยิงได้ไกลกว่า และระบบการทหารที่พัฒนากว่าจีน

ส่วนกองทัพราชวงศ์ชิงมีอาวุธล้าสมัย การป้องกันชายฝั่งไม่แข็งแรง การสั่งการไม่มีประสิทธิภาพ และเจ้าหน้าที่บางคนรายงานข้อมูลเท็จให้รัฐบาลกลาง

อังกฤษไม่ได้โจมตีเพียงกว่างโจว แต่เคลื่อนกองเรือขึ้นไปตามชายฝั่ง ยึดเมืองท่าและใช้กำลังทหารกดดันรัฐบาลชิง

ต้น ค.ศ. 1841 อังกฤษโจมตีป้อมบริเวณหู่เหมิน (虎门) ซึ่งเป็นประตูสำคัญก่อนเข้าสู่กว่างโจว

แม้ทหารจีนจะต่อสู้อย่างหนัก แต่ไม่สามารถต้านทานอาวุธของอังกฤษได้ กวนเทียนเผย (关天培) ผู้บัญชาการกองทัพเรือกวางตุ้งเสียชีวิตระหว่างป้องกันป้อม

🇬🇧 ต่อมาอังกฤษเข้าโจมตีกว่างโจว รัฐบาลชิงต้องยอมเจรจาและจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้เมืองถูกโจมตีหนักกว่าเดิม

ช่วงเดียวกัน ประชาชนบริเวณซานหยวนหลี่ (三元里) รวมตัวกันต่อต้านทหารอังกฤษ เหตุการณ์นี้เรียกว่า การต่อต้านอังกฤษที่ซานหยวนหลี่ (三元里抗英)

🇬🇧 อังกฤษเคลื่อนทัพขึ้นเหนือ

หลังจากนั้นอังกฤษเคลื่อนกองเรือขึ้นไปตามชายฝั่งจีน ยึดเมืองสำคัญหลายแห่ง เช่น

• เซี่ยเหมิน (厦门)
• ติ้งไห่ (定海)
• เจิ้นไห่ (镇海)
• หนิงโป (宁波)
• จ้าผู่ (乍浦)
• อู๋ซง (吴淞)
• เจิ้นเจียง (镇江)

เมื่ออังกฤษยึดเจิ้นเจียงได้ ก็สามารถคุกคามเส้นทางคมนาคมสำคัญบริเวณคลองใหญ่ปักกิ่ง–หางโจว และเคลื่อนกองเรือเข้าใกล้หนานจิง

รัฐบาลชิงจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างมาก และตัดสินใจเจรจายุติสงคราม

🧐 สงครามจบลงอย่างไร?

วันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1842 จีนก็ยอม เพราะเอาไม่อยู่จริงๆ เลยได้มีการลงนามกับอังกฤษในสนธิสัญญานานกิง (南京条约) ซึ่งถือเป็นสนธิสัญญาไม่เสมอภาคฉบับแรกที่จีนถูกบังคับให้ทำกับชาติตะวันตก

เงื่อนไขสำคัญมีดังนี้

1. จีนยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษ 🇭🇰

2. จีนต้องจ่ายเงินให้อังกฤษรวม 21 ล้านดอลลาร์เงิน ครอบคลุมค่าฝิ่น หนี้สินของพ่อค้า และค่าใช้จ่ายในการทำสงคราม

3. จีนต้องเปิดเมืองท่าห้าแห่งให้อังกฤษเข้ามาค้าขาย ได้แก่
กว่างโจว (广州)
ฝูโจว (福州)
เซี่ยเหมิน (厦门)
หนิงโป (宁波)
เซี่ยงไฮ้ (上海)

4. อังกฤษสามารถส่งกงสุลเข้าประจำในเมืองท่าเหล่านี้ได้

5. ยกเลิกระบบที่จำกัดให้พ่อค้าต่างชาติค้าขายผ่านกลุ่มพ่อค้าจีนที่รัฐบาลอนุญาตเท่านั้น

6. จีนสูญเสียอิสระในการกำหนดอัตราภาษีศุลกากรบางส่วน

ต่อมาอังกฤษยังบังคับให้จีนทำสนธิสัญญาเพิ่มเติม ได้แก่ สนธิสัญญาหู่เหมิน (虎门条约) ซึ่งให้อังกฤษได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้น

เช่น หากชาวอังกฤษกระทำความผิดในจีน ก็สามารถถูกพิจารณาคดีตามระบบของอังกฤษ ไม่ใช่กฎหมายจีน สิทธินี้เรียกว่า สิทธิสภาพนอกอาณาเขต หรือสิทธิทางกงสุล (领事裁判权) ซึ่งถือ่วาเป็นการหยามเกียรติจีนมากๆ ตอนนั้น

อังกฤษยังได้รับ สิทธิชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (最惠国待遇) หมายความว่า หากจีนมอบสิทธิพิเศษใหม่ให้ประเทศอื่น อังกฤษก็จะได้รับสิทธินั้นด้วย

หลังจากนั้น USA และฝรั่งเศสก็เข้ามาบังคับให้จีนลงนามในสนธิสัญญาลักษณะเดียวกัน (มาแจม)

สงครามฝิ่นจึงถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่จีนถูกชาติตะวันตกเข้ามากดดันและแทรกแซงอย่างหนักจนนำไปสู่ความเสื่อมถอยนั่นเอง

เดี๋ยวจะจัดทำทางช่องแดงตามมาครับผม

20/09/2026
อันนี้ลองดราฟท์แรกคร่าวๆครับ ยังไม่ใช่ฉบับเต็มนะครับ เน้นที่ฮ่องเต้กวงซวี่ก่อน (แปลจากต้นฉบับจีน) เผื่อวันหน้าลงเรื่องสม...
19/09/2026

อันนี้ลองดราฟท์แรกคร่าวๆครับ ยังไม่ใช่ฉบับเต็มนะครับ เน้นที่ฮ่องเต้กวงซวี่ก่อน (แปลจากต้นฉบับจีน) เผื่อวันหน้าลงเรื่องสมัยปฏิรูปประเทศสมัยฮ่องเต้กวงซวี่ ฉบับเต็มเดี๋ยวตามมาครับ

ชอบมากก อันนี้เดาว่าน่าจะเป็นชาวฮั่นในสมัยราชวงศ์ชิง (ดูจากการที่เจาะหูรูเดียว + ชุด + vibe ฮั่น) ภาพเซ็ต 12 สาวงามแห่งร...
19/09/2026

ชอบมากก อันนี้เดาว่าน่าจะเป็นชาวฮั่นในสมัยราชวงศ์ชิง (ดูจากการที่เจาะหูรูเดียว + ชุด + vibe ฮั่น) ภาพเซ็ต 12 สาวงามแห่งรัชสมัยฮ่องเต้ยงเจิ้ง ลำดับที่ 4 (สมัยเจินหวน)

ภาพสิบสองสาวงามแห่งรัชสมัยหย่งเจิ้ง ลำดับที่ 4
《持表观菊》“ถือเรือนาฬิกาชมดอกเบญจมาศ”
ยุคสมัย: ราชวงศ์ชิง
ผู้วาด: ไม่ทราบนาม
วัสดุ: สีบนผ้าไหม
ขนาด: 184 × 98 cm.
สถานที่เก็บรักษา: พิพิธภัณฑ์พระราชวัง กรุงปักกิ่ง
ภาพนี้สร้างขึ้นโดยจิตรกรราชสำนักในช่วงรัชสมัยคังซีถึงหย่งเจิ้ง

ภาพวาดแสดงหญิงสาวนั่งอยู่ข้างโต๊ะหนังสือ บนม้านั่งปักลายสีแดงแบบเครื่องเคลือบหลางเหยา (郎窑红) ในมือของเธอถือเรือนาฬิกาเคลือบลงยาที่ตกแต่งอย่างประณีต

บนโต๊ะมีแจกันปักดอกเบญจมาศ บ่งบอกว่าเหตุการณ์ในภาพเกิดขึ้นประมาณเดือนแปดตามปฏิทินจีน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้ที่มีความสง่างามและถือเป็นดอกไม้สำคัญของฤดูใบไม้ร่วง ชาวจีนมอบความหมายให้ดอกเบญจมาศในด้านความมั่นคง ความซื่อตรง และการมีอายุยืน ด้วยความงามที่เรียบง่ายและสง่างาม ดอกเบญจมาศจึงถูกนำมาใช้เป็นทั้งเครื่องประดับผมของสตรีและสิ่งประดับตกแต่งภายในที่พักอาศัย

บริเวณโต๊ะอีกตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล มีเครื่องมือทางดาราศาสตร์แบบตะวันตกตั้งอยู่ เมื่อพิจารณาร่วมกับเรือนาฬิกาเคลือบลงยาในมือหญิงสาว จึงสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งของจากตะวันตกกำลังได้รับความนิยมและค่อย ๆ กลายเป็นแฟชั่นภายในราชสำนักชิง

หนังสือหกเล่มซึ่งเก็บอยู่ในกล่องหนังสือหนึ่งชุด ช่วยสร้างบรรยากาศของการศึกษาและวัฒนธรรมแบบบัณฑิตให้แก่ห้อง ภายในฉากหลังยังแขวนผลงานอักษรวิจิตร ซึ่งเขียนบทกวีของ ต่งฉีชาง (董其昌) นักอักษรวิจิตรและจิตรกรคนสำคัญแห่งราชวงศ์หมิง พร้อมกับมีขลุ่ยต้งเซียว (洞箫) แขวนอยู่ด้วย

ขลุ่ยและงานอักษรวิจิตรซึ่งเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม ถูกนำมาวางเปรียบเทียบกับเรือนาฬิกาในมือของหญิงสาวอย่างน่าสนใจ ภาพนี้จึงแสดงให้เห็นการอยู่ร่วมกันระหว่างบรรยากาศทางวัฒนธรรมของจีนกับวิทยาการและเครื่องใช้สมัยใหม่จากตะวันตกในชีวิตของสตรีราชสำนักชิง

เครื่องแต่งกายของหญิงสาว

หญิงสาวสวมเสื้อคลุมสีเยว่ไป๋ (月白) ซึ่งเป็น สีฟ้าอ่อนอมขาวคล้ายแสงจันทร์ ไม่ใช่สีขาวบริสุทธิ์ บนเนื้อผ้ามีลายดอกไม้ทรงกลมทอเป็นลายซ่อน และใช้ผ้าสีน้ำตาลอ่อนตกแต่งบริเวณสาบเสื้อ

ขอบคอเสื้อมีพื้นสีน้ำตาลอ่อน ปักลวดลายสีน้ำเงินคราม ส่วนผ้าคลุมศีรษะหรือหลัวพ่า (罗帕) ก็เป็นสีน้ำเงินครามเช่นเดียวกัน

ภายในสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีม่วงมะเขือ มีคอตั้งและสาบเสื้อเฉียง ด้านในของเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนบุด้วยผ้าสีชมพู เมื่อนำมาจับคู่กับกระโปรงสีขาว จึงเกิดการไล่ระดับสีที่ละเอียดอ่อนและสง่างาม

บริเวณหน้าอกประดับพวงดอกไม้สีขาวคล้ายสีข้าวกล้อง พร้อมริบบิ้นสีเขียวยาวสองเส้นห้อยลงมา หญิงสาวนั่งบนม้านั่งปักลายซึ่งปูเบาะสีน้ำเงินเข้ม ทำให้สีแดงสดแบบหลางเหยาของตัวม้านั่งตัดกับสีเข้มของเบาะอย่างเด่นชัด

แม้แต่กล่องผ้าสำหรับใส่หนังสือเย็บด้ายแบบจีนก็กลายเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับภาพ

สีสันภายในภาพ

สิ่งทอที่ปรากฏในภาพมีสีต่าง ๆ อย่างน้อย 11 สี ได้แก่

สีน้ำเงินคราม (靛蓝)
สีฟ้าอ่อนอมขาว หรือสีเยว่ไป๋ (月白)
สีน้ำตาลอ่อนคล้ายขนอูฐ (驼色)
สีน้ำเงินเข้มเกือบดำ (元青)
สีชมพู (粉红)
สีเขียวแร่ (石绿)
สีขาวนวลคล้ายข้าวสาร (米白)
สีม่วงหมึก (墨紫)
สีเบจอ่อนหรือสีมี่เหอ (蜜合色)
สีเขียวอมฟ้า (碧色)
สีเหลืองแร่ (石黄色)

ภาพนี้อาจดูสงบ แต่ว่าจิตกรก็ใช้สีจำนวนมาก และจัดวางสีได้อย่างเป็นระเบียบ กลมกลืน และไม่ทำให้ภาพดูวุ่นวาย

ภาพนี้มีชื่อว่า 《持表观菊》 แปลตรงตัวว่า ถือเรือนาฬิกาชมดอกเบญจมาศ”

คำว่า 表 ในชื่อภาพหมายถึง นาฬิกาพก ซึ่งเป็นสิ่งของนำเข้าจากต่างประเทศสมัยนั้น เช่นเดียวกับเครื่องมือทางดาราศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ภายในภาพ สิ่งของเหล่านี้เป็นตัวแทนของความทันสมัยในราชสำนักช่วงต้นถึงกลางราชวงศ์ชิง

จุดเด่นของภาพจึงอยู่ที่การนำสิ่งของสมัยใหม่จากโลกตะวันตกมาแทรกไว้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมแบบจีนดั้งเดิม ทำให้ภาพนี้ไม่ได้แสดงเพียงความงามของหญิงสาว แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า วิทยาการและแฟชั่นจากตะวันตกได้ค่อย ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในราชสำนักชิงแล้ว

แหล่งที่มาหลัก : บทความ 𝗡𝗼. 𝟬𝟬𝟯|古画鉴赏
雍正十二美人图 04(胤禛美人图)

เข้าไทยมาซักพักแล้ว แต่พรุ่งนี้พึ่งจะได้ดูครับ >< ใครไปดูมาแล้วรีวิวหน่อย
19/09/2026

เข้าไทยมาซักพักแล้ว แต่พรุ่งนี้พึ่งจะได้ดูครับ >< ใครไปดูมาแล้วรีวิวหน่อย

ที่อยู่

227 Phaya Thai Rd
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ All around China โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์