11/02/2023
📚3 ขั้นตอน เพิ่มยอดขาย ด้วยการยิงแอดโฆษณา
1. เตรียมเนื้อหา
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการเตรียมเนื้อหา คือ การใส่ข้อมูลว่าคุณต้องการบอกอะไร ให้กับใคร
เพราะการที่คนจะกดเข้ามาดูแอดโฆษณาของคุณได้นั้น เนื้อหาในแอดโฆษณานั้น ต้องตรงกับสิ่งที่เขาต้องการด้วย
แอดโฆษณา สามารถทำเนื้อหาที่จะใช้ยิงแอด
ได้ทั้งภาพ และคลิปวิดีโอ ซึ่งภาพและวิดีโอนั้นจะต้อง
- ภาพต้องสวย สะดุดตา
- คลิปวิดีโอ ต้องน่าสนใจ
2. เลือกวัตถุประสงค์ให้ตรงกับที่คุณต้องการ
วัตถุประสงค์ เป็นการ "นำส่ง" เนื้อหาของคุณ
ไปหาคนที่มีแนวโน้มจะทำตามที่คุณเลือก
ถ้าคุณต้องการให้คนส่งข้อความ
วัตถุประสงค์ คือ "ข้อความ"
ถ้าคุณต้องการให้คนดูคลิปวิดีโอ
วัตถุประสงค์ คือ "เพิ่มการรับชมวิดีโอ"
ซึ่งคนไทยชอบดูคลิปวิดีโอมากกว่าอย่างอื่น และที่สำคัญ ต้นทุนถูกกว่าวัตถุประสงค์ข้ออื่นด้วยค่ะ
3. เลือกความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
ข้อนี้ ยิ่งคุณกำหนดให้ละเอียดมากเท่าไหร่
แอดโฆษณาของคุณ จะแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น
แอดที่แม่นยำ จะทำให้คุณ
- ได้ลูกค้าที่ใช่
- มียอดขายที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนต่ำ
สุดท้ายนี้ ก็อยากจะบอกว่า 3 ขั้นตอนนี้ เป็นทั้งเรื่องพื้นฐานและเป็นหัวใจสำคัญของการยิงแอดโฆษณา
อย่าลืมเช็ค 3 ขั้นตอนนี้ในการยิงแอดกันด้วยนะคะ
11/02/2023
❣️ 7 สิ่งสร้างเอ็นเกจเมนต์บน Reels ของ Facebook ฟังก์ชันที่แบรนด์และครีเอเตอร์ควรรู้
1. Like Reels
การไลค์คอนเทนต์ที่ชอบ
เพราะการไลค์อยู่คู่มากับ Facebook อย่างยาวนาน ซึ่งก็ตามมาอยู่บน Reels ของ Facebook เองด้วย (Reels ของ Instagram จะเป็นการกดหัวใจ) จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นฟังก์ชันเพิ่มยอดเอ็นเกจเมนต์แบบออริจินัลที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นเอง
และยังเป็นการสร้างยอดเอ็นเกจเมนต์ที่ง่ายที่สุดด้วย เพราะหากสามารถผลิตคอนเทนต์ให้เป็นที่ชื่นชอบได้ คุณก็จะได้การกดไลค์เป็นสิ่งตอบแทน
2. Comment Reels
คอมเมนต์เพื่อเพิ่มบทสนทนาโซเชียล
ถัดมาจากการกดไลค์บน Reels อีกระดับหนึ่ง การที่ทำให้ผู้คนหรือกลุ่มเป้าหมายสามารถอยากที่จะมีส่วนร่วมผ่านการคอมเมนต์ได้นั้นไม่ง่ายเลย เพราะการคอมเมนต์จะถูกประมวลมาจากความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาอย่างจริงใจไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ในแง่ใดก็ตาม
ฉะนั้นการตั้งเป้าหมายคอนเทนต์ที่ถูกเผยแพร่ไปแล้ว และมียอดเอ็นเกจเมนต์ที่นับรวมการคอมเมนต์ด้วย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์หรือเหล่าครีเอเตอร์จะขาดไม่ได้!
3. Remix Reels
คอลแลปกับครีเอเตอร์ช่องอื่น
หากใครที่เข้า Reels ใน Facebook บ่อย ๆ แล้วเห็นจุดไข่ปลาสามจุด ถือเป็นไอคอนที่มีทั้งโอกาสและการตัดโอกาสเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นไอคอนที่มี 2 ตัวเลือกให้กับผู้ใช้
นั่นก็คือ ‘See Less’ ตัวเลือกที่ทำให้เห็นคอนเทนต์ประเภทนี้ หรือคอนเทนต์ช่องนี้น้อยลง และ ‘Remix’ ที่สามารถให้ครีเอเตอร์รีมิกซ์คอนเทนต์ของตัวเองได้
4. Share Reels
แชร์ไปยังกลุ่มหรือไทม์ไลน์ได้
นอกจากการไลค์ และคอมเมนต์ที่แสดงถึงความชอบแล้ว การแชร์ไปยังโซเชียลมีเดียหรือหน้าฟีดไทม์ไลน์ต่าง ๆ ก็สะท้อนให้เห็นได้ความนิยมของคอนเทนต์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี
เพราะสำหรับมุมมองกลุ่มเป้าหมายแล้ว การไม่ได้รู้สึกชอบหรืออินกับคอนเทนต์นั้นจริง ๆ ก็จะทำเพียงแค่ไลค์หรือปัดผ่านไปก็ได้ แต่หากคอนเทนต์ของคุณมีความแปลกใหม่ สร้างสรรค์จนดึงดูดความสนใจมากพอ พวกเขาจะอยากแชร์มันออกไปเอง
5. Effect Reels
ใส่เอฟเฟกต์เพิ่มความปัง
ในยุคที่มีเอฟเฟกต์และสติ๊กเกอร์มากมายให้เลือกสรร คอนเทนต์ที่ปราศจากลูกเล่นเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนกับขนมปังที่ไม่มีแยมทา เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ประเภทไหนก็อย่าลืมที่จะใส่ลูกเล่นให้ดูมีอะไรอยู่เสมอ
โดยเฉพาะกับคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่ต้องดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายในเวลา 3-7 วินาที ยิ่งต้องทำให้โดดเด่นท่ามกลางทะเลคอนเทนต์ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์ที่แต่งภาพ หรือเอฟเฟกต์ที่สร้างมูฟเมนต์เพิ่มก็ตาม แต่ควรเลือกหยิบมาใช้ให้เข้ากับคอนเทนต์ด้วยนะ
6. Profile Reels
กดเข้าไปดูโปรไฟล์เพื่อติดตาม
ถือเป็นเรื่องที่ดีที่แพลตฟอร์มนำโปรไฟล์แอคเคานท์มาไว้ตรงชื่อเจ้าของคลิปด้วย เพราะหลังจากที่ผู้คนในโซเชียลเห็นคลิปแล้วรู้สึกชอบจนอยากติดตามครีเอเตอร์ที่สร้างคลิปขึ้นมา ก็สามารถแท็บไปยังรูปโปรไฟล์หรือชื่อของครีเอเตอร์โดยตรงได้เลย เรียกได้ว่าเป็นอีกฟังก์ชันหนึ่งที่จะเพิ่มยอดผู้ติดตามให้กับครีเอเตอร์หรือแบรนด์ไปในตัวด้วย
7. Audio Reels
ใส่เสียงเพิ่มเพลงดึงดูดความน่าสนใจ
ตั้งแต่มีเทรนด์หรือชาเลนจ์ต่าง ๆ ใน TikTok เสียงเพลงหรือเสียงพากย์ก็กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนหยุดไถฟีดเพื่อดูคลิปเลยก็ว่าได้
เพราะนอกจากคอนเทนต์หรือภาพที่จะต้องมีความน่าสนใจในตัวแล้ว เพลงหรือเสียงที่ใช้พากย์แยกเองทีหลังก็จะช่วยดึงดูดความสนใจคอนเทนต์มากขึ้นไปอีก
แต่ก็ควรระวังเรื่องการตามเทรนด์ด้วย เพราะขึ้นชื่อว่าเทรนด์ เพลงที่ใช้มักจะซ้ำ ๆ กันทุกคอนเทนต์เนื่องจากเป็นเทรนด์ในช่วงนั้น ดังนั้นจึงมีสิทธิ์ที่คอนเทนต์ของเราจะจมหายไปกับเทรนด์ได้ ซึ่งทางที่ดีก็ควรทดลองและกล้าที่จะสร้างเอกลักษณ์ใหม่ ๆ ให้กับคอนเทนต์ด้วยนะ
11/02/2023
❣️ความเชื่อผิดๆ ในการใช้ Social media สำหรับธุรกิจ
การตลาดในสื่อสังคมออนไลน์ (social media marketing) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการสร้างชุมชน สร้างการเชื่อมต่อและความไว้วางใจ ซึ่งแบรนด์ก็สามารถสร้างรากฐานความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องจากสิ่งเหล่านี้
🔹สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย
1. โซเชียลมีเดียเป็นของฟรี
เจ้าของธุรกิจจำนวนมากเข้าสู่โซเชียลมีเดียเพราะเชื่อว่าเป็นของฟรี ใครก็สามารถใช้ได้ แต่เจ้าของธุรกิจบางคนอาจต้องกลับไปมือเปล่าพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายไป
โซเชียลมีเดียมีต้นทุนด้านเวลา
การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมีต้นทุนด้านเวลามหาศาล เจ้าของธุรกิจควรประเมินก่อนว่าการลงทุนเวลาสำหรับโซเชียลมีเดียคุ้มค่าหรือไม่ เพราะหากไม่มีความคุ้มค่าในการลงมือเองก็ควรจ้างเอเจนซี่หรือหน่วยงานภายนอก
2. ต้องอยู่ในโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม
การจัดการและควบคุมบัญชีโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn หรือ YouTube นอกจากจะทำให้เหนื่อยแล้วยังเป็นไปได้ยากที่จะสามารถโฟกัสได้ทุกแพลตฟอร์ม
อยู่ในแพลตฟอร์มที่ลูกค้าอยู่
สิ่งสำคัญของการตลาดคือการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ทำการศึกษาก่อนว่าลูกค้าของคุณมีพฤติกรรมอย่างไร อยู่บนแพลตฟอร์มอะไร สิ่งนี้จะช่วยให้สามารถโฟกัสกลุ่มเป้าหมายได้มีประสิทธิภาพกว่า
3. เครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นช่องทางประกาศ
ความผิดพลาดที่เห็นได้บ่อยสำหรับธุรกิจบนโซเชียลมีเดียคือการใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางประกาศ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ อัปเดตผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการขาย ต้องเข้าใจก่อนว่าลูกค้าไม่ได้ต้องการรับรู้เกี่ยวกับธุรกิจตลอดเวลา
เครือข่ายสังคมเป็นช่องทางการสื่อสาร
ลดการโพสต์โซเชียลมีเดียที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจ แต่เพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวกับลูกค้าของคุณ แชร์เนื้อหาที่มีคุณค่าและดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วม ยกตัวอย่าง การตั้งคำถามหรือสอบถามก็สามารถสร้างความคิดเห็นได้หลายร้อย
4. ต้องโพสต์วันละหลายครั้ง
โพสต์วันละหลายครั้ง มักเป็นคำแนะนำที่แพร่หลายมากในโลกออนไลน์ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กคงไม่สามารถลงทุนแรงและเวลาในการโพสต์วันละหลายครั้ง และอาจไม่ได้ผลลัพธ์ได้แบบที่ต้องการ
ต้องโพสต์อย่างสม่ำเสมอ
ผลลัพธ์ที่ดีบนโซเชียลมีเดียมาจากการโพสต์อย่างสม่ำเสมอมากกว่าจำนวนโพสต์ต่อวัน ลดจำนวนโพสต์หลายครั้งต่อวันและรักษาความถี่จะช่วยให้เกิดชุมชนในระยะยาวได้มากกว่า
5. โซเชียลมีเดียเหมาะสำหรับค้นหาลูกค้าใหม่ๆ
ไม่ว่าจะใช้สื่อโซเชียลมีเดียช่องทางไหนก็ยากมากที่จะดึงดูดลูกค้าใหม่ด้วยโพสต์แบบออร์แกนิก (ไม่เสียเงิน) ความสนใจของผู้ใช้จะค่อยๆ ลดลงเมื่อถึงจุดอิ่มตัว
โซเชียลมีเดียเหมาะสำหรับสื่อสารกับลูกค้าปัจจุบัน
การสร้างเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งออกแบบมาให้คุณสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นกับลูกค้าปัจจุบัน เมื่อเวลาผ่านไปลูกค้ามีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่มีคุณค่าของคุณ ลูกค้าก็จะช่วยแบ่งปันคุณค่าให้กับผู้อื่นและสร้างฐานลูกค้าใหม่เอง
สรุป
สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียเป็นกลยุทธ์ระยะยาว
เป้าหมายของผู้ประกอบการไม่ควรเป็นไวรัล (กระแส) จากการแชร์เพียงชั่วข้ามคืน ให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่ากับลูกค้า เพื่อให้เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
11/02/2023
19 สินค้าน่าขาย ของคนอยากขายของออนไลน์แต่ไม่รู้จะขายอะไรดี
11/02/2023
📣 #คุณค่าของคุณ ขึ้นอยู่กับ…
✅ #สิ่งที่คุณเป็น
ไม่ใช่!!!!!
❎ #สิ่งที่คุณมี
จงทำตัวคุณ ให้คู่ควรกับมัน...
แล้วคุณจะได้ ในสิ่งที่ควรได้
11/02/2023
17 ข้อที่ Sale Page จำเป็นต้องมี
ถ้าอยากให้ลูกค้าคลิก‼️
1. รู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด
2. สร้างโปรโมชั่นที่ชัดเจน
3. ตั้งราคาให้ถูกต้อง
4. หาความยาวของ Sale Page ที่ใช่
5. ประโยคแรกต้องปัง ประโยคต่อมาต้องโดน
6. อธิบายรายละเอียดผลิตภัณฑ์
7. เขียนให้อ่านง่ายๆ
8. ใช้ภาษาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและวัตถุประสงค์
9. จัดการเงื่อนไขที่ทำให้ลูกค้าไม่คิดจะซื้อทันที
10. เพิ่มประเด็นความน่าเชื่อถือ
11. ใส่ภาพและวิดีโอ
12. ตัดสิ่งรบกวนออก
13. ออกแบบให้เข้ากับเครื่องมือหลายรูปแบบ
14. ใส่จุด Call to Action หลายที่
15. ใส่ปุ่มแชร์หน้าเว็บฯ
16. ใส่กล่องแชทตอบคำถาม
17. สร้างหน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ไว้ในเว็บ
11/02/2023
📣วิธีการหาคนมา Like Page ในช่วงเริ่มต้นแบบมีคุณภาพ
ความยากที่สุดของการเริ่มต้นทำ Facebook Fanpage คือการหาผู้คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายมากด Like กดติดตาม
ในช่วง 2 – 3 ปีก่อนเรามักจะเห็นหลาย Page มีการซื้อ Like ในช่วงเริ่มต้นเพื่อให้ Page ดูมีความน่าเชื่อถือ
แต่ Like ที่ได้ซื้อมานั้นจะไม่มีคุณภาพเพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายและผู้คนที่มากดก็ไม่ได้สนใจเนื้อหาของเราและหนักสุดก็อาจจะเป็น Facebook User ที่ถูกตั้งขึ้นมามั่วๆ ซึ่งวิธีแบบนี้ขอไม่แนะนำให้ทำโดยเด็ดขาด
การจะหาคนมา Like Page ในช่วงเริ่มต้นไม่ได้ยากอย่างที่คิดถ้าหากเรามีเนื้อหาข้อมูลที่ดีและเป็นประโยชน์อยู่แล้ว การหาคนมากด Like จะเป็นเรื่องง่ายมาก
เพียงแต่เราอาจจะยังไม่รู้วิธีการที่จะหาผู้คนมาก็เท่านั้น วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการหาคนมา Like Page แบบมีคุณภาพกันค่ะ
1. หา Like ด้วยพลังของการแชร์
การแชร์เนื้อหาจาก Page โดยคนใกล้ตัวหรือเพื่อนฝูงของเรามีพลังมาก คน 1 คนบน Facebook จะมีเพื่อนอย่างต่ำ 300 – 1,000 คน และยิ่งในช่วงที่ Facebook นั้นเปิดให้ Feed มองเห็นสถานะของเพื่อนมากขึ้น การให้เพื่อนหรือคนรู้จักช่วยกันแชร์ก็สามารถดึงดูดคนที่สนใจในเนื้อหาของเราเข้ามากด Like Fanpage ได้แบบง่ายๆ
2. Facebook Group คือแหล่งหา Like ชั้นดี
Facebook Group คือแหล่งรวมของผู้คนที่สนใจในสิ่งๆหนึ่งเช่น กลุ่มคนรักปั่นจักรยาน, กลุ่มคนชอบ BNK48, กลุ่มช่างภาพมือใหม่ ฯลฯ กลุ่มเหล่านี้คือแหล่งในการหาคนมา Like Page ของเราชั้นดีเพราะผู้คนในกลุ่มล้วนมีความชอบความสนใจที่เฉพาะเจาะจงอยู่แล้ว
3. ฝาก Page ใหญ่ช่วยแชร์
การฝาก Page ใหญ่ให้ช่วยแชร์ก็เป็นอีกวิธีที่ดี แต่เราก็ควรจะมีเทคนิคในการเลือก Page ที่จะส่งเนื้อหาไปให้ช่วยแชร์ต่อ ไม่ใช่เราทำ Page เกี่ยวกับของกินแล้วจะให้ Page ของกินใหญ่ๆไปช่วยแชร์เค้าก็คงอาจจะไม่แชร์ให้เพราะถือว่าในอนาคตเราอาจจะเป็นคู่แข่งได้
4. ให้ Influencer ช่วยแนะนำ
ช่วงเปิด Page แรกๆความน่าเชื่อถืออาจจะยังไม่มาก เราสามารถให้คนที่เป็น Influencer ช่วยแนะนำคนที่ติดตามเค้าอยู่ได้ด้วยการแชร์เพจหรือแชร์เนื้อหาแล้วพูดให้เครดิตเรา แต่การเลือก Influrencer ก็ต้องเลือกดีๆเหมือนกับการเลือก Page ใหญ่ให้ช่วยแชร์ โดยเนื้อหาหรือลักษณะของ Page จะควรจะต้องตรงกับความชำนาญของ Influrencer คนนั้นอีกด้วย
10/02/2023
5 วิธีแก้เครียดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ทำง่ายสุขภาพจิตดี
หากรู้ตัวว่ากำลังมาความเครียดจงอย่าปล่อยให้ตนเองจมอยู่กับความเครียดนั้นเป็นเวลานาน เพราะความเครียดก่อผลกระทบกับร่างกายได้อย่างมหันต์ทั้งพฤติกรรม ร่างกาย อารมณ์ และเชาว์ปัญญา ดังนั้นตามมาดูวิธีแก้เครียด ที่ทำแล้วช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นแบบง่าย ๆ ทำแล้วมีพลังกลับมากู้ธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
วิธีแก้เครียดวิธีแรกก็คือการออกกำลังกาย เพราะในขณะออกกำลังกายร่างกายได้หลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นสารช่วยสร้างความสุขและทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งสารตัวนี้จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อคุณใช้เวลาออกกำลังได้ประมาณ 30 นาทีขึ้นไป
วางทุกอย่างแล้วหาเวลาไปทำสิ่งที่ชอบ
ลดเวลาทำงานลงและหาเวลาไปทำสิ่งที่ชอบให้มากขึ้น การจมจ่ออยู่กับงานและธุรกิจเป็นเวลานานอาจสร้างความเครียดให้กับเจ้าของธุรกิจได้โดยไม่รู้ตัว ลองปรับพฤติกรรมหรือจัดสสรเวลาให้ตนเองมีเวลาพักผ่อนหรือออกไปทำกิจกรรมที่ชอบให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกอย่างการปลูกต้นไม้ ดูหนัง เดินช้อปปิ้ง และการเล่นเกม การทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยดึงความสนใจของคุณออกจากงานที่ทำให้เครียด เพิ่มความผ่อนคลาย และช่วยผ่อนคลยความกดดันต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
เปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน
หากบรรยากาศหรือวิวทิวทัศน์แบบเดิม ๆ ทำให้คุณเกิดอาการดัน คิดงานไม่ออก ลองเปลี่ยนที่คิดงานเป็นสถานที่ใหม่ ๆ จากที่เคยนั่งอยู่หน้าร้าน ดูคนงานเดินผ่านไปผ่านมาทุกวัน ก็ลองพาตัวเองออกไปนั่งร้านกาแฟบรรกาศเงียบสงบ สวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยต้นไม้และธรรมชาติ ออกไปรับประทานอาหารแปลกใหม่ที่ไม่เคยลิ้มลอง การผ่อนคลายความเครียดจากบรรยากาศโดยรอบ จะทำให้คุณมีสมาธิในการคิดงานได้มากขึ้นนั่นเอง
ผ่อนคลายกับคนที่รัก
อยู่ที่ไหนก็ไม่ดีเท่ากับอยู่กับคนที่รัก เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มจะเครียดมากเกินไป ลองว่ามือจากงานแล้วจูงมือคนที่รักออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน คนที่รักในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแฟนเพียงอย่างด้วย แต่รวมไปถึงครอบครัวและเพื่อนสนิท
จัดสรรเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้ลงตัว
การแบกงานต่าง ๆ ไว้ตัวคนเดียวคงหนักเกินไปสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ธุรกิจเติบโตขึ้นจนไม่สามารถดูแลคนเดียวได้ไว จนทำให้เกิดความเครียดเนื่องจากไม่มีเวลาดึงความสนใจออกจากปัญหาด้านธุรกิจ ไปผ่อนคลายหรือใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองชอบได้
10/02/2023
บางครั้ง
เวลาคุณทำดี คนอื่นอาจไม่จดจำ
เวลาคุณทำพลาด คนอื่นอาจสาธยายขยายความ!
ดังนั้น เวลาที่ใครพูดถึงคุณในทางที่แย่ ก็อย่าเสียใจ
เพราะในสายตาของคนที่ไม่ชอบคุณ ต่อให้คุณทำดีแค่ไหน มันก็ไม่มีค่า!
บางครั้ง
เวลาที่ถูกใครตำหนิ ก็อย่าได้น้อยใจ
เพราะคนที่ไม่รู้จักคุณจริง ต่อให้คุณพยายามแค่ไหนมันก็ผิด!
ปลาเชื่อมั่นต่อน้ำ แต่น้ำกลับต้มปลา
ใบไม้เชื่อมั่นต่อลม แต่ลมกลับพัดให้ใบไม้ร่วง
ระหว่างเรา อาศัยความเข้าใจ
ระหว่างใจ อาศัยน้ำใจจริง
ใบไม้ร่วงจึงรู้ว่านี่คือหน้าแล้ง
ชีวิตร่วงจึงรู้ใครคือมิตรแท้
คนทั้งโลกมีมากมาย
เจอกันได้ให้ถนอม
Cr. นุสนธิ์บุคส์
#คิดกลับด้าน🍂🍁
10/02/2023
❣️ไอเดียตันแล้ว ปวดหัว คิดไม่ออก
ถ้าทุกคนมีพื้นฐาน 5 ข้อนี้ รับรองว่ามีไอเดียใหม่ ๆ เข้ามาแน่นอน
1. อย่าเพิ่งคิดเลิศหรูอลังการ
บางครั้งเรามักมองว่าการทำ Content ที่ดีต้องคิดออกมาอย่างล้ำเลิศและอลังการ จนต้องแสวงหากระบวนท่าแปลก ๆ มาใส่ใน Content จนลืมไปว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละที่จะ Touch ใจคนได้ง่ายที่สุด
2. จดและจดเท่านั้น
หลายพันหมื่นแสน Content อันยิ่งใหญ่บนโลกนี้ล้วนมาจากกระดาษง่าย ๆ 1 แผ่นค่ะ บางครั้ง 1 Content อาจเกิดจาก การเอาหลาย ๆ ไอเดียที่เคย “ทดไว้” จากเมื่อหลาย ๆ วันก่อนมาประติดประต่อกัน ดังนั้น ไม่ต้องจดบันทึกให้สวยหรู แต่จดให้เป็น “นิสัย” และเป็น “เรื่องธรรมดา” เข้าไว้ค่ะ
3. อย่าอยู่แต่หน้าคอม ออกไปปิดหูเปิดตาบ้าง
การอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมอาจจะทำให้เราไม่ได้สิ่งใหม่ ดังนั้นแล้วจึงควรออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก จะเป็นการขับรถไปต่างจังหวัด การออกไปกินข้าวที่ร้านในซอย หรือจะออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้ ๆ
4. ให้ความสำคัญกับการเสพสื่อ
การเป็นนักเขียนที่ดี มักเกิดจากการเป็นนักอ่านที่ดี ดังนั้น “การเลือกเสพสื่อ” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
Output ของเรา ไม่ว่าจะเป็นความคิด คำพูด การกระทำ หรือผลงานที่เราครีเอท ล้วนเป็นผลผลิตจาก Input ที่เรารับเข้ามาทั้งชีวิต ดังนั้นแล้วการเสพสื่อจึงมีผลต่อ Content ที่เราสร้าง
5. คิดแบบ 1+1
หากคิดอะไรไม่ออกจริง ๆ ลองคิดแบบ 1+1 ซึ่งหมายถึง เอาของสองสิ่งมารวมกัน มาหาจุดเชื่อมโยงกัน เช่น
หูฟัง+กาแฟ = การจิบกาแฟเพลิน ๆ พร้อมฟังเพลงในวันชิล ๆ
หมวก+เปียโน = หมวกแฟชันเท่ ๆ ที่พร้อมใส่ขึ้นคอนเสิร์ตตอนเล่นเปียโน
แบตเตอรี่+กระทิง = แบตเตอรี่ที่อึด และแรงเหมือนกระทิง
และนี่ก็คือ 5 เทคนิคแฮคไอเดีย ให้ทุกอย่างรอบตัวกลายเป็น Content ของเรานั่นเองค่ะ