Part สุดท้าย ใน Series นี้ครับ
ถามมา ก็ตอบให้ได้ ทั้งสังคม การเมือง ...รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหา
Bangkok centric.. กรุงเทพฯ คือศูนย์กลาง
ความเหลื่อมล้ำ
แก้ปัญหา PM 2.5 จากต้นตอ
แนวทางที่ประเทศที่เคยประสบปัญหาเค้าเคยทำกัน
จริงๆมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้แตะ .... พรบ. อากาศสะอาด ของบ้านเรา ... หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะผลักดันให้มันเกิดขึ้นจริงๆในอนาคตอันใกล้ครับ
ปัญหาต่างๆ จะแก้ได้ สุดท้าย ต้อง “ยอมรับ” ก่อนว่ามีปัญหาจริงๆ และลงไป “แก้” ทีละจุดครับ
ขอเชิญรับฟังกันได้ครับ....
ขอขอบคุณ Mirror Thailand และเครือไทยรัฐ
ที่สนใจในเรื่ิองนี้ื และให้เกียรติเชิญผมมาร่วมพูดคุยกันครับ...
นายแพทย์ศุภฤกษ์ หมอผ่าตัดปอด Dr.Suparauk Thoracic Surgery
มะเร็งปอดผ่าตัดรักษาได้ ผ่าตัดปอดส่องกล้องแผลเล็กแผลเดียว ผ่าตัดปอดและช่องอกด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
ถามมา เราตอบให้ได้ครับ
เริ่มก้าวก่ายงานสัตวแพทย์เสียแล้ว ...
แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้ง ผู้ใหญ่ เด็ก สัตว์เลี้ยง
จริงๆครับ
ตอนนี้แค่พักยก อีกไม่นาน “มัน” จะกลับมา แน่นอน
อย่างที่กล่าว มันคือ “วิกฤติสะสม” ครับ
และในฐานะประชาชนคนนึง เรายังไม่เห็นการแก้ปัญหาระดับ “มหภาค” แบบเป็นรูปธรรมเลยครับ
PM2.5 และฝุ่นดิษต่างๆ ย้งต้องการการแก้ปัญหาที่จริงจังครับ
ขอใช้คำว่า “วิกฤติสะสม” ครับ
PM 2.5 กระตุ้นการอักเสบ ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่มียีนกลายพันธุ์ (เคยเล่าให้ฟังแล้วในคลิปงานวิจัยที่เอาหนูมาทดลองครับ)
บ้านเราเองก็พบมะเร็งปอดมากขึ้น ทั้งเคสใหม่ และอัตราการเสียชีวิต ที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี (ข้อมูลปีล่าสุด 2569 จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ)
เด็กๆเองก็อาจได้รับผลกระทบจากเจ้า PM2.5 ได้มาก ตามสรีระวิทยาของเด็ก ที่หายใจเร็ว และอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงกว่าผู้ใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
ดังนั้น PM2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนคนไทยครับ
***หมายเหตุ : เลข ว.ในคลิป ผิดนะครับ ของผมคือ 37034 ครับ... แต่เป็นหมอจริงแน่นอนครับ ... ขออภัยแทนทีมงาน และเจ้าของเลขที่ลงผิดด้วยครับ****
เล่าให้ฟังสบายๆ กับ Mirror Thailand ครับ
ฝุ่นแค่พัก แต่ยังไม่หายไป ...
ซีรีย์นี้ จะมาคุยให้ฟังเรื่องฝุ่น ทั้งในเชิงสุขภาพ (เกี่ยวกับมะเร็งปอด) และทางด้านสังคม รวมถึงแนวทางที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาครับ
ขอขอบคุณ Mirror Thailand ด้วยครับ
12/06/2026
ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า นพ. ศุภฤกษ์ เจียรผัน
27/05/2026
สวัสดีครับ 🙏👨⚕️
เนื่องจากวันก่อนที่เผยแพร่ VDO “คุยสบายๆกับหมอศุภฤกษ์” เกี่ยวกับเรื่อง
🌬️🫁"Catamenial Pneumothorax" หรือ
"ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือน“ ไป 🤰👸
ปรากฏมีหลายๆท่านอยากให้ทำสรุป ไว้อ่านง่ายๆอีกรูปแบบหนึ่ง
วันนี้เลยจะมาขยายความให้อ่านง่ายๆ กันครับ
โรคนี้มันเป็นยังไง ลองอ่านกันดูนะครับ
"Catamenial Pneumothorax" หรือ
"ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือน“
เป็นโรคแปลกแต่เกิดขึ้นจริงๆ และเป็นภัยเงียบที่ผู้หญิงวัยมีประจำเดือนไม่ควรมองข้ามครับ 👩🔧
หลายคนอาจจะสงสัยว่า "เอ๊ะ! ประจำเดือนมาเกี่ยวอะไรกับปอดรั่ว?"
ต้องบอกแบบนี้ครับว่า โรคนี้พบได้บ่อยกว่าที่คิด โดยพบได้ถึง 3-6% ของผู้หญิงที่มีภาวะปอดรั่วแบบเกิดขึ้นเองทั้งหมด (primary spontaneous pneumothorax)
และมักเจอในสาวๆ วัยประมาณ 32-35 ปี
ที่น่าแปลกคือ 85-95% ของคนไข้กลุ่มนี้ มักจะมีอาการปอดรั่วที่ "ข้างขวา" ครับ
⚙️👩🔧**กลไกมันเกิดขึ้นได้ยังไง? (Pathophysiology)**
กลไกของโรคนี้ค่อนข้างซับซ้อนและมีหลายทฤษฎีประกอบกันครับ แต่ที่หมอๆยอมรับกันมากที่สุดคือ:
1. **ทฤษฎีลมผ่านกะบังลม:**
ช่วงที่มีประจำเดือน ปากมดลูกจะเปิดขยายออกเล็กน้อย อากาศจากภายนอกสามารถเล็ดลอดเข้าไปในโพรงมดลูก ผ่านท่อนำไข่ (ซึ่งมีรอยเปิดช่วงมีประจำเดือน) ทะลุเข้าช่องท้อง ร่วมกับเวลาหายใจเข้า ช่องปอดเราจะสร้างแรงดันลบค่อนข้างเยอะ จึงมีแรงดูดลมในช่องท้อง ผ่านรูรั่วกะบังลมเข้ามาในช่องอก ลมในช่องท้องยังถูกตับดันขึ้นไปตามรอยรั่วที่กะบังลมอีกแรง จนเข้าไปกักตุนในทรวงอกครับ
2. **เลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ:**
แล้วกะบังลมเกิดรูรั่วได้อย่างไร มีทฤษฎีที่อธิบายถึงการเคลื่อนตัวของเนื้อเยื่อและเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งไหล ผ่านรูเล็กๆที่ท่อนำไข่เข้าไป ในช่องท้อง และย้อนกลับไปฝังตัวที่กะบังลม พอถึงรอบเดือนเนื้อเยื่อตรงนี้ก็จะฝ่อ มีเลือดออกและอักเสบตามไปด้วย จนกัดกร่อนกะบังลมให้บางและเกิดเป็นรูรั่วครับ
3. ทฤษฎีอื่นๆ
ก็เช่น เซลล์เยื่อบุลอยไปตามกระแสเลือดหรือน้ำเหลืองไปเกาะที่ปอด (อันนี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยากมาก) หรือระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลอดลมและหลอดเลือดในปอดหดเกร็งอย่างรุนแรง จนถุงลมเล็กๆ ในปอดแตกออกครับ
**จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคนี้? (Diagnosis)** 🩻
กุญแจสำคัญที่สุดคือ "เวลา" ครับ! หากมีอาการเจ็บหน้าอกแปลบๆ หอบเหนื่อย หรือไอแห้งๆ โดยมักจะเกิดขึ้นภายในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนมีประจำเดือน หรือภายใน 72 ชั่วโมงหลังประจำเดือนมาวันแรก
นี่คือสัญญาณเตือนครับ
นอกจากการเอกซเรย์ หรือทำ CT เพื่อประเมินลมรั่วแล้ว ประวัติเรื่องการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ภาวะมีบุตรยาก หรือมีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในอุ้งเชิงกราน ก็เป็นเบาะแสชั้นดีที่จะช่วยให้หมอวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น
**การผ่าตัดรักษา (Surgical Treatment)**⚔️👨⚕️
ถ้าเป็นซ้ำบ่อยๆ หมอศัลยกรรมทรวงอกจะต้องเข้ามาช่วยดูแลครับ โดยเราต้องอาศัยทีมแพทย์หลายฝ่ายทำงานร่วมกัน ทั้งหมอปอด หมอศัลยกรรมทรวงอก และสูตินรีแพทย์ โดยมีไฮไลท์ดังนี้ครับ:
* **VATS ** ⚔️🎥👨⚕️
เราจะใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปดูในทรวงอก (VATS) และตรงกะบังลม ไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว เพื่อตามล่าหาจุดที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปแอบซ่อนอยู่และจัดการทำลายมัน ตัดมันออดไป(ช่วงเวลาที่เหมาะกับการผ่าตัดที่สุดคือช่วงวันแรกๆ ของการมีประจำเดือน เพราะรอยโรคจะบวมแดงและเห็นได้ชัดเจนที่สุดครับ)
* **ซ่อมกะบังลม (Diaphragm repair & Mesh):**👨🔧
สเต็ปนี้สำคัญมาก! ถ้ากะบังลมเป็นรู การเย็บปิดธรรมดามีโอกาสที่แผลจะปริและกลับมาเป็นซ้ำสูงลิ่ว บางงานวิจัยบอกว่าการเย็บโดยตรงมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำถึง 100%
หมอจึงแนะนำให้ใช้แผ่นตาข่าย (Mesh) ปะปิดรูทับไปเลย โดยเฉพาะ **"แผ่นตาข่ายชีวภาพ (Biological Mesh)"** ซึ่งงานวิจัยในยุโรปพบว่า คนไข้ที่ใช้ตาข่ายชนิดนี้ "ไม่มีใครกลับมาเป็นลมรั่วซ้ำเลย (0%)" ตลอดช่วงการติดตามผลครับ! ดีกว่าตาข่ายสังเคราะห์มากๆ
* **ทำเยื่อหุ้มปอดให้ติดกัน (Pleurodesis):**
เป็นการสร้างความระคายเคืองเพื่อให้เยื่อหุ้มปอดอักเสบติดกัน เพื่อลบช่องว่างไม่ให้มีลมเข้าไปขังได้อีก ซึ่งช่วยลดการเกิดปอดรั่วซ้ำลงได้ถึง 20-25% ครับ แต่ก็ต้องทำอย่างระมัดระวังมากๆ เพราะต้องลอกเยื่อหุ้มปอดหรือขูดเยื่อหุ้มปอดส่วนผนังหน้าอกด้านในให้มีเลือดซิบๆ ซึ่งบางคราวอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกเยอะหลังผ่าตัดได้เช่นกันครับ
**ผ่าเสร็จแล้วจบไหม? (Hormonal Treatment)**
"ยังไม่จบครับ!" การผ่าตัดอย่างเดียวไม่พอ เพราะอาจยังมีรอยโรคระดับจุลภาคหลงเหลืออยู่ การใช้ฮอร์โมนบำบัดหลังผ่าตัดจึงสำคัญเทียบเท่าการลงมีดเลยทีเดียว:
* **พระเอกของเราคือ ยาฉีดกลุ่ม GnRH Analogues:** 💉
💊ยาตัวนี้จะไปกดการทำงานของรังไข่ให้หยุดพัก (คล้ายการเข้าสู่วัยทองเทียมชั่วคราว) ควรใช้ต่อเนื่อง 6-12 เดือน ซึ่งพบว่ากดอัตราการเกิดลมรั่วซ้ำได้ดีที่สุด เหลือเพียงแค่ 3.4% เท่านั้นครับ!
* ส่วนยาอีกตัวที่เป็นโปรเจสตินรุ่นใหม่อย่าง **Dienogest** ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ มีอัตราการเป็นซ้ำอยู่ที่ราวๆ 12.9%
* **คำเตือน:** ส่วน **ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Oestrogen-Progesterone)** ถือว่าสอบตกสำหรับโรคนี้ครับ! งานวิจัยพบว่ามีอัตราความล้มเหลวและกระตุ้นให้คนไข้กลับมาปอดรั่วซ้ำสูงปรี๊ดถึง 40-83.3% หมอไม่แนะนำให้ใช้เด็ดขาดครับ
📝🤔**สรุปส่งท้าย (Recurrence)**
โรค Catamenial Pneumothorax เป็นโรคที่มีแนวโน้มการ
กลับมาเป็นซ้ำ (Recurrence) ได้สูงมากๆ หากรักษาไม่เบ็ดเสร็จหรือแก้ปัญหาไม่ครบทุกจุด
👨⚕️ดังนั้น การดูแลด้วยความร่วมมือของทีมแพทย์แบบสหสาขาวิชาชีพ การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมกะบังลมด้วยแผ่นตาข่ายชีวภาพ ควบคู่กับการได้รับฮอร์โมนบำบัดอย่างถูกวิธี คือคำตอบที่จะช่วยให้สาวๆ หลุดพ้นจากวังวนของโรคนี้ได้อย่างยั่งยืนครับ
ใครมีคำถามสงสัย หรือมีคนใกล้ตัวมีอาการคล้ายๆ แบบนี้ พิมพ์คอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยนะครับ
#หมอศุภฤกษ์ #ลมรั่วในปอด #สุขภาพผู้หญิง #ประจำเดือน #ศัลยกรรมทรวงอก
สวัสดีครับ
ขอเชิญรับชม “คุยสบายๆกับหมอศุภฤกษ์”
เกี่ยวกับ ภาวะ “ปอดรั่ว จากเนื้อเยื่อมดลูกเจริญผิดที่” ครับ
ดำเนินรายการและถามข้อสงสัยโดย “น้องปารีศ” ครับ
มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามเข้ามาใน comment ได้เลยครับ ....
20/05/2026
สวัสดีครับ👨⚕️
พอดีช่วงนี้ได้นั่งทบทวนและอัพเดตความรู้ใหม่ๆ เรื่องการผ่าตัดปอดในโรคและภาวะที่พบได้ยากชนิดหนึ่ง แต่มีความน่าสนใจและสำคัญมากและต้องวางแผนการวินิจฉัย และการผ่าตัดโดยละเอียดมากๆๆๆๆ เพราะเป็นความผิดปกติทางกายวิภาคมาตั้งแต่เด็กๆ เลยอยากจะมาเล่าให้ฟังกันครับ
โรคนี้มีชื่อว่า "ภาวะปอดแยกส่วนแต่กำเนิด" (Pulmonary Sequestration) ครับ
หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่มันคือภัยเงียบที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกายเราตั้งแต่เกิดโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยครับ!
🫁 ปอดแยกส่วน... คืออะไร?
ลองจินตนาการถึงตอนที่เรายังเป็นตัวอ่อนในครรภ์นะครับ ร่างกายเราดันเกิดการสร้าง "หน่อเนื้อเยื่อปอดส่วนเกิน" ขึ้นมา แต่เจ้าเนื้อปอดส่วนนี้กลับ "ทำงานไม่ได้" ครับ เพราะมันไม่ได้เชื่อมต่อกับหลอดลมและระบบทางเดินหายใจปกติของเรา ทำให้ปอดส่วนนี้รับอากาศเพื่อฟอกเลือดไม่ได้!!!!
ที่แปลกไปกว่านั้นคือ มันไปดึงเอาเลือดที่มีแรงดันสูงจากเส้นเลือดใหญ่ของร่างกาย (Aorta) มาเลี้ยงตัวเอง แทนที่จะรับเลือดจากเส้นเลือดปอด ซึ่งมีความดันไม่สูงมาก ตามกลไกปกติของร่างกายมนุษย์ครับ
เราสามารถแบ่งโรคนี้ง่ายๆ เป็น 2 ชนิดครับ:
1 ชนิดซ่อนในปอดปกติ (Intralobar): เนื้อปอดส่วนเกินนี้แฝงตัวเนียนๆ อยู่ในเยื่อหุ้มปอดชั้นเดียวกับปอดปกติ มักเจอบ่อยในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ครับ
2 ชนิดแยกตัวเป็นอิสระ (Extralobar): มีเยื่อหุ้มปอดแยกห่อหุ้มก้อนเนื้อออกมาต่างหากเลย มักตรวจพบได้บ่อยตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์ผ่านการอัลตราซาวนด์ครับ
🚨 อาการเตือนที่ต้องระวัง
สำหรับเด็กทารก บางรายอาจมีอาการหายใจลำบาก หรือหัวใจทำงานหนัก
แต่สำหรับวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ อาการมักจะมาในรูปแบบของ "การเป็นปอดอักเสบติดเชื้อซ้ำซากในตำแหน่งเดิมๆ" ไอเรื้อรัง มีเสมหะเป็นหนอง
และที่อันตรายที่สุดที่พาผู้ป่วยมาห้องฉุกเฉินคือ "อาการไอเป็นเลือด" ครับ
เนื่องจากก้อนเนื้อนี้รับเลือดแรงดันสูงจากเส้นเลือดใหญ่โดยตรง หากเส้นเลือดฝอยเกิดการฉีกขาดจะทำให้เลือดทะลักเข้าหลอดลมในระบบปกติและเสียเลือดมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในทันทีครับ
⚠️ ถ้าไม่มีอาการ... ปล่อยไว้เฉยๆ ได้ไหม?
ในอดีตวงการแพทย์เคยเชื่อว่าถ้าก้อนนี้ไม่ได้สร้างปัญหา ก็แค่ติดตามอาการไปเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันข้อมูลจากการวิจัยระดับโลกพบความจริงที่น่าตกใจครับ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติแต่กำเนิดของปอดในวัยผู้ใหญ่ มีการตรวจพบ "เซลล์มะเร็งซ่อนเร้น" อยู่ในก้อนเนื้อนั้นสูงถึง 11.7%
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ในกลุ่มคนที่ "ไม่มีอาการอะไรเลย" ก็ยังพบความเสี่ยงของก้อนมะเร็งแฝงอยู่ถึงประมาณ 10-25%
ด้วยเหตุนี้ แนวทางและมติของศัลยแพทย์ทรวงอกในปัจจุบันจึงแนะนำให้ "พิจารณาผ่าตัดเอาพยาธิสภาพออกทุกราย" เมื่อตรวจพบครับ แม้จะยังไม่มีอาการก็ตาม เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรง ป้องกันภาวะไอเป็นเลือด และยุติความเสี่ยงเรื่องมะเร็งแอบแฝงครับ
🏥 นวัตกรรมการรักษาในปัจจุบัน
ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ปัจจุบันเทคโนโลยีการรักษาทางการแพทย์พัฒนาไปไกลมาก
การวินิจฉัย: เราใช้การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบฉีดสี (CT Angiography) เพื่อสร้างภาพ 3 มิติ ทำให้หมอมองเห็นจำนวนและทิศทางของเส้นเลือดที่ผิดปกติได้อย่างแม่นยำก่อนลงมือรักษา
การผ่าตัด: เราใช้เทคนิค การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (VATS) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บแผลน้อยลง เสียเลือดน้อย และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดช่องอกแบบดั้งเดิม
แน่นอนครับ เมื่อ VATS ได้ หุ่นยนต์ (RATS) ก็ทำได้ดีมากๆเช่นกันครับ
หรืออาจใช้เทคนิคผสมผสาน (Hybrid): ในบางเคสที่เส้นเลือดใหญ่ เลี้ยวลดคดเคี้ยว หรือซับซ้อนมาก ทีมแพทย์อาจจะทำการสอดสายสวนเข้าไปอุดเส้นเลือดนั้นก่อน (Endovascular therapy) แล้วจึงค่อยทำการผ่าตัดผ่านกล้องตาม เพื่อปิดสวิตช์ความเสี่ยงเรื่องเลือดออกระหว่างผ่าตัดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ
ภาวะปอดแยกส่วนอาจจะฟังดูซับซ้อนและน่ากลัว แต่ถ้าเราได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ผู้ป่วยจะสามารถหายขาดและกลับมาใช้ชีวิต ออกกำลังกายได้ตามปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยไม่ต้องกังวลว่าโรคจะกลับมาเป็นซ้ำอีกเลยครับ
👨⚕️⚔️🚨ใครมีอาการไอเรื้อรัง หรือมีประวัติปอดอักเสบบ่อยๆ ในตำแหน่งเดิม อย่าลืมไปตรวจเช็คภาพรังสีทรวงอกกันนะครับ🫁🫁🫁