นายแพทย์ศุภฤกษ์ หมอผ่าตัดปอด Dr.Suparauk Thoracic Surgery

นายแพทย์ศุภฤกษ์ หมอผ่าตัดปอด Dr.Suparauk Thoracic Surgery

แชร์

มะเร็งปอดผ่าตัดรักษาได้ ผ่าตัดปอดส่องกล้องแผลเล็กแผลเดียว ผ่าตัดปอดและช่องอกด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

23/06/2026

Part สุดท้าย ใน Series นี้ครับ

ถามมา ก็ตอบให้ได้ ทั้งสังคม การเมือง ...รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหา

Bangkok centric.. กรุงเทพฯ คือศูนย์กลาง
ความเหลื่อมล้ำ
แก้ปัญหา PM 2.5 จากต้นตอ
แนวทางที่ประเทศที่เคยประสบปัญหาเค้าเคยทำกัน

จริงๆมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้แตะ .... พรบ. อากาศสะอาด ของบ้านเรา ... หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะผลักดันให้มันเกิดขึ้นจริงๆในอนาคตอันใกล้ครับ

ปัญหาต่างๆ จะแก้ได้ สุดท้าย ต้อง “ยอมรับ” ก่อนว่ามีปัญหาจริงๆ และลงไป “แก้” ทีละจุดครับ

ขอเชิญรับฟังกันได้ครับ....

ขอขอบคุณ Mirror Thailand และเครือไทยรัฐ
ที่สนใจในเรื่ิองนี้ื และให้เกียรติเชิญผมมาร่วมพูดคุยกันครับ...

22/06/2026

ถามมา เราตอบให้ได้ครับ
เริ่มก้าวก่ายงานสัตวแพทย์เสียแล้ว ...

แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้ง ผู้ใหญ่ เด็ก สัตว์เลี้ยง
จริงๆครับ

ตอนนี้แค่พักยก อีกไม่นาน “มัน” จะกลับมา แน่นอน

อย่างที่กล่าว มันคือ “วิกฤติสะสม” ครับ

และในฐานะประชาชนคนนึง เรายังไม่เห็นการแก้ปัญหาระดับ “มหภาค” แบบเป็นรูปธรรมเลยครับ

PM2.5 และฝุ่นดิษต่างๆ ย้งต้องการการแก้ปัญหาที่จริงจังครับ

20/06/2026

ขอใช้คำว่า “วิกฤติสะสม” ครับ

PM 2.5 กระตุ้นการอักเสบ ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่มียีนกลายพันธุ์ (เคยเล่าให้ฟังแล้วในคลิปงานวิจัยที่เอาหนูมาทดลองครับ)

บ้านเราเองก็พบมะเร็งปอดมากขึ้น ทั้งเคสใหม่ และอัตราการเสียชีวิต ที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี (ข้อมูลปีล่าสุด 2569 จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ)

เด็กๆเองก็อาจได้รับผลกระทบจากเจ้า PM2.5 ได้มาก ตามสรีระวิทยาของเด็ก ที่หายใจเร็ว และอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงกว่าผู้ใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

ดังนั้น PM2.5 ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนคนไทยครับ

***หมายเหตุ : เลข ว.ในคลิป ผิดนะครับ ของผมคือ 37034 ครับ... แต่เป็นหมอจริงแน่นอนครับ ... ขออภัยแทนทีมงาน และเจ้าของเลขที่ลงผิดด้วยครับ****

20/06/2026

เล่าให้ฟังสบายๆ กับ Mirror Thailand ครับ

ฝุ่นแค่พัก แต่ยังไม่หายไป ...

ซีรีย์นี้ จะมาคุยให้ฟังเรื่องฝุ่น ทั้งในเชิงสุขภาพ (เกี่ยวกับมะเร็งปอด) และทางด้านสังคม รวมถึงแนวทางที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาครับ

ขอขอบคุณ Mirror Thailand ด้วยครับ

12/06/2026

ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า นพ. ศุภฤกษ์ เจียรผัน

27/05/2026

สวัสดีครับ 🙏👨‍⚕️

เนื่องจากวันก่อนที่เผยแพร่ VDO “คุยสบายๆกับหมอศุภฤกษ์” เกี่ยวกับเรื่อง

🌬️🫁"Catamenial Pneumothorax" หรือ
"ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือน“ ไป 🤰👸

ปรากฏมีหลายๆท่านอยากให้ทำสรุป ไว้อ่านง่ายๆอีกรูปแบบหนึ่ง

วันนี้เลยจะมาขยายความให้อ่านง่ายๆ กันครับ
โรคนี้มันเป็นยังไง ลองอ่านกันดูนะครับ

"Catamenial Pneumothorax" หรือ
"ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือน“

เป็นโรคแปลกแต่เกิดขึ้นจริงๆ และเป็นภัยเงียบที่ผู้หญิงวัยมีประจำเดือนไม่ควรมองข้ามครับ 👩‍🔧

หลายคนอาจจะสงสัยว่า "เอ๊ะ! ประจำเดือนมาเกี่ยวอะไรกับปอดรั่ว?"

ต้องบอกแบบนี้ครับว่า โรคนี้พบได้บ่อยกว่าที่คิด โดยพบได้ถึง 3-6% ของผู้หญิงที่มีภาวะปอดรั่วแบบเกิดขึ้นเองทั้งหมด (primary spontaneous pneumothorax)
และมักเจอในสาวๆ วัยประมาณ 32-35 ปี
ที่น่าแปลกคือ 85-95% ของคนไข้กลุ่มนี้ มักจะมีอาการปอดรั่วที่ "ข้างขวา" ครับ

⚙️👩‍🔧**กลไกมันเกิดขึ้นได้ยังไง? (Pathophysiology)**

กลไกของโรคนี้ค่อนข้างซับซ้อนและมีหลายทฤษฎีประกอบกันครับ แต่ที่หมอๆยอมรับกันมากที่สุดคือ:

1. **ทฤษฎีลมผ่านกะบังลม:**

ช่วงที่มีประจำเดือน ปากมดลูกจะเปิดขยายออกเล็กน้อย อากาศจากภายนอกสามารถเล็ดลอดเข้าไปในโพรงมดลูก ผ่านท่อนำไข่ (ซึ่งมีรอยเปิดช่วงมีประจำเดือน) ทะลุเข้าช่องท้อง ร่วมกับเวลาหายใจเข้า ช่องปอดเราจะสร้างแรงดันลบค่อนข้างเยอะ จึงมีแรงดูดลมในช่องท้อง ผ่านรูรั่วกะบังลมเข้ามาในช่องอก ลมในช่องท้องยังถูกตับดันขึ้นไปตามรอยรั่วที่กะบังลมอีกแรง จนเข้าไปกักตุนในทรวงอกครับ

2. **เลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ:**

แล้วกะบังลมเกิดรูรั่วได้อย่างไร มีทฤษฎีที่อธิบายถึงการเคลื่อนตัวของเนื้อเยื่อและเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งไหล ผ่านรูเล็กๆที่ท่อนำไข่เข้าไป ในช่องท้อง และย้อนกลับไปฝังตัวที่กะบังลม พอถึงรอบเดือนเนื้อเยื่อตรงนี้ก็จะฝ่อ มีเลือดออกและอักเสบตามไปด้วย จนกัดกร่อนกะบังลมให้บางและเกิดเป็นรูรั่วครับ

3. ทฤษฎีอื่นๆ

ก็เช่น เซลล์เยื่อบุลอยไปตามกระแสเลือดหรือน้ำเหลืองไปเกาะที่ปอด (อันนี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยากมาก) หรือระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลอดลมและหลอดเลือดในปอดหดเกร็งอย่างรุนแรง จนถุงลมเล็กๆ ในปอดแตกออกครับ

**จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคนี้? (Diagnosis)** 🩻

กุญแจสำคัญที่สุดคือ "เวลา" ครับ! หากมีอาการเจ็บหน้าอกแปลบๆ หอบเหนื่อย หรือไอแห้งๆ โดยมักจะเกิดขึ้นภายในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนมีประจำเดือน หรือภายใน 72 ชั่วโมงหลังประจำเดือนมาวันแรก

นี่คือสัญญาณเตือนครับ

นอกจากการเอกซเรย์ หรือทำ CT เพื่อประเมินลมรั่วแล้ว ประวัติเรื่องการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ภาวะมีบุตรยาก หรือมีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในอุ้งเชิงกราน ก็เป็นเบาะแสชั้นดีที่จะช่วยให้หมอวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น

**การผ่าตัดรักษา (Surgical Treatment)**⚔️👨‍⚕️

ถ้าเป็นซ้ำบ่อยๆ หมอศัลยกรรมทรวงอกจะต้องเข้ามาช่วยดูแลครับ โดยเราต้องอาศัยทีมแพทย์หลายฝ่ายทำงานร่วมกัน ทั้งหมอปอด หมอศัลยกรรมทรวงอก และสูตินรีแพทย์ โดยมีไฮไลท์ดังนี้ครับ:

* **VATS ** ⚔️🎥👨‍⚕️

เราจะใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปดูในทรวงอก (VATS) และตรงกะบังลม ไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว เพื่อตามล่าหาจุดที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปแอบซ่อนอยู่และจัดการทำลายมัน ตัดมันออดไป(ช่วงเวลาที่เหมาะกับการผ่าตัดที่สุดคือช่วงวันแรกๆ ของการมีประจำเดือน เพราะรอยโรคจะบวมแดงและเห็นได้ชัดเจนที่สุดครับ)

* **ซ่อมกะบังลม (Diaphragm repair & Mesh):**👨‍🔧

สเต็ปนี้สำคัญมาก! ถ้ากะบังลมเป็นรู การเย็บปิดธรรมดามีโอกาสที่แผลจะปริและกลับมาเป็นซ้ำสูงลิ่ว บางงานวิจัยบอกว่าการเย็บโดยตรงมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำถึง 100%

หมอจึงแนะนำให้ใช้แผ่นตาข่าย (Mesh) ปะปิดรูทับไปเลย โดยเฉพาะ **"แผ่นตาข่ายชีวภาพ (Biological Mesh)"** ซึ่งงานวิจัยในยุโรปพบว่า คนไข้ที่ใช้ตาข่ายชนิดนี้ "ไม่มีใครกลับมาเป็นลมรั่วซ้ำเลย (0%)" ตลอดช่วงการติดตามผลครับ! ดีกว่าตาข่ายสังเคราะห์มากๆ

* **ทำเยื่อหุ้มปอดให้ติดกัน (Pleurodesis):**

เป็นการสร้างความระคายเคืองเพื่อให้เยื่อหุ้มปอดอักเสบติดกัน เพื่อลบช่องว่างไม่ให้มีลมเข้าไปขังได้อีก ซึ่งช่วยลดการเกิดปอดรั่วซ้ำลงได้ถึง 20-25% ครับ แต่ก็ต้องทำอย่างระมัดระวังมากๆ เพราะต้องลอกเยื่อหุ้มปอดหรือขูดเยื่อหุ้มปอดส่วนผนังหน้าอกด้านในให้มีเลือดซิบๆ ซึ่งบางคราวอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกเยอะหลังผ่าตัดได้เช่นกันครับ

**ผ่าเสร็จแล้วจบไหม? (Hormonal Treatment)**

"ยังไม่จบครับ!" การผ่าตัดอย่างเดียวไม่พอ เพราะอาจยังมีรอยโรคระดับจุลภาคหลงเหลืออยู่ การใช้ฮอร์โมนบำบัดหลังผ่าตัดจึงสำคัญเทียบเท่าการลงมีดเลยทีเดียว:

* **พระเอกของเราคือ ยาฉีดกลุ่ม GnRH Analogues:** 💉

💊ยาตัวนี้จะไปกดการทำงานของรังไข่ให้หยุดพัก (คล้ายการเข้าสู่วัยทองเทียมชั่วคราว) ควรใช้ต่อเนื่อง 6-12 เดือน ซึ่งพบว่ากดอัตราการเกิดลมรั่วซ้ำได้ดีที่สุด เหลือเพียงแค่ 3.4% เท่านั้นครับ!

* ส่วนยาอีกตัวที่เป็นโปรเจสตินรุ่นใหม่อย่าง **Dienogest** ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ มีอัตราการเป็นซ้ำอยู่ที่ราวๆ 12.9%

* **คำเตือน:** ส่วน **ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Oestrogen-Progesterone)** ถือว่าสอบตกสำหรับโรคนี้ครับ! งานวิจัยพบว่ามีอัตราความล้มเหลวและกระตุ้นให้คนไข้กลับมาปอดรั่วซ้ำสูงปรี๊ดถึง 40-83.3% หมอไม่แนะนำให้ใช้เด็ดขาดครับ

📝🤔**สรุปส่งท้าย (Recurrence)**

โรค Catamenial Pneumothorax เป็นโรคที่มีแนวโน้มการ
กลับมาเป็นซ้ำ (Recurrence) ได้สูงมากๆ หากรักษาไม่เบ็ดเสร็จหรือแก้ปัญหาไม่ครบทุกจุด

👨‍⚕️ดังนั้น การดูแลด้วยความร่วมมือของทีมแพทย์แบบสหสาขาวิชาชีพ การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมกะบังลมด้วยแผ่นตาข่ายชีวภาพ ควบคู่กับการได้รับฮอร์โมนบำบัดอย่างถูกวิธี คือคำตอบที่จะช่วยให้สาวๆ หลุดพ้นจากวังวนของโรคนี้ได้อย่างยั่งยืนครับ

ใครมีคำถามสงสัย หรือมีคนใกล้ตัวมีอาการคล้ายๆ แบบนี้ พิมพ์คอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยนะครับ

#หมอศุภฤกษ์ #ลมรั่วในปอด #สุขภาพผู้หญิง #ประจำเดือน #ศัลยกรรมทรวงอก

25/05/2026

สวัสดีครับ

ขอเชิญรับชม “คุยสบายๆกับหมอศุภฤกษ์”

เกี่ยวกับ ภาวะ “ปอดรั่ว จากเนื้อเยื่อมดลูกเจริญผิดที่” ครับ

ดำเนินรายการและถามข้อสงสัยโดย “น้องปารีศ” ครับ

มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามเข้ามาใน comment ได้เลยครับ ....

20/05/2026

สวัสดีครับ👨‍⚕️

พอดีช่วงนี้ได้นั่งทบทวนและอัพเดตความรู้ใหม่ๆ เรื่องการผ่าตัดปอดในโรคและภาวะที่พบได้ยากชนิดหนึ่ง แต่มีความน่าสนใจและสำคัญมากและต้องวางแผนการวินิจฉัย และการผ่าตัดโดยละเอียดมากๆๆๆๆ เพราะเป็นความผิดปกติทางกายวิภาคมาตั้งแต่เด็กๆ เลยอยากจะมาเล่าให้ฟังกันครับ

โรคนี้มีชื่อว่า "ภาวะปอดแยกส่วนแต่กำเนิด" (Pulmonary Sequestration) ครับ

หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่มันคือภัยเงียบที่อาจซ่อนอยู่ในร่างกายเราตั้งแต่เกิดโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยครับ!

🫁 ปอดแยกส่วน... คืออะไร?

ลองจินตนาการถึงตอนที่เรายังเป็นตัวอ่อนในครรภ์นะครับ ร่างกายเราดันเกิดการสร้าง "หน่อเนื้อเยื่อปอดส่วนเกิน" ขึ้นมา แต่เจ้าเนื้อปอดส่วนนี้กลับ "ทำงานไม่ได้" ครับ เพราะมันไม่ได้เชื่อมต่อกับหลอดลมและระบบทางเดินหายใจปกติของเรา ทำให้ปอดส่วนนี้รับอากาศเพื่อฟอกเลือดไม่ได้!!!!

ที่แปลกไปกว่านั้นคือ มันไปดึงเอาเลือดที่มีแรงดันสูงจากเส้นเลือดใหญ่ของร่างกาย (Aorta) มาเลี้ยงตัวเอง แทนที่จะรับเลือดจากเส้นเลือดปอด ซึ่งมีความดันไม่สูงมาก ตามกลไกปกติของร่างกายมนุษย์ครับ

เราสามารถแบ่งโรคนี้ง่ายๆ เป็น 2 ชนิดครับ:

1 ชนิดซ่อนในปอดปกติ (Intralobar): เนื้อปอดส่วนเกินนี้แฝงตัวเนียนๆ อยู่ในเยื่อหุ้มปอดชั้นเดียวกับปอดปกติ มักเจอบ่อยในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ครับ

2 ชนิดแยกตัวเป็นอิสระ (Extralobar): มีเยื่อหุ้มปอดแยกห่อหุ้มก้อนเนื้อออกมาต่างหากเลย มักตรวจพบได้บ่อยตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์ผ่านการอัลตราซาวนด์ครับ

🚨 อาการเตือนที่ต้องระวัง

สำหรับเด็กทารก บางรายอาจมีอาการหายใจลำบาก หรือหัวใจทำงานหนัก

แต่สำหรับวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ อาการมักจะมาในรูปแบบของ "การเป็นปอดอักเสบติดเชื้อซ้ำซากในตำแหน่งเดิมๆ" ไอเรื้อรัง มีเสมหะเป็นหนอง

และที่อันตรายที่สุดที่พาผู้ป่วยมาห้องฉุกเฉินคือ "อาการไอเป็นเลือด" ครับ

เนื่องจากก้อนเนื้อนี้รับเลือดแรงดันสูงจากเส้นเลือดใหญ่โดยตรง หากเส้นเลือดฝอยเกิดการฉีกขาดจะทำให้เลือดทะลักเข้าหลอดลมในระบบปกติและเสียเลือดมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในทันทีครับ

⚠️ ถ้าไม่มีอาการ... ปล่อยไว้เฉยๆ ได้ไหม?

ในอดีตวงการแพทย์เคยเชื่อว่าถ้าก้อนนี้ไม่ได้สร้างปัญหา ก็แค่ติดตามอาการไปเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันข้อมูลจากการวิจัยระดับโลกพบความจริงที่น่าตกใจครับ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติแต่กำเนิดของปอดในวัยผู้ใหญ่ มีการตรวจพบ "เซลล์มะเร็งซ่อนเร้น" อยู่ในก้อนเนื้อนั้นสูงถึง 11.7%

และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ในกลุ่มคนที่ "ไม่มีอาการอะไรเลย" ก็ยังพบความเสี่ยงของก้อนมะเร็งแฝงอยู่ถึงประมาณ 10-25%

ด้วยเหตุนี้ แนวทางและมติของศัลยแพทย์ทรวงอกในปัจจุบันจึงแนะนำให้ "พิจารณาผ่าตัดเอาพยาธิสภาพออกทุกราย" เมื่อตรวจพบครับ แม้จะยังไม่มีอาการก็ตาม เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรง ป้องกันภาวะไอเป็นเลือด และยุติความเสี่ยงเรื่องมะเร็งแอบแฝงครับ

🏥 นวัตกรรมการรักษาในปัจจุบัน

ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ปัจจุบันเทคโนโลยีการรักษาทางการแพทย์พัฒนาไปไกลมาก

การวินิจฉัย: เราใช้การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบฉีดสี (CT Angiography) เพื่อสร้างภาพ 3 มิติ ทำให้หมอมองเห็นจำนวนและทิศทางของเส้นเลือดที่ผิดปกติได้อย่างแม่นยำก่อนลงมือรักษา

การผ่าตัด: เราใช้เทคนิค การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (VATS) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บแผลน้อยลง เสียเลือดน้อย และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดช่องอกแบบดั้งเดิม

แน่นอนครับ เมื่อ VATS ได้ หุ่นยนต์ (RATS) ก็ทำได้ดีมากๆเช่นกันครับ

หรืออาจใช้เทคนิคผสมผสาน (Hybrid): ในบางเคสที่เส้นเลือดใหญ่ เลี้ยวลดคดเคี้ยว หรือซับซ้อนมาก ทีมแพทย์อาจจะทำการสอดสายสวนเข้าไปอุดเส้นเลือดนั้นก่อน (Endovascular therapy) แล้วจึงค่อยทำการผ่าตัดผ่านกล้องตาม เพื่อปิดสวิตช์ความเสี่ยงเรื่องเลือดออกระหว่างผ่าตัดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

ภาวะปอดแยกส่วนอาจจะฟังดูซับซ้อนและน่ากลัว แต่ถ้าเราได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ผู้ป่วยจะสามารถหายขาดและกลับมาใช้ชีวิต ออกกำลังกายได้ตามปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยไม่ต้องกังวลว่าโรคจะกลับมาเป็นซ้ำอีกเลยครับ

👨‍⚕️⚔️🚨ใครมีอาการไอเรื้อรัง หรือมีประวัติปอดอักเสบบ่อยๆ ในตำแหน่งเดิม อย่าลืมไปตรวจเช็คภาพรังสีทรวงอกกันนะครับ🫁🫁🫁

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok