ชมรมทนายความรุ่นที่ 62 และสำนักงาน 2/67

ชมรมทนายความรุ่นที่ 62 และสำนักงาน 2/67 พื้นที่เล็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของทนายความรุ่นที่ 62 เพื่อรวมพลัง ส่งต่อความช่วยเหลือ และสร้างความสามัคคีในหมู่เพื่อนร่วมรุ่นและสังคม

🙏🙏🙏
12/06/2026

🙏🙏🙏

ชมรมทนายความรุ่นที่ 62 และสำนักงาน 2/67ได้มอบกระเช้าดอกไม้และร่วมแสดงความยินดี แก่ ท่านประธานวิรยุทธ ชูสุวรรณ เนื่องในโอ...
23/05/2026

ชมรมทนายความรุ่นที่ 62 และสำนักงาน 2/67ได้มอบกระเช้าดอกไม้และร่วมแสดงความยินดี แก่ ท่านประธานวิรยุทธ ชูสุวรรณ เนื่องในโอกาสอันดีที่ เปิดที่ทำการสภาทนายความจังหวัดสมุทรปราการแห่งใหม่ ในวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569 นี้ ขอให้ที่ทำการแห่งใหม่นี้เป็นศูนย์รวมแห่งความยุติธรรม เป็นที่พึ่งอันมั่นคงในการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกทางกฎหมายให้แก่พี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการ

✨ วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 ✨ตัวแทนทนายความรุ่นที่ 62 และสนง.2/67 ได้เข้าพบท่าน นายกธนพล คงเจี้ยง เพื่อแสดงความยินดีใ...
24/09/2025

✨ วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 ✨
ตัวแทนทนายความรุ่นที่ 62 และสนง.2/67 ได้เข้าพบท่าน
นายกธนพล คงเจี้ยง เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสดำรงตำแหน่งนายกสภาทนายความ

ท่านนายกได้ฝากโอวาทอันทรงคุณค่าแก่พวกเรา ว่า
“อาชีพทนายความเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ความซื่อสัตย์ต่อตนเองและลูกความ คือหัวใจสำคัญของวิชาชีพ”

พร้อมอวยพรให้ทนายความรุ่นใหม่ทุกคนประสบความสำเร็จ และได้มอบพระเหรียญ ของพระเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ไว้เป็นที่ระลึกและสิริมงคล

💐 คำพูดและกำลังใจจากท่านนายก คือแรงผลักดันให้ทนายความรุ่นที่ 62 ก้าวเดินบนเส้นทางนี้ด้วยความซื่อสัตย์ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิ

ฎ.452/2567
12/07/2025

ฎ.452/2567

✨ ใกล้สอบแล้ว… รู้ประเด็นนี้ยัง … 🤔 ตอน 76 #น่าสนใจออกสอบมาก

#คำพิพากษาเกินคำขอ #ตีความเจตนา #บันทึกท้ายทะเบียนหย่า #ปวิพ

----------------------

📝 รู้ข้อเท็จจริงก่อน

[1] โจทก์(สามี)และจำเลย(ภริยา) ได้จดทะเบียนการหย่าและทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ามีข้อตกลงในข้อ 3 ระบุว่า "เรื่องทรัพย์สิน (1) บ้านเลขที่ 109/4... #ยกให้เป็นของฝ่ายชาย ...บ้านเลขที่ 109/4 ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 89"

[2] คดีนี้โจทก์ฟ้อง (1.) #ขอให้เพิกถอนนิติกรรมบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างโจทก์และจำเลย และ (2.) #ขอบังคับให้จำเลยแบ่งสินสมรสทุกรายการให้แก่โจทก์ #กึ่งหนึ่ง

[3] บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าดังกล่าวระบุสินสมรสที่ตกลงยกให้โจทก์เพียงบ้านเลขที่ 109/4 โดย #ไม่ได้กล่าวถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89 อันเป็นที่ตั้งของบ้านดังกล่าวแต่อย่างใด และโจทก์มีคำขอให้แบ่งสินสมรสอีก 5 รายการ ที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยปกปิดไว้ ซึ่ง #รวมถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89 ที่พิพาทด้วย

[4] ข้อเท็จจริงยุติว่า #โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ากันด้วยความสมัครใจ บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าจึงสมบูรณ์มีผลผูกพันโจทก์และจำเลยให้ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกัน

[5] ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 #ให้แก่โจทก์ทั้งหมด

----------------------

📝 แวะดูตัวบทกฎหมายกันก่อน
ป.วิ.พ.
มาตรา 142 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ แต่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง...\

----------------------

▶️ คำถาม การที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ทั้งหมด เป็นการพิพากษาที่เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ตามป.วิ.พ. มาตรา 142 หรือไม่

🗝️ คำตอบ ไม่เป็นการพิพากษาที่เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ตามป.วิ.พ. มาตรา 142
เหตุผลเพราะอะไร ดู ฎ. 452/2567 ⭐⭐⭐⭐⭐

ฎ. 452/2567

• คดีนี้โจทก์ฟ้อง (1.) ขอให้เพิกถอนนิติกรรมบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างโจทก์และจำเลยและ (2.) ขอบังคับให้จำเลยแบ่งสินสมรสทุกรายการให้แก่โจทก์ #กึ่งหนึ่ง

• จำเลยให้การต่อสู้ว่า “บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าไม่เป็นโมฆะ การจัดแบ่งสินสมรสตามข้อ 3 เป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตามป.พ.พ. มาตรา 1532 เมื่อนายทะเบียนจดทะเบียนการหย่า ถือได้ว่ามีการแบ่งทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสโดยยกให้จำเลยทั้งหมดแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอแบ่งสินสมรสใหม่อีก”

• เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แล้ว #ถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาขอแบ่งสินสมรสทั้งปวงระหว่างโจทก์กับจำเลยกึ่งหนึ่งโดยขอให้ไม่ยึดถือตามบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่า

• เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ากันด้วยความสมัครใจ #บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าจึงสมบูรณ์มีผลผูกพันโจทก์และจำเลยให้ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าดังกล่าวระบุสินสมรสที่ตกลงยกให้โจทก์เพียงบ้านเลขที่ 109/4 #โดยไม่ได้กล่าวถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89 #อันเป็นที่ตั้งของบ้านดังกล่าวแต่อย่างใด และโจทก์มีคำขอให้แบ่งสินสมรสอีก 5 รายการ ที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยปกปิดไว้ ซึ่งรวมถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89 ที่พิพาทด้วย

• แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวอันเป็นสินสมรสให้แก่โจทก์เพียงกึ่งหนึ่ง #แต่โจทก์ย่อมไม่อาจบรรยายฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งแปลงได้เพราะโจทก์ตั้งรูปเรื่องมาว่าบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของโจทก์และโจทก์ต้องการขอแบ่งสินสมรสรายการอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าด้วย

[โปรดสังเกตว่าโจทก์ตั้งรูปเรื่องว่าขอเพิกถอนบันทึกการหย่า + ขอให้จำเลยแบ่งสินสมรสทุกรายการให้แก่โจทก์เพียงกึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลที่ขอเพียงกึ่งหนึ่งทั้งที่บันทึกการหย่าโจทก์ได้ที่ดินโฉนดเลขที่ 89 และบ้านเลขที่ 109/4 ทั้งหมด ก็เพราะว่าจำเลยปกปิดสินสมรสรายอื่นๆไว้ โจทก์จึงมาขอแบ่งทั้งหมด โดยตั้งรูปเรื่องทำลายนิติกรรมตามบันทึกการหย่าเสีย และขอแบ่งสินสมรสทั้งหมดกึ่งหนึ่งแทน]

• เมื่อข้อเท็จจริงยุติในชั้นฎีกาแล้วว่าบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ามีผลใช้บังคับได้ และจำเลยยังไม่ได้แบ่งสินสมรสรายการที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า บ้านเลขที่ 109/4 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 89 ที่พิพาท #เป็นส่วนควบตามกฎหมายของที่ดินโฉนดเลขที่ 89 [ซึ่งบ้านเลขที่ 109/4 ต้องตกติดไปกับที่ดินโฉนดเลขที่ 86]

• และโดย #พิเคราะห์ถึงปกติประเพณีในทางสุจริต ตามป.พ.พ. มาตรา 368 แล้ว เห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยมีเจตนาแบ่งทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสระหว่างกันโดยจำเลยตกลงยกที่ดินโฉนดเลขที่ 89 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ทั้งหมด โดยนับตั้งแต่วันที่มีการทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่า ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทตกเป็นของโจทก์ทั้งหมด

• เมื่อมูลค่าที่ดินที่พิพาทไม่ได้สูงเกินไปกว่าราคาประเมินกึ่งหนึ่งของสินสมรสในคดีนี้และยังอยู่ในประเด็นพิพาทว่าจำเลยต้องแบ่งสินสมรสรายการนี้ให้โจทก์หรือไม่

• การที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ # ทั้งหมด #จึงไม่เป็นการพิพากษาที่เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ตามป.วิ.พ. มาตรา 142, มาตรา 246 และมาตรา 252

📢 กดติดตาม Law a Day แล้วคุณจะไม่พลาดฎีกาใหม่ๆและหลักกฎหมายที่สำคัญ แล้วพบกันครับ 😉✌🏻

----------------------
#ใกล้สอบแล้วรู้ประเด็นนี้ยัง #สอบเนติ #สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา #สอบอัยการผู้ช่วย #นิติศาสตร์ #ฎีกาใหม่ #ทนายความ

ขอแสดงความเสียใจกับทนายสยามสิน วลิตวรางค์กูร และครอบครัวต่อการจากไปของคุณแม่งิ้ง แซ่แต้ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ     ขอให้ดวง...
24/06/2025

ขอแสดงความเสียใจกับทนายสยามสิน วลิตวรางค์กูร และครอบครัวต่อการจากไปของคุณแม่งิ้ง แซ่แต้ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอให้ดวงวิญญาณของคุณแม่ไปสู่สุคติในสัมปรายภพครับ
#ทนายความรุ่นที่62และสำนักงาน2l67

สรุปแนวฎีกา"อายุความ"
22/05/2025

สรุปแนวฎีกา"อายุความ"

✨ สรุปแนวฎีกา

#อายุความ

• สัญญากู้ไม่มีงวด (ฎ. 2660/2545, 8172/2551)
• สัญญากู้แบบรายงวด (ฎ. 6854/2553, 134/2551)
• บัตรเครดิต (ฎ. 10262/2550, 6226/2548, 1517/2550, 3101/2551)
• สัญญาให้บริการสินเชื่อที่ไม่มีลักษณะให้ธนาคารออกเงินทดรองไปก่อน (ฎ. 3441/2565, 9043/2554, 4088/2560)
• สัญญาสินเชื่อ/บัตรกดเงินสดที่เลือกชำระเต็มจำนวน-ขั้นต่ำได้ และไม่มีกำหนดจำนวนงวดที่ต้องชำระ (ฎ. 6568/2567(ใหม่) เดินตาม ฎ. 2922/2561)

📍 1. อายุความ #สัญญากู้ที่ไม่ได้มีการชำระเงินกู้คืนเป็นรายงวดหรือรายเดือน ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้ ใช้อายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30 (ฎ. 2660/2545, 8172/2551)

🧾 ฎ. 8172/2551 เมื่อสัญญากู้เงินไม่ได้กำหนดเวลาชำระต้นเงินคืนไว้ โจทก์ย่อมเรียกให้จำเลยชำระหนี้ได้โดยพลันตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 วรรคหนึ่ง และถือเป็นเวลาที่ผู้ให้กู้อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ อายุความจึงเริ่มนับแต่วันถัดจากวันทำสัญญากู้เงินแต่ละฉบับ #ซึ่งกฎหมายมิได้กำหนดอายุความการกู้ยืมเงินไว้โดยเฉพาะ ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

📍 2. กรณี #สัญญากู้มีการกำหนดชำระเงินเป็นรายเดือนหรือเป็นงวด ๆ ใช้อายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (2) (ฎ. 6854/2553, 134/2551)

🧾 ฎ. 134/2551 สัญญากู้ยืมเงินมีข้อตกลงว่า จำเลยสัญญาว่าจะใช้เงินต้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยคืนให้แก่โจทก์ #โดยผ่อนชำระเป็นเดือน เดือนละ 5,000 บาท ดังนี้ การฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระดอกเบี้ยพร้อมต้นเงินตามสัญญากู้ยืมเงินจึงถือได้ว่าเป็นการเรียกเอาดอกเบี้ยพร้อมต้นเงินเพื่อผ่อนต้นทุนคืนเป็นงวด ๆ #อันมีกำหนดอายุความไว้ห้าปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (2) (มาตรา 166 เดิม) มิใช่กรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้อันต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30

✏️ #หมายเหตุ หากปรากฏว่า #ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เจ้าหนี้ต้องฟ้องทายาทของลูกหนี้ภายในกำหนด 1 ปีนับแต่ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย แม้ว่ายังไม่ถึงกำหนดชำระก็ตาม (ดู ฎ. 3994/2540)

📍3. #หนี้บัตรเครดิต #ที่มีลักษณะเป็นการออกเงินทดรองไปก่อน #ไม่ใช่สัญญากู้ และมีอายุความ 2 ปีตามมาตรา 193/34 (7) (ฎ. 10262/2550, 6226/2548, 1517/2550, 3101/2551)

🧾 ฎ. 10262/2550 การที่โจทก์ออกบัตรซิตี้การ์ดพร้อมเลขรหัสประจำตัวให้แก่จำเลยเพื่อให้จำเลยใช้เบิกถอนเงินสดจากพนักงานของโจทก์หรือจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติโดยไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเบิกถอนเงินจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติของโจทก์เท่านั้น ซึ่งหากจำเลยเบิกถอนเงินจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติของสถาบันการเงินอื่นๆ #โจทก์ก็ต้องออกเงินทดรองจ่ายแทนจำเลยไปก่อน อันเป็นการรับทำการงานแทนนั่นเอง ส่วนการมอบเช็คให้จำเลยไว้ใช้ในการเบิกถอนเงินจากบัญชีกระแสรายวันของจำเลย หรือการออกรหัสประจำตัวแก่จำเลยเพื่อให้จำเลยสามารถใช้บริการ #สินเชื่อเรดดี้เครดิต ผ่านทางซิตี้โฟนแบงก์กิ้งได้นั้น ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการให้บริการอำนวยความสะดวกดังกล่าว กรณีถือว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจรับทำการงานต่างๆ ให้จำเลย #เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไป สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) เมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 20 มีนาคม 2546 ตามที่กำหนดไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2546 การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้วันที่ 25 เมษายน 2548 ซึ่งพ้นกำหนด 2 ปี แล้วสิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงขาดอายุความ

📍 4. กรณีแม้มีการออกบัตรฯ สำหรับใช้เบิกถอนเงินให้ #แต่ลักษณะเป็นสัญญาให้สินเชื่อหรือให้ถือเป็นสัญญากู้ยืมเงิน #โดยที่ไม่มีลักษณะให้ธนาคารออกเงินทดรองไปก่อน เช่นนี้ #มิใช่หนี้บัตรเครดิต #แต่เป็นสัญญาให้บริการสินเชื่อ ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้ มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 (ฎ. 3441/2565, 9043/2554, 4088/2560)

🧾 ฎ. 3441/2565 สินเชื่อบุคคล ก. เป็นกรณีที่ธนาคาร ก. อนุมัติ #สินเชื่อเป็นวงเงินกู้ประเภทหมุนเวียน #แบบมีกำหนดการชำระคืนขั้นต่ำและ #หรือแบบมีการกำหนดชำระคืนแน่นอน ซึ่งการเบิกรับเงินกู้สามารถเบิกถอนเงินจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติโดยใช้บัตรกดเงินสดที่ธนาคารออกให้หรือให้ธนาคารนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากหรือวิธีการอื่น ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยจากเงินกู้นับแต่วันที่ขอเบิกถอนเงินแต่ละครั้ง #รูปคดีจึงเป็นสัญญาบริการสินเชื่อหาใช่เป็นเรื่องผู้ประกอบธุรกิจรับทำงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างรวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไปก่อนแล้วมาเรียกเก็บจากจำเลยภายหลังสิทธิเรียกร้องเช่นนี้กฎหมายมิได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนด 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 มิใช่ 2 ปี ตามมาตรา 193/34(7)) ฟ้องโจทก์สำหรับหนี้สินเชื่อบุคคล ก. จึงไม่ขาดอายุความ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้สินเชื่อบุคคล ก. ที่ค้างชำระแก่โจทก์

🧾 ฎ. 9043/2554 การเบิกถอนเงินจำเลยอาจกระทำได้หลายวิธีตามที่กำหนดไว้ในสัญญา นอกจากใช้บัตรซิตี้การ์ดกับเลขรหัสประจำตัวเบิกถอนเงินจากพนักงานของโจทก์ ณ ที่ทำการของโจทก์หรือจากเครื่องฝากและถอนเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) แล้ว จำเลยอาจใช้วิธีออกเช็คสั่งจ่ายเงินจากบัญชีกระแสรายวัน หรือมีคำสั่งผ่านทางบริการซิตี้โฟนแบงก์กิ้งให้โจทก์จ่ายเงินแก่จำเลยหรือบุคคลภายนอก หรือโดยวิธีการอื่นๆ ที่โจทก์ให้บริการ ทั้งนี้เงินที่จำเลยเบิกถอนไปไม่ว่าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งตามสัญญาข้อ 6 ระบุให้ถือว่าเป็นต้นเงินกู้ที่จำเลยได้รับไปจากโจทก์ การที่โจทก์ออกบัตรซิตี้การ์ดให้แก่จำเลยไว้เพื่อใช้เบิกถอนเงินสดจึงเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกแก่จำเลยในการเบิกถอนเงินวิธีหนึ่งในจำนวนหลายวิธีที่โจทก์กับจำเลยตกลงกันไว้เท่านั้น จำเลยอาจเลือกใช้วิธีอื่นในการเบิกถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรซิตี้การ์ดที่โจทก์ออกให้เลยก็ย่อมกระทำได้ เงินที่โจทก์ยอมให้จำเลยเบิกถอนไปแต่ละครั้ง #จึงไม่มีลักษณะเป็นเงินที่โจทก์ได้ออกทดรองแทนไปก่อน แต่เป็นเงินที่จำเลยได้รับไปจากโจทก์ตามวงเงินสินเชื่อที่จำเลยได้ทำสัญญาไว้กับโจทก์ แม้โจทก์เก็บค่าสมาชิกจากจำเลยเป็นรายปี ก็เป็นเพียงค่าตอบแทนอย่างหนึ่งที่โจทก์เรียกเก็บเท่านั้น #กรณีมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปดังที่จำเลยฎีกา สิทธิเรียกร้องของโจทก์เช่นนี้กฎหมายมิได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

📍 5. แม้สัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียนจะกำหนดให้ผู้กู้ชำระหนี้เป็นงวดรายเดือน โดยชำระไม่น้อยกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำที่กำหนดไว้ #แต่ผู้กู้จะเลือกชําระคืนเงินต้นเต็มจำนวนหรือจำนวนเงินขั้นต่ำที่ผู้ให้กู้กำหนดไว้ก็ได้ (แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า) ทั้งสัญญา #มิได้กำหนดจำนวนงวดในการชำระคืนเงินต้นให้ครบถ้วน หรือ #กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการชำระหนี้ครบถ้วน จึงไม่ถือเป็นกรณี “ผ่อนชำระเป็นงวด ๆ” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (2) ที่มีอายุความ 5 ปี แต่เป็นกรณีที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 (ฎ. 6568/2567 #เดินตาม ฎ. 2922/2561)

🧾 ฎ. 6568/2567 ( #ใหม่) ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียน ได้ความว่า สัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียน เป็นกรณีที่ผู้ให้กู้อนุมัติวงเงินสินเชื่อ และมอบบัตรกดเงินสดให้ผู้กู้ โดยผู้กู้สามารถใช้บัตรกดเงินสดนั้นเบิกถอนเงินกู้ได้ และผู้กู้ตกลงชำระหนี้เป็นงวดรายเดือนไม่น้อยกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำซึ่งกำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 8 ของเงินต้นคงค้าง หรือไม่ต่ำกว่า 400 บาท หรือจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคงค้างในแต่ละเดือน แล้วแต่จำนวนใดที่สูงกว่า โดยชำระทุกวันที่ 27 ของเดือน ข้อตกลงในการชำระเงินกู้ของผู้กู้ดังกล่าว #แสดงว่าผู้กู้จะเลือกชําระคืนเงินต้นเต็มจำนวน ที่ใช้บัตรกดเงินสดเบิกเงินกู้ไปแต่ละเดือนพร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม #หรือผู้กู้จะเลือกชำระจำนวนเงินขั้นต่ำ ที่ผู้ให้กู้กำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 8 ของเงินต้นคงค้าง หรือไม่ต่ำกว่า 400 บาท หรือจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคงค้างในแต่ละเดือน #แล้วแต่จำนวนใดที่สูงกว่าก็ได้ และสัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียนดังกล่าว #ไม่ได้กําหนดว่า กรณีผู้กู้เลือกผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือนนั้น #ผู้กู้ต้องผ่อนชำระเป็นเวลากี่งวด สัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียนตามฟ้อง #จึงไม่มีลักษณะผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ และไม่ใช่สิทธิเรียกร้องที่มีกําหนดอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (2) แต่สิทธิเรียกร้องตามสัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียนตามฟ้องเช่นนี้ #กฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

🧾 ฎ. 2922/2561 ตามสัญญาสินเชื่อเงินสดกำหนดให้จำเลยชำระเพียงจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องชำระ แม้โจทก์จะนำไปหักชำระเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยบางส่วนก็ตาม แต่หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาและภายในกำหนด จำเลยต้องชำระเบี้ยปรับและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน #อันเป็นข้อตกลงว่าจำเลยอาจชำระหนี้ในอัตราขั้นสูงเพียงใดก็ได้ #และสัญญามิได้กำหนดให้จำเลยต้องผ่อนชำระทุนคืนเป็นกี่เวลางวด ตามสัญญาสินเชื่อเงินสดจึงไม่มีลักษณะผ่อนทุนคืนเป็นงวดๆ ตาม ป.พ.พ. ม.193/33 (2) ซึ่งมีอายุความ 5 ปี แต่มีอายุความ 10 ปี ตาม ม.193/30 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

⌛⚖️

สมาชิกฯร่วมอบรมโครงการทนายพี่เลี้ยงรุ่นที่ 27 ที่สภาทนายความฯ ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568
21/05/2025

สมาชิกฯร่วมอบรมโครงการทนายพี่เลี้ยงรุ่นที่ 27 ที่สภาทนายความฯ ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568

วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ทนายความและคณะกรรมการฯรุ่นที่ 62/ สำนักงาน 2/67 เป็นตัวแทนมอบกระเช้าให้อาจารย์ศิริศักดิ์ อมาตยกุล...
21/05/2025

วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ทนายความและคณะกรรมการฯรุ่นที่ 62/ สำนักงาน 2/67 เป็นตัวแทนมอบกระเช้าให้อาจารย์ศิริศักดิ์ อมาตยกุล ประธานสภาทนายความนนทบุรี เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ท่านได้ประสานนำเสื้อสีเหลือง ซึ่งจัดทำโดย ดร.วิเชียร ชุปไธสง นำมามอบให้กับทนายความรุ่นเรา และได้ร่วมอบรมโครงการส่งเสริมกระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี

วันที่9 พ.ค.2568 "ตัวแทนทนายความรุ่นที่ 62 และสำนักงาน 2/7  ได้อาสาเข้ามาช่วยตรวจเอกสาร  และอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้...
21/05/2025

วันที่9 พ.ค.2568 "ตัวแทนทนายความรุ่นที่ 62 และสำนักงาน 2/7 ได้อาสาเข้ามาช่วยตรวจเอกสาร และอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ "
หลังจากที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นตัวกลางในการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา จนนำมาสู่การจ่ายเงินช่วยเหลือ จากบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด

วันนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต 12 ครอบครัว และผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน เดินทางมารับมอบเงินช่วยเหลือที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเงินส่วนนี้ เป็นเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันจ่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับทายาทผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ

โดยตัวแทนกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี เปิดเผยว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือส่วนนี้ล่าช้า เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อมูลทายาทผู้มีสิทธิให้ชัดเจน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากที่ผ่านมา ทางบริษัทได้จ่ายเงินค่าทำศพคนละ 50,000 บาท และจ่ายเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บคนละ 10,000 บาท แต่เกิดความซับซ้อนของทายาทที่มารับเงิน จึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความฯ และกระทรวงยุติธรรม ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหาย

โดยกลุ่มแรกที่มารับเงินช่วยเหลือในวันนี้ เป็นทายาทผู้เสียชีวิต 12 คนจะได้รับเงินคนละ 1,000,000 บาท และผู้บาดเจ็บ 9 คนจะได้รับเงินคนละ 200,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้ ตัวแทนกิจการร่วมค้ายืนยันว่า ไม่มีเจตนาอื่นและไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ

ที่อยู่

Bang Khen
10220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชมรมทนายความรุ่นที่ 62 และสำนักงาน 2/67ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์