04/11/2022
4/11/65
🍀 body scan ยามบ่าย พี่มอสาม พักผ่อนสมอง รับรู้ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
👩🦱 ครูใส่ข้อมูล…
“ชื่อภาพ โจร”
....
จิตกรหนุ่มคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะมีชื่อเสียง
เขาได้พักอาศัยอยู่ในห้องเก่าๆแคบๆแห่งหนึ่ง
เขาอาศัยการวาดภาพในการหล่อเลี้ยงชีวิต
อยู่มาวันหนึ่ง เศรษฐีคนหนึ่งเดินผ่านมาและเห็นฝีมือการวาดภาพของเขา
เขารู้สึกพอใจและชอบเป็นอย่างยิ่ง
เศรษฐีจึงว่าจ้างให้เขาวาดภาพเหมือนของตัวเองหนึ่งภาพ
ตกลงสนทนาราคากันไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ
เมื่อผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ ภาพวาดของเศรษฐีก็สำเร็จเรียบร้อย
เศรษฐีกลับมารับภาพตามเวลาที่กำหนดไว้
แต่ครั้งนี้ เศรษฐีเกิดจิตคิดที่ไม่ดี บอกกับจิตกรหนุ่มว่า
“เธอไม่ได้เป็นจิตกรที่มีชื่อเสียง
ฉันให้ราคาตามที่ตกลงกันไว้ไม่ได้หรอก!”
เศรษฐีนึกกระหยิ่มในใจ
“ภาพนี้ก็เป็นภาพของฉัน หากฉันไม่ซื้อ ใครจะโง่ยอมซื้อวะ?
ในเมื่อไม่มีคนซื้อ ฉันจำเป็นต้องจ่ายในราคาที่แพงไปทำไม?”
“ฉันให้ราคาภาพนี้แค่ 3,000 เหรียญ จะเอาหรือไม่เอา?”
จิตกรหนุ่มตกตะลึงเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตเป็นรอบที่สอง
เพราะเขาไม่เคยเจอลูกค้าประเภทนี้มาก่อน
จึงรู้สึกสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เขาอ้อนวอนเศรษฐีอยู่เป็นเวลานานสองนาน
เพื่อให้เศรษฐียอมจ่ายให้ตามราคาที่ตกลงกันไว้
เขาบอกกับเศรษฐีว่าคนเราต้องถือสัจจะเป็นที่ตั้ง!
“อย่ามาโยกโย้ ฉันให้นายแค่ 3,000 พันเหรียญเท่านั้น!”
เศรษฐีคิดว่าตนถือไพ่เหนือกว่า จึงได้ตะคอกกลับไปอีกว่า
“ฉันบอกนายเป็นครั้งสุดท้าย 3,000 เหรียญ จะขายหรือไม่ขาย?”
จิตกรหนุ่มรู้ว่าอ้อนวอนไปก็เปล่าประโยชน์
ประกอบกับความรู้สึกไม่พอใจกับการถูกข่มเหง
เขาจึงพูดกับเศรษฐีด้วยเสียงอันดังว่า
“ไม่! ผมไม่ขายรูปแผ่นนี้แล้ว
และจะไม่ยอมรับความอัปยศที่คุณพยายามเสือกใสมาให้ผมเป็นอันขาด
วันนี้คุณเป็นคนผิดสัจจะ
วันข้างหน้าผมจะทำให้คุณต้องซื้อภาพนี้ในราคาที่สูงกว่านี้อีก 200 เท่า”
“ตลกล่ะ 200 เท่า ก็เท่ากับหกแสนเหรียญเชียวนะ
ฉันจะโง่ซื้อภาพของตัวเองในราคาหกแสนเหรียญได้ยังไง?”
“งั้นผมก็จะรอคุณเป็นคนมาง้อขอซื้อภาพของคุณเองก็แล้วกัน!”
พูดเสร็จ ชายหนุ่มก็ถือภาพนั้นเดินกลับเข้าบ้านไป
ไม่สนใจชายเศรษฐีแม้แต่น้อย
เหตุการณ์ที่จิตกรหนุ่มได้เผชิญกับความอัปยศที่เศรษฐียัดเหยียดมาให้
วันรุ่งขึ้น เขาย้ายไปอยู่เมืองอื่นด้วยความสะเทือนใจ
เขาตัดสินใจเข้าเรียนศิลปะอย่างเป็นทางการ
และเอาจริงเอาจังกับการวาดภาพอย่างเอาเป็นเอาตาย
ฟ้าย่อมไม่ทำให้ผู้ทุ่มเทผิดหวัง
ผ่านไป10กว่าปี เขากลายเป็นจิตกรที่มีชื่อเสียง
ในกลุ่มจิตกรที่ติดอันดับมีชื่อของเขาเป็นหนึ่งในนั้น
ส่วนเศรษฐีคนนั้นล่ะ?
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปได้ 2 วัน
เขาก็ได้ลืมเรื่องราวนั้นไปและไม่เคยจำมาใส่ใจอีกเลย
อยู่มาวันหนึ่ง...
สหายของเศรษฐีหลายคนต่างพากันมาเยี่ยมเขาที่บ้านโดยไม่ได้นัดหมาย
“เกลอเอ๋ย มันเป็นสิ่งประหลาดมาก
หลายวันนี้พวกเราได้ไปเยี่ยมชมนิทัศการภาพวาด
ของจิตกรผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่ง
แต่มีอยู่ภาพหนึ่งที่มีราคาแพงมาก
และไม่ยอมให้มีการต่อรองราคาใดๆทั้งสิ้น
แต่ภาพวาดนั้น เหมือนเกลอยังกะแกะ
เกลอรู้ไหมภาพนั่นมีราคาเท่าไหร่?
หกแสนเชียวนะภาพนั้นนะ!
แต่ที่น่าขันก็คือ ภาพนั้นมี่ชื่อว่า “โจร” ”
เศรษฐีเหมือนถูกไม้หน้าสามตีกลางแสกหน้า
ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วผุดขึ้นมา
เหมือนม้วนหนังที่ทำการฉายใหม่อีกครั้ง
สิ่งที่เพื่อนของเขาเล่ามา ทำความเสียหายให้เขาเป็นอย่างยิ่ง
เขารีบเดินทางไปที่จัดแสดงนิทรรศการภาพวาดแห่งนั้นในทันที
พร้อมกับเข้าไปทำการขอโทษจิตกรหนุ่มผู้นั้นด้วยตัวของเขาเอง
แถมยังยอมซื้อภาพนั้นกลับบ้านในราคาหกแสนเหรียญ
โดยไม่ขาดไม่เกินไปแม้แต่สตางค์เดียว
เพราะอุดมการณ์ที่ไม่ยอมแพ้ในครานั้น
ทำให้ชายเศรษฐียอมกลับมาก้มหัวให้ในวันนี้
จิตกรหนุ่มผู้นี้มีชื่อว่า ปิกัสโซ่
ไม่มีใครสามารถทำร้ายคุณหรือยัดเหยียดความอัปยศอดสูมาให้คุณได้
นอกเสียจากตัวคุณเอง!
*******************************************************************
นุสนธิ์บุคส์
ภาพ : https://p4.wallpaperbetter.com/wallpaper/34/356/60/men-painters-pablo-picasso-cubism-wallpaper-preview.jpg