บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านหนองขุ่น สพป.อบ.1

บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านหนองขุ่น สพป.อบ.1 โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งประเทศไทย

27/03/2025

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ
เรื่อง ดอกไม้หลายสี

27/03/2025

การทดลองทางวิทยาศาสตร์ 8 กิจกรรม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

27/03/2025

กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 8 กิจกรรม
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

27/03/2025

กิจกรรมการสืบเสาะอิสระ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
เรื่อง สวนครัวฝากคราบฝังลึก

กิจกรรมเรื่อง กล่องเขย่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 31 ตั้งคำถามเชิงคณิตศาสตร์1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน  กลุ่มละ 3-5 คน คละความสา...
18/03/2025

กิจกรรมเรื่อง กล่องเขย่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
1 ตั้งคำถามเชิงคณิตศาสตร์
1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3-5 คน คละความสามารถ
2) ครูเปิดภาพตักไข่งานวัดให้นักเรียนสังเกต

3) ครูถามคำถามดังนี้
- นักเรียนเคยตักไข่ งานกาชาดหรือไม่
- ไข่ที่อยู่ในบ่อมีลักษณะอย่างไร
- ไข่ในบ่อมีสีเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร
- เมื่อเราตักไข่ ไข่มีการเคลื่อนที่ไปจากที่เดิมหรือไม่ อย่างไร
4) นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์การตักไข่ในงานกาชาด
5) ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อเราตักไข่ในบ่อ ไข่จะเกิดการเคลื่อนที่ กระจายไปเรื่อยๆภายในบ่อ
3.2 รวบรวมความคิดและคำศัพท์
1) ครูแจกอุปกรณ์ ได้แก่ กล่องสี่เหลี่ยม เมล็ดถั่วเขียว,ถั่วแดง,ถั่วดำ กรรไกร กระดาษ
2) ครูตั้งคำถาม “ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบการตักไข่จำลอง โดยให้กล่องสี่เหลี่ยม แทนบ่อตักไข่ และให้เมล็ดถั่วหลากหลายชนิด แทนไข่ จากนั้นให้ทำการเขย่ากล่องแทนการตักไข่โดยทำซ้ำทั้งหมด 3 รอบ”
3) นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดและร่วมกันออกแบบกิจกรรม
4) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการออกแบบหน้าชั้นเรียน
5) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิด แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบกิจกรรมของแต่ละกลุ่ม
3.3 ปฏิบัติการสืบเสาะ
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรมตามที่ได้ออกแบบไว้ จากนั้นบันทึกผลลงใบแบบบันทึกกิจกรรม
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม Gallery Walk โดยเวียนกลุ่มกันไปศึกษาการกระจายของเมล็ดถั่วในกล่องของกลุ่มอื่นๆว่าเหมือนหรือต่างกับกลุ่มของตนเองอย่างไร โดยเวียนจากกลุ่ม 1 → 2 → 3→ 4→ 1
3) ครูถามคำถามดังนี้
- การกระจายของเมล็ดถั่วทั้ง 3 ครั้งเหมือนกันหรือไม่อย่างไร
- การกระจายของเมล็ดถั่วในกล่องเป็นอย่างไร
- การกระจายของเมล็ดถั่วของกลุ่มนักเรียนและกลุ่มเพื่อนๆ เหมือนกันหรือไม่อย่างไร
- ถ้านักเรียนเขย่ากล่องไปเรื่อยๆ การกระจายของเมล็ดถั่วจะเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร
4) นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียนเกี่ยวกับการกระจายของเมล็ดถั่ว
3.4 แบบรูปทางคณิตศาสตร์
1) ครูถามคำถาม “ถ้าเรานำกล่องสี่เหลี่ยมมากั้นให้เป็น 3 ช่อง แล้วนำเมล็ดถั่วใส่ลงไปในกล่อง จากนั้นเขย่ากล่อง สังเกตการกระจายของเมล็ดถั่ว โดยทำซ้ำหลายๆรอบๆ”
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบกิจกรรมการกระจายของเมล็ดถั่ว
3) นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรมการกระจายของเมล็ดถั่ว แล้วบันทึกผลการทำกิจกรรม
3.5 ตรวจสอบและใช้แบบรูป
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
2) ครูถามคำถามดังนี้
- ในตอนที่ 1 นักเรียนใช้เมล็ดถั่ว 1 ชนิด จำนวน 10 เมล็ด ได้ผลการกระจายของเมล็ดถั่วอย่างไร
- ผลการกระจายของเมล็ดถั่วทั้ง 10 ครั้ง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- ผลการกระจายของเมล็ดถั่วของกลุ่มนักเรียนละกลุ่มเพื่อน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- ได้ผลการกระจายที่แตกต่างกันกี่แบบ
- ในตอนที่ 2 นักเรียนใช้เมล็ดถั่ว 2 ชนิด ชนิดละ 5 เมล็ด ได้ผลการกระจายของเมล็ดถั่วอย่างไร
- ผลการกระจายของเมล็ดถั่วทั้ง 10 ครั้ง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- ผลการกระจายของเมล็ดถั่วของกลุ่มนักเรียนละกลุ่มเพื่อน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- ได้ผลการกระจายที่แตกต่างกันกี่แบบ
- ในตอนที่ 3 นักเรียนใช้เมล็ดถั่ว 3 ชนิด ชนิดละ 3 เมล็ด ได้ผลการกระจายของเมล็ดถั่วอย่างไร
- ผลการกระจายของเมล็ดถั่วทั้ง 10 ครั้ง เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- ผลการกระจายของเมล็ดถั่วของกลุ่มนักเรียนละกลุ่มเพื่อน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- ได้ผลการกระจายที่แตกต่างกันกี่แบบ
- นักเรียนมีวิธีการใดบ้างในการบอกการกระจายของเมล็ดถั่ว
- เมื่อนักเรียนเขย่ากล่องไปเรื่อยๆ ผลการกระจายมีการซ้ำกันหรือไม่อย่างไร
3) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดหลังจากทำกิจกรรม โดยครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายของจำนวน ซึ่งในการทำกิจกรรมแต่ละครั้ง เมล็ดถั่วจะมีการกระจายที่แตกต่างกันไป โดยเราสามารถสังเกตการกระจายได้ง่ายๆโดยใช้การนับจำนวน
3.6 อภิปรายผล
1) ครูถามคำถามดังนี้
- จากการทำกิจกรรม นักเรียนพบอะไรบ้าง
- จากการทำกิจกรรม นักเรียนแต่ละกลุ่มพบว่ามีการกระจายของเมล็ดถั่วเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร
- ในการทำกิจกรรมนักเรียนสามารถบอกวิธีการกระจายของเมล็ดถั่วได้อย่างไรบ้าง
- นอกจากการกระจายของเมล็ดถั่วในกล่องแล้ว นักเรียนเคยพบเจอการกระจายของวัตถุอะไรบ้าง และมีการกระจายอย่างไร
2) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการกระจายและยกตัวอย่างการกระจายเพิ่มเติมที่พบเจอในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมเรื่อง ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 33.1 ตั้งคำถามเชิงคณิตศาสตร์1) ครูแบ่งกลุ่ม...
18/03/2025

กิจกรรมเรื่อง ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
3.1 ตั้งคำถามเชิงคณิตศาสตร์
1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3-5 คน คละความสามารถ
2) นักเรียนวาดภาพตามความสนใจคนละ 1 ภาพ โดยครูแจก ปากกาเมจิก ดินสอ กระดาษ สีไม้ นักเรียนสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ใดก็ได้ตามที่ต้องการ
3) ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอภาพวาดหน้าชั้นเรียน
4) ครูถามคำถามดังนี้
- นักเรียนวาดภาพอะไรบ้าง จงอธิบาย
- นักเรียนมีวิธีการวาดภาพอย่างไร
- นักเรียนแต่ละคน วาดภาพเหมือนกันหรือไม่
- นักเรียนคิดว่า เราวาดภาพโดยที่ลากเส้นแบบไม่ยกมือได้หรือไม่
- ภาพที่วาดโดยที่ลากเส้นแบบไม่ยกมือน่าจะมีลักษณะอย่างไร
4) นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในชั้นเรียนเกี่ยวกับการลากเส้นแบบไม่ยกมือ
3.2 รวบรวมความคิดและคำศัพท์
1) ครูถามคำถาม “ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลองออกแบบวาดภาพการ์ตูนหรือรูปสัตว์ ที่สามารถลากเส้นได้ต่อเนื่อง โดยไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด”
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดและร่วมกันตอบคำถาม
3) ให้นักเรียนออกแบบวาดภาพการ์ตูนหรือรูปสัตว์ ที่สามารถลากเส้นได้ต่อเนื่อง โดยไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
3.3 ปฏิบัติการสืบเสาะ
1) นักเรียนวาดภาพการ์ตูนหรือรูปสัตว์ตามความสนใจ โดยไม่ยกมือและลากเส้นให้ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอภาพวาดที่วาดโดยไม่ยกมือและลากเส้นให้ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
3) ครูถามคำถามดังนี้
- นักเรียนมีวิธีการวาดภาพโดยไม่ยกมือได้อย่างไร
- ภาพที่ได้มีความเหมือนหรือต่างกับเพื่อนหรือไม่ อย่างไร
- วิธีการวาดภาพโดยไม่ยกมือของนักเรียนและของเพื่อน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
- นักเรียนใช้อุปกรณ์ใดบ้างในการลากเส้น
- เมื่อนักเรียนใช้อุปกรณ์ลากเส้นต่างกัน ภาพที่ได้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
4) นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียนเกี่ยวกับการลากเส้นวาดรูปโดยไม่ยกมือ และไม่ให้มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
3.4 แบบรูปทางคณิตศาสตร์
1) ครูเปิดรูปบ้านให้นักเรียนสังเกต แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบการวาดรูปบ้าน โดยลากเส้นแบบไม่ยกมือ และไม่ให้มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด โดยนักเรียนสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ได้ตามความเหมาะสม
2) นักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกแบบวิธีการวาดรูปบ้านของกลุ่มตนเอง
3) นักเรียนแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่การทำงาน จากนั้นลงมือทำกิจกรรม
4) ครูคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือนักเรียน ตลอดการปฏิบัติกิจกรรม
3.5 ตรวจสอบและใช้แบบรูป
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม Gallery Walk โดยเวียนกลุ่มกันไปศึกษาการวาดภาพบ้านของกลุ่มเพื่อน
โดยกลุ่ม 1 → 2 → 3→ 4→ 1
2) ครูถามคำถามดังนี้
- นักเรียนแต่ละกลุ่มสามารถวาดภาพบ้าน โดยที่ไม่ยกมือและภาพไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดได้หรือไม่
- นักเรียนใช้วิธีการใดบ้างในการลากเส้น
- นักเรียนใช้จุดเริ่มต้นที่จุดใด
- นักเรียนใช้จุดสิ้นสุดที่จุดใด
- จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด เป็นจุดเดียวกันหรือไม่ อย่างไร
3) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดหลังจากทำกิจกรรม โดยครูคอยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
3.6 อภิปรายผล
1) ครูถามคำถามดังนี้
- จากการทำกิจกรรม นักเรียนพบอะไรบ้าง
- จากการทำกิจกรรม นักเรียนแต่ละกลุ่มมีวิธีการวาดภาพบ้านเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร
- ในการวาดภาพบ้านโดยที่ไม่ยกมือและภาพไม่มีจุดเริ่มต้น, จุดสิ้นสุด มีวิธีการวาดได้กี่วิธี อย่างไรบ้าง
- นอกจากการวาดภาพบ้านโดยที่ไม่ยกมือและภาพไม่มีจุดเริ่มต้น, จุดสิ้นสุด แล้วมีภาพใดอีกบ้างที่นักเรียนสามารถวาดได้โดยที่ไม่ยกมือและภาพไม่มีจุดเริ่มต้น, จุดสิ้นสุด
2) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการหาแบบรูปทางคณิตศาสตร์ จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติม โดยการลากเส้นแบบไม่ยกมือและไม่ให้มีจุดเริ่มต้น, จุดสิ้นสุด นักเรียนจะต้องมีออกแบบ วางแผนการวาดภาพ ทำการทดลองวาดภาพ ถ้ายังไม่สำเร็จให้นักเรียนทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนสามารถวาดภาพที่ต้องการ เมื่อนักเรียนวาดภาพโดยที่ไม่ยกมือและภาพไม่มีจุดเริ่มต้น, จุดสิ้นสุดได้แล้ว ให้นักเรียนลองหาวิธีอื่นๆที่สามารถวาดภาพได้มากกว่า 1 วิธี

กิจกรรม สมุดบันทึกตัวเลข ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3    3.1 ตั้งคำถามเชิงคณิตศาสตร์1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3-5 คน...
18/03/2025

กิจกรรม สมุดบันทึกตัวเลข ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
3.1 ตั้งคำถามเชิงคณิตศาสตร์
1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3-5 คน คละความสามารถ
2) ครูตั้งคำถามดังนี้
- ถ้าเด็กๆมีอุปกรณ์ได้แก่ ปากกาเมจิก ดินสอ กระดาษสี ดินน้ำมัน กรรไกร กาว ฯลฯ นักเรียนจะสามารถสร้างตัวเลขต่างๆได้ด้วยวิธีใดบ้าง
3) นักเรียนร่วมกันระดมความคิด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียนเกี่ยวกับการสร้างตัวเลข
4) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาหยิบอุปกรณ์ จากนั้นให้นักเรียนออกแบบการสร้างตัวเลข โดยสร้างตัวเลขต่างๆด้วยอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน 5 แบบ
5) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการสร้างตัวเลข แล้วแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียน
6) ครูถามคำถามดังนี้
- นักเรียนสร้างตัวเองอะไรบ้าง
- นักเรียนใช้อุปกรณ์ใดบ้างในการสร้างตัวเลข
- นักเรียนแต่ละกลุ่มสร้างตัวเลขได้เหมือนกันหรือไม่ อย่างไร
- นักเรียนใช้วิธีใดบ้างในการสร้างตัวเลข
- นักเรียนพบเจอตัวเลขต่างๆที่ใดบ้าง
- นักเรียนคิดว่าตัวเลขมีประโยชน์อย่างไร
7) นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในชั้นเรียนเกี่ยวกับตัวเลข

3.2 รวบรวมความคิดและคำศัพท์
1) ครูถามคำถาม “ให้นักเรียนสังเกตส่วนต่างๆของร่างกายดูสิ ว่ามีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างมีจำนวนเท่าไหร่”
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดและร่วมกันตอบคำถาม
3) ครูให้นักเรียนออกแบบการบันทึกตัวเองของตนเอง
3.3 ปฏิบัติการสืบเสาะ
1) นักเรียนวาดภาพส่วนต่างๆของร่างกายตนเอง ลงในแบบบันทึกตัวเอง จากนั้นระบุตัวเลขลงไปในส่วนต่างๆของร่างกาย
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการบันทึกตัวเลขในร่างกาย
3) ครูถามคำถามดังนี้
- ในร่างกายของนักเรียนมีอวัยวะใดบ้าง
- อวัยวะแต่ละส่วน มีจำนวนเท่ากันหรือไม่
- อวัยวะในร่างกายของนักเรียนและของเพื่อนเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร
- อวัยวะแต่ละส่วนของนักเรียนและเพื่อน มีจำนวนเท่ากันหรือไม่ อย่างไร
- นักเรียนบอกจำนวนของอวัยวะต่างๆได้ด้วยวิธีใดบ้าง
4) นักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียนเกี่ยวกับการนับจำนวนของอวัยวะในร่างกาย จากนั้นเปรียบเทียบการนับจำนวนอวัยวะในร่างกายของตนเองและของเพื่อน
3.4 แบบรูปทางคณิตศาสตร์
1) ครูแจกใบงาน แบบรูปเกี่ยวกับร่างกายและการนับจำนวนของอวัยวะในร่างกาย ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ค้นหาแบบรูปทางคณิตศาสตร์และนับจำนวน
2) นักเรียนแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่การทำงาน จากนั้นลงมือทำกิจกรรม
3) ครูคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือนักเรียน ตลอดการปฏิบัติกิจกรรม
3.5 ตรวจสอบและใช้แบบรูป
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มสลับใบกิจกรรมการนับจำนวนและการหาแบบรูปของกลุ่มเพื่อน
2) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการนับจำนวนและการหาแบบรูป
3) ครูถามคำถามดังนี้
- ผลการนับจำนวนอวัยวะต่างๆในร่างกายของนักเรียน เหมือนหรือต่างจากเพื่อนอย่างไร
- นักเรียนใช้วิธีการใดบ้างในการหาคำตอบการนับจำนวน
- แบบรูปของนักเรียนเหมือนกับแบบรูปของเพื่อนๆหรือไม่ อย่างไร
- นักเรียนมีวิธีการหาแบบรูปได้อย่างไร
- การหาแบบรูปจำเป็นต้องมี 1 วิธีหรือไม่ ถ้ามีหลายวิธีสามารถหาแบบรูปได้อย่างไรบ้าง
4) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดหลังจากทำกิจกรรม โดยครูคอยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบรูป โดยแบบรูป คือ ชุดของตัวเลข หรือรูปภาพที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในลักษณะของจำนวน รูปร่าง สี หรือขนาด ตามกฏเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเมื่อทราบกฎเกณฑ์หรือความสัมพันธ์ที่กำหนดในแต่ละแบบรูป เราก็จะสามารถบอก คาดเดาหรือคาดการณ์ได้ว่า สิ่งต่างๆ รูปเรขาคณิต รูปอื่นๆ หรือ จำนวนที่หายไปคืออะไร
3.6 อภิปรายผล
1) ครูถามคำถามดังนี้
- จากการทำกิจกรรม นักเรียนพบอะไรบ้าง
- นักเรียนจะมีวิธีการนับสิ่งต่างๆได้อย่างไร
- นักเรียนจะมีวิธีการหาแบบรูปได้อย่างไร
2) ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการนับจำนวนและการหาแบบรูปทางคณิตศาสตร์ จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมโดยแบบรูป คือ ชุดของตัวเลข หรือรูปภาพที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในลักษณะของจำนวน รูปร่าง สี หรือขนาด ตามกฏเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเมื่อทราบกฎเกณฑ์หรือความสัมพันธ์ที่กำหนดในแต่ละแบบรูป เราก็จะสามารถบอก คาดเดาหรือคาดการณ์ได้ว่า สิ่งต่างๆ รูปเรขาคณิต รูปอื่นๆ หรือ จำนวนที่หายไปคืออะไร

กิจกรรมไม่เห็นไม่ได้ยิน   ระดับชั้น ป.1  ดำเนินการจัดกิจกรรม ณ โรงเรียนชุมชนบ้านหนองขุ่น สพป.อุบลราชธานี เขต 1การจัดการเ...
18/03/2025

กิจกรรมไม่เห็นไม่ได้ยิน ระดับชั้น ป.1 ดำเนินการจัดกิจกรรม ณ โรงเรียนชุมชนบ้านหนองขุ่น สพป.อุบลราชธานี เขต 1
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูตั้งประเด็นคำถามกับนักเรียน ดังนี้
- อวัยวะที่ใช้ในการมองเห็นคือ ส่วนใด
- อวัยวะที่ใช้ในการฟังเสียง/ได้ยินคือ ส่วนใด
- ถ้าเรามองไม่เห็นอย่างเดียวกับทั้งมองไม่เห็นและไม่ได้ยินด้วย จะรู้สึกแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
ครูและนักเรียนรวบรวมความคิด/ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับอวัยวะตาและหูว่า ตาอยู่บริเวณใบหน้าตามีไว้เพื่อการมองเห็น หูอยู่ที่ด้านข้างใบหน้า มีไว้เพื่อการฟังเสียง หากเราทั้งมองไม่เห็นและไม่ได้ยินจะใช้ชีวิตลำบากกว่าการมองไม่เห็นเพียงอย่างเดียว
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำนักเรียนเข้าสู่การเล่นเกม ปิดตาตีหม้อ
- ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน และครูชี้แจงกติกาและวิธีการเล่น ดังนี้
1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกคนที่จะถูกปิดตา 1 คน (ใช้ผ้าปิดตา) โดยให้คนถูกปิดตาจะเป็นคนตีหม้อ ส่วนคนที่เหลือให้บอกทิศทาง จนกว่าเพื่อนจะตีถูกหม้อ ทีมใดตีหม้อก่อน เป็นฝ่ายชนะ
2. การเล่นให้วางปี๊บ/ขวดน้ำ/ถังพลาสติก 1 ใบ ห่างจากผู้ปิดตา 5 เมตร แล้วจัดให้ผู้ถูกปิดตาหันไปทางหม้อ และจับหมุน 1 รอบ ให้ผู้ถูกปิดตาเดินไปข้างหน้าเพื่อตีหม้อของตน
- นักเรียนเตรียมเล่นเกม โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีการสื่อสารในการเล่นเกม
- นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมเล่นเกมตามกติกาที่กำหนด
- ครูชวนนักเรียนเล่นเกม ปิดตาตีหม้ออีกครั้งโดยกำหนดกติกาเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ผู้ถูกปิดตาต้องอุดหูด้วย
- นักเรียนเล่นเกม โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีการสื่อสารในการเล่นเกม
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถามกับนักเรียนขณะทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากการเล่นเกม ปิดตาตีหม้อ ดังนี้
-นักเรียนที่ถูกปิดตาสามารถตีหม้อได้หรือไม่ ตีถูกได้อย่างไร
-นักเรียนที่ถูกปิดตาและอุดหูสามารถตีหม้อได้หรือไม่ ตีถูกได้อย่างไร
-ระหว่างการปิดตาอย่างเดียวกับทั้งปิดตาและอุดหูแล้วตีหม้อ แตกต่างกันอย่างไร
5. บันทึกข้อมูล
นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกวิธีการสื่อสาร(วาดภาพ)ระหว่างผู้บอกทิศทางกับผู้ที่ถูกปิดตาและผู้ที่ถูกปิดตาและปิดหู ลงในใบกิจกรรม ไม่เห็นไม่ได้ยิน
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย ดังนี้ หูและตาเป็นอวัยวะที่ความสำคัญและทำงานประสานกัน ถ้าเราไม่มีตา ไม่มีหู เราจะทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างลำบาก คนตาบอดเขามีวิธีการเดินทางคือใช้ไม้เท้า/สุนัข/คน ช่วยนำหรือบอกทาง ส่วนคนหูหนวก/หูตึง เขามีวิธีการ คือ ใช้ภาษาใบ้/เขียนคำให้อ่าน/อ่านจากปาก เวลาพูด) วิธีดูแล ตาและหู ของเรา ให้ดีสามารถใช้งานได้นานๆ ทำได้โดยห้ามฟังเสียงที่ดังๆ/ ห้ามเอาของแข็งแหย่หู ห้ามมองแสงจ้าๆ ห้ามเล่นโทรศัพท์นาน
ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นี้
นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของอวัยวะ คือ หูและตา มากขึ้น

กิจกรรมสำรวจอวัยวะ   ระดับชั้น ป.1-ป.3  ดำเนินการจัดกิจกรรมณ โรงเรียนชุมชนบ้านหนองขุ่น  สพป.อุบลราชธานี เขต 1การจัดการเร...
18/03/2025

กิจกรรมสำรวจอวัยวะ ระดับชั้น ป.1-ป.3 ดำเนินการจัดกิจกรรม
ณ โรงเรียนชุมชนบ้านหนองขุ่น สพป.อุบลราชธานี เขต 1
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูตั้งประเด็นคำถามสอบถามนักเรียนดังนี้
-เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ด้วยอะไร
-ตามีไว้ทำอะไร
-เราได้ยินเสียงต่างๆ ได้ด้วยอะไร
-หูมีไว้ทำอะไร
-เราได้ยินเสียงต่างๆ ได้ด้วยอะไร
-หูมีไว้ทำอะไร
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
นักเรียนรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
-อวัยวะที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เรียกว่า อวัยวะภายนอก ซึ่งประกอบไปด้วย ตา หู จมูก ปาก แขน ขา ฯลฯ และ อวัยวะที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เรียกว่า อวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต ปอด ฯลฯ
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน
2. ครูให้นักเรียนทำใบบันทึกกิจกรรมที่ 1 ส่วนภายนอกของร่างกายอะไรบ้างที่หายไป โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกตส่วนต่างๆ ของร่างกายของตนเอง และเพื่อน วาดภาพต่อเติมส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ครบ แล้วตัดออกมาเพื่อนำมาประกบกับภาพใน ใบกิจกรรมที่ 2
3. ครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 2 อวัยวะภายในอะไรอยู่ตรงไหน โดยให้นักเรียนตัดภาพร่างกายและภาพอวัยวะภายใน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอวัยวะภายใน นำภาพอวัยวะภายในมาวางให้ตรงกับตำแหน่งที่ถูกต้อง จากนั้นนำภาพจากใบกิจกรรมที่ 1 มาวางประกบ ด้านบน ติดยึดด้วยกาว หรือเทปใส
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำผลงานมาแสดงหน้าชั้นเรียน
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งประเด็นคำถามถามนักเรียนว่า
-อวัยวะที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น ตา หู จมูก ปาก แขน ขา ฯลฯ แต่ละอวัยวะทำหน้าที่อะไรบ้าง
-อวัยวะที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต ปอด ฯลฯ แต่ละอวัยวะทำหน้าที่อะไรบ้าง
5. บันทึกข้อมูล
นักเรียนบันทึกข้อมูลลงในใบบันทึกกิจกรรมที่ 1 ส่วนภายนอกของร่างกายอะไรบ้างที่หายไป และใบบันทึกกิจกรรมที่ 2 อวัยวะภายในอะไรอยู่ตรงไหน
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า อภิปราย เรื่องอวัยวะภายนอก เป็นอวัยวะที่เราสามารถมองเห็น และสัมผัสได้ อยู่ภายนอกร่างกาย ซึ่งร่างกายของเรา จำเป็นต้องใช้อวัยวะภายนอก ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ และใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่วนระบบอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกายซึ่งเรามองไม่เห็นเรียกว่า อวัยวะภายในเช่น
ปอด หัวใจ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่
อวัยวะทุกส่วนทั้งภายนอกและภายใน ต่างก็มีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราทั้งสิ้น อวัยวะทุกส่วนจะต้องสมบูรณ์ แข็งแรง และทำงานได้ตามปกติ เราจึงจะมีสุขภาพดี
อวัยวะทุกส่วนของร่างกายจะทำงานประสานและสัมพันธ์กันเสมอ ไม่ว่าเราจะเดิน ยืน นั่งนอน หรือทำอะไรก็ตาม ถ้าอวัยวะใดไม่แข็งแรงและทำงานไม่ปกติ อาจทำให้อวัยวะอื่นๆ พลอยกระทบกระเทือนไป
ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นี้
ก่อนเรียนนักเรียนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับตำแหน่งของอวัยวะภายใน หลังจากทำกิจกรรมจึงมีมโนทัศน์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอวัยวะภายใน นอกจากนี้นักเรียนยังเห็นความสำคัญของอวัยวะต่างๆในร่างกายมากยิ่งขึ้น

ที่อยู่

Amphoe Muang Sam Sip
34140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านหนองขุ่น สพป.อบ.1ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท