KKLCC : Khon Kaen Low Carbon City

  • Home
  • KKLCC : Khon Kaen Low Carbon City

KKLCC : Khon Kaen Low Carbon City การพัฒนาเมืองขอนแก่นน่าอยู่อย่างยั่งยืน

"Khon Kaen Low Carbon City: การพัฒนาเมืองขอนแก่นน่าอยู่อย่างยั่งยืน กรณีเมืองขอนแก่น" โครงการที่จะชวนคนขอนแก่น มาพัฒนาจังหวัดขอนแก่น เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำของจังหวัดขอนแก่นอย่างยั่งยืน

16/09/2024

16 กันยายน วันโอโซนโลก 🫧
🌏 รู้มั้ย? โอโซน เกิดจากธรรมชาติ เป็นก๊าซสีฟ้าจาง ๆ ที่พบเป็นจำนวนมากในชั้นบรรยากาศของโลก มีหน้าที่ช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ไม่ให้ลงมายังพื้นผิวโลกมากเกินไป จึงยังช่วยป้องกันระบบนิเวศไม่ให้เสียสมดุล
⬇️ การลดลงของโอโซนในชั้นบรรยากาศนั้น ทำให้ความร้อนบนพื้นผิวโลกเพิ่มขึ้น รังสี UV สามารถส่องผ่านลงมายังพื้นผิวโลกได้โดยตรง ส่งผลกระทบต่อกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช และอาจก่อให้เกิดอันตรายกับระบบการทำงานและร่างกายของสัตว์และมนุษย์อีกด้วย
🫶เราสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปกป้องชั้นโอโซนได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้ ลดการใช้ขวดสเปรย์ที่มีสารประกอบของ CFCs รวมถึงหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ เป็นต้น

#พลังบ้านปูสู่พลังงานที่ยั่งยืน
แหล่งอ้างอิงข้อมูล : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ, NATIONAL GEOGRAPHIC (NGThai)

06/06/2024
06/05/2024
02/05/2024

มนุษยชาติมีเวลาอีกแค่ 5 ปี ก่อนเผชิญวิกฤตโลกรวนที่ไม่อาจย้อนกลับ
โลกมีเวลาอีกเพียงราว 5 ปี ในการป้องกันผลกระทบที่ไม่อาจแก้ไขได้จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
Climate Clock หรือนาฬิกาสภาพอากาศ เปิดตัวในเดือนกันยายน 2020 มีความสูง 4 ชั้น เหนือย่าน Union Square ของนิวยอร์กในย่านใจกลางเมืองแมนฮัตตัน โดยเกิดจากการสร้างสรรค์ของกลุ่มศิลปิน นักเขียน และนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน ได้แก่ กัน โกแลน (Gan Golan), แอนดรูว์ บอยด์ (Andrew Boyd), เคที เพย์ตัน ฮอฟสตัดเตอร์ (Katie Peyton Hofstadter) และ เอเดรียน คาร์เพนเตอร์ (Adrian Carpenter) โดยมีเป้าหมายเพื่อ ‘เตือนโลกทุกวันว่าเราใกล้จะถึงจุดอันตรายแล้ว’ ขณะที่ เกรตา ธันเบิร์ก (Greta Thunberg) นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนก็มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ช่วงแรกๆ ด้วย
ตัวเลขบนนาฬิกาแสดงให้เห็นว่าโลกเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ก่อนที่อุณหภูมิโลกจะร้อนขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นจุดที่ผลกระทบเลวร้ายที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ‘ไม่อาจย้อนกลับได้’
ข้อมูลในนาฬิกาสภาพอากาศอ้างอิงจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Mercator Research Institute on Global Commons and Climate Change (MCC) ไม่ได้นับถอยหลังวันที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกจะสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส แต่เป็นการประเมินว่าจะมีเวลาเหลืออีกเท่าใด ก่อนที่มนุษย์จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากพอที่จะกระตุ้นให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งปัจจุบันประเมินว่าอยู่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2029
ข้อมูลปี 2023 ระบุว่า โลกมีอุณหภูมิร้อนกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมประมาณ 1.48 องศาเซลเซียส เนื่องจากการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดคลื่นความร้อน ไฟป่า พายุ และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และเป็นเหตุผลที่ผู้นำโลกต้องตกลงร่วมกันในข้อตกลงปารีส เพื่อป้องกันไม่ให้โลกร้อนมากกว่าที่เป็นอยู่
ทั้งนี้ เว็บไซต์นาฬิกา https://climateclock.world/ ยังแสดง Lifeline หรือเส้นชีวิตที่สามารถทำให้โลกจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียสได้ โดยแบ่งเป็น 6 ด้าน ดังนี้
1. พลังงานหมุนเวียน ซึ่งปัจจุบันพลังงานทั่วโลกที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนอยู่ที่ 12.5% และกำลังเพิ่มขึ้น แต่ยังเร็วไม่มากพอ ซึ่งผู้สร้างนาฬิกายังเรียกร้องให้นานาชาติดำเนินการแข่งกับเวลาในการลดการแพร่กระจายก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ซึ่งยังไม่มีรัฐบาลประเทศใดในโลกเต็มใจที่จะทำ
2. การรักษาพื้นที่อาศัยของชนพื้นเมือง ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ที่สำคัญต่อความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติของโลก
3. Loss and Damage ความสูญเสียและความเสียหายจากภาวะโลกรวน โดย Loss คือมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไป ส่วน Damage คือความเสียหายต่อทรัพย์สินในเชิงกายภาพ
4. กองทุนภูมิอากาศสีเขียว หรือ Green Climate Fund (GCF) เป็นกลไกทางการเงินภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) จัดตั้งขึ้นโดย 194 ประเทศ ในปี 2013 เพื่อส่งเสริมประเทศกำลังพัฒนาให้ตอบสนองต่อความท้าทายที่มีผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันมีคำมั่นสัญญาที่ได้รับการยืนยันแล้วมูลค่ารวม 9.52 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี
5. ความเท่าเทียมทางเพศ ในธรรมาภิบาลแห่งชาติเป็นวิธีแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ โดยปัจจุบันเปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่เป็นตัวแทนในรัฐสภาของประเทศทั้งหมดคือ 26.5% การเคลื่อนไหวของสตรีและการเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศทั่วโลกมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเป็น 50% ความต้องการบรรลุความเท่าเทียมทางเพศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเจรจาและข้อตกลงทั้งหมด เพื่อต่อสู้กับผลกระทบด้านลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
6. การถอนการลงทุนด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนำแรงกดดันทางเศรษฐกิจมาสู่ผู้นำในอุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมัน และส่งเสริมให้นักลงทุนปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่ยุติธรรมไปสู่พลังงานหมุนเวียน
อ้างอิง:
https://climateclock.world
https://www.theverge.com/2023/7/22/23803197/climate-change-clock-deadline-new-york
https://www.channelnewsasia.com/sustainability/new-york-city-climate-clock-ticks-below-six-year-mark-first-time-raising-urgency-global-climate-action-warming-sustainability-3650436
https://en.wikipedia.org/wiki/Climate_Clock
https://www.npr.org/2021/11/08/1052198840/1-5-degrees-warming-climate-change
https://yaleclimateconnections.org/2021/08/1-5-or-2-degrees-celsius-of-additional-global-warming-does-it-make-a-difference

01/05/2024
หนังสือเรียนวิชาเปลี่ยนเมือง 📚🏘️มานะ มานี สอนแยกขยะ
25/04/2024

หนังสือเรียนวิชาเปลี่ยนเมือง 📚🏘️
มานะ มานี สอนแยกขยะ

💚 วันคุ้มครองโลก (Earth Day)----------------วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี คือ วันที่กำห...
22/04/2024

💚 วันคุ้มครองโลก (Earth Day)
----------------
วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี คือ วันที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงจุดกำเนิดของการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่ในปี ค.ศ. 1970 เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนดำเนินการเพื่ออนุรักษ์ ปรับปรุง และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของเรา

14/03/2024

เชื่อไหมว่า ‘หญ้าทะเล’ สามารถดูดซับคาร์บอนได้ดีกว่าป่าปกติถึง 4 เท่า แต่ในทุก ๆ 30 นาที จะมีหญ้าทะเลหายไป 1 สนามฟุตบอล เพราะมลพิษที่มนุษย์สร้างขึ้น แถมยังเป็นอาหารหลักให้แก่พะยูนไทย.....
แล้วถ้าหญ้าทะเลหายไปจะเกิดอะไรตามมา ?
#แหล่งเก็บคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะหายไป
ทุ่งหญ้าทะเลปกคลุมพื้นผิวมหาสมุทรไม่ถึง 1% แต่มีส่วนช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีในมหาสมุทรมากถึง 10% จากข้อมูลขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ปี 2021 ระบุว่าหญ้าทะเลสามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอน (Blue Carbon) ได้มากกว่าป่าบนบก 7-10 เท่า
แต่น่าเศร้าที่ตอนนี้หญ้าทะเลได้กลายเป็นระบบนิเวศที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลกจากปัจจัยต่างๆ เช่น เรือ รีสอร์ต การพัฒนาชายฝั่ง และสภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มีจำนวนลดลงกว่า 7% ต่อปี และเราได้สูญเสียหญ้าทะเลไปแล้วกว่า 35% ในเวลา 40 ปีที่ผ่านมา เท่ากับว่าแหล่งดูดซับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังจะหายไป....
#คาร์บอนมหาศาลจะถูกคายออกมา
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือถ้าหญ้าทะเลอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกรบกวน เขาจะปล่อยคาร์บอนที่เก็บไว้ออกมา 25 - 40% ภายใน 3 ปี และถ้าตายก็จะปล่อยทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซมีเทนที่เป็นตัวการสร้างก๊าซเรือนกระจกอันดับสองเพิ่มมาอีกด้วย ซึ่งก๊าซมีเทนอาจถูกปล่อยได้นานหลายสิบปี ! (บางวิจัยพบว่านานเกิน 25 ปี) นับได้ว่าเป็นจำนวนมหาศาลที่สามารถทำให้โลกเราร้อนได้เร็วขึ้นเยอะทีเดียว
#สัตว์ทะเลเริ่มสูญพันธุ์
แน่นอนว่าพะยูนจะสูญพันธุ์...เพราะพวกเขากินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก ตามมาด้วยสัตว์ทะเลตัวเล็กที่มีหญ้าทะเลเป็นที่อยู่อาศัยอย่าง แพลงก์ตอน ปลา กุ้ง ปูม้า เต่า ไปจนถึง สาหร่าย ซึ่งสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้คือห่วงโซ่อาหารสำคัญ เมื่อไม่มีพวกเขาสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ก็เสี่ยงสูญพันธุ์ไปด้วย
#จะช่วยหญ้าทะเลได้อย่างไร
ควรสนับสนุนรีสอร์ตที่ยั่งยืนและไม่ไปรบกวนระบบนิเวศทางทะเล เวลาไปดำน้ำก็ระวังอย่าไปรบกวนหญ้าทะเล ร่วมปลูกหญ้าทะเลให้ถูกวิธี ช่วยกันลดการปล่อยมลพิษ
และอีกอย่างที่ทำได้ง่ายๆ ก็คือการบอกต่อความรู้เรื่องนี้ให้คนรอบตัวทราบ แค่นี้ก็ช่วยหญ้าทะเลได้มากขึ้นแล้ว
Image Credit: Ben Jones / Ocean Image Bank
__________
#หญ้าทะเล #ภาวะโลกร้อน #โลกร้อน #บลูคาร์บอน #รักษ์โลก #ความรู้ #ความรู้รอบตัว #พะยูน #พะยูนไทย
อ้างอิง:
https://www.the-scientist.com/news-opinion/seagrasses-continue-to-emit-methane-decades-after-death-69722
https://eos.org/articles/mortality-of-seagrass-meadows-may-not-kill-their-methane-release
https://www.theguardian.com/environment/2022
https://petromat.org/2022/carbon-sink
https://www.seub.or.th/bloging/knowledge/2023-134/
https://www.openaccessgovernment.org/seagrasses-methane/129722/
https://blog.padi.com/ways-to-protect-seagrass/
https://www.abelandcole.co.uk/blog/post/how-to-save-our-seagrass-with-marine-conservation-society

09/03/2024

Address

เทศบาลนครขอนแก่น

40000

Telephone

+66851685552

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when KKLCC : Khon Kaen Low Carbon City posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The School

Send a message to KKLCC : Khon Kaen Low Carbon City:

Shortcuts

  • Want your school to be the top-listed School/college?

Share