29/06/2026
คนไข้ sepsis with septic shock ที่ ER ของเรา ต้องให้ IV ไปอีกนานแค่ไหน BPถึงจะขึ้น? ให้ไปอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ? แล้วขึ้น Levophed ตอนนี้ได้เลยมั้ยหมอ? แล้วจะขึ้นตอนไหนดี? วันนี้ เราจะได้มาหาคำตอบกัน จากงานวิจัยใหม่ จาก ARISE FLUIDS trial
Vasopressors or Fluids in Early Septic Shock
Background
- ทุกวันนี้ แนวทางการResucitation ผู้ป่วยseptic shockระยะแรก ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ ถึงเรื่องเวลาที่เหมาะสมในการเริ่ม vasopressor ระหว่างแนวทางเดิม ที่เน้นการให้สารน้ำ crystalloid ปริมาณมากก่อน ค่อยเริ่ม vasopressor กับแนวทางใหม่ ที่เน้นไปที่การให้ vasopressor เร็วกว่าเดิม โดยไม่ได้จำเป็นต้องให้สารน้ำเยอะๆ เพราะมีหลักฐานว่า การให้สารน้ำมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียกับผู้ป่วย ทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐาน RCTขนาดใหญ่ ที่ยืนยันได้แน่ชัด ว่าแบบไหนดีกว่ากัน
- งานวิจัย ARISE FLUIDS trial นี้ จึงทำขึ้นเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการรักษาสองแนวทางนี้ ว่าส่งผลต่อผลลัพธ์ผู่ป่วย early septic shock ที่ 90 วันหรือไม่
Methods
- Multicenter, Randomized Controlled Trial, Open-label ใน 3 ประเทศ (Australia, New Zealand, Ireland)
- Inclusion criteria ผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่สงสัยว่ามี infection และมี SBP < 90 mmHg หรือ MAP < 65 mmHg หลังจากได้ fluid bolus อย่างน้อย 1000 ml แล้ว, มี lactate > 2 mmol/L และได้รับยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด
- Exclusion ได้สารน้ำมากกว่า 2000 ml, อยู่ในER > 6 ชมแล้ว, มีอุปสรรคในการอยู่ใน trial เช่น มีข้อจำกัดในการรักษา, ต้องไปผ่าตัดด่วน หรือแพทย์แจ้งว่าไม่เหมาะสมกับที่จะเข้า trial
- สุ่มแบบ 1:1 เทียบระหว่า งrestric fluid และ early vasopressor (กลุ่ม vasopressor) หรือได้ fluid มากขึ้น (กลุ่ม fluids) Protocol จะทำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และต่อได้ถึง 24 ชั่วโมงหลังสุ่ม หลังจากนั้นดูแลต่อตามปกติ
- กลุ่ม vasopressor จะเริ่ม vasopressor เลยหลังสุ่มให้ vasopressor ชนิด/dose ตามดุลยพินิจของแพทย์ ทั้งนี้ให้ fluid ได้ครั้งละ 250 ml ถ้าจำเป็น เช่น มี refractory hypotension, persistent hypoperfusion, lactate > 4 mmol/l หรือสูงขึ้น persistent tachycaria หรือ oliguria
- ส่วนกลุ่ม Fluids ให้ fluid bolus up to 1000 ml ใน1ชมแรก โดยหลังจากนั้นให้ bolus ได้ครั้งละ 500 ml ถ้ามี hypotension/ hypoperfusion รวมถึงพยายามให้ได้ครบ 30 ml/kg ใน 3 ชม. สามารถให้ vasopressor ได้ในที่สุดถ้าแพทย์ตัดสินใจว่าจำเป็น
- ทั้งนี้หาก BP ต่ำมาก ๆ ทั้ง 2 กลุ่มสามารถให้ fluid และ vasopressor ร่วมกันได้
Outcome
-Primary Outcome : จำนวนวันที่ผู้ป่วยมีชีวิตและไม่ได้อยู่โรงพยาบาล ใน 90 วันหลัง randomization
-Secondary Outcomes รวมถึง อัตราตายที่ 28 และ 90 วัน, organ support
-Safety outcome เช่น complication ของ peripheral vasopressor, pulmonary edema, organ ischemia
Results
- มีผู้ป่วยเข้า trial ตั้งแต่วันที่ 26 ตค 2021- 3 พย 2025 โดยรวมมีจำนวน 1000 คนที่ได้ randomization แต่มีข้อมูลที่มาใช้วิเคราะห์แบบ Intention-to-treat population 963 คน เป็นกลุ่ม Vasopressor group = 481 คน และ Fluids group = 482 คน
- ผู้ป่วย โดยเฉลี่ยอายุ 68 ปี เพศชาย 60% น้ำหนักเฉลี่ย 78 kg ค่ากลาง SBP 85 lactate 3 mmol/l ได้ fluid ไปแล้วก่อน randomize 1500 ml
- ในช่วง 6 hr กลุ่ม fluids ได้รับสารน้ำมากกว่า ประมาณ 1 L ส่วนใน 24 hr ได้สารน้ำมากกว่าประมาณ 1.1 L
- Primary Outcome – จำนวนวันที่ผู้ป่วยมีชีวิตและไม่ได้อยู่โรงพยาบาล 76 วัน เท่ากันทั้งสองกลุ่ม (difference, 0.0 days; 95% CI, −2.7 to 2.7; P = 1.00)
- Secondary and Tertiary Outcome - อัตราการเสียชีวิต ที่ 90 วัน ไม่ต่างกัน (relative risk of death in the vasopressor group, 1.14; 95% CI, 0.85 to 1.54)
- Safety outcome ไม่แตกต่างกัน ยกเว้น pulmonary edema ที่กลุ่ม Vasopressor group = 0.6%, Fluids group = 5.0% (RR 0.12 95%CI 0.03 – 0.39, P < 0.001)
Limitation
- เป็น open label trial ซึ่งการวัดความแตกต่างของ pulmonary edema อาจเป็น reporting bias ได้
- จากผู้ป่วยที่ screen ได้ exclude ผู้ป่วยไปมาก เช่น คนที่มี heart failure หรือได้ fluid > 2000 ml ก่อน screening
- มีผู้ป่วยได้ intervention ไม่ครบ 24 hr เพราะออกจาก ICU ไปก่อน
- Primary outcome เป็น composite outcome
- อาจไม่สามารถแปลผลได้ในประเทศที่มี resource ต่ำ
Conclusion
ในผู้ป่วยที่มี early septic shock การให้ restricted fluid ร่วมกับ early vasopressor เมื่อเทียบกับ fluid มากกว่า ไม่ได้ลดจำนวนวันที่ผู้ป่วยมีชีวิตและอยู่นอกรพ.ภายใน 90 วันหลัง randomization
Take Home Message
-งานวิจัย multicenter open label RCT ในผู้ป่วย 1000 คน พบว่า ในผู้ป่วยที่มี early septic shock การให้ restricted fluid ร่วมกับ early vasopressor เมื่อเทียบกับ fluid มากกว่า ไม่ได้ลดจำนวนวันที่ผู้ป่วยมีชีวิตและอยู่นอกรพ.ภายใน 90 วันหลัง randomization
- จะให้สารน้ำเยอะเลย หรือเริ่มVasopressorเร็ว ในคนไข้ septic shock ให้พิจารณาเป็นรายๆไป อย่างน้อยใน paper นี้ก็ช่วยบอกว่า early vasopressor และsmall fluid bolus หลังผู้ป่วยได้สารน้ำไประยะนึง มีความปลอดภัย ซึ่งน่าจะเหมาะมากอย่างยิ่งกับกลุ่มที่เสี่ยง pulmonary edema เช่น Heart failure ESRD,CKD
Research Methodology Q&A
Q: primary outcome ใน paper นี้คือ จำนวนวันที่ผู้ป่วยมีชีวิตและไม่ได้อยู่โรงพยาบาล ใน 90 วันหลัง Randomization (days alive and out of the hospital from randomization to day 90) คืออะไร ทำไมต้องใช้ outcome นี้ ดีกว่าหรือแย่กว่าใช้ outcome เช่น mortality อย่างไร
A: outcome นี้ คือ Composite Outcome ที่นับจำนวนวันที่ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่และถูกจำหน่ายกลับบ้าน โดยไม่ถูกรับกลับเข้าโรงพยาบาลซ้ำ ภายในช่วงเวลา 90 วันนับจากเริ่มสุ่มแบ่งกลุ่ม
Outcome นี้ สะท้อนทั้ง การรอดชีวิต และคุณภาพชีวิต/ความเร็วในการฟื้นตัวของผู้ป่วย โดยมองว่าการที่ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านได้เร็วที่สุดคือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการดูแลรักษา
ข้อดีที่เหนือกว่าการวัด outcome แบบเดี่ยว ๆ เช่น mortality คือ ช่วยเพิ่ม statistical power ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะเป็น continuous scale ทำให้ตรวจพบความแตกต่างระหว่างกลุ่มทดลองได้ไวขึ้น
ทั้งนี้ ข้อจำกัดคือการแปลผลมีความซับซ้อนและอาจเกิด Bias ได้ง่าย เช่น ผู้ป่วยบางรายมีชีวิตอยู่นานแต่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่กลับมีค่านี้เท่ากับ 0 เหมือนผู้ป่วยที่เสียชีวิตทันทีซึ่งในแง่คลินิกมีความรุนแรงต่างกันมาก รวมถึงขึ้นอยู่กับเกณฑ์การจำหน่ายผู้ป่วยของแต่ละโรงพยาบาลด้วย
Reference: Author:The ARISE FLUIDS Investigators, the ANZICS Clinical Trials Group, and the ACEM Clinical Trials Network. (2026). Vasopressors or Fluids in Early Septic Shock. The New England Journal of Medicine, published online June 11, 2026. DOI: 10.1056/NEJMoa2516225
R3 ญาดา/ อ. จุฑามาศ