18/09/2026
องค์ความรู้ เรื่อง วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)
องค์ความรู้: เรื่อง วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)
"หนึ่งในเส้นทางรากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์"
วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” เป็นวัดตั้งอยู่ในเขตพระราชวัง บวรสถานมงคล เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง วัดบวรสถานสุทธาวาส แห่งนี้จึงไม่มีพระภิกษุจำพรรษาเช่นกัน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ สร้างถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา เดิมบริเวณนี้สมเด็จ พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ โปรดให้สร้างวัดประทานแก่ หลวงชีนักนางแม้น ผู้เป็นมารดาของนักองค์อีและนักองค์ภา พระสนมเอกของพระองค์ ซึ่งเป็นพระธิดาของสมเด็จ พระอุไทยราชา พระเจ้ากรุงกัมพูชา พร้อมทั้งชีอื่นที่เป็นบริวารอยู่จำศีลภาวนา ครั้งนั้นเรียกว่า “วัดหลวงชี” ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๒ ไม่มีชีอันสมควรแก่การอุปการะ วัดนี้จึงชำรุดทรุดโทรมลง สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๒ จึงโปรดให้รื้อวัดหลวงชี ทำเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๓ ทรงอุทิศบริเวณสวน กระต่าย โปรดให้สร้างวัดขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า“วัดบวรสถานสุทธาวาส” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ เพื่อทรงแก้บน หรือเฉลิมพระเกียรติเมื่อครั้งได้เสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ในปีพุทธศักราช ๒๓๖๘
พระอุโบสถนี้แต่เดิมนั้นสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ มีพระดำริสร้างเป็นยอดปราสาท แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดห้ามไว้ เพราะไม่มีธรรมเนียมการสร้างยอดปราสาท ในพระราชวังบวรสถานมงคลมาก่อน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ จึงทรงเปลี่ยนเป็นหลังคาทรงจตุรมุข และทรงสร้างพระประธานปางประธานอภัยประดิษฐานในพระอุโบสถ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จสมบูรณ์ พระองค์เสด็จสวรรคต ในปีพุทธศักราช ๒๓๗๕ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงดำเนินการก่อสร้างวัดบวรสถานสุทธาวาสต่อ พระองค์มีพระราชดำริโปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐานในพระอุโบสถแห่งนี้ จึงโปรดให้พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ สร้างฐานชุกชีสำหรับตั้งบุษบกกลางพระอุโบสถ และให้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง ต านานพระพุทธสิหิงค์ และเรื่องอดีตพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ บนผนังทั้งสี่ด้าน หลังบานประตูหน้าต่างเขียนภาพเทพเจ้าฮินดูปางต่าง ๆ เหมือนกับวัดสุทัศนเทพวราราม แต่การยังไม่แล้วเสร็จ พระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปีพุทธศักราช ๒๔๐๘ พระราชดำริที่จะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ที่พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาสแห่งนี้ก็ล้มเลิกไป หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างเพิ่มเติมจนแล้วเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดให้กรมหมื่นบวรวิไชยชาญ เป็นพระมหาอุปราชวังบวรสถานมงคล หลังจากกรมหมื่นบวรวิไชยชาญเสด็จสวรรคต ตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลก็ว่าง ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาตำแหน่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เป็น มกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชกฤษฎีกายกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราชฝ่ายหน้า นับตั้งแต่นั้นมา
ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๓ พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส ได้รับการตกแต่งให้ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระอุโบสถจึงเปลี่ยนนามเป็น “พระเมรุพิมาน” โดยโปรดให้จัดงานพระศพสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระบรมราชอุปัธยาจารย์ก่อน แล้วจึงจัดงานพระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ หลังจากนั้นได้มีการใช้พระเมรุพิมานจัดงานพระศพเจ้านายอีกหลายพระองค์
ปัจจุบันบริเวณวัดบวรสถานสุทธาวาส เป็นที่ตั้งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
ข้อมูล/ภาพ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร