องค์ความรู้กรมศิลปากร

องค์ความรู้กรมศิลปากร ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก องค์ความรู้กรมศิลปากร, การศึกษา, อาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) เลขที่ 81 เขตดุสิต, เขตดุสิต.

องค์ความรู้ เรื่อง วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)
18/09/2026

องค์ความรู้ เรื่อง วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)

องค์ความรู้: เรื่อง วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)

"หนึ่งในเส้นทางรากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์"

วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” เป็นวัดตั้งอยู่ในเขตพระราชวัง บวรสถานมงคล เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง วัดบวรสถานสุทธาวาส แห่งนี้จึงไม่มีพระภิกษุจำพรรษาเช่นกัน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ สร้างถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา เดิมบริเวณนี้สมเด็จ พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ โปรดให้สร้างวัดประทานแก่ หลวงชีนักนางแม้น ผู้เป็นมารดาของนักองค์อีและนักองค์ภา พระสนมเอกของพระองค์ ซึ่งเป็นพระธิดาของสมเด็จ พระอุไทยราชา พระเจ้ากรุงกัมพูชา พร้อมทั้งชีอื่นที่เป็นบริวารอยู่จำศีลภาวนา ครั้งนั้นเรียกว่า “วัดหลวงชี” ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๒ ไม่มีชีอันสมควรแก่การอุปการะ วัดนี้จึงชำรุดทรุดโทรมลง สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๒ จึงโปรดให้รื้อวัดหลวงชี ทำเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๓ ทรงอุทิศบริเวณสวน กระต่าย โปรดให้สร้างวัดขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า“วัดบวรสถานสุทธาวาส” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ เพื่อทรงแก้บน หรือเฉลิมพระเกียรติเมื่อครั้งได้เสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ในปีพุทธศักราช ๒๓๖๘

พระอุโบสถนี้แต่เดิมนั้นสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ มีพระดำริสร้างเป็นยอดปราสาท แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดห้ามไว้ เพราะไม่มีธรรมเนียมการสร้างยอดปราสาท ในพระราชวังบวรสถานมงคลมาก่อน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ จึงทรงเปลี่ยนเป็นหลังคาทรงจตุรมุข และทรงสร้างพระประธานปางประธานอภัยประดิษฐานในพระอุโบสถ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จสมบูรณ์ พระองค์เสด็จสวรรคต ในปีพุทธศักราช ๒๓๗๕ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงดำเนินการก่อสร้างวัดบวรสถานสุทธาวาสต่อ พระองค์มีพระราชดำริโปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐานในพระอุโบสถแห่งนี้ จึงโปรดให้พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ สร้างฐานชุกชีสำหรับตั้งบุษบกกลางพระอุโบสถ และให้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง ต านานพระพุทธสิหิงค์ และเรื่องอดีตพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ บนผนังทั้งสี่ด้าน หลังบานประตูหน้าต่างเขียนภาพเทพเจ้าฮินดูปางต่าง ๆ เหมือนกับวัดสุทัศนเทพวราราม แต่การยังไม่แล้วเสร็จ พระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปีพุทธศักราช ๒๔๐๘ พระราชดำริที่จะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ที่พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาสแห่งนี้ก็ล้มเลิกไป หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างเพิ่มเติมจนแล้วเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดให้กรมหมื่นบวรวิไชยชาญ เป็นพระมหาอุปราชวังบวรสถานมงคล หลังจากกรมหมื่นบวรวิไชยชาญเสด็จสวรรคต ตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลก็ว่าง ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาตำแหน่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เป็น มกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชกฤษฎีกายกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราชฝ่ายหน้า นับตั้งแต่นั้นมา

ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๓ พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส ได้รับการตกแต่งให้ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระอุโบสถจึงเปลี่ยนนามเป็น “พระเมรุพิมาน” โดยโปรดให้จัดงานพระศพสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระบรมราชอุปัธยาจารย์ก่อน แล้วจึงจัดงานพระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ หลังจากนั้นได้มีการใช้พระเมรุพิมานจัดงานพระศพเจ้านายอีกหลายพระองค์

ปัจจุบันบริเวณวัดบวรสถานสุทธาวาส เป็นที่ตั้งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม

ข้อมูล/ภาพ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร

องค์ความรู้: เรื่อง พระประธาน วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)
18/09/2026

องค์ความรู้: เรื่อง พระประธาน วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)

องค์ความรู้: เรื่อง พระประธาน วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)

พระประธาน ของพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ลงรักปิดทองปางประทานอภัย ประดิษฐานอยู่บนบุษบก ด้านหลังองค์พระประดับด้วยลวดลายปูนปั้นลงรักปิดทองประดับกระจกสี มีจารึกบนแผ่นหินอ่อน เป็นบท “พุทธคุณ”กล่าวสรรเสริญองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดให้สร้างขึ้นสำหรับประดิษฐานบนฐานชุกชีและบุษบกครอบ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จพระองค์ก็ทรงพระประชวรหนัก เมื่อใกล้จะสวรรคตพระองค์ทรงจบพระหัตถ์ผ้าห่มพระประธานไว้ แล้วประทานพระองค์เจ้าดาราวดีไว้ ดำรัสสั่งว่า ต่อไปถ้าท่านผู้ใดเป็นใหญ่ได้ทรงบูรณะวัดนั้น ให้ถวายผ้าผืนนี้และทรงให้พระให้ด้วย ซึ่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงรับผ้าผืนนั้นและทรงพระพุทธรูป ถวายสมดังพระราชอุทิศกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ

ข้อมูล: กองโบราณคดี
ภาพ: กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

17/09/2026

กรมศิลปากร ชวนเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังงานช่างฝีมือผ่านกระบวนการปั้น เขียนสีเทวดาประกอบพระเมรุมาศ งานศิลปกรรมที่สะท้อนถึงความวิจิตรบรรจง ภูมิปัญญา และทักษะการทำงานของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

ตั้งแต่กระบวนการปั้น การตกแต่งลวดลาย ไปจนถึงการเขียนสีและสร้างสรรค์รูปเทวดา เพื่อประกอบพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ล้วนต้องอาศัยความชำนาญ ความประณีต และความใส่ใจในทุกขั้นตอน

ร่วมเปิดมุมมองและเรียนรู้คุณค่าของงานช่างศิลปกรรมไทยจากผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร ในรายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน ปั้น เขียนสีเทวดา ประกอบพระเมรุมาศ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ - ๑๙.๔๕ น. วิทยากรโดย นายภราดร เชิดชู ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านประติมากรรม นายจักรพันธ์ หิรัญสาลี จิตรกร ชำนาญการพิเศษ และนายพุฒิพงษ์ เจริญสุขใส นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน จากสำนักช่างสิบหมู่ ดำเนินรายการโดยนายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

#ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ #กรมศิลปากร #สำนักช่างสิบหมู่ #ปั้นเขียนสีเทวดาประกอบพระเมรุมาศ

องค์ความรู้: สำนักช่างสิบหมู่ คเนศจตุรถี เทศกาลแห่งปัญญา การเริ่มต้น และการหลอมรวมศรัทธา
17/09/2026

องค์ความรู้: สำนักช่างสิบหมู่
คเนศจตุรถี เทศกาลแห่งปัญญา การเริ่มต้น และการหลอมรวมศรัทธา

คเนศจตุรถี:
เทศกาลแห่งปัญญา การเริ่มต้น และการหลอมรวมศรัทธา
ในบรรดาเทศกาลบูชาเทพเจ้าของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู คเนศจตุรถี (Ganesh Chaturthi) นับเป็นหนึ่งในวาระศักดิ์สิทธิ์ที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยพลังศรัทธาที่สุด เทศกาลนี้คือการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของพระพิฆเนศ มหาเทพผู้เป็นปฐมแห่งการบูชา ผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวง และบรมครูแห่งสรรพศาสตร์ ศิลปวิทยาการ ตลอดจนปัญญาญาณ
ตามปฏิทินจันทรคติฮินดู เทศกาลนี้ตรงกับวันขึ้น 4 ค่ำ เดือนภัทรปท (Bhadrapada) ซึ่งมักตรงกับช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนของทุกปี ความเชื่อโบราณระบุว่า ในช่วงเวลานี้พลังงานของพระองค์จะแผ่ลงมาใกล้ชิดโลกมนุษย์มากที่สุด ผู้ศรัทธาจึงนิยมอัญเชิญเทวรูปเข้าสู่เคหสถานหรือปะรำพิธีสาธารณะ (Sarvajanik Pandals) เพื่อประกอบพิธีเฉลิมฉลองต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 10 วันเต็ม
จิตวิญญาณแห่งเครื่องสักการะ
พิธีกรรมในเทศกาลคเนศจตุรถีสะท้อนปรัชญาความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ของถวายแต่ละชนิดล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อันแยบคาย:

ขนมโมทกะ (Modak) และลาดู (Laddu): ขนมทรงโปรดที่มีไส้มะพร้าวคลุกน้ำตาลอ้อย ห่อหุ้มด้วยแป้ง เปรียบเสมือนความสุขอันบริสุทธิ์และรสหวานแห่งปัญญาที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ
หญ้าแพรก (Durva Grass): พืชสมุนไพรติดดินที่สื่อถึงความถ่อมตน ความคงทน และการดับความเร่าร้อน ตามตำนานที่พระองค์ทรงกลืนอสูรเพลิงลงไปจนเกิดความร้อนรุ่ม พระฤๅษีจึงถวายหญ้าแพรกเพื่อระงับความร้อนนั้น
ดอกไม้และสีสัน: ชบาแดง ดาวเรือง และผงชาดเจิมหน้าผาก (Sindoor) สื่อถึงพลังชีวิต ความมงคล และการตื่นรู้

เครื่องบูชาทั้งหมดต้องเป็นมังสวิรัติบริสุทธิ์ ปราศจากเนื้อสัตว์และไข่ เพื่อรักษาความสะอาดบริสุทธิ์ของจิตใจและมณฑลพิธี
คเณศวิสรชัน: การคืนสู่ธาตุและการปล่อยวาง
จุดสูงสุดของเทศกาลเกิดขึ้นในวันสุดท้ายที่เรียกว่า อนันต์จตุรทศี (Anant Chaturdashi) ซึ่งเป็นวันส่งเสด็จผ่านพิธี คเณศวิสรชัน (Ganesh Visarjan) ผู้คนจะแห่แหนเทวรูปดินเหนียวพร้อมเสียงกลอง เสียงดนตรี และเสียงสวด “คณปติ บัปปา โมรยา” (Ganpati Bappa Morya) ไปยังแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือทะเล เพื่ออัญเชิญองค์พระลงสู่สายน้ำ

พิธีกรรมนี้แฝงสัจธรรมทางปรัชญาอย่างลึกซึ้ง เทวรูปที่ปั้นจากดินเปรียบเสมือนรูปธรรม (Saguna) เมื่อละลายคืนสู่กระแสน้ำ พระองค์ก็ทรงกลับคืนสู่สภาวะธรรมชาติอันไร้รูป ไร้ขอบเขต (Nirguna) ตอกย้ำความจริงแห่งสังสารวัฏว่า ทุกสิ่งก่อกำเนิด ดำรงอยู่ และดับสลายคืนสู่ความว่างเปล่า
คเนศจตุรถีจึงมิใช่เพียงการกราบไหว้เพื่อขอพรโชคลาภทางโลก หากแต่เป็นการชำระล้างอุปสรรคภายในใจ การเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ด้วยปัญญา และการเตือนใจให้รู้จักปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปด้วยจิตใจที่เบิกบานและบริสุทธิ์
ภาพวาดโดย : นายวิริยะ ชอบกตัญญู
ตำเเหน่งจิตรกร ชำนาญการ
#คเนศ #พระพิฆเนศ

องค์ความรู้ : ภาพเก่าจากฟิล์มกระจก Old Picture from Glass Plate Negativesพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฉลองพระองค์...
17/09/2026

องค์ความรู้ : ภาพเก่าจากฟิล์มกระจก
Old Picture from Glass Plate Negatives
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฉลองพระองค์เต็มยศเสือป่าราบหลวงรักษาพระองค์

องค์ความรู้ : ภาพเก่าจากฟิล์มกระจก

Old Picture from Glass Plate Negatives

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฉลองพระองค์เต็มยศเสือป่าราบหลวงรักษาพระองค์ ทรงสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ ทรงถือธงประจำกองเสือป่ามณฑลกรุงเก่า
เสด็จออกมุขเด็จ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่เสือป่าและลูกเสือที่เข้าร่วมพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาและพระราชทานธงประจำกองเสือป่ามณฑลกรุงเก่า ระหว่างการเสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๔๕๔

King Vajiravudh wearing full dress uniform of the Royal Guard Regiment, Wild Tiger Corps and the Ancient and Auspicious Order of the Nine Gems, holding the flag of the Monthon Ayutthaya Wild Tiger Corps, standing on the front porch of Phrathinang Warophatphiman, Bang Pa-In Palace. The king gave a speech to the Wild Tigers and boy scouts who were there for the Oath of Allegiance ceremony, then gave the Wild Tiger flag to the Regiment. The photograph was taken on October 14, 1911, during the king's journey to the Northern Provinces.

ภาพ/ข้อมูล : หนังสือฟิล์มกระจกฉลองมรดกความทรงจำแห่งโลก เล่ม ๓

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติเรื่อง: “พุทธมามกะ” หนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็กเล่มแรก
17/09/2026

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ
เรื่อง: “พุทธมามกะ” หนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็กเล่มแรก

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ
เรื่อง: “พุทธมามกะ” หนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็กเล่มแรก

หนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็ก พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2471 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะปลูกฝังธรรมะ คุณงามความดีไว้ในหัวใจของเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์ “พุทธมามกะ” เรียบเรียงโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เพื่อพระราชทานในงานพระราชพิธีวิสาขบูชา พร้อมทั้งพระราชนิพนธ์คำนำด้วยพระองค์เอง เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึง ความหมายของคำว่า “พุทธมามกะ” ซึ่งแปลว่าการรับเอาพระพุทธเจ้าเป็นของตน หรือผู้ประกาศตนว่านับถือพระพุทธศาสนา รวมถึง ระเบียบ ข้อบังคับ และ การประพฤติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี
ท่านใดสนใจ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ห้องหนังสือหายาก อาคาร 2 ชั้น 3 วันจันทร์ – ศุกร์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ เวลา 09.00-16.30 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น.

บรรณานุกรม
ลำดวน เทียรฆนิธิกุล. “หนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็ก.” ศิลปากร. 46, 3 (พฤษภาคม-มิถุนายน 2546): 15-25.
วชิรญาณวโรรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา. พุทธมามกะ. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2471.

เรียบเรียงข้อมูล นางสาวศิรินารถ สว่างวงษ์ไว บรรณารักษ์ปฎิบัติการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
กราฟิก นางสาวธันย์ชนก ชัยวรรัตนสกุล นักวิชาการโสตทัศนศึกษา สำนักหอสมุดแห่งชาติ

องค์ความรู้: สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ตอน “บ้านดู่ แหล่งผลิตตะกั่วโบราณค้นพบใหม่ของแอ่งที่ราบเชียงราย – เชียงแสน”
16/09/2026

องค์ความรู้: สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่
ตอน “บ้านดู่ แหล่งผลิตตะกั่วโบราณค้นพบใหม่ของแอ่งที่ราบเชียงราย – เชียงแสน”

องค์ความรู้: สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรพระที่นั่งราเชนทรยาน
16/09/2026

องค์ความรู้: สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระที่นั่งราเชนทรยาน

รำลึก "บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย" ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
15/09/2026

รำลึก "บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย" ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

รำลึก "บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย" ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือนามเดิมคือ คอร์ราโด เฟโรจี (Corrado Feroci) ประติมากรชาวอิตาลีจากเมืองฟลอเรนซ์ ผู้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่แผ่นดินสยามเพื่ออุทิศทั้งชีวิตให้กับการวางรากฐานศิลปะสากล จนได้รับการยกย่องเป็น "บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย" และเป็นผู้ก่อตั้ง มหาวิทยาลัยศิลปากร
ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ ที่เมืองฟลอเรนซ์ เดินทางจากประเทศอิตาลีสู่แผ่นดินไทย โดยเข้ารับราชการในตำแหน่งช่างปั้นกรมศิลปากรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) และเป็นผู้มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง "โรงเรียนประณีตศิลปกรรม" ซึ่งต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยศิลปากร"
ท่านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ รวมอายุได้ ๖๙ ปี
ผลงานประติมากรรมชิ้นสำคัญที่ท่านเป็นผู้ออกแบบ ควบคุมการหล่อ และปั้นอนุสาวรีย์สำคัญทของประเทศไทยหลายแห่ง อาทิ
- พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า)
- อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม จังหวัดนครราชสีมา)
- อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (ถนนราชดำเนิน)
- อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่)
- พระพุทธรูปประธาน (พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม)

องค์ความรู้: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เรื่อง โบราณสถานวัดหนองป่าพง
14/09/2026

องค์ความรู้: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
เรื่อง โบราณสถานวัดหนองป่าพง

ที่อยู่

อาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) เลขที่ 81 เขตดุสิต
เขตดุสิต
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ องค์ความรู้กรมศิลปากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง องค์ความรู้กรมศิลปากร:

ทางลัด

แชร์

ประเภท