วิจัย รามจิตติ

วิจัย รามจิตติ พื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน

มูลนิธิฯ ร่วมกับภาคี จัดพิธีมอบรางวัลรางวัลคุณากร รางวัลครูยิ่งคุณ และรางวัลครูขวัญศิษย์ ปี 2568เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 25...
23/10/2025

มูลนิธิฯ ร่วมกับภาคี จัดพิธีมอบรางวัลรางวัลคุณากร รางวัลครูยิ่งคุณ และรางวัลครูขวัญศิษย์ ปี 2568

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และกระทรวงมหาดไทย ได้จัดพิธีมอบรางวัลให้แก่ครูเครือข่ายมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 6 ปี 2568 ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม 2 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เพื่อเชิดชูเกียรติและยกย่องครูผู้มีคุณูปการต่อศิษย์และสังคม โดยมีศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมในพิธีพร้อมผู้บริหารทางการศึกษาและครูผู้ได้รับรางวัลกว่า 200 คน
รางวัลที่มอบในครั้งนี้ประกอบด้วยรางวัลคุณากร รางวัลครูยิ่งคุณ และรางวัลครูขวัญศิษย์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน รวมถึงคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และอีก 6 องค์กรระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาครูที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตศิษย์และมีคุณูปการต่อวงการศึกษา โดยครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี 2568 ของประเทศไทย โดยรางวัลคุณากร ได้แก่ ครูไพลรัตน์ สำลี จากวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และครูทอน บัวเรือง จากโรงเรียนบ้านดงน้ำเดื่อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมครูผู้ได้รับรางวัล โดยย้ำถึงความสำคัญของครู โดยมองว่า “ความเป็นครู” ไม่อาจถูกแทนที่ได้ เพราะครูไม่ได้เพียงถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่บ่มเพาะจิตใจ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเทคโนโลยีไม่สามารถทำได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้มอบหมายให้หน่วยงานหลักของกระทรวง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกันวางแผนเพื่อต่อยอดผลงานครูรางวัลในปีนี้ ให้เกิดการขยายผลสู่การเรียนรู้ในห้องเรียนทั่วประเทศ อันจะเป็นการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในระยะยาว
ท้ายที่สุด ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีและทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการคัดเลือกและเชิดชูครูผู้มีคุณูปการ พร้อมให้กำลังใจครูทุกคนให้ก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของความเป็นครูที่มุ่งมั่นสร้างคนดีให้กับสังคมไทยต่อไป

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีร่วมทัศนศึกษาวัฒนธรรมไทย ณ วัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 มูลนิธิร...
22/10/2025

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีร่วมทัศนศึกษาวัฒนธรรมไทย ณ วัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจัดกิจกรรมพิเศษนำครูผู้ได้รับรางวัลจาก 14 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ติมอร์เลสเต มองโกเลีย บังกลาเทศ และภูฏาน พร้อมผู้ติดตาม และคณะทำงานของมูลนิธิฯ ร่วมเดินทางทัศนศึกษาวัฒนธรรมไทยในกรุงเทพมหานคร
ในโอกาสนี้ ครูรางวัลฯ ได้เยี่ยมชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่รู้จักกันดีในนาม "วัดพระแก้ว" ซึ่งเป็นพระอารามหลวงสำคัญของประเทศไทย เข้าร่วมสักการะพระแก้วมรกตอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล อีกทั้งยังได้เยี่ยมชมศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมอันงดงามของพระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะปราสาทพระเทพบิดร และนครวัดจำลอง ที่แสดงให้เห็นถึงความงามและความละเอียดอ่อนของศิลปะไทย โดยมีมัคคุเทศก์ผู้เชี่ยวชาญจากศิลปากรให้ความรู้
นอกจากนี้คณะครูและผู้ติดตามยังได้ชมจิตรกรรมฝาผนังที่ถ่ายทอดเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งแสดงจิตรกรรมในฉากตอนต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบภายในพระระเบียง และเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมโดยรอบ รวมทั้งยังได้ร่วมภาพถ่ายหมู่เป็นที่ระลึกบริเวณพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งเป็นพระที่นั่งแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตก สร้างความประทับใจและสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยให้กับครูต่างชาติอย่างลึกซึ้ง
กิจกรรมนี้นอกจากเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจระหว่างประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งในระดับสากลอีกด้วย

#มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

#วิจัยรามจิตติ

Chulakorn Masatienwong

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 14 ประเทศ ศึกษาดูงาน “คูโบต้าฟาร์ม” เรียนรู้เกษตรอัจฉริยะและนวัตกรรมการปลูกพืชแห่งอนาคต เ...
22/10/2025

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 14 ประเทศ ศึกษาดูงาน “คูโบต้าฟาร์ม” เรียนรู้เกษตรอัจฉริยะและนวัตกรรมการปลูกพืชแห่งอนาคต


เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี นำโดย อาจารย์วิภา ลัคนาพรวิสิฐ กรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยดร.อัญชลี เกษสุริยงค์ และนางสาววงเดือน สุวรรณศิริ คณะทำงานมูลนิธิฯ ได้นำคณะครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี 2568 จาก 14 ประเทศ พร้อมผู้ติดตามและคณะ รวมจำนวน 42 คน เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ คูโบต้าฟาร์ม สยามคูโบต้า อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยมี คุณรชต ศานติวรวงศ์ ผู้จัดการประสบการณ์ฟาร์ม (Farm Experience Executive) คูโบต้าฟาร์ม สยามคูโบต้า และคณะ ให้การต้อนรับ โดยได้ให้ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับแนวคิดและเป้าหมายของคูโบต้าฟาร์มในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรสมัยใหม่ ก่อนที่คณะศึกษาดูงานจะลงพื้นที่เยี่ยมชม 2 โซนสำคัญ ได้แก่
โซนที่ 1 : โซนเกษตรแม่นยำ ข้าวและพืชหลังนา (Precision Rice Farm and Crop Rotation Zone) นำเสนอแนวคิด “เกษตรแม่นยำ” ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบปลอดนาหว่าน (Zero Broadcast), ระบบ GNSS ควบคุมทิศทางอัตโนมัติ, โดรนฉีดพ่นทางการเกษตร, แอปพลิเคชันปฏิทินเพาะปลูก และระบบอัจฉริยะ KUBOTA Intelligent Solutions (KIS) ที่สามารถตรวจจับพิกัดและวิเคราะห์ข้อมูลเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างแม่นยำและยั่งยืน
โซนที่ 2 : โซนนวัตกรรมพืชสวน (Horticultural Innovation Zone) โซนนี้แสดงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการทำฟาร์มพืชสวนยุคใหม่ เช่น การทำฟาร์มในร่ม (Indoor Farming), โรงเรือนปลูกพืช (Greenhouse), การปลูกพืชแนวตั้ง (Vertical Farming) และโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ที่ใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automation System)
คณะครูยังได้ทดลองใช้เทคโนโลยีวัดคุณภาพผลไม้แบบไม่ทำลายผลผลิต (Non Destructive Testing) ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (NIR – Near Infrared Radiation) รวมถึงชมการสาธิตเทคโนโลยี Shock Freezer ที่ช่วยคงคุณภาพ สี กลิ่น รสชาติ และคุณค่าทางอาหารของผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้ร่วมทดลองขับ “รถปลูกผัก” สุดล้ำด้วยตนเอง
โดยภาพรวมจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2568 ต่างประทับใจในความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมเกษตรของประเทศไทย และเห็นแนวทางในการนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงเผยแพร่ต่อในเครือข่ายครูของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและโอกาสในอาชีพเกษตรกรรมยุคใหม่

#มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

#วิจัยรามจิตติ


Chulakorn Masatienwong

ผู้นำการศึกษาจากบังกลาเทศ ภูฏาน มองโกเลีย และมาเลเซีย ร่วมแลกเปลี่ยนนโยบายทางการศึกษา ชี้การสร้างระบบการศึกษาที่ยั่งยืน ...
22/10/2025

ผู้นำการศึกษาจากบังกลาเทศ ภูฏาน มองโกเลีย และมาเลเซีย ร่วมแลกเปลี่ยนนโยบายทางการศึกษา ชี้การสร้างระบบการศึกษาที่ยั่งยืน สร้างครูสร้างคนคุณภาพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อมนุษย์

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องนโยบายการศึกษาในประเทศบังกลาเทศ ภูฏาน มองโกเลีย และมาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้นใน เวลา 14.00 – 17.00 น. ณ ห้องแซฟไฟร์ 109 โดยมีคุณรีเบคก้า สุลตานา คุณรีเบคก้า สุลตานา (Ms. Rebecca Sultana) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษามวลชน (Secretary of Ministry of Primary and Mass Education) จากบังกลาเทศ คุณเชวัง โชเฟล ดอร์จี (Tshewang Chophel Dorji) ปลัดกระทรวงการศึกษาและพัฒนาทักษะ (Secretary of Ministry of Education and Skills Development) นางมยักมาร์ จาดัมบา (Mrs. Myagmar Jadamba) อธิบดีกรมการศึกษาปฐมวัย (Director-General of the Early Childhood Education Division) จากมองโกเลีย ร่วมนำเสนอถึงนโยบายและระบบการศึกษาของแต่ละประเทศ
อีกทั้งมีดร.ชาห์ จาฮาน บิน อัสซานาคุตตี (Dr. Shah Jahan bin Assanarkutty) รองผู้อำนวยการอาวุโส กองการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมด้านเทคนิค กระทรวงศึกษาธิการ (Senior Deputy Director of Technical Vocational Education and Training Division, Ministry of Education) นำเสนอเรื่องการอาชีวศึกษาของประเทศมาเลเซีย โดยมีผศ.ดร.สันติ เจริญพรพัฒนา กรรมการมูลนิธิและรองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดำเนินรายการ โดมีนักการศึกษา ครู และผู้สนใจเข้าร่วมประชุม
ในโอกาสนี้ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิฯ ได้กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม โดยเน้นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในช่วงเวลาที่โรงเรียนหลายแห่งปิดตัวลงจากสถานการณ์โควิด- 19 รวมถึงการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานร่วมกันในระดับนานาชาติ เช่น โครงการ PMCA Breakfast และ PMCA Academy ที่ใช้เทคโนโลยี เช่น Google Translate และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ทั้งนี้ ในการนำเสนอนโยบายและระบบการศึกษาจากกรณีศึกษา 4 ประเทศนี้ วิทยากรแต่ละท่านได้นำเสนอโดยมีสาระสำคัญที่เน้น อาทิ
• คุณรีเบคก้า สุลตานา จากบังกลาเทศ นำเสนอภาพรวมระบบการศึกษาของประเทศ พร้อมเน้นที่ความสำคัญของการพัฒนาครู การส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา และนโยบายเน้น Economic Growth ผ่าน STEM และเทคโนโลยี
• คุณเชวัง โชเฟล ดอร์จี จากภูฏาน อธิบายระบบการศึกษาที่เน้นความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH) การบูรณาการคุณธรรมและวัฒนธรรมในหลักสูตร รวมถึงการปฏิรูปเน้นคุณภาพและความยั่งยืน
• นางมยักมาร์ จาดัมบา จากมองโกเลีย กล่าวถึงระบบการศึกษาที่ครอบคลุมและเน้นเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล รวมทั้งการพัฒนาทักษะผู้เรียนและครู
• ดร.ชาห์ จาฮาน บิน อัสซานาคุตตี จากมาเลเซีย กล่าวถึงนโยบายและความสำเร็จของระบบ TVET อาชีวศึกษาที่เน้นความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน มุ่งผลิตแรงงานทักษะสูงและปรับหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้ให้นักการศึกษา ครู และผู้สนใจ ได้ร่วมถามต่อวิทยากรเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นเรื่องสงสัย ซึ่งมีประเด็น อาทิ ปัญหาและโอกาสด้านเทคโนโลยี การปลูกฝังทักษะและแนวทางการพัฒนาครู รวมถึงความท้าทายด้านค่านิยมในสายอาชีวะและความเสมอภาคในโอกาสการศึกษา การเชื่อมโยงการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น
ทั้งนี้ โดยภาพรวมแนวทางการพัฒนาการศึกษาของทั้งบังกลาเทศ ภูฏาน มองโกเลีย และมาเลเซีย ผู้นำนโยบายทั้ง 4 ประเทศต่างมอง “การศึกษา” เป็นกลไกหลักของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ชัดเจน ครูถูกยกให้เป็นหัวใจของความเปลี่ยนแปลง จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องทั้งด้านทักษะและคุณธรรม นอกจากนี้ ทุกประเทศยังใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือขยายโอกาสทางการศึกษาและเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ รวมถึงปรับหลักสูตรให้เน้นสมรรถนะ การคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21
อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศมีแนวทางเฉพาะที่สะท้อนบริบทของตนเอง บังกลาเทศเน้นนโยบายเพื่อความเท่าเทียมและการพัฒนาทุนมนุษย์ ภูฏานยึดปรัชญาความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH) เป็นแกนกลางของการศึกษาที่สมดุลระหว่างจริยธรรม สิ่งแวดล้อม และความสุขของประชาชน มองโกเลียมุ่งพัฒนาระบบดิจิทัลและการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อรองรับสังคมเทคโนโลยี ขณะที่มาเลเซียเน้นระบบอาชีวศึกษา (TVET) และการพัฒนาทักษะเพื่อเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม
โดยสรุปผู้นำนโยบายทั้ง 4 ประเทศชี้ว่า การขับเคลื่อนระบบการศึกษาต้องอาศัยการมีวิสัยทัศน์ชัด การลงทุนในครู การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลัก ระบบหลักสูตรฐานสมรรถนะ และความร่วมมือหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันนโยบายการศึกษาให้ตอบโจทย์ความยั่งยืนและไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังขณะที่จุดต่างกันอยู่ที่แนวคิดเชิงนโยบายและกลยุทธ์เฉพาะด้าน ซึ่งสะท้อนถึงบริบทและเป้าหมายพัฒนาการศึกษาของแต่ละประเทศอย่างชัดเจน

#มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

#วิจัยรามจิตติ

Chulakorn Masatienwong

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2568 ร่วมย้ำบทบาทครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์...
22/10/2025

ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2568 ร่วมย้ำบทบาทครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีได้จัดเวทีเสวนานำเสนอผลงานครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2568 โดยมีครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดที่เน้น “การศึกษาที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน” แบ่งการเสวนาในหัวข้อหลัก 4 เรื่อง โดยมีดร.ทินสิริ ศิริโพธิ์ ดำเนินรายการ ดังนี้
________________________________________
1. หัวข้อ: นักนวัตกรรมด้านการสอนและเทคโนโลยี (Innovators in Teaching & Technology) โดยมีครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจากบรูไนดารุสลาม มาเลเซีย และเวียดนามเข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งครูแต่ละท่านได้เน้นย้ำบทบาทของเทคโนโลยีกับการสอน ดังเช่น
• นางชาริฟะฮ์ ฮาจี โมห์ด ชาห์ลัน (บรูไน) : สอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยเชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติผ่านโครงงาน เช่น ถังขยะอัจฉริยะ และระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ โดยใช้ Arduino และหุ่นยนต์ เธอเน้นว่า “การเรียนรู้ที่ดีต้องให้ผู้เรียนได้ลองผิดลองถูกในสถานการณ์จริง”
• ทีเอส. โมฮัมหมัด รอสนิซัม บิน โมฮัมหมัด (มาเลเซีย): นำเสนอแนวคิด “New Face of Agriculture” สอนการเกษตรสมัยใหม่ด้วย IoT, AI และการแปรรูปผลผลิต เช่น แอปเกษตรที่ช่วยให้ชาวบ้านจัดการผลผลิตได้ดีขึ้น โดยเน้นย้ำว่า “นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเมืองใหญ่ แต่มาจากปัญหาในชุมชนของเรา”
• ครูเหงียน ถิ ถู ลาน (เวียดนาม): เชื่อมเทคโนโลยีกับการเรียนในระดับปฐมวัย เช่น Smart Classroom และการเรียนรู้ผ่านการเล่น เธอกล่าวว่า “การเรียนรู้ที่ดี เริ่มต้นจากห้องเรียนที่เด็กมีความสุข”
ทั้งนี้ สรุปสาระสำคัญร่วมจากครูทุกท่านได้ว่า การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้ที่ลงมือปฏิบัติจริงและตอบโจทย์อนาคตนั่น คือความท้าทายของโลกยุคใหม่ และครูต้องเท่าทันและใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เพื่อประโยชน์แก่นักเรียนอย่างสูงสุด
________________________________________
2. หัวข้อ: นักปฏิบัติด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Engagement Practitioners) โดยมีครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจากบังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ ประเทศไทย และติมอร์ - เลสเต เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งครูแต่ละท่านได้ชี้ถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันกับชุมชน อาทิ
• ครูโมฮัมหมัด ชาฟิอุล อิสลาม (บังกลาเทศ): ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน สื่อสารกับผู้ปกครอง และใช้เทคโนโลยีช่วยผู้เรียน เขาเปรียบครูว่าเป็น “ตะเกียงส่องทาง” และย้ำว่า “ครูไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง แต่ต้องพร้อมเรียนรู้ไปกับนักเรียน”
• ครูเลอา โดมิงโก (ฟิลิปปินส์): ใช้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น “แลกขยะเป็นอุปกรณ์การเรียน” และ “ปลูกต้นไม้ในเดือนเกิด” เพื่อสร้างจิตสำนึกของเด็ก เธอเชื่อว่า “หัวใจของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่การมีส่วนร่วมของทั้งชุมชน”
• ครูไพรวัลย์ ยาปัญ (ครูมด) (ประเทศไทย): ทำงานกับเด็กไร้สัญชาติในสังขละบุรี ให้พวกเขาเข้าถึงการศึกษา และสร้างโครงการ “พี่ต้นแบบ น้องต้นกล้า” โดยครูกล่าวว่า “ปัญหาคือบทเรียน และไม่มีใครช่วยเด็กเหล่านี้ได้เท่ากับตัวเขาเอง”
• ครูฟรานซิสโก เดอ คาร์วัลโญ่ (ติมอร์-เลสเต): เชี่ยวชาญการสอนแบบหลายชั้น มุ่งสร้างโรงเรียนแบบเรียนรวมที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยย้ำว่า “ไม่มีใครทำได้เพียงลำพัง” และการศึกษาเกิดได้จากความร่วมมือของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ สรุปสาระสำคัญร่วมได้ว่า ครูทุกท่านชี้ว่า การเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนคือกุญแจสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงการศึกษาอย่างยั่งยืน หน้าที่ของครูจึงต้องรู้จักชุมชนและสร้างการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับชุมชนท้องถิ่น และเพื่อให้เด็กเติบโตไปพร้อมๆ ชุมชนที่เข้มแข็งมั่นคง
________________________________________
3. หัวข้อ: ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตและผู้พัฒนาวิชาชีพ (Lifelong Learners & Professional Developers) โดยมีครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจากภูฏาณ เมียนมา และสปป. ลาว เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งครูแต่ละท่านได้ชี้ถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและครูผู้ต้องพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
• นางสาวชิมี เดมา (ภูฏาน): ใช้ปรัชญา “Gross National Happiness” ในการสร้างผู้เรียนที่สมดุลทั้งวิชาการและความสุข เธอเป็นผู้นำเครือข่ายครูยูเนสโก และกล่าวว่า “ครูต้องไม่หยุดเรียนรู้ เพื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้”
• นางสาวมอว์ มอว์ (เมียนมา): สอนภาษาอังกฤษในบริบทที่ยากลำบาก เช่น นักเรียนมากกว่า 70 คนต่อห้อง เธอจัดกิจกรรมแข่งขันภาษาอังกฤษและโค้ชนักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมบอกว่า “แค่ใส่ใจและวางแผนอย่างรอบคอบ ก็เปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้แล้ว”
• นางบุนมา โพธิลาด (ลาว): ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมที่พัฒนานวัตกรรมสอนเคมีจากสมุนไพรในท้องถิ่น เช่น การทำสบู่และน้ำยาปรับผ้านุ่ม เธอย้ำว่า “ครูต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงจากตนเอง ก่อนจะเปลี่ยนระบบ”
ทั้งนี้ ในวงเสวนาได้สรุปสาระสำคัญที่ว่า ครูต้องเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างแรงบันดาลใจให้ครูรุ่นใหม่ในชุมชน การเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอคือเครื่องมือสำคัญของผู้เป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง
________________________________________
4. หัวข้อ: ผู้นำด้านการศึกษาพิเศษและการศึกษาแบบเรียนรวม (Champions of Special & Inclusive Education) โดยมีครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจากอินโดนีเซีย มองโกเลีย และสิงคโปร์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งครูแต่ละท่านได้ชี้ถึงครูผู้ต้องไม่ทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งที่ต้องจัดการเรียนรู้อย่างเข้าใจธรรมชาติเด็กและความต้องการการเรียนรู้ ดังเช่น
• Ms. Ade Putri Sarwendah (อินโดนีเซีย): ใช้แอปพลิเคชัน GEMBIRA และโครงการฟาร์ม ABEKHA ฝึกทักษะชีวิตเด็กบกพร่องทางสติปัญญา โดยกล่าวว่า “เทคโนโลยีช่วยเปิดโลกให้เด็กพิเศษเห็นคุณค่าของตนเอง”
• Mrs. Uyanga Adiyasuren (มองโกเลีย): เชื่อมโรงเรียนกับนายจ้างและชุมชน เช่น โรงงาน สนามบิน เพื่อฝึกอาชีพให้เด็กพิเศษ เธอยืนยันว่า “การเข้าใจผู้เรียน คือกุญแจสำคัญของการศึกษาแบบมีหัวใจ”
• Mdm. Ang Sing Yee (สิงคโปร์): สร้างระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนและจัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ เช่น Tender Tuesdays และ Purple Parade เธอเชื่อว่า “เด็กทุกคนควรมีแชมเปี้ยนที่เชื่อมั่นในตัวเขา”
ทั้งนี้ จากเสวนาสรุปสาระสำคัญได้ว่า การศึกษาที่แท้จริงต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดใดก็ตาม ซึ่งครูคือผู้สร้างสรรค์และสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเด็กที่แตกต่างหลากหลาย ให้สามารถเติบโตอย่างมีเต็มศักยภาพได้
________________________________________
โดยบทสรุป การเสวนาทั้ง 4 หัวข้อในครั้งนี้ ไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ร่วมงาน แต่ยังตอกย้ำบทบาทของครูในศตวรรษที่ 21 ว่าต้องเป็นทั้งผู้นำ ผู้เรียนรู้ และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผู้เรียนทุกคน ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างและศรัทธาในพลังของการศึกษาอย่างแท้จริง

#มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

#วิจัยรามจิตติ

Chulakorn Masatienwong

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 เชิดชูครูผู้เปลี่ยนชีวิตศิษย์จาก ...
22/10/2025

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 เชิดชูครูผู้เปลี่ยนชีวิตศิษย์จาก 14 ประเทศ

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568 โดยมี ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลรายงาน และเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ อาคารอิมแพค ฟอรั่ม 2 เมืองทองธานี จัดโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ จาก 14 ประเทศ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ มีถ่ายทอดสดไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัส ว่า ขอแสดงความยินดีกับครูทั้ง 14 ท่าน จาก 10 ประเทศในอาเซียน ติมอร์-เลสเต บังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย ที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นครูที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตศิษย์
ครูที่มีคุณภาพจะนำไปสู่นักเรียนที่มีคุณภาพ ซึ่งจะกลายเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป ครูจำเป็นต้องพัฒนาวิธีการสอนที่สอดคล้องกับบริบทของนักเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต หลักสูตรและวิธีการสอน ควรจะวางรากฐานการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนพร้อมรับมือ และเสริมสร้างทักษะสำหรับการทำงาน และทักษะสังคม
"ครู" มีหน้าที่สร้างความตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม ชี้นำทางให้ลูกศิษย์ได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาตนเองให้ดีที่สุด
ในโลกปัจจุบัน AI มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้มากขึ้น ครูควรใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน และสอนนักเรียนให้ใช้ AI อย่างชาญฉลาด มีจริยธรรมและความรับผิดชอบ
นับจากนี้ สุดยอดครูทั้ง 14 ท่าน สามารถร่วมมือกับ "ครูเครือข่ายรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี" เพื่อช่วยเหลือครูท่านอื่น ๆ โดยเชื่อมั่นว่าครูรางวัลแต่ละท่านเปรียบเสมือนแสงเทียนที่จุดประกายเทียนเล่มใหม่อีกมากมาย ขอให้ครูถ่ายทอดความรู้และทักษะ และสร้างแรงบันดาลใจให้ครูท่านอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนได้มากขึ้น
ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลรายงาน ความตอนหนึ่งว่า พิธีพระราชทานรางวัลมีความหมายมากกว่าการยกย่อง เชิดชูความสำเร็จของครูที่โดดเด่น แต่นับเป็นการยกย่องเชิดชูวิชาชีพครูอันทรงเกียรติ และเป็นการยืนยันถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลังและส่งเสริมการศึกษาให้มีความก้าวหน้าทั่วทั้งภูมิภาค นับแต่เริ่มต้นก่อตั้งรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีอันทรงเกียรติเพื่อเชิดชูครูผู้ทุ่มเท อุทิศตนให้กับการเรียนรู้ที่กว้างกว่าในห้องเรียน รางวัลนี้เป็นการตอกย้ำว่า ครูไม่เพียงแต่ผู้ถ่ายทอดความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สร้างคุณธรรม ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และสถาปนิกของอนาคตที่สดใส
ในปีนี้ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ได้มอบรางวัลให้แก่ครูจาก 14 ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน และเป็นปีแรกที่ขยายการยกย่องครูไปยัง 3 ประเทศใหม่ที่เข้าร่วม ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ราชอาณาจักรภูฏาน และมองโกเลีย ครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลแต่ละท่านล้วนเป็นแบบอย่างของจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู ความมีเมตตา ความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงถ่ายทอดและทรงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เหล่าพสนิกร
ในโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครูที่ดีต้องไม่เพียงแต่เป็นผู้นำทางและเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นโค้ชและนักนวัตกร ผู้ที่กล้าที่จะจิตนาการการเรียนรู้ใหม่ ผู้ที่เชื่อมโยงบทเรียนในห้องเรียนกับประสบการณ์จริง และผู้ปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจ คุณธรรม ความยืดหยุ่น และการคิดอย่างมีวิจารณญาณในตัวนักเรียน คือ นักการศึกษาผู้สร้างสรรค์อนาคตอย่างแท้จริง
กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะเสริมสร้างศักยภาพผ่านการพัฒนาวิชาชีพอย่างครอบคลุม เพื่อให้ครูสามารถตอบสนองความต้องการของโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงการขยายโอกาส การฝึกอบรม การบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์มาใช้ และการส่งเสริมการสอนที่เป็นนวัตกรรม
ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการลดภาระงานของครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการสอนและการดูแลนักเรียนมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสวัสดิการและระบบสนับสนุนครู เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี โดยตระหนักว่าสวัสดิการของครูมีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน โดยจะยึดมั่นในวิสัยทัศน์นี้เพื่อสร้างหลักประกันว่า ทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ครอบคลุม เท่าเทียม และทั่วถึง
ในโอกาสอันทรงเกียรตินี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี สำหรับความทุ่มเทที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการริเริ่มกิจกรรมอันทรงคุณค่านี้ รวมถึงความร่วมมือของพันธมิตรระหว่างประเทศและหน่วยงานด้านการศึกษาที่สนับสนุนความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญที่สุดคือ ครูทุกท่านที่มีความมุ่งมั่น อดทนและแน่วแน่ในการนำพาไปสู่โลกที่ดีขึ้น ยังคงส่องสว่างไปสู่หนทางที่ดีและมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น
สำหรับในปี 2568 มีครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ดังนี้
- นายโมฮัมหมัด ชาฟิอุล ครูสอนคณิตศาสตร์ บังคลาเทศ ให้การสนับสนุนนักเรียนนอกห้องเรียนด้วยการเยี่ยมบ้านและให้ความรู้เรื่องโภชนาการ บูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในการสอน สร้างบทเรียนวิดีโอสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง และใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
- นางสาวชิมี เดมา ครูสอนภาษาอังกฤษ ภูฏาน เป็นผู้นำในการจัดหลักสูตรภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน และจัดหลักสูตรภาษาอังกฤษเข้มข้นเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อช่วยนักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ดี และได้ตีพิมพ์นวนิยายชื่อ “Twice Born” เป็นการจุดประกายด้านการเขียนในหมู่นักเรียน
- นางชาริฟะฮ์ บินติ ฮาจี โมห์ด ชาห์ลัน ครูสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ บรูไนดารุสซาลาม ได้สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้และประสบการณ์ ไม่ใช่ผ่านการสอบ แต่เป็นการมีส่วนร่วมกับนักเรียน ความสนุกกับการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แข่งขัน กระตุ้นด้วยนิทรรศการเพื่อขยายมุมมองและการสัมผัสประสบการณ์จริง
- นางอาเด ปูตรี ซาร์เวนดะห์ ครูสอนพิเศษ อินโดนีเซีย ที่อุทิศตนเพื่อช่วยให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาโดยได้แอปพลิเคชันช่วยนักเรียนหูหนวก แอปพลิเคชันการเจริญพันธุ์สำหรับนักเรียนวัยรุ่นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เอกสารการเรียนรู้ภาษามือ และการเรียนรู้แบบมัลติมีเดียด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
- นางบุนมา โพธิลาด ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูสอนวิชาเคมีและชีววิทยา สปป ลาว ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริงและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนเพื่อสนับสนุนโรงเรียนและจัดหาทรัพยากร ด้วยหลักการทำงาน 4 ประการ ได้แก่ การวางแผน การดำเนินการ การประเมิน และการปรับปรุง
- ทีเอส. โมฮัมหมัด รอสนิซัม บิน โมฮัมหมัด ยูซอฟ ครูอาชีวศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร และนักเทคโนโลยีมืออาชีพที่พัฒนาโมเดล T.A.R.S. (คิด : Think วิเคราะห์ : Analyse ค้นคว้า : Research และแก้ปัญหา : Solve) มาเลเซีย ได้ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักเรียนจากภูมิหลังชนบทและครอบครัวที่มีรายได้น้อย และริเริ่มโครงการ “โฉมหน้าใหม่ของการเกษตร” เพื่อฝึกการคิดนอกกรอบและสร้างผู้ประกอบการในอนาคต
- นางอุยังกะ อาดิยาสุเรน ครูและผู้จัดการฝึกอบรมที่โรงเรียนอาชีวศึกษาเอเนเรล มองโกเลีย สอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา สนับสนุนการเรียนรวม โดยสร้างนักเรียนให้มีทักษะต่าง ๆ สามารถพึ่งพาตนเองได้ สามารถสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงผู้ปกครอง
- นางสาวมอว์ มอว์ ครูสอนภาษาอังกฤษ เมียนมา โดยช่วยให้นักเรียนบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง ให้การสนับสนุนนักเรียนที่มีความหลากหลายทางสติปัญญา รูปแบบการเรียนที่แตกต่างกัน และสร้างโอกาสการเข้าร่วมการแข่งขันพูดภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะของนักเรียน
- นางเลอา โดมิงโก ครูประถม ฟิลิปปินส์ ได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เปลี่ยนขยะให้เป็นสมบัติ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และปกป้องสัตว์ป่าและนก รวมทั้งสนับสนุนให้นักเรียนสร้างโครงการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักการจัดการขยะในชุมชน ทำให้ขยะลดลง
- มาดาม อัง ซิง ยี สิงคโปร์ ส่งเสริมการศึกษาแบบรวมที่เปิดรับและส่งเสริมให้นักเรียนทุกคน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างด้านความสามารถ ภูมิหลัง หรือความพิการ โดยได้ริเริ่มโครงการ STAR เพื่อพัฒนานักเรียนด้านบุคลิกภาพและความสามารถในศตวรรษที่ 21 เชื่อมโยงกับประสบการณ์ในชุมชน เพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตของนักเรียน
- นายไพรวัลย์ ยาปัญ ครูโรงเรียนบ้านไล่โว่ ประเทศไทย ซึ่งเป็นโรงเรียนสาขาตั้งอยู่ในป่าลึกใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยได้นำการศึกษาไปสู่ชุมชนชาติพันธุ์ที่อยู่ห่างไกล สร้างโอกาสให้นักเรียนได้เปลี่ยนแปลงชีวิตและเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศไทย ส่งเสริมการรู้หนังสือและสิทธิในหมู่เด็กชนกลุ่มน้อย จนได้รับการขนานนามว่า “ดวงตะวันหรือแสงสว่างสำหรับเด็กชายขอบ”
- นายฟรานซิสโก เดอ คาร์วัลโญ่ ครูและผู้อำนวยการโรงเรียน ติมอร์-เลสเต สอนแบบเน้นเด็กเป็นศูนย์กลางและคละชั้นเรียน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้ ส่งเสริมการใช้ภาษาแม่ในการสอน พร้อมระดมผู้ปกครองและชุมชนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนในโรงเรียน
- นางเหงียน ถิ ถู ลาน ครูอนุบาลและเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย เวียดนาม เป็นผู้เสริมสร้างศักยภาพให้ทีมครู ด้วยการสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง จัดทำโครงการต่าง ๆ ได้แก่ โรงเรียนสีเขียว ห้องเรียนอัจฉริยะพัฒนาทักษะการเรียนรู้พื้นฐานเด็กเล็ก และพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมโฮจิมินห์
- นางเมียะ โสมาวาเตย์ ครูสอนคณิตศาสตร์ กัมพูชา สนับสนุนการใช้เครื่องมือดิจิทัลและกลยุทธ์เชิงสร้างสรรค์ ในการสอนนักเรียนด้อยโอกาสให้ประสบความสำเร็จ
โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ “ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และครูยิ่งคุณ ปี 2568” ซึ่งจัดแสดงผลงานของครูผู้ได้รับรางวัลจากทั่วประเทศ รวมถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ
สำหรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นรางวัลเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตศิษย์และช่วยเหลือเด็กขาดโอกาส ในประเทศอาเซียน บังกลาเทศมองโกเลีย ภูฏาน และติมอร์ เลสเต รวม 14 ประเทศ ประเทศละ 1 รางวัล โดยจัดมอบรางวัลในทุก 2 ปี และเพื่อถวายเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ๆ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักการศึกษา รางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัลประกาศนียบัตร โล่ เข็มเชิดชูเกียรติทองคำ และเงินรางวัล รางวัลละ 10,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ จาก 14 ประเทศ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ฝ่ายสื่อสาร PMCAF
----

สถาบันรามจิตติขอขอบคุณมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ที่ให้โอกาสทีมงานได้เข้าร่วมงานพระราชพิธี และเก็บบันทึกเรื่องราวและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดสู่สาธารณะ

CR: ช่างภาพตามเสด็จฯ

#มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

#วิจัยรามจิตติ

Chulakorn Masatienwong

เมื่อวันที่ 7 – 9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา สถาบันรามจิตติได้รับเกียรติจาก โครงการ “ดิจิทัลและวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาสิ่งแวดล...
14/07/2025

เมื่อวันที่ 7 – 9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา สถาบันรามจิตติได้รับเกียรติจาก โครงการ “ดิจิทัลและวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น” ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวิทยากรร่วมในการอบรม เรื่อง การเรียนรู้สะเต็มสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างสรรค์สื่อวิทยาศาสตร์ ให้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ แผนกสามัญศึกษา ณ วิทยาลัยสงฆ์น่านนคร จังหวัดน่าน
ในกิจกรรม “สร้างสรรค์สื่อวิทยาศาสตร์” น้องๆเณร และครูพี่เลี้ยงได้ร่วมกิจกรรม และร่วมแลกเปลี่ยนไอเดียการนำเสนองานวิจัยรวมถึงลงมือทดลองปฏิบัติการถ่ายทำตามสตอรี่บอร์ดให้ออกมาน่าสนใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการติดอาวุธในการ “สร้างสรรค์สื่อวิทยาศาสตร์” จะช่วยให้น้องๆเณรถ่ายทอดและเผยแพร่งานวิจัยของตนเองให้เข้าถึงบุคคลทั่วไปได้เป็นอย่างดีครับ
สถาบันรามจิตติต้องขอขอบพระคุณมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในความไว้วางใจในการให้ทีมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดประสบการณ์การผลิตสื่อให้กับน้องๆเณรจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ แผนกสามัญศึกษา อีกครั้งครับ

06/05/2025

ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูในต้นเดือนพฤษภาคม เป็นเวลาที่ชาวชุมชนทุ่งคาจัดพิธีสำคัญ คือ รับจ้าวเข้าเมือง
คลิปนี้เป็นการบันทึกพิธีกรรมที่ชุมชนสืบทอดกันมายาวนานและพยายามถอดรหัสพิธีกรรมผ่านคำบอกเล่าและหลักฐานทางวรรณกรรมและศิลปะเท่าที่มี รอท่านผู้รู้ผู้ชมช่วยกันปะติปะต่อเรื่องราวให้สมบูรณ์ต่อครับ

ขอขอบคุณ ท่านเจ้าอาวาส คณะโนราบุญ ชาวชุมชนทุ่งคา และอ.จุ๊บ ที่เชื้อเชิญไปร่วมพิธีในครั้งนั้นครับ
#โนราควน #โนราแขก #รับจ้าวเข้าเมือง #นราธิวาส

โคกอิฐ นราธิวาส
17/03/2025

โคกอิฐ นราธิวาส

10/03/2025

การเลี้ยงแตนเบียนเพื่อกำจัดแมลงวัน

ที่อยู่

อำเภอบางใหญ่

เบอร์โทรศัพท์

+66908861239

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิจัย รามจิตติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง วิจัย รามจิตติ:

แชร์