Thailand Edutainment Network
แหล่งความด้านเทคโนโลยีด้านการศึกษ?
10/06/2026
https://www.facebook.com/share/p/1EaXHy8buL/
ใครที่อยากเรียน AI แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ตอนนี้บริษัทเทคฯ ชั้นนำหลายแห่งเปิดคอร์สให้เรียนฟรีตั้งแต่พื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น OpenAI, Google, Microsoft, NVIDIA, Anthropic, AWS และ Meta
ภายในคอร์สครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจพื้นฐานของ AI การใช้งานเครื่องมือ เช่น ChatGPT, Claude และ Copilot ไปจนถึงการพัฒนาโมเดลและแอปพลิเคชัน AI สำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้ในระดับที่สูงขึ้น
1. OpenAI Academy
OpenAI เปิดแพลตฟอร์มเรียน AI ฟรีสำหรับทุกคน ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงนักพัฒนา ครอบคลุมทั้งการเขียน Prompt การใช้ ChatGPT วิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างระบบอัตโนมัติด้วย AI
2. Google AI
ภายในคอร์สจะเรียนผ่าน Grow with Google และ Google Cloud Skills Boost โดยมีเนื้อหาครอบคลุมพื้นฐาน AI และการนำไปใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการทำความเข้าใจ
3. Microsoft Learn
ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การทำความเข้าใจ AI เบื้องต้น ไปจนถึงการใช้งานเครื่องมือของ Microsoft อย่าง Copilot และ Azure AI
4. Anthropic Academy
เน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ AI และการใช้งาน Claude ในสถานการณ์จริง
5. NVIDIA Deep Learning Institute
ภายในคอร์สจะครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงการพัฒนาโมเดล AI และการใช้ GPU สำหรับงานประมวลผล เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการต่อยอดทักษะด้าน AI
6. DeepLearning.AI
เน้นคอร์สเรียนระยะสั้นที่สามารถเรียนตามได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค
7. Hugging Face
เน้นการฝึกปฏิบัติและการเขียนโค้ด เหมาะสำหรับผู้ที่อยากก้าวจากการเป็นผู้ใช้งาน AI ไปสู่การสร้างและพัฒนา AI ด้วยตัวเอง
8. IBM SkillsBuild
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน AI ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน คนทำงานหรือผู้ที่กำลังเปลี่ยนสายอาชีพ โดยมี Digital Badge ให้หลังเรียนจบ
9. Meta AI
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเข้าใจ AI ให้ลึกขึ้น โดยเนื้อหาจะเน้นโมเดลตระกูล Llama และ AI แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งหลายคอร์สพัฒนาร่วมกับ DeepLearning.AI
10. MIT Open Learning
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปูพื้นฐานด้าน AI ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงผู้ที่อยากเข้าใจการทำงานของ AI, Machine Learning และ Generative AI มากขึ้น โดยภายในประกอบด้วยคอร์สและแหล่งเรียนรู้ทั้งหมด 13 หลักสูตร ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎี การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล และประเด็นด้านจริยธรรมของ AI ซึ่งส่วนใหญ่เปิดให้เรียนได้ฟรี
10/06/2026
18/05/2026
https://www.facebook.com/share/p/18oppsWMbq/
"อัครนันท์" สั่งรื้อหลักสูตรวิทย์-คณิต ฉะเนื้อหายากเกินเด็กเรียนเปรียบ "ปุ๋ยเร่งโต"
(17 พ.ค. 69) นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ครั้งที่ 599/3/2569 โดยมีคณะกรรมการและผู้บริหาร สสวท. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของประเทศ
นายอัครนันท์ เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายสำคัญ 7 ด้าน เพื่อปรับปรุงการทำงานของ สสวท. ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและลดภาระของนักเรียนและครูอย่างแท้จริง ดังนี้
.
1. หลักสูตรและหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของ สสวท. มีเนื้อหาที่ลงลึกและยากเกินไปสำหรับเด็กในบางพื้นที่ เนื้อหาบางเรื่องของไทยเรียนในระดับ ม.ต้น แต่ในต่างประเทศเรียนในระดับ ม.ปลาย เปรียบเสมือนหลักสูตรเราเป็นแบบใส่ปุ๋ยเร่งโตเกินไป จนทำให้เด็กหลายคนโตไม่ทันปุ๋ยนี้
.
2. หนังสือเรียน สสวท. กระดาษหนาเกินไปทำให้หนักมาก ควรเปลี่ยนกระดาษให้เบาลง และออกแบบให้ย่อยง่าย นักเรียนสามารถอ่านได้เอง หากเนื้อหาหรือแบบฝึกหัดไหนต้องอธิบายละเอียดหรือพิสูจน์ทฤษฎี ให้พิมพ์ QR Code ลงในแบบฝึกหัดนั้นเลย เพื่อให้นักเรียนเข้าไปดูคลิปอธิบายได้ทันที
.
3. สื่อการสอน ห้องแลป และอุปกรณ์ทดลองมีน้อย ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนห่างไกลไม่สามารถจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร สสวท. ได้อย่างสมบูรณ์ จนต้องทำแลปแห้ง (การสอนโดยไม่มีการทดลองจริง) สสวท. ควรประสานงานและแนะนำให้ สพฐ. จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มเติม
.
4. ต้องจัดให้ครูเข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่ สพฐ. ต้องไปลดการอบรมในด้านอื่นๆ ให้ออกไปจากครู เพื่อให้ครูโฟกัสกับการพัฒนาการสอนได้เต็มที่
.
5. ทำเนื้อหาให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ลดความเป็นทางการลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้การเรียนรู้ย่อยง่ายมากยิ่งขึ้น
6. สสวท. ควรสนับสนุนองค์ความรู้และงบประมาณให้โรงเรียนเกี่ยวกับระบบการจัดการสารเคมีหลังการทดลอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
7. โครงการสอนออนไลน์ Project 14 ควรออกแบบให้มีลักษณะ Interactive โต้ตอบได้ เช่น เมื่อนักเรียนสงสัยในประเด็นนั้น แล้วมีระบบ AI ช่วยตอบทันที จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น
“เป้าหมายของการมอบนโยบายในวันนี้ เพื่อต้องการให้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่เข้าถึงและย่อยง่ายสำหรับเด็กทุกคน ผมอยากเห็น สสวท. ก้าวไปไกลกว่านี้ ไม่ใช่แค่การทำหลักสูตร แต่ต้องเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านการสร้างทรัพยากรมนุษย์ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับทุกท่าน และพร้อมที่จะปรับตัว นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระผู้เรียนและผู้สอนอย่างเป็นรูปธรรม” รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย
#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์