อายุโท พะละโท ธีโร วัณณะโท ปะฏิภาณะโท
ผู้มีปัญญา ให้อายุ ให้กำลัง ให้วรรณะ ให้ปฏิภาณ
สุขัสสะ ทาตา เมธาวี สุขัง โส อะธิคัจฉะติ
ผู้มีปัญญา ให้ความสุข ย่อมได้ประสพสุข
อายุง ทัตวา พะลัง วัณณัง สุขัญจะ ปะฏิภาณะโท
บุคคลผู้ให้อายุ พละ วรรณะ สุขะ แลปฏิภาณ
ทีฆายุ ยะสะวา โหติ ยัตถะ ยัตถูปะปัชชะตีติ ฯ
บังเกิดในที่ใดๆย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในที่นั้นๆ ดังนี้
กาเล ทะทันติ สะปัญญา วะทัญญู วีตะมัจฉะรา
กาเลนะ ทินนัง อะริเยสุ อุชุภูเตสุ ตาทิสุ
วิปปะสันนะมะนา ตัสสะ วิปุลา โหติ ทักขิณา
ทายกทั้งหลายเหล่าใด, เป็นผู้มีปัญญามีปรกติรู้จักคำพูด ปราศจากตระหนี่
มีใจเลื่อมใสแล้วในพระอริยะเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นผู้ตรงคงที่, บริจาคทาน
ทำให้เป็นของที่ตนถวายโดยกาลนิยมในกาลสมัย,
ทักษิณาของทายกนั้นเป็นคุณสมบัติ มีผลไพบูลย์
เย ตัตถะ อะนุโมทันติ เวยยาวัจจัง กะโรนติ วา
ชนทั้งหลายเหล่าใดอนุโมทนา หรือช่วยกระทำการขวนขวายในทานนั้น
นะ เตนะ ทักขิณา โอนา เตปิ ปุญญัสสะ ภาคิโน
ทักษิณาทานของเขามิได้บกพร่องไป ด้วยเหตุนั้น
ชนทั้งหลายแม้เหล่านั้นย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนั้นด้วย
ตัสมา ทะเท อัปปะฏิวานะจิตโต ยัตถะ ทินนัง มะหัปผะลัง
เหตุนั้น ทายกควรเป็นผู้มีจิตไม่ท้อถอย, ให้ในที่ใดมีผลมากควรให้ในที่นั้น
ปุญญานิ ปะระโลกัสมิง ปะติฏฐา โหนติ ปาณินันติ ฯ
บุญย่อมเป็นที่พึ่งอาศัยของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า ฉะนี้
พุทธวจน
ทรงห้ามบัญญัติเพิ่มหรือตัดทอนสิ่ง?
ภิกษุทั้งหลาย ! พวกภิกษุบริษัทในกรณีนี้, สุตตันตะเหล่าใด ที่กวีแต่งขึ้นใหม่ เป็นคำร้อย
กรองประเภทกาพย์กลอน มีอักษรสละสลวย มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นเรื่องนอกแนว เป็นคำกล่าว
ของสาวก เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่ เธอจักไม่ฟังด้วยดี ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่ตั้งจิตเพื่อจะรู้
ทั่วถึง และจักไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน.
ภิกษุทั้งหลาย ! ส่วน สุตตันตะเหล่าใด ที่เป็นคำของตถาคต เป็นข้อความลึก
14/02/2016
24/09/2015
เหตุแห่งทิฏฐิ ๖
ภิกษุทั้งหลาย ! เหตุแห่งทิฏฐิ ๖ ประการ เหล่านี้. ๖ ประการ เป็นไฉน ?
ภิกษุทั้งหลาย ! ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไม่ได้สดับ ไม่เห็นพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรม ของพระอริยะ ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยะ ไม่เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำแล้วในธรรมของสัตบุรุษ
ย่อมพิจารณา เห็นรูปว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา
ย่อมพิจารณา เห็นเวทนาว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา
ย่อมพิจารณา เห็นสัญญาว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา
ย่อมพิจารณา เห็นสังขารทั้งหลายว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา
ย่อมพิจารณา เห็นรูปที่เห็นแล้ว เสียงที่ฟังแล้ว กลิ่น รส โผฏฐัพพะที่ทราบแล้ว ธรรมารมณ์ที่รู้แจ้งแล้ว ถึงแล้ว แสวงหาแล้ว ใคร่ครวญแล้วด้วยใจว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา
ย่อมพิจารณา เห็นเหตุแห่งทิฏฐิว่า นั่นโลก นั่นอัตตาในปรโลก เรานั่นจักเป็นผู้เที่ยง ยั่งยืนคงที่ ไม่มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จักตั้งอยู่เสมอด้วยความเที่ยงอย่างนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา…
(ภาษาไทย) มู. ม. ๑๒/๑๘๘/๒๘๑.
เหตุที่ทำให้แสวงหานิพพาน
ภิกษุ ท. ! การแสวงหาอย่างประเสริฐ ๔ อย่างเหล่านี้ มีอยู่. สี่อย่าง
อย่างไรเล่า? สี่อย่างคือ :-
ภิกษุ ท. ! ในกรณีนี้ บุคคลบางคน ตนเองเป็นผู้มีความแก่เป็น
ธรรมดาอยู่ ก็รู้ชัดซึ่งโทษในความแก่เป็นธรรมดานั้น แล้วแสวงหานิพพานอัน
เป็นธรรมไม่มีความแก่ อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีอื่นยิ่งกว่า ;
บุคคลบางคน ตนเองเป็นผู้ มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาอยู่ ก็รู้ชัดซึ่งโทษ
ในความเจ็บไข้เป็นธรรมดานั้น แล้วแสวงหานิพพานอันเป็นธรรมไม่มีความ
เจ็บไข้ อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีอื่นยิ่งกว่า ;
บุคคลบางคน ตนเองเป็นผู้ มีความตายเป็นธรรมดาอยู่ ก็รู้ชัดซึ่งโทษ
ในความตายเป็นธรรมดานั้น แล้วแสวงหานิพพานอันเป็นธรรมไม่มีความตาย
อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีอื่นยิ่งกว่า ;
บุคคลบางคน ตนเองเป็นผู้ มีความเศร้าหมองเป็นธรรมดาอยู่ ก็รู้ชัด
ซึ่งโทษในความเศร้าหมองเป็นธรรมดานั้น แล้วแสวงหานิพพาน อันเป็นธรรม
ไม่มีความเศร้าหมอง อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีอื่นยิ่งกว่า.
ภิกษุ ท. ! เหล่านี้แล การแสวงหาอย่างประเสริฐ ๔ อย่าง.
- จตุกฺก. อํ. ๒๑/๓๓๔/๒๕๕.
**พุทธ วจน
ภิกษุ ทั้งหลาย ! อะไรเล่าชื่อว่าเป็นของหนัก ?
ภิกษุ ทั้งหลาย ! อุปาทานักขันธ์ทั้งห้า นั้นแหละ
เรากล่าวว่าเป็นของหนัก
ขนฺธ ส. ๑๗/ ๓๒ / ๔๙-๕๑
...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่าที่มีวาทะ (คำพูด) อย่างนี้ มีทิฏฐิ (ความเห็น) อย่างนี้ว่า
บุคคลได้รับสุข หรือ ทุกข์ หรือ ไม่ทุกข์ไม่สุข อย่างใดอย่างหนึ่ง
ที่ได้รับเพราะพระเป็นเจ้าสร้างสรรค์ให้ทั้งสิ้น
เราเข้าไปถามสมณพราหมณ์เหล่านั้นอย่างนี้ว่า
ท่านทั้งหลาย ได้ยินว่า ท่านทั้งหลาย มีวาทะอย่างนี้มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า
บุคคลได้รับสุข หรือ ทุกข์ หรือ ไม่ทุกข์ไม่สุข อย่างใดอย่างหนึ่ง
ได้รับเพราะพระเป็นเจ้าสร้างสรรค์ให้ทั้งสิ้น จริงหรือ
เราถามอย่างนี้แล้ว หากเขายังยืนยันอยู่ เราก็กล่าวกะเขาว่า
ถ้ากระนั้น คนฆ่าสัตว์ คนลักทรัพย์ และคนเสพกาม ก็ต้องเป็นเพราะ พระเป็นเจ้าสร้างสรรค์ให้ทั้งสิ้น
คนพูดเท็จ คนพูดส่อเสียด คนพูดคำหยาบ คนพูดสำราก ก็ต้องเป็นเพราะ พระเป็นเจ้าสร้างสรรค์ให้ทั้งสิ้น
คนมักได้ คนมีใจพยาบาท คนมีความเห็นผิด ก็ต้องเป็นเพราะ พระเป็นเจ้าสร้างสรรค์ให้ทั้งสิ้น
เมื่อถือเอาการสร้างสรรค์แห่งพระเป็นเจ้ามาเป็นสาระ ฉันทะ (ความพอใจ) หรือความพยายาม (เพื่อจะทำ)
กรณียกิจ (ทำกิจที่สมควรทำ) หรือ อกรณียกิจ (ไม่ทำกิจที่ไม่สมควรทำ) ก็ไม่มี
เมื่อกรณียกิจและอกรณียกิจ ไม่มีเป็นล่ำเป็นสันเช่นนี้
การอ้างตนว่าเป็นสมณะอย่างชอบแก่เหตุย่อมมีไม่ได้
สำหรับบุคคลทั้งหลายผู้ขาดความสำนึกตน ปล่อยปละตน (ด้วยถือว่าสุดแต่พระเป็นเจ้าจะสร้างสรรค์ให้) นี้
ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นการลบล้างอย่างชอบแก่เหตุข้อสองของเรา ในสมณพราหมณ์เหล่าที่มีวาทะอย่างนี้มีทิฏฐิอย่างนี้.
((มรรค))
.
ภิกษุ ท.!
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ เป็นอย่างไรเล่า ?
มรรคอันประเสริฐ ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ นี้นั่นเองกล่าวคือ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ
สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ.
ภิกษุ ท.!
นี้เรากล่าวว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ.
ภิกษุ ท.!
ความเห็นชอบ เป็นอย่างไร ?
ภิกษุ ท.!
ความรู้ในทุกข์
ความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์
ความรู้ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์
ความรู้ในหนทางเป็นเครื่องให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อันใด,
นี้เราเรียกว่าความเห็นชอบ.
ภิกษุ ท.!
ความดำริชอบ เป็นอย่างไร ?
ภิกษุ ท.!
ความดำริในการออก (จากกาม)
ความดำริในการไม่พยาบาท
ความดำริในการไม่เบียดเบียน,
นี้เราเรียกว่า ความดำริชอบ.
.
ภิกษุ ท .!
วาจาชอบ เป็นย่างไร ?
ภิกษุ ท .!
การเว้น จากการพูดเท็จ
การเว้นจากการพูดยุให้แตกกัน
การเว้นจากการพูดหยาบ
การเว้นจากการพูดเพ้อเจ่อ,
นี้เราเรียกว่า วาจาชอบ
ภิกษุ ท .!
การงานชอบ เป็นอย่างไร ?
ภิก ษุ ท .!
การเว้นจากการฆ่าสัตว์
การเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
การเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย,
นี้เราเรียกว่า การงานชอบ.
ภิกษุ ท.!
อาชีวะชอบ เป็น อย่างไร?
ภิกษุ ท.!
อริยสาวกในกรณีนี้
ละการหาเลี้ยงชีพที่ผิดเสีย สำเร็จความเป็นอยู่ด้วยการหาเลี้ยงชีพที่ชอบ,
นี้เราเรียกว่า อาชีวะชอบ
.
ภิกษุ ท.!
ความระลึกชอบ เป็นอย่างไร ?
ภิกษุ ท.!
ภิกษุในกรณีนี้ เป็นผู้มีปรกติพิจารณาเห็นกายในกายอยู่,
มีความเพียรเครื่องเผาบาปมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
นำความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้;
เป็นผู้มีปรกติพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่,
มีความเพียรเครื่องเผาบาป มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
นำความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้;
เป็นผู้มีปรกติพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่,
มีความเพียรเครื่องเผาบาปมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
นำความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้;
เป็นผู้มีปรกติพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่,
มีความเพียรเครื่องเผาบาป มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ
นำความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้.
ภิกษุ ท.!
นี้เราเรียกว่า ความระลึกชอบ.
.
ภิกษุ ท.!
ความตั้งใจมั่นชอบ เป็นอย่างไร ?
ภิกษุ ท.!
ภิกษุในกรณีนี้ สงัดแล้วจากกามทั้งหลาย
สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย เข้าถึงฌานที่หนึ่ง อันมีวิตกวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก แล้วแลอยู่.
เพราะวิตกวิจารรำงับลง,
เธอเข้าถึงฌานที่สอง อัน .
เป็นเครื่องผ่องใสแห่งใจในภายในให้สมาธิเป็นธรรมอันเอกผุดขึ้น
ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ แล้วแลอยู่,
เพราะปีติจางหายไป, เธอเป็นผู้เพ่งเฉยอยู่ได้ มีสติมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม และได้เสวยสุขด้วยนามกาย ย่อมเข้าถึงฌานที่สาม อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุ ว่า "เป็นผู้เฉยอยู่ได้มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม" แล้วแลอยู่
เพราะละสุขและทุกข์เสียได้ และเพราะความดับหายแห่งโสมนัสและโทมนัสในกาลก่อน เธอย่อมเข้าถึงฌานที่สี่อันไม่ทุกข์และไม่สุข มีแต่สติอันบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา แล้วแลอยู่.
ภิกษุ ท.!นี้เราเรียกว่า สัมมาสมาธิ
ประตูนครแห่งความไม่ตาย ตถาคตเปิดโล่งไว้แล้ว
ภิกษุทั้งหลาย ! เราแล เป็นผู้ฉลาดในเรื่องโลกนี้
ฉลาดในเรื่อง โลกอื่น เป็นผู้ฉลาดต่อ วัฏฏะอันเป็นที่อยู่ของมาร
ฉลาดต่อ วิวัฏฏะอันไม่เป็นที่อยู่ของมาร
เป็นผู้ฉลาดต่อ วัฏฏะอันเป็นที่อยู่ของมฤตยู
ฉลาดต่อ วิวัฏฏะอันไม่เป็นที่อยู่ของมฤตยู.
ชนเหล่าใดถือว่าเรื่องนี้ควรฟังควรเชื่อ
ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข
แก่ชนทั้งหลายเหล่านั้นสิ้นกาลนาน.
ทั้งโลกนี้แลโลกอื่น ตถาคตผู้ทราบดีอยู่
ได้ประกาศไว้ชัดแจ้งแล้ว.
ทั้งที่ที่มารไปไม่ถึง และที่ที่มฤตยูไปไม่ถึง
ตถาคตผู้รู้ชัดเข้าใจชัด ได้ประกาศไว้ชัดแจ้งแล้ว
เพราะความรู้โลกทั้งปวง ประตูนครแห่งความไม่ตาย
ตถาคตเปิดโล่งไว้แล้ว เพื่อสัตว์ทั้งหลาย
เข้าถึงถิ่นอันเกษม กระแสแห่งมารผู้มีบาป
ตถาคตปิดกั้นเสียแล้ว กำจัดเสียแล้ว ทำให้หมดพิษสงแล้ว.
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลายจงเป็นผู้มากมูนด้วยปราโมทย์
ปรารถนาธรรมอันเกษมจากโยคะเถิด.
บาลี จูฬโคปาลสูตร มู.ม ๑๒/๔๒๑/๓๙๑.
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
นนทบุรี
11110