25/06/2026
🇹🇭 IMMORTAL BAR KHAOSAN THAILAND PRESENTS
KHAOSAN METAL ASSAULT & LAKFAH – BORN IMMORTAL
สองค่ำคืนแห่งดนตรีเมทัลและร็อก ที่รวมพลังของคนดนตรีและมิตรสหายไว้ในที่เดียว
IMMORTAL BAR KHAOSAN THAILAND ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสองงานสำคัญส่งท้ายเดือนมิถุนายน 2569
⸻
🔥 FRIDAY 26 JUNE 2026
KHAOSAN METAL ASSAULT
เปิดพื้นที่ให้วงดนตรีที่มีผลงานของตนเองได้แสดงพลังอย่างเต็มที่ พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงดนตรีเมทัลในหลากหลายแนว
Show Time 7:00 PM
* 7:00 PM BOOM BERRY – Acoustic Punk Metal Rock
* 8:00 PM DULLHEAD – Sludge Metal
* 9:00 PM F.O.S – Death Metal
* 10:00 PM IMPROWIZE – Groove Metal Core
* 11:00 PM LOW FAT – Nu Metal
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
⸻
⚜️ SUNDAY 28 JUNE 2026
LAKFAH – BORN IMMORTAL
A Birthday Celebration
ร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดของ Lakfah ผู้ก่อตั้ง Immortal Bar กับค่ำคืนแห่งมิตรภาพ เสียงดนตรี และการเดินทางที่ยาวนานกว่า 26 ปีบนเส้นทางดนตรีเมทัล
Doors Open 7:00 PM
Show Time 8:00 PM
พบกับ
* GURUKUL – Acoustic Rock Classic
* DULLHEAD – Sludge Metal
* THE LAST – Alternative Rock
* CARNIVOLA – Thrash Death Metal
ค่ำคืนแห่งการรวมตัวของเพื่อน พี่ น้อง และผู้ร่วมทางที่สนับสนุนกันมาโดยตลอด
⸻
🤘 สองคืน สองบรรยากาศ
หนึ่งจุดหมายเดียวกัน
สนับสนุนวงดนตรีที่สร้างสรรค์ผลงานของตนเอง และร่วมสืบสานวัฒนธรรมดนตรีเมทัลให้เติบโตต่อไป
พบกันที่
IMMORTAL BAR KHAOSAN THAILAND
⸻
🇬🇧 IMMORTAL BAR KHAOSAN THAILAND PRESENTS
KHAOSAN METAL ASSAULT & LAKFAH – BORN IMMORTAL
Two Nights of Heavy Music, Friendship and Celebration
Join us for a special weekend at Immortal Bar Khaosan Thailand, featuring two unique events that bring together original artists, metal fans, and longtime supporters of the scene.
⸻
🔥 FRIDAY, 26 JUNE 2026
KHAOSAN METAL ASSAULT
A night dedicated to original bands and the continued growth of the underground metal community.
Show Time: 7:00 PM
* 7:00 PM BOOM BERRY – Acoustic Punk Metal Rock
* 8:00 PM DULLHEAD – Sludge Metal
* 9:00 PM F.O.S – Death Metal
* 10:00 PM IMPROWIZE – Groove Metal Core
* 11:00 PM LOW FAT – Nu Metal
Free Entry
⸻
⚜️ SUNDAY, 28 JUNE 2026
LAKFAH – BORN IMMORTAL
A Birthday Celebration
Celebrate the birthday of Lakfah, founder of Immortal Bar, and honor more than 26 years of dedication to heavy music, friendship, and the independent spirit of the metal community.
Doors Open: 7:00 PM
Show Time: 8:00 PM
Featuring:
* GURUKUL – Acoustic Rock Classic
* DULLHEAD – Sludge Metal
* THE LAST – Alternative Rock
* CARNIVOLA – Thrash Death Metal
An evening for friends, supporters, musicians, and everyone who has been part of the journey.
⸻
Two Nights. One Community. One Passion.
Support original music, celebrate the underground spirit, and experience the power of live heavy music at:
IMMORTAL BAR KHAOSAN THAILAND
Hard Music For Hard People. 🤘🔥
24/06/2026
จาก Guitar Player ได้รายงานข่าว หนึ่งเหตุการณ์ล่าสุดระหว่าง ร้านขายเครื่องดนตรีรายใหญ่ของโลกอย่าง Thomann ได้ทำการยื่นฟ้อง Fender แล้ว
หลายบริษัทที่ได้รับผลกระทบไม่มีกำลังทรัพย์และช่องทางทางกฎหมายเพียงพอ จึงทำให้ Thomann ยื่นฟ้อง Fender ประเด็นส่งจดหมายระงับการกระทำ (Cease-and-Desist) เพื่อหวังเป็นกระบอกเสียงสู้เพื่อผู้ผลิตรายย่อย
homann ร้านจำหน่ายเครื่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ยื่นฟ้อง Fender เพื่อหยุดยั้ง Fender ที่ไล่ส่งจดหมายเตือนทางกฎหมาย (Cease-and-Desist) ไปยังผู้ผลิตและผู้ค้ากีตาร์รายอื่น ๆ ที่ใช้ทรงบอดี้แบบ Stratocaster (ทรง S-style)
Thomann ระบุว่าการออกมาฟ้องครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อปกป้องแบรนด์ Harley Benton ของตัวเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อปกป้องผู้ผลิตรายย่อยอื่น ๆ ที่โดน Fender เล่นงานด้วย
ย้อนกกลับไปจากเหตุการณ์ จากคำตัดสินของศาลท้องถิ่นในเมือง Düsseldorf ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ระบุว่ารูปทรงบอดี้ของกีตาร์ Stratocaster ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
และในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา Fender จึงใช้คำตัดสินนี้ไล่ส่งจดหมายเตือนให้ผู้ผลิตและผู้ค้า เช่น PRS และร้านค้าต่าง ๆ ทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ให้ ยุติการผลิตและจัดจำหน่ายกีตาร์ทรง Strat และสั่งให้เรียกคืนสินค้าที่ขายไปแล้ว รวมถึงขอข้อมูลลูกค้าและยอดขายด้วย
Edward “Bud” Cole ซึ่งเป็น CEO ของ Fender ได้ออกแถลงเมื่อเดือนมิถุนายนว่า บริษัทไม่ได้ฟ้องร้องใคร แค่ทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองเท่านั้น
และ Hans Thomann ซึ่งเป็น CEO ของ Thomann ได้ออกมากล่าวว่า เราเคยเริ่มต้นจากการเป็นร้านเครื่องดนตรีเล็ก ๆ มาก่อน เรารู้ดีว่าเรามาจากจุดไหน หลายแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบไม่มีกำลังทรัพย์หรือทีมกฎหมายที่จะมาสู้คดีใหญ่โตแบบนี้ได้ เราจึงเห็นว่าเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำให้เรื่องนี้กระจ่างในชั้นศาล เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่เพื่อบริษัทเราเอง
นอกจากนี้ คดีที่เยอรมนีก่อนหน้านี้เป็นเพียง การตัดสินลับหลัง เนื่องจากจำเลยที่เป็นผู้ขายชาวจีนไม่ได้มาปรากฏตัวในศาล ดังนั้นThomann จึงต้องการให้เกิดการสู้คดีอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ศาลพิจารณาเรื่องลิขสิทธิ์ทรงกีตาร์นี้ใหม่อย่างยุติธรรม
และ Thomann ได้แย้งว่า ทรงของ Stratocaster นั้นถูกออกแบบมาเพื่อ การใช้งาน ไม่ใช่แค่งานศิลปะ อย่าง ส่วนเว้า Double Cutaway ที่ช่วยให้ล้วงเฟรตลึก ๆ ได้ง่ายขึ้น และช่วยเรื่องบาลานซ์น้ำหนักของตัวกีตาร์
อีกทั้ง Fender เองก็ได้ประโยชน์จากการที่รูปทรงนี้กลายเป็นมาตรฐานที่แพร่หลายไปทั่วโลก อย่าง กีตาร์ Frankenstein ของ Eddie Van Halen และกีตาร์ทรง Superstrat ยุคต่อ ๆ มา
มีการแจ้งว่า Thomann ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นตัวเงิน แต่ต้องการให้ศาลตัดสินชี้ขาดว่า การใช้รูปทรงบอดี้กีตาร์สไตล์ Stratocaster ไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อให้ผู้ผลิตรายอื่น ๆ สามารถผลิตกีตาร์ทรงนี้ต่อไปได้
24/06/2026
หนึ่งตํานานที่กําลังถูกจารึกอีกครั้ง
กับ คอนเสิร์ต 30 ปี LOSO นานเท่าไรก็รอ
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2569
ราชมังคลากีฬาสถาน
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook : SL Global
24/06/2026
John Frusciante กับช่วงเวลาที่ขอลาออกจากวง Red Hot Chili Peppers ทั้ง 2 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งแรก ครั้งใหญ่ใหญ่นั้น ซึ่ง John ให้เหตุผลว่า
สำหรับการ การลาออกครั้งที่ แรกช่วง ปี 1992 ช่วงเวลานั้น
หลังจากอัลบั้ม Blood Sugar S*x Magik (1991) วางจำหน่าย วง RHCP ก็กระโดดจากขึ้นสู่การเป็นวงร็อกระดับโลกทันทีด้วยเพลงฮิตอย่าง Under the Bridge และ Give It Away และส่งให้วง มีทัวร์คอนเสิร์ตขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และแล้วในที่สุด ความกดดันก็ถาโถมเข้าใส่ John ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียง 21-22 ปีเท่านั้น John รู้สึกว่าวงกำลังเปลี่ยนไปเป็นวงที่หาแต่เงิน จนสูญเสียจิตวิญญาณทางดนตรีไป
Anthony Kiedis เคยพูดถึง John ในช่วงเวลานั้น ใน หนังสืออัตชีวประวัติ Scar Tissue ว่า John เริ่มแสดงพฤติกรรมต่อต้านความมีชื่อเสียง อย่าง การจงใจเล่นกีตาร์เพี้ยนคีย์หรือไม่ยอมเล่นโซโล่อย่างที่ควรเป็น
ในมุมมมองของ John ซึ่งมองว่า วงเราดังเกินไป และผมก็ไม่ชอบเลย ผมไม่ได้มีความสุขกับการเป็นร็อคสตาร์ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการในชีวิต ผมแค่ต้องการเล่นดนตรีในคลับเล็กๆ เขียนเพลง และใช้ชีวิตเงียบ ๆ
และแล้ว วันที่ก่อนวง ขึ้นแสดงที่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น John เดินไปบอกทุกคนในวงว่า กรูขึ้นเล่นคืนนี้ไม่ได้แล้ว กรูขอลาออก ซึ่งเป็นอะไรที่ วงช็อกมากและขอร้องให้ John เล่นคอนเสิร์ตคืนนั้นให้จบก่อน จากนั้นในวันรุ่งขึ้น John ก็บินกลับลอสแอนเจลิสทันที ทิ้งให้วงต้องยกเลิกทัวร์ที่เหลือทั้งหมด
23/06/2026
ในช่วงปี 2020 ที่เกิดการล็อกดาวน์ David Gilmour และภรรยา ต้องกักตัวอยู่บ้านพร้อม ซึ่งในช่วงนั้น Gilmour เกิดความคิดที่ว่า คนแก่อายุมากแบบนี้ มีโอกาสที่จะถูกโควิดกวาดล้างไปเมื่อไหร่ก็ได้
เมื่อความกลัวและความจริงเรื่องความตาย มันจึงกลายมาเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว หลังจากนั้น ประเด็นเหล่านี้ และความรู้สึกเหล่านี้ จึงถูกนำไปเขียนเป็นเนื้อเพลงหลักในอัลบั้ม Luck and Strange และมันจึงทำให้ Gilmour คิดได้ว่าเวลาชีวิตมีจำกัด และเขาควรทำเพลงด้วยความสบายใจโดยไม่ต้องแบกรับความกดดันในอดีต
สิ่งที่ Gilmour พูด กับสื่ออย่าง The Guardian คือ ผมไม่ต้องการแบกรับอดีตหรือภาระในการเป็น ตัวแทน ของวง Pink Floyd อีกต่อไป ผมมองว่าช่วงเวลาของ Pink Floyd ในฐานะวงดนตรีมันจบลงไปนานแล้ว และผมมักจะรู้สึกอึดอัดเวลานักข่าวพยายามโยงทุกอย่างที่เขาทำกลับไปหาความขัดแย้งเก่า ๆ กับ Roger Waters
Gilmour มักจะพูดเสมอว่า ผมยังคงภูมิใจและยินดีที่จะเล่นเพลงของ Pink Floyd ในคอนเสิร์ตเดี่ยวของผม อย่างเพลง Comfortably Numb, Time, Wish You Were Here แต่สำหรับในพาร์ทของการ สร้างสรรค์งานใหม่ ผมตัดขาดทุกอย่างจากกรอบเดิมอย่างสิ้นเชิง ผมไม่ต้องไปยึดติดกับกฎเกณฑ์เก่า ๆ อีกต่อไป ผมสามารถทำเพลงอะไรก็ได้ที่อยากทำ โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะต้องออกมา ซาวด์เหมือน Pink Floyd หรือไม่
22/06/2026
Daniel Duwa (แดเนียล ดูวา) นักร้องหนุ่มผู้มีเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยบททดสอบก่อนจะก้าวมาถึงวันนี้
เขาเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต และใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาใหม่ ก่อนจะค่อย ๆ กลับมายืนบนเส้นทางของดนตรีอีกครั้ง
เขาเติบโตมาพร้อมกับประสบการณ์ชีวิตที่ต้องเผชิญกับอุปสรรค ความผิดพลาด และจุดที่ต้องหยุดทุกอย่างเพื่อทบทวนตัวเอง ก่อนจะเลือกเริ่มต้นใหม่ด้วยเส้นทางดนตรี
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เขาค่อย ๆ พัฒนาฝีมือ สร้างผลงาน และก้าวออกไปพิสูจน์ตัวเองบนเวทีต่าง ๆ จนเริ่มเป็นที่รู้จักจากรายการอย่าง ไมค์ทองคำ, เพชรตัดเพชร พร้อมกับการสะสมฐานแฟนเพลงที่ติดตามและเชื่อในตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งเคยปล่อยซิงเกิ้ลแรกออกมาตั้งแต่ปี 2019 จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 6 ปี ที่เขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกลับมาพร้อมผลงานใหม่ที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
วันนี้ Daniel Duwa (แดเนียล ดูวา) กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะศิลปินภายใต้ค่าย AetherXi Entertainment (เอเธอร์ซี เอนเตอร์เทนเมนท์) ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของเส้นทางดนตรีที่เขาเลือกเดิน ด้วยทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในด้านตัวตนและผลงาน
การเข้ามาเป็นศิลปินภายใต้ค่าย AetherXi Entertainment (เอเธอร์ซี เอนเตอร์เทนเมนท์) ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Daniel Duwa (แดเนียล ดูวา) ที่ทำให้ทิศทางการทำงานมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านภาพลักษณ์ แนวทางดนตรี และการสื่อสารตัวตนของศิลปิน โดยการทำงานร่วมกับทีม โปรดิวเซอร์และทีมครีเอทีฟของค่าย ทำให้ผลงานมีการวางแผนและพัฒนาอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ในซิงเกิ้ลใหม่นี้ Daniel Duwa (แดเนียล ดูวา) ได้ร่วมทำงานกับทีมเบื้องหลังอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาเพลง การเรียบเรียง ไปจนถึงการถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง ทำให้ผลงานชิ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่การร้องเพลง แต่เป็นการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันอย่างตั้งใจในทุกขั้นตอน
เพลงนี้เป็นบทเพลงที่พูดถึงความรักที่ยังมีความรู้สึกดีต่อกัน แต่ต้องจบลงเพราะเหตุผลของชีวิต เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เลิกรากันเพราะหมดรักแต่เป็นการตัดสินใจร่วมกันเพื่อให้ทั้งสองคนได้เดินไปในเส้นทางที่ดีกว่าเดิม เนื้อหาของเพลงสะท้อนความรู้สึกของการ “ยอมปล่อย” ทั้งที่ยังรัก เลือกจบความสัมพันธ์ตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้ต้องไปเจ็บปวดในวันที่สายเกินไป เป็นการเลิกกันด้วยความเข้าใจ มากกว่าการจากลาด้วยความโกรธหรือความเสียใจเพียงอย่างเดียว บทเพลงนี้จึงเต็มไปด้วยอารมณ์ของความรัก ความจำเป็น และการยอมรับความจริงของชีวิต ถ่ายทอดออกมาในมุมที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
ทำให้ผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตัวเองได้ไม่ยาก
สำหรับผลงานในครั้งนี้ Daniel Duwa (แดเนียล ดูวา) ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขับร้อง แต่ยังมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของเพลง การตีความอารมณ์ และการสื่อสารตัวตนผ่านบทเพลงอย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งทำให้ซิงเกิ้ลใหม่นี้เป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนของเขาได้อย่างแท้จริง
การกลับมาในครั้งนี้ เขาพร้อมถ่ายทอดทุกเรื่องราวที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ผ่านซิงเกิ้ลใหม่ที่กำลังจะปล่อยให้แฟนเพลงได้ฟังในเร็ว ๆ นี้ ผลงานที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เพลง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ถูกเรียบเรียงออกมาอย่างจริงใจ
ติดตามชม “MV ตัดใจแต่ต้นลม” พร้อมกันได้ วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ทางยูทูป และติดตามผลงานการเดินทางของ Daniel Duwa (แดเนียล ดูวา) ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของศิลปินและค่าย AetherXi Entertainment (เอเธอร์ซี เอนเตอร์เทนเมนท์) ได้ทุกช่องทาง
22/06/2026
จาก Guitar Player ซึ่ง Jeff Berlin มือเบสเทพอีกคนบนโลกนี้ Jeff Berlin เล่าถึงการพบกันครั้งแรก กับ Jack Bruce และได้ร่วมเล่นเพลง White Room ด้วยกัน
Jeff กล่าวต่อว่า ถ้าคุณไปถามมือเบสระดับโลกคนไหนก็ตามในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ว่าใครคือฮีโร่ของพวกเขา ชื่อของ Jack Bruce อดีตมือเบสและนักร้องนำวงซูเปอร์กรุ๊ปยุค 60 อย่าง Cream จะต้องอยู่อันดับต้นๆ เสมอ Bruce ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกไม่กี่คนที่เปลี่ยนแนวคิดเดิมๆ ของการเล่นเบส เขาทำหน้าที่เชื่อมโยงการตีกลองสไตล์แจ๊สของ Ginger Baker เข้ากับไลน์กีตาร์บลูส์ของ Eric Clapton ได้อย่างทรงพลัง
Jeff ยัง เคยเขียนถึง Jack Bruce ไว้ในนิตยสาร Bass Player เมื่อปี 2003 ว่า Eric Clapton ไม่ใช่พระเจ้าหรอก Jack Bruce ต่างหากที่เป็น ตอนผมอายุ 14 ปี ผมถึงขั้นใช้สีสะท้อนแสงพ่นชื่อของเขาไว้บนผนังห้องนอน เพื่อเตือนตัวเองว่าใครคือมือเบสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
นวัตกรรมการเล่นของแจ็ก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เบส Fender VI หรือ Gibson EB-3 กลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเครื่องดนตรีชิ้นนี้ การแจมสดของวง Cream บนเวทีช่วยปลดปล่อยให้มือเบสรุ่นหลังๆ มีอิสระในการเล่นมากขึ้น
Jeff บอกว่า การเล่นของ Bruce ในเพลงเหล่านั้นน่าจะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นแรกๆ ที่แสดงให้เห็นว่ามือเบสไฟฟ้าก็มีลูกเล่น ที่จัดจ้านได้ อย่าง เพลง I'm So Glad เวอร์ชันเล่นสดอาจจะดุเดือดที่สุด แต่สำหรับผม เพลง Sweet Wine ในอัลบั้ม Live Cream คือตัวตนที่แท้จริงของ Bruce การเล่นของเขาในแทร็กนั้นเปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล
Jeff ยัง เล่าถึงตอนที่เขาได้พบกับฮีโร่ของตัวเองเป็นครั้งแรกที่ Ronnie Scott's Jazz Club ในลอนดอน โดยมี Jon Hiseman มือกลองชาวอังกฤษเป็นคนแนะนำให้รู้จัก
ผมพบทันทีว่า Bruce เป็นคนที่ตลกที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา เขานั่งรถมาส่งผมที่โรงแรม และปล่อยมุกจนผมขำจนน้ำตาไหล
แต่การเจอกันครั้งต่อมาทำเอา ผม ถึงกับมือสั่น
เพราะ ครั้งต่อมาที่เราเจอกัน ผมกำลังแสดงอยู่ที่งาน Music Fair ในแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี คืนนั้นผมเล่นได้ดีมาก มันเป็นค่ำคืนพิเศษที่นักดนตรีจะสัมผัสได้นานๆ ที แต่แล้ว Bruce ก็เดินเข้ามาในงาน
ภายใน 3 วินาที ตอนนั้น มือผมก็เกิดเป็นโรคไขข้อ สั่น และแข็ง ขึ้นมา ทันที ผมเล่นอะไรไม่ออกเลย ผมลนลานมากเพราะรู้ดีว่าถ้า Bruce นั่งอยู่ตรงนั้น เขาจะเก็บรายละเอียดและได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้นชิ้นตัวโน้ต นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเล่นเบสเด๋อด๋าเหมือน Rocky Balboa ตอนที่แจ็กมานั่งดูอยู่ที่แถวหน้า
และมีอีกครั้งหนึ่งที่ Bruce มาเปิด Clinic ที่สถาบันดนตรี Musicians Institute ในลอสแอนเจลิส โดยมี Bruce Gary เล่นกลอง และ ผม เล่นกีตาร์ ในงานนั้น
ผมจำไม่ได้ว่ามันเริ่มขึ้นได้ยังไง แต่จู่ๆ ผมกับ Bruce ก็ร้องเพลง White Room ด้วยกัน โดยร้องเลียนแบบสไตล์ตลกๆ ของ Jerry Lewis
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ จู่ๆ ผมก็คิดขึ้นมาในใจว่า เฮ้ย นี่เรากำลังเล่นเพลงของวง Cream ร่วมกับชายคนเดียวกับที่มีชื่อพ่นอยู่บนผนังบ้านแม่ของผม ชายคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมซื้อเบสตัวแรกและใช้เวลาเกือบ 25 ปีในชีวิตเพื่อฝึกฝนวิธีเล่นมันอยู่นะเนี่ย
หลังจากที่ Bruce เสียชีวิตลงในปี 2014 ผมได้ทำอัลบั้มทริบิวต์ที่ชื่อว่า Jack Songs เพื่อระลึกถึงเขา โดยชวนมือกีตาร์ระดับโลกอย่าง Alex Lifeson, Ron 'Bumblefoot' Thal และ Eric Johnson มาร่วมงานด้วย และ Jeff Berlin ทิ้งท้ายไว้ว่า
ตอนที่ Bruce จากไป ผมตั้งใจทันทีว่าจะเลือกเพลงโปรดของเขามาบันทึกเสียงใหม่ผ่านมุมมองดนตรีของผมเอง ผมต้องการให้อัลบั้มนี้ออกมาอัจฉริยะที่สุดเพื่อเป็นเกียรติแก่จิตวิญญาณของเขา เพราะเขาเป็นคนที่มีความหมายต่อชีวิตผมมากขนาดนั้นจริงๆ
22/06/2026
Joe Bonamassa และ Roy Weisman ผู้จัดการส่วนตัวของ Joe เคยให้สัมภาษณ์กับ Forbes ถึงโมเดลธุรกิจดนตรีของ Joe ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
มีประโยคนึงที่ Joe ได้กล่าวไว้ ผมไม่ได้มีเพลงฮิตติดชาร์ต เปิดตามสถานีวิทยุ แบบคนนิยม แต่ผมก็สามารถขึ้นเล่นที่ Royal Albert Hall
หรือแม้กระทั้ง หรือการจัดทริปเรือสำราญ Keeping the Blues Alive Cruise ของตัวเอง เราก็ทำมาแล้ว หรือ การก่อตั้งค่ายเพลง J&R Adventures ชื่อย่อมาจาก Joe & Roy
Joe กล่าวว่า ถ้าคุณสร้างมันขึ้นมาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ไม่คิดจะทางลัด คุณจะมีอาชีพที่ยั่งยืนยาวนาน
ผมกับ Roy จะปฏิเสธสัญญาจากค่ายเพลงใหญ่ พวก Major Labels เพราะต้องการสิทธิ์ใน ลิขสิทธิ์เพลง 100 เปอร์เซ็นต์
เมื่อฐานวันนึงที่เรามี ฐานแฟนเพลงแข็งแกร่ง เราไม่ได้หยุดแค่การขายตั๋วคอนเสิร์ตหรือขายซีดี แต่เราขยายธุรกิจ อิฐก้อนใหม่ๆ ออกไป
อย่าง การจัด Keeping the Blues Alive Cruise ทริปเรือสำราญสุดหรูที่แฟนเพลงจะได้ล่องเรือไปพร้อมกับ Joe Bonamassa และศิลปินบลูส์ระดับโลกคนอื่นๆ ซึ่งตั๋ว ก็จะขายเกลี้ยงแบบ แทบจะทันทีที่เปิดจองทุกปี
รวมถึงเรา จะเปิดการตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่ม ตั้งแต่สายกีตาร์, ปิ๊ก, เสื้อผ้า, ไปจนถึง กีตาร์วินเทจรุ่นของ Joe Bonamassa ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางที่ทำรายได้
และจากที่จะเล่นในฮอลล์คอนเสิร์ตทั่วไป เราเลือกจัดในสถานที่อันทรงคุณค่าอย่าง Royal Albert Hall หรือ Red Rocks Amphitheatre หรือโรงละครเก่าแก่ เพื่อตอกย้ำภาพจำและความเป็น ตำนาน ให้กับโชว์ของ Joe Bonamassa
Joe ยังบอกอีกว่า ผมไม่ได้พยายามจะเล่นให้ดูหวือหวา แต่เมื่อไหร่ที่ผมหยิบกีตาร์ขึ้นมา ผมจะใส่พลังงานเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเพลงเร็วหรือเพลงช้า คุณต้องส่งอารมณ์ออกไป 100 เปอร์เซ็นต์
เราไม่เคยลดขนาดวงเพื่อประหยัดเงิน ผมจ้างนักดนตรีแบ็กอัพระดับท็อปของโลกมาทร่วมเล่นด้วย จ้างทีมไฟ ทีมซาวด์ที่ดีที่สุด เพื่อให้คนที่ยอมเสียเงินซื้อตั๋วราคาแพงรู้สึกว่า คุ้มค่าทุกบาทและต้องกลับมาดูซ้ำอีกรอบ
ซึ่งและกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ Joe เองก็มักจะยกเครดิตให้กับการทำงานหนักร่วมกับผู้จัดการวง อย่าง Roy เสมอมา
20/06/2026
Mick Thomson เล่าถึงชีวิตวัยเด็กที่ พอเข้าถึงวัยในจุดๆนึง อยู่ดีๆ Mick กลายเป็นคนชอบเก็บตัวไม่ยุ่งกับใคร และเริ่มเกลียดความุว่นวายของผู้คน แต่สิ่งนึงที่ดึงความสนใจของ Mick ให้แตกต่างไปจากเด็กในวัยเดียวกันก็คือเรื่องของดนตรี
Mick เล่าต่อว่าในวัยเด็กว่า พ่อของผม เป็นคนที่ชอบฟังเพลง และเขาสะสมแผ่นเสียงคลาสสิกร็อกและบลูส์ไว้เต็มบ้าน โดยเฉพาะงานของ Jimi Hendrix และ Johnny Winter
สิ่งนึงที่ซึมซับ Mick มาโดยตลอดก็คือ เสียงกีตาร์ของ Jimi Hendrix จากลำโพงของพ่อ นั่นคือเสียงที่ เปลี่ยนชีวิต มันทำให้ Mick หมกมุ่นกับเสียงแตกและความเพี้ยนของกีตาร์ไฟฟ้ากับเสียง Fuzz ก่อนที่จะโตขึ้นแล้วไปเจอความหนักในขั้นกว่ากับวงอย่าง Metallica, Megadeth, Slayer และดิ่งลึกไปสายเดธเมทัลอย่าง Morbid Angel ในที่สุด
Mick บอกว่า ช่วงเวลานั้น ผมไม่อยากยุ่งกับใคร ผมชอบที่จะนั่งอยู่ในห้องคนเดียว นั่งฝึกกีตาร์ซ้ำไปซ้ำมาเป็นชั่วโมงๆ ทำทุกวันอย่างมีวินัย และไม่ย่อท้อ ดนตรีและการฝึกกีตาร์กลายเป็นสิ่งเดียวที่ผมสนใจและใช้มันตัดขาดจากโลกภายนอก
20/06/2026
Eastman FullerTone SC '52 และ DC' 62 เป็นกีตาร์ที่ ถูกออกเเบบมาเพื่อการผสมผสานความเป็นโมเดิร์นเเละวินเทจ ด้วยนวัตรกรรมใหม่ๆ จากความตั้งใจที่ Eastman ต้องการทำกีตาร์เพื่อระลึกและสดุดีให้กับ โรงงานกีตาร์สุดยิ่งใหญ่อย่าง Fullertone
โดยซีรีส์ FullerTone นี้สืบทอดพันธุกรรมมาจากรุ่นพี่ระดับไฮเอนด์อย่างซีรีส์ D'Ambrosio ที่ออกแบบโดย Otto D'Ambrosio หัวหน้าทีม L.A Custom Shop ของ Eastman และผลิตในอเมริกา
ในกีตาร์ทั้ง 2 รุ่นนี้ ยังมีการออกแบบ พิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของ คอและบอดี้โดยการใช้เป็น 2-bolt long tenon body join เพื่อให้ได้เสียงซัสเทนที่สุดยอด รวมถึง Pick Up และ Body Shape
ชมรายละเอียดเพื่อเติมใน คอมเม้นต์
ใครสนใจอย่างไปทดสอบกีตาร์ตัวจริงๆ
ไปทดลองกันได้ที่ Music Acumen
TEL : 063 271 2266 , 082-329-5443