บ้านกัลปังหา

บ้านกัลปังหา บ้านกัลปังหา เป็นที่รวบรวมผลงานขอ?

พระเจ้าสิบชาติคำกลอนพระชาติที่ ๑๐ พระเวสสันดรตอนที่ ๒  พร ๑๐ ประการ ** เทพธิดาผุสดีมีความสุขไม่เจ่าจุกปรารถนาหาที่พึ่งปฏ...
02/01/2019

พระเจ้าสิบชาติคำกลอน

พระชาติที่ ๑๐ พระเวสสันดร

ตอนที่ ๒ พร ๑๐ ประการ

** เทพธิดาผุสดีมีความสุข
ไม่เจ่าจุกปรารถนาหาที่พึ่ง
ปฏิบัติธรรมหวังสลัดเครื่องรัดรึง
ทำลายซึ่งกิเลสเหตุงมงาย

** ครั้นถึงคราวหมดอายุต้องจุติ
ไปตามวิถีกรรมนำเป้าหมาย
ต้องไปเกิดโลกมนุษย์สุดพรรณราย
ก่อนผันผายขอเข้าเฝ้าท้าวมัฆวาน

** กราบขอพรต่อองค์อินทร์ปิ่นสวรรค์
ให้หม่อมฉันที่ต้องไปไกลสถาน
ระยะทางไกลลิบจากทิพย์วิมาน
พรสิบประการร้องขออย่ารอช้า

** หนึ่งขอให้ได้อยู่คู่ปราสาท
สีวีราชจอมไผทดังใฝ่หา
เมืองสีพีที่กว้างไกลใหญ่โอฬาร์
ชาวประชาสดชื่นทุกคืนวัน

** สองดวงตาดำสนิทโปรดคิดเอื้อ
เหมือนดวงตาลูกเนื้อเพื่อสานฝัน
สามสีคิ้วดำขลับระยับมัน
ประทานพลันให้ตัวข้าอย่าอย่าลังเล

** สี่มีนามผุสดีที่น่ารัก
ไพเราะนักชอบชื่อนี้มีเสน่ห์
ห้ามีโอรสเกียรติเกรียงไกรไม่เกเร
พร้อมทุ่มเทเจือจุนสร้างบุญทาน

** หกตั้งครรภ์อย่าให้นูนพูนจนเห็น
ขอให้เป็นเช่นหญิงสาวคราววัยหวาน
เจ็ดมีท้องถันอย่าดำซ้ำหย่อนยาน
งามเบ่งบานน่ายลจนตะลึง

** แปดผมดำงามสลวยสวยน่าจับ
มันแวววับโสภีเป็นที่หนึ่ง
เก้าผิวสวยดุจทองทางามตราตรึง
โปรดคำนึงเอ็นดูข้าผู้น้อย

** สิบให้ทรงอำนาจราชศักดิ์
ปลดปล่อยนักโทษได้ใคร่กล่าวถ้อย
เป็นสุดยอดความปรารถนาค่าเลิศลอย
โปรดอย่าปล่อยให้หม่อมฉันต้องฝันค้าง

** ท้าวโกสีย์ฟังคำพร่ำร้องขอ
พรสิบข้อของผุสดีมิเหินห่าง
เอ่ยพระโอษฐ์กล่าวขานประทานนาง
ตามเอ่ยอ้างขอร้องของเทวี

** ใคร่ขอฝากเป็นความรู้แก่ผู้อ่าน
ทุกทุกท่านเพื่อเข้าใจให้ถ้วนถี่
ชั้นดาวดึงส์ในสวรรค์นั้นยังมี
สวนทั้งสี่งามตาน่าชื่นชม

** สวนที่หนึ่งนันทวันอันยิ่งใหญ่
สวนต่อไปจิตรลดาสง่าสม
สวนที่สามปารุสกวันอันรื่นรมย์
สวนที่สี่น่านิยมสุธัมมา

** เหล่าเทวันถึงวาระหมดอายุ
จำต้องจุติไปไกลหนักหนา
ต้องมาที่สวนนันทวันอันรุจา
เพื่อนเพื่อนกันพร้อมหน้ามาปลอบใจ

** แม้เทพธิดาผุสดีมิยกเว้น
เพราะมันประเพณีมีเงื่อนไข
ที่สวนนี้นางขอพรก่อนคลาไคล
จุติไปเมืองมนุษย์สุดโสภา

สมพงศ์ ชูสุวรรณ
บ้านกัลปังหา

ข้อมูล : พระเจ้าสิบชาติ สำนักพิมพ์ธรรมสภา
ภาพประกอบเรื่อง : ไพบุลย์ อินทศรี

พระเจ้าสิบชาติคำกลอนพระชาติที่ ๑๐ พระเวสสันดรตอนที่ ๑  สองเจ้าหญิง ** เก้าสิบหกกัปนับย้อนหลังในครั้งนั้นจะจำนรรจ์เรื่องร...
02/01/2019

พระเจ้าสิบชาติคำกลอน

พระชาติที่ ๑๐ พระเวสสันดร

ตอนที่ ๑ สองเจ้าหญิง

** เก้าสิบหกกัปนับย้อนหลังในครั้งนั้น
จะจำนรรจ์เรื่องราวกล่าวขานไข
เพื่อบำเพ็ญเป็นกุศลผลอำไพ
จะฝากไว้ให้อยู่คู่แผ่นดิน

** ณ เมืองพันธุมดีมีกษัตริย์
พันธุมราชผู้ครองรัฐมนัสถวิล
ให้ประชาร่มเย็นเป็นอาจิณ
ขจัดสิ้นความยากจนสุขล้นทรวง

** มีธิดาเนื้อทองสองน้องพี่
สวยโสภีเหมือนนางฟ้ามาจากสรวง
วงหน้างามยามยิ้มแย้มแก้มเป็นพวง
ดุจดังดวงจันทราค่าอนันต์

** ครั้นวันหนึ่งสองอนงค์ทรงเข้าเฝ้า
พระพุทธเจ้าวิปัสสีที่ใฝ่ฝัน
ได้ถวายดอกไม้ทองงามผ่องพรรณ
และแก่นจันทน์หอมฟุ้งจรุงใจ

** องค์พี่อธิษฐานจิตคิดปรารถนา
ขอเป็นพุทธมารดาพาสุกใส
กาลข้างหน้าพระองค์หนึ่งพระองค์ใด
ขอโปรดให้ความประสงค์จงเป็นจริง

** ส่วนองค์น้องปองหมายลายดอกไม้
ประดับไว้ที่อกนางงามอย่างยิ่ง
จงสมหวังเถิดหนาอย่าประวิง
ขอพึ่งพิงใบบุญอันสุนทร

** ครั้นผ่านไปหลายชาติไม่อาจนับ
หรือเป็นกัปเป็นกัลป์สุดผันผ่อน
ก็ถึงคราวสองกัญญาพะงางอน
จุติสู่อุทรพระมารดา

** เป็นลูกสาวของพระเจ้าดิสสราช
เยาวนาถผู้พี่ดีหนักหนา
นวลอนงค์ทรงพระนามสุธัมมา
กัลยาสวยสดใสในทุกยาม

** ส่วนผู้น้องยอดนารีมีชื่อว่า
อุรัจฉทาโฉมนางช่างวาบหวาม
ลายดอกไม้ประดับอกดังหยกงาม
สมใจตามอธิษฐานกาลก่อนนั้น

** นางออกบวชปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน
สำเร็จญาณบรรลุพระอรหันต์
ได้หลุดพ้นเรื่องภพชาติขาดจากกัน
สุขนิรันดร์ยืนยงอย่างคงทน

** สุธัมมาสิ้นพระชนม์บนโลกนี้
เป็นเทพธิดาผุสดีมิหมองหม่น
มเหสีของพระอินทร์สิ้นกังวล
มีสุขล้นในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

สมพงศ์ ชูสุวรรณ
บ้านกัลปังหา

ข้อมูล : พระเจ้าสิบชาติ สำนักพิมพ์ธรรมสภา
ภาพประกอบเรื่อง : ไพบุลย์ อินทศรี

พระเจ้าสิบชาติคำกลอนพระชาติที่ ๑๐ พระเวสสันดรบทนำ** จำเนียรกาลนานมาคราครั้งก่อนองค์บวรชินวงศ์ทรงสุขสมได้บำเพ็ญทานบารมีที...
23/12/2018

พระเจ้าสิบชาติคำกลอน

พระชาติที่ ๑๐ พระเวสสันดร

บทนำ

** จำเนียรกาลนานมาคราครั้งก่อน
องค์บวรชินวงศ์ทรงสุขสม
ได้บำเพ็ญทานบารมีที่ชื่นชม
เอกอุดมด้วยศรัทธาเหนือกว่าใคร

** เสวยชาติเป็นเวสสันดรสุนทรสวัสดิ์
ครอบครองรัฐแคว้นสีพีที่ยิ่งใหญ่
รีบจัดสร้างโรงอาหารเป็นการไว
สำหรับคนยากไร้ได้กินดี

** ทรงมอบช้างมงคลเป็นต้นเหตุ
ถูกเนรเทศไปอยู่ป่าพนาสี
พร้อมลูกเมียสี่องค์ทรงจรลี
พำนักที่เขาวงกตหมดกังวล

** ทรงทำการใหญ่ยิ่งสิ่งที่ยาก
บริจาคบุตรเป็นทานประสานกุศล
พร้อมทั้งมิ่งมเหสีนิรมล
ด้วยหวังผลโพธิญาณกาลต่อไป

สมพงศ์ ชูสุวรรณ
บ้านกัลปังหา

ข้อมูล : พระเจ้าสิบชาติ สำนักพิมพ์ธรรมสภา
ภาพ : ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

พระเจ้าสิบชาติคำกลอน  พระชาติที่ ๙  พระวิธูรบัณฑิตบทนำ** พระพุทธองค์ทรงเคยเสวยพระชาติเกิดเป็นราชบัณฑิตจิตห้าวหาญแห่งนครอ...
15/12/2018

พระเจ้าสิบชาติคำกลอน

พระชาติที่ ๙ พระวิธูรบัณฑิต

บทนำ

** พระพุทธองค์ทรงเคยเสวยพระชาติ
เกิดเป็นราชบัณฑิตจิตห้าวหาญ
แห่งนครอินทปัตถ์ชัชวาล
ประดุจปานเมืองเทวาสถาพร

** ทรงบำเพ็ญสัจจบารมีอย่างดียิ่ง
ไม่กลอกกลิ้งปลิ้นปลอกทำหลอกหลอน
เมื่อรับปากรับคำทำแน่นอน
จะเดือดร้อนอย่างไรไม่ย่อท้อ

** อันสัจจะพึงขยายหลายสาขา
จะยกมาให้เห็นเป็นข้อข้อ
ความจริงใจในหน้าที่ไม่รีรอ
จริงใจต่อกิจการงานทั้งปวง

** ทั้งจริงจังต่อวาจาสารพัด
และซื่อสัตย์ต่อบุคคลผลใหญ่หลวง
จริงใจในความดีหนีความลวง
ละความชั่วที่เป็นบ่วงห้วงโลกีย

ตอนที่ ๑ เพื่อนเก่า

** ณ มิคาชินอุทยานพระผ่านเกล้า
ผู้เป็นเจ้าจอมพาราสง่าศรี
ครองนครอินทปัตถ์ฉัตรบุรี
ประชาชีมีสุขทั่วทุกคน

** ทรงพระนาม ธนัญชัยโกรัพยะ
ไม่เคยละราชกิจประสิทธิผล
ทศพิธราชธรรมน้อมนำตน
ให้รอดพ้นกิเลสเหตุร้าวราน

** มีพระประสงค์ทรงวิเวกเอกบุรุษ
รักษาศีลให้บริสุทธิ์จุดประสาน
ดังคำกล่าวศีลเปรียบเป็นเช่นสะพาน
สู่สวรรค์วิมานตระการตา

** ที่แห่งนั้นพบจอมเกล้าท้าวโกสีย์
เป็นผู้ที่ใฝ่ฝันหวังสรรหา
ที่สงัดแสนสงบหลบเทวา
แปลงร่างมาสงบใจไม่ไกลกัน

** อีกผู้หนึ่งที่แปลงร่างอย่างมนุษย์
พญาครุฑจากฉิมพลีที่สุขสันต์
พญานาคอยู่บาดาลมานานครัน
ต่างมุ่งมั่นหวังทำดีหนีอบาย

** สมาทานศีลอุโบสถหมดตัณหา
รักษาใจวาจาครามุ่งหมาย
หนีเหล่าอกุศลกรรมจ้องทำลาย
ให้วุ่นวายเดือดร้อนตอนสิ้นใจ

** ทั้งสี่ท่านถูกชะตาเมื่อมาพบ
ต่างเคารพผูกพันดังฝันใฝ่
อดีตชาติเป็นสหายผูกสายใย
จึงทำให้สนิทสนมสมใจปอง

** นั่งสนทนาปราศรัยในวันหนึ่ง
ต่างนึกถึงความบริสุทธิ์งามผุดผ่อง
ของบารมีที่บำเพ็ญเป็นครรลอง
ต่างปรองดองอธิบายขยายความ

** พญานาคกล่าวว่าตัวข้านั้น
ไม่เดียดฉันท์โกรธเคืองเรื่องควรหยาม
พญาครุฑคู่อริที่ลือนาม
คอยติดตามรังควาญเนิ่นนานแล้ว

** เรามีศีลบริสุทธิ์ผุดผ่องใส
ตัดความโกรธทิ้งไปใจผ่องแผ้ว
อดทนได้ดังตั้งใจใสเพริดแพรว
ดุจดวงแก้วสูงค่าหาใดปาน

** พญาครุฑรีบเอ่ยเผยทีท่า
ศีลของข้าดีกว่าใครไม่ร้าวฉาน
ข้าไม่คิดจับพญานาคจากวงศ์วาน
จากบาดาลมาจิกกินให้ดิ้นตาย

** ท้าวโกสีย์ตรัสว่าจงช้าก่อน
ฟังสุนทรของเราเหล่าสหาย
ศีลเราสิล้ำเลิศเพริดพริ้งพราย
บริสุทธิ์เกินบรรยายหมายประคอง

** เราสละความสุขทุกทุกอย่าง
หวังเสริมสร้างทางกุศลไม่หม่นหมอง
รักษาศีลให้งดงามตามทำนอง
บริสุทธิ์ผุดผ่องดังทองคำ

** ธนัญชัยโกรัพยะไม่ละลด
ท่านทั้งหมดเข้าใจผิดคิดแล้วขำ
หลงตัวเองว่าประเสริฐแสนเลิศล้ำ
จงจดจำว่าศีลข้าเลิศกว่าใคร

** ข้าสละราชสมบัติพัสถาน
บริพารมเหสีที่ยิ่งใหญ่
เหมือนกับท้าวสักกะจอมเทพไท
รักษาศีลด้วยใจที่ใฝ่บุญ

** ทั้งสี่ท่านต่างยกย่องศีลของเขา
ได้ยกเอาคุณธรรมน้อมนำหนุน
มาเอ่ยอ้างสร้างให้เห็นเป็นสรรพคุณ
ถือเป็นทุนที่เสริมสร้างทางความดี

** ยังสรุปไม่ได้ศีลใครเด่น
เพราะต่างเน้นกันกล่าวอ้างอย่างถ้วนถี่
ดังพวกเขาได้เปิดเผยเอ่ยวจี
กว่าจะมีใครบอกเล่าให้เข้าใจ

ตอนที่ ๒ วิธูรบัณฑิตชี้แจง

** ธนัญชัยโกรัพยะมหากษัตริย์
มีผู้รู้ร่วมเศวตฉัตรวัตยิ่งใหญ่
เป็นบุรุษคู่วาสนาพระภูวไนย
มีปัญญาเหนือกว่าใครในแผ่นดิน

** มีชื่อว่า วิธูระ มหาบัณฑิต
ผู้นิมิตสัพพวิทยาพาถวิล
ถวายองค์พระราชาเจ้าธานินทร์
เป็นอาจิณตลอดไปใจรื่นรมย์

** เป็นคู่หูคู่พระทัยวัยฉกาจ
ความสามารถเลิศล้ำค่าพาสุขสม
แก้ปัญหาลุล่วงได้ให้ชื่นชม
ชนนิยมศรัทธาว่ายอดคน

** องค์ท้าวเธอนำเรื่องที่สี่สหาย
หวังจะให้ผ่อนคลายหายสับสน
ให้เพื่อนชายคู่คิดมิตรของตน
วินิจฉัยด้วยเหตุผลบนความจริง

** ฝ่ายวิธูรคิดรอบคอบตอบคำถาม
ขยายความให้เข้าใจในทุกสิ่ง
การกระทำของทั้งสี่ที่อ้างอิง
ต่างดียิ่งยอดเยี่ยมเท่าเทียมกัน

** เป็นเรื่องซึ่งสนับสนุนให้บุญเกิด
ศีลเลอเลิศบริสุทธิ์ได้ดุจฝัน
เพราะต่างก็ละกิเลสเหตุผูกพัน
จิตใจนั้นไร้ตัณหามารัดรึง

** ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท
มหาราชเหล่านี้มีที่พึ่ง
คุณธรรมที่บำเพ็ญเป็นแรงดึง
เปรียบประหนึ่งกำเกวียนในดุมเกวียน

** ย่อมจะทำให้สงบสยบบาป
ที่ชั่วหยาบไปพลันไม่หันเหียน
ความบริสุทธิ์รุ่งโรจน์โชติวิเชียร
เป็นบังเหียนสร้างบุญคุณความดี

** สี่กษัตริย์พอพระทัยในคำตอบ
รู้สึกชอบวิธูรบัณฑิตจิตผ่องศรี
ที่เฉลยให้ฟังดังพาที
ต่างก็มีของขวัญกำนัลไป

** พระอินทร์ได้บูชาด้วยผ้าทิพย์
งามระยิบระยับจับฟ้าใส
บนภาคพื้นปฐพีไม่มีใคร
ที่จะได้เป็นเจ้าของครองผ้านั้น

** พญาครุฑไม่น้อยหน้าบูชาเขา
โดยนำเอาดอกไม้ทองผ่องเฉิดฉัน
มาบูชาด้วยจิตคิดผูกพัน
ค่าอนันต์สุดประเมินสรรเสริญคุณ

** พญานาคนำสร้อยมณีมีค่ายิ่ง
เพื่อเป็นสิ่งแทนใจไม่ว้าวุ่น
บูชาด้วยไมตรีที่เจือจุน
ได้การุณเฉลยเปิดเผยมา

** โกรัพยะบูชาด้วยสิ่งของ
ตามครรลองที่เหมาะสมชมวาสนา
มีโคนมหนึ่งพันอันโอฬาร์
และรถม้าสิบคันวันฟ้าคราม

** โคอุสุภราชอีกหนึ่งซึ่งสง่า
อีกบ้านส่วยสูงค่าอย่ามองข้าม
รวมสิบหกตำบลผลงดงาม
ตอบแทนความเป็นเลิศประเสริฐคน

ตอนที่ ๓ นางวิมาลาอยากฟังธรรม

**พญานาคหวนกลับถึงซึ่งสถาน
คือบาดาลถิ่นอาศัยไม่หมองหม่น
เป็นถิ่นที่อยู่ที่กินแผ่นดินตน
พบหน้ามนมเหสีที่ท่าคอย

** จึงเล่าความตามที่พบประสบผ่าน
เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่ย่อย
วิธูรบัณฑิตผู้คิดดีมิด่างพร้อย
เก่งเลิศลอยชาญฉลาดเปรื่องปราดครัน

** วิมาลาได้ฟังนั่งพินิจ
ในดวงจิตเกิดเลื่อมใสนึกใฝ่ฝัน
อยากฟังธรรมอย่างแรงกล้าน่าอัศจรรย์
ที่เขานั้นอธิบายคลายเศร้าตรม

** จึงได้คิดวางแผนเป็นแกนหลัก
เพื่อนำชักให้ใกล้ชิดสนิทสนม
แล้วกล่าวคำบรรยายหวังคลายปม
เพื่อเพาะบ่มบำบัดทุกข์สุขจำเริญ

** ตอนแรกหวังวอนไหว้ให้ชายผัว
ไปนำตัวผู้เก่งกล้าน่าสรรเสริญ
ท่านคงไม่เห็นด้วยช่วยเชื้อเชิญ
ต้องดำเนินหาวิธีที่แยบคาย

** พระนางแกล้งนอนป่วยด้วยมุ่งหวัง
ไม่ยอมเฝ้าเจ้าเวียงวังดังใจหมาย
เหมือนกับคนป่วยหนักจักวางวาย
ดูดุจคล้ายไม่มียารักษาแล้ว

** พระสวามีทรงเยี่ยมนางไม่ว่างเว้น
เพื่อทรงเป็นพลังให้ได้ผ่องแผ้ว
สิ่งชั่วร้ายจงหนีไกลไร้วี่แวว
โอ้นางแก้วรักเธอมากอย่าจากไป

** นางกราบทูลเหนือหัวตัวของน้อง
ต้องเจ็บป่วยหม่นหมองมิผ่องใส
ขอโปรดจงรีบช่วยด้วยเร็วไว
เอาหัวใจวิธูรมาอย่ารีรอ

** โอ้น้องจ๋าร้อยชั่งฟังสักนิด
วิธูรบัณฑิตเป็นที่รักหนักหนาหนอ
เปรียบอาทิตย์ดวงจันทร์อันลออ
เหล่ากษัตริย์ต่างพะนอขอคุ้มกัน

** การเข้าถึงท่านผู้นี้เห็นทียาก
คงลำบากแน่แท้ไม่แปรผัน
ครั้นเมื่อคิดที่จะนำมากำนัล
ให้อัดอั้นอุราหาใดปาน

** วิมาลาแกล้งไม่ฟังหันหลังกลับ
ทำเหมือนกับน้อยใจดังไฟผลาญ
ไม่อยากฟังคำที่เอ่ยเผยพจมาน
สุดรำคาญหนักหนาข้าไม่ฟัง

** พญานาคแสนกลุ้มรุ่มร้อนนัก
นึกสงสารเมียรักจักผิดหวัง
กลับปราสาทนอนระทมข่มภวังค์
สุดยับยั้งโทมนัสอึดอัดทรวง

ตอนที่ ๔ อิรันทตีรับอาสา

** พญานาคมีธิดาแสนน่ารัก
ประไพพักตร์ยิ่งกว่ามาจากสรวง
ดูจิ้มลิ้มดังจันทร์เพ็ญแก้มเป็นพวง
พ่อและแม่รักหวงดังดวงใจ

** ชื่อ อิรันทตี ศรีสง่า
มีวาจาเพราะพริ้งนักจักหาไหน
ทั้งฉลาดเริงร่ากว่าหญิงใด
สุดหาใครในบาดาลเปรียบปานนาง

** ถึงเวลาเข้าเฝ้าเจ้านาคราช
กราบพระบาทพระบิดาตอนฟ้าสาง
เห็นดวงหน้าอมทุกข์สุขเลือนราง
มีท่าทางเศร้าสร้อยเหงาหงอยเกิน

** จึงเอ่ยถามความดูให้รู้แน่
ว่าจริงแท้เป็นอย่างไรไม่ห่างเหิน
ขอร้องท่านเล่าเถิดหนอขอเชื้อเชิญ
เผื่อบังเอิญช่วยได้จึงใคร่รู้

** ท้าวเธอจึงเล่าเรื่องแต่เบื้องหลัง
ให้ลูกสาวได้ฟังดังเป็นอยู่
พ่อหมดทางหมดวิธีที่ฟื้นฟู
น่าอดสูอกเร่าร้อนสุดผ่อนปรน

** สาวน้อยกราบบังคมบรมนาถ
เชื้อชายชาติเจ้าพาราอย่าหมองหม่น
รับอาสาคลาไคลไปเมืองบน
จะดั้นด้นไปเมืองมนุษย์สุดโสภี

** องค์ราชาเอ่ยคำแนะนำลูก
เพื่อฝังปลูกแนวทางอย่างถ้วนถี่
เจ้าจงอย่ารั้งรอจรลี
แล้วจงหาสามีคู่เคียงกาย

** ที่มีความสามารถและอาจหาญ
ผู้เชี่ยวชาญเข้าถึงซึ่งจุดหมาย
คือวิธูรบัณฑิตคิดแยบคาย
ใช้อุบายนำหัวใจไปบาดาล

** นางจึงรีบไปหามารดาเจ้า
เพื่อจะเฝ้ากราบลาอย่าร้าวฉาน
จะขอจากเผ่าพงศ์และวงศ์วาน
ไปทำงานเพื่อมารดาอย่าร้อนรน

** แล้วกลับมาที่พักไม่ชักช้า
เตรียมกายาเดินทางอย่างหวังผล
รีบแหวกน้ำไปยังที่ปฐพีดล
หวังสืบค้นเสาะหาชายสามี

ตอนที่ ๕ บนยอดเขากาลคีรี

** ณ ชายฝั่งมหาสมุทรสุดกว้างใหญ่
ซึ่งอยู่ใกล้หิมวันอันสุขศรี
เกิดภูเขาเรียกขาน กาลคีรี
ซึ่งเป็นที่กินอยู่หมู่สัตว์ไพร

** อิรันทตี มาอาศัยไม่เหงาเศร้า
ทั่วลำเนาสายลมหวนชวนฝันใฝ่
เสียงนกการ้องกันขรมระงมไกล
ทั้งเรไรไก่ฟ้าสง่างาม

** ลิงค่างหมีเสือสิงกระทิงป่า
ต่างสดใสเริงร่าน่าเกรงขาม
ออกล่าเหยื่อหากินถิ่นฟ้าคราม
พยายามยืนหยัดสู้คู่โลกา

** พระนางเริ่มขับร้องทำนองเสนาะ
ฟังออดอ้อนออเซาะเพราะหนักหนา
ในเสียงเพลงที่ร้องร่ำพร่ำพรรณนา
วอนนาคารากษสหยดย้อยครัน

** ทั้งมนุษย์ครุฑาเทวราช
ขอประกาศให้ก้องท้องสวรรค์
อีกกินนรมากล้นพร้อมคนธรรพ์
ตั้งใจพลันรับฟังดังบรรยาย

** หากผู้ใดเก่งกล้าและฉลาด
ที่สามารถรับเงื่อนไขไม่เสียหาย
นำหัวใจวิธูรบัณฑิตคิดผ่อนคลาย
มาถวายพระมารดาข้ายินยอม

** เป็นภรรยาเขาผู้นั้นไม่หวั่นไหว
มอบทั้งกายและใจให้ถนอม
ครองคู่กันตลอดไปไม่ตรมตรอม
.ให้ดมดอมเนื้อนางไม่ห่างกาย

** ขณะนั้นปุณณกะยักษ์มักกะสัน
ควบม้าสินธพจรจรัลรีบผันผาย
ได้เหาะผ่านกลางพนามาเดียวดาย
ด้วยมุ่งหมายร่วมประชุมขุมกำลัง

** ได้ยินเพลงก้องดังฟังรื่นหู
เสียงพธูเพราะดีมีมนต์ขลัง
เห็นรูปร่างหน้าตาพาจังงัง
แม่ร้อยชั่งดังนางฟ้ามาเดินดิน

** เกิดคลั่งไคล้หลงรักสุดหักห้าม
แม่โฉมงามอิรันทตีมิเสื่อมสิ้น
จึงอาสาเอาหัวใจให้ยุพิน
ดังถวิลฝันหาอย่ากังวล

** อิรันทตีจึงพาหาแม่พ่อ
ไม่รีรอจะเสียการพานหมองหม่น
รีบไปยังบาดาลย่านน้ำวน
รายงานผลองค์ราชาไม่ช้าที

** พญานาคและวิมาลาอนุญาต
ถ้าสามารถทำให้เห็นเป็นสักขี
เราจะยกพระธิดายอดนารี
อภิเษกทันทีมิละเลย

** ปุณณกะขอกราบลาราชานาค
เพื่อจรจากบอกผู้ใหญ่ไม่เมินเฉย
เวสสุวรรณท่านหัวหน้าของข้าเอย
พร้อมเปิดเผยเรื่องราวคราวมีรัก

ตอนที่ ๖ ท้าเล่นสกา

** เวสสุวรรณเจือจุนปุณณกะ
ทำธุระเรื่องนารีที่สูงศักดิ์
ช่วยเหลือนางอย่างเร็วไวด้วยใจภักดิ์
ให้ประจักษ์อิรันทตีด้วยมีใจ

** ปุณณกะมีประสงค์ตรงดวงแก้ว
งามเพริดแพร้วโสภาจะหาไหน
เขาจึงมิรอช้ารีบคลาไคล
มุ่งหน้าไป เวปุลละ บรรพตา

** ครั้นสำเร็จเสร็จตามความมุ่งมาด
นำมณีใสสะอาดดังปรารถนา
ตรงไปยังอินทปัตถ์รัตน์รุจา
เพื่อจะท้าธนัญชัยวัยฉกรรจ์

** ให้มาเล่นสกาอย่าบ่ายเบี่ยง
สู้กันเยี่ยงบุรุษสุดหฤหรรษ์
จนรู้แพ้รู้ชนะอย่าช้าพลัน
เราขอท้าพนันในวันนี้

** ขณะนั้นบรรดามหากษัตริย์
ผู้ครองรัฐอยู่พร้อมกันขมันขมี
ร่วมประชุมปรึกษาหาวิธี
เพื่อป้องกันไพรีที่รุกราน

** พระเจ้าธนัญชัยใจนักสู้
ฟังคำขู่ร้องกล่าวอย่างห้าวหาญ
ละหน้าที่ที่ทำอยู่ผู้ประธาน
เอ่ยคำขานตรัสว่ารับท้าทาย

** องค์ราชาเสนอเงื่อนไขไม่รอช้า
ถ้าตัวข้ามีชัยสมใจหมาย
ท่านต้องมอบแก้วมณีสีพรรณราย
งามเฉิดฉายไร้ข้อแม้แต่นิดเดียว

** อันดวงแก้วมณีมีค่ามาก
หาได้ยากอยากมีไว้ใคร่ข้องเกี่ยว
เป็นมงคลในชีวีดีจริงเจียว
ไม่ห่อเหี่ยวมืดมนจนวายวาง

** ถ้าเราแพ้เอาสิ่งใดไม่ขัดข้อง
ยกเว้นของต้องห้ามเพียงสามอย่าง
มีตัวเราและพาราอย่าเลือนราง
มเหสีที่เคียงข้างไม่ห่างกัน

** ปุณณกะจึงร้องขอต่อจอมราช
เชื้อชายชาตินักสู้คู่แข่งขัน
อย่าคดโกงตั้งในธรรมดังจำนรรจ์
องค์ราชันให้สัญญาอย่ากังวล

ตอนที่ ๗ ปุณณกะยักษ์ชนะ

** เจ้าพนักงานเตรียมสิ่งของที่ต้องใช้
พร้อมทั้งสิ่งทั่วไปไม่สับสน
มีกระดานสกาสวยน่ายล
ที่พื้นบนทำด้วยเงินเจริญตา

** ลูกสกาทำด้วยทองงามผ่องใส
เพื่อจะได้แข่งขันให้หรรษา
ท่ามกลางเหล่ากษัตริย์ขัตติยา
ที่ได้มาประชุมรุมกันดู

** ปุณณกะประกาศก้องร้องวอนว่า
โปรดเถิดหนาเป็นพยานการต่อสู้
เพื่อป้องกันการบิดเบือนเหมือนตราชู
ให้สัจจะคงอยู่คู่แผ่นดิน

** องค์ราชาได้ประเดิมเริ่มเล่นก่อน
ประณมกรให้สมหวังดังถวิล
รำลึกถึงเทพธิดายุพาพิน
ที่คุ้มครองด้วยดวงจินต์ไม่สิ้นใย

** โปรดช่วยเหลือตัวข้าอย่าหนีหน่าย
กลัวจะอายคู่แข่งขันวันยิ่งใหญ่
ช่วยเหลือด้วยช่วยสักทีอย่าหนีไกล
วอนจงได้เมตตาตัวข้านี้

** แล้วเริ่มทอดสกาใจกล้าแกร่ง
หวังตำแหน่งชนะเลิศประเสริฐศรี
เป็นเจ้าของสิ่งล้ำค่าแก้วมณี
นึกยินดีหนักหนาหาใดปาน

** ปุณณกะท่องมนต์บ่นคาถา
บังคับลูกสกาพาร้าวฉาน
ให้เป็นไปตามใจหวังดังต้องการ
เทพธิดาก็บันดาลให้เปลี่ยนแปลง

** เป็นเช่นนี้ถึงสองคราน่าสงสัย
มีเลศนัยชวนให้คิดจิตกำแหง
เมื่อหวนคิดขึ้นมาพาระแวง
ถูกกลั่นแกล้งแน่แน่แย่แล้วเรา

** เขาจึงได้ตรวจดูให้รู้แจ้ง
ถึงมูลแห่งความเป็นมาพาอับเฉา
เห็นเทพธิดาร่างระหงแม่นงเยาว์
ได้คอยเฝ้าช่วยกษัตริย์ฉัตรนคร

** จึงได้หันไปมองจ้องตาใส่
นางตกใจรีบเผ่นหนีมิผันผ่อน
ตัดใจทิ้งจอมราชาไม่อาวรณ์
จำจากจรไม่ได้ลาอย่าโกรธแค้น

** ขาดเทพธิดาขาดผู้ช่วยแทบม้วยมอด
ราชาทอดผิดพลาดอนาถแสน
ต้องพ่ายแพ้คู่ต่อสู้ถูกดูแคลน
ไม่สำเร็จตามแผนแสนเสียดาย

ตอนที่ ๘ ของพนันมากค่า

** ปุณณกะดีใจได้ชัยชนะ
โกรัพยะผู้ยิ่งใหญ่สมใจหมาย
ประกาศก้องข้ามีชัยวิสัยชาย
จงรีบจ่ายของพนันตามสัญญา

** องค์ราชาใจหายเมื่อพ่ายแพ้
สุดจะแก้ไขได้ให้กังขา
เสียศักดิ์ศรีย่อยยับอัปรา
คิดขึ้นมาอับเฉาเศร้าทรวงใน

** จงหักห้ามพระทัยเสียเถิดหนา
แพ้ชนะธรรมดาอย่าหวั่นไหว
ปุณณกะปลอบราชาคราเสียใจ
แก้ตัวใหม่โอกาสหน้าเวลามี

** ธนัญชัยโบกพระหัตถ์พร้อมตรัสว่า
อันช้างม้าเพชรทองของเรานี่
พร้อมข้าทาสทั่วไปในธานี
เรายินดียกให้ไม่หวงเลย

** อยากจะได้สิ่งใดตามใจท่าน
ตามต้องการเราไม่ว่าอย่านิ่งเฉย
ท่านเก่งมากจริงหนอขอชมเชย
ที่เอื้อนเอ่ยจากใจในห้วงจินต์

** ปุณณกะทูลว่าตัวข้านี้
ไม่ได้มีความประสงค์ตรงทรัพย์สิน
ทั้งข้าทาสเงินทองพร้อมของกิน
สิ่งทั้งสิ้นเรามีพอขออธิบาย

** เพียงสิ่งเดียวที่อยากได้ในดวงจิต
ท่านวิธูรบัณฑิตมิตรสหาย
ที่รักยิ่งของพระองค์ทรงคู่กาย
เป็นผู้ชายที่ล้ำค่าหาใดปาน

** ธนัญชัยได้ฟังทรงนั่งอึ้ง
นึกไม่ถึงปุณณกะจะเหิมหาญ
กล้าเอ่ยขอให้ระกำทำร้าวราน
จึงกล่าวขานขยายความตามสัญญา

** เราได้ขอยกเว้นไว้ในสามสิ่ง
ที่รักยิ่งกว่าสิ่งใดใจโหยหา
มเหสียอดมิ่งขวัญกัลยา
เศวตฉัตรและราชาข้าขอร้อง

** ปุณณกะแย้งไปในคำขอ
ไม่ใช่ข้อยกเว้นเห็นถูกต้อง
ท่านวิธูรนอกประเด็นเป็นครรลอง
ข้ายกย่องบูชามาช้านาน

** องค์ราชาชี้แจงแถลงไข
จงเข้าใจเถิดนะจะกล่าวขาน
ท่านวิธูรเปรียบเผ่าพงศ์เป็นวงศ์วาน
นับเนื่องท่านคือตัวเราเจ้าจงรู้

** ด้วยเหตุผลที่เอ่ยเปิดเผยนี้
ตัวบ่งชี้ที่ยิ่งใหญ่ไม่อดสู
ท่านจึงไม่มีสิทธิ์จงคิดดู
ท่านวิธูรจะต้องอยู่คู่กับเมือง

**เมื่อตกลงกันไม่ได้ให้ขัดข้อง
จึงขอร้องวิธูรบัณฑิตจิตฟูเฟื่อง
ช่วยตัดสินเอาบุญอย่าขุ่นเคือง
เพื่อให้เรื่องยุติมิลุกลาม

ตอนที่ ๙ คำตัดสิน

** ท่ามกลางโรงวินิจฉัยวิจัยเรื่อง
ช่างนองเนืองด้วยผู้คนอย่างล้นหลาม
เหล่ากษัตริย์หลายเมืองเลื่องลือนาม
คอยฟังความอย่างตั้งใจสิ่งไหนจริง

** ฝ่าวิธูรบัณฑิตจิตแน่วแน่
จะช่วยแก้ปัญหาให้ในทุกสิ่ง
ตามครรลองของธรรมนำอ้างอิง
เพื่อเป็นที่พึ่งพิงทั้งหญิงชาย

** ฟังเรื่องราวทั้งสองท่านเล่าขานไข
ก็เข้าใจทั้งสิ้นถวิลหมาย
จะชี้แจงเหตุผลต้นจนปลาย
สาธยายเอ่ยอ้างอย่างพิสดาร

** เรื่องของทาสโดยทั่วไปในโลกนี้
แบ่งได้สี่ประเด็นเป็นมาตรฐาน
จะขอเล่าให้ฟังดังตำนาน
ได้กล่าวขานเอาไว้ให้เรียนรู้

** ทาสประเภทที่หนึ่งพึงจำเถิด
คือทาสแต่กำเนิดเกิดมาสู้
กับชะตาชีวิตจงคิดดู
พ่อแม่อยู่เป็นทาสไม่คลาดคลา

** ประเภทสองทาสเชลยเผยให้เห็น
พวกเขาเป็นเชลยศึกนึกผวา
จากบ้านเกิดเมืองนอนร้อนอุรา
อนิจจาเป็นกรรมจำต้องทน

** ประเภทสามทาสไถ่ตัวเกลือกกลั้วทุกข์
ไร้ความสุขใดใดใจหมองหม่น
ไม่มีเงินเสียค่าปรับสุดอับจน
รอคอยคนมาไถ่ไปใช้งาน

** ประเภทสี่ทาสยอมเป็นข้าเฝ้า
ไม่หมองเศร้าขอเป็นทาสอย่างอาจหาญ
เกิดในตระกูลรับใช้มานมนาน
ใจต้องการปฏิบัติด้วยศรัทธา

** ตัวของข้าเป็นทาสแต่กำเนิด
ใช่เลอเลิศกว่าผู้ใดในพื้นหล้า
มีพ่อแม่เป็นข้าของราชา
สืบต่อมาถึงเราเขารู้กัน

** ปุณณกะหัวเราะว่าวันนี้
แสนยินดีปรีดาพาสุขสันต์
ข้ามีชัยชนะใหญ่อนันต์
เหนือราชันอินทปัตถ์ฉัตรธานี

** ถึงสองคราสองครั้งดังที่เห็น
นับว่าเป็นที่ประจักษ์แห่งศักดิ์ศรี
ครั้งหนึ่งชนะสกาดังพาที
ครั้งสองชนะคดีที่ขัดแย้ง

** พระราชาเสียพระทัยอย่างใหญ่ยิ่ง
ที่ทุกสิ่งดังชะตามากลั่นแกล้ง
เทวดาไม่เข้าข้างช่างเปลี่ยนแปลง
ถูกเขาแย่งวิธูรฯไปใจเสียดาย

** นึกน้อยอกน้อยใจเป็นหนักหนา
ได้ชุบเลี้ยงเขามาดุจเชื้อสาย
แต่เขากลับไม่คิดผิดอุบาย
แม้เสียดายก็ต้องยอมสุดตรอมตรม

ตอนที่ ๑๐ แสดงธรรมก่อนจาก

** เมื่อมั่นใจรั้งไม่อยู่ดูเอาเถิด
เรื่องที่เกิดเศร้าหนักหนาพาขื่นขม
วิธูรฯไม่เป็นใจให้ระทม
จำต้องก้มรับเหตุการณ์ปล่อยผ่านไป

** ธนัญชัยอยากฟังธรรมคำสอนสั่ง
เป็นความหวังครั้งสุดท้ายหมายฝันใฝ่
ขอโปรดจงน้อมนำสิ่งอำไพ
เพื่อมอบให้เป็นของขวัญวันอำลา

** จึงใคร่ขอคำอธิบายขยายอรรถ
โปรดชี้ชัดให้ซึ้งถึงปัญหา
ที่สงสัยเนิ่นนานผ่านเวลา
ขอจงวิสัชนาอย่าช้าเลย

** ผู้ครองเรือนทำอย่างไรให้ปลอดโปร่ง
รู้สึกโล่งนอกในให้เฉลย
อยากรู้แจ้งเข้าใจได้เสบย
จงเอื้อนเอ่ยมธุรสพจมาน

** ทำเช่นใดจะได้รู้ผู้สงเคราะห์
จึงงามเหมาะดูดีมีมาตรฐาน
ทำด้วยอยากช่วยเหลือแผ่เจือจาน
ให้มีสุขสำราญเบิกบานทรวง

** เว้นจากการเบียดเบียนเขาเหล่าหมูสัตว์
ให้เห็นชัดทำไฉนผลใหญ่หลวง
ต่างอยู่เย็นไร้ทุกข์สุขใช่ลวง
สัตว์ทั้งปวงรมย์รื่นชื่นฤดี

** ทำอย่างไรในโลกหน้าจะไม่เศร้า
ได้คลุกเคล้าสันติสุขทุกข์วิ่งหนี
มีสมบัติเงินทองผ่องโสภี
โปรดช่วยชี้แนวทางอย่างแยบยล

** ฝ่ายวิธูรฯเอื้อนเอ่ยเฉลยว่า
กายวาจาต้องละอกุศล
รักษาศีลให้สดใสไม่ร้อนรน
เป็นอุดมมงคลผลมากมี

** เว้นจากอบายมุขสุขท่วมท้น
ไม่กระด้างทะนงตนจนเสื่อมศรี
ทั้งแบ่งปันเจือจานสานไมตรี
ทำความดีละความชั่วตัวลำพอง

** สงเคราะห์สมณะชีพราหมณ์ตามโอกาส
ไม่ประมาทในชีวิตคิดจองหอง
ปฏิบัติให้เด่นเป็นครรลอง
ชนแซ่ซร้องสาธุการเบิกบานใจ

** ครั้นเมื่อวิสัชนามาจบสิ้น
ลาภูมินทร์กลับเคหาพาหวั่นไหว
เพื่อพบบุตรภรรยาก่อนคลาไคล
เดินทางไปกับยักษ์ไกลนัครา

** พระเจ้าธนัญชัยพระทัยเศร้า
เพราะใจเฝ้าหวนคิดจิตกังขา
วิธูรฯไม่นับเป็นเชื้อชาติญาติกา
เลี้ยงดูมาด้วยใจหวังดังญาติตน

ตอนที่ ๑๑ สอนลูก

** วิธูรบัณฑิตพักกายชายคาบ้าน
สามทิวาราตรีกาลผ่านความหม่น
ใช้เวลาเพื่อฝังปลูกลูกทุกคน
ให้ผ่านพ้นทุกข์ภัยใฝ่ทำดี

** ต้องรู้จักปฏิบัติตนผลเลิศล้ำ
วัฒนธรรมรับราชการงานถ้วนถี่
อีกระเบียบมากมายหลากหลายมี
เป็นหน้าที่ต้องศึกษาอย่าเฉยเมย

** ไม่ควรกล้าเกินไปให้ใครว่า
เกิดพลาดท่าเขาดูถูกนะลูกเอ๋ย
ไม่ควรขลาดจนเสียงานพานเกินเลย
พ่อจะเผยจงจำไว้ไม่เสียการ

** ไม่ควรเดินตามทางลาดรับเสด็จ
ตกแต่งเสร็จสวยงามตามมาตรฐาน
ไม่นุ่งห่มกินอยู่ดูพิสดาร
ทัดเทียมท่านจอมราชันขวัญนคร

** ไม่ควรตีสนิทเพื่อชิดใกล้
เหล่านางในยอดหญิงมิ่งสมร
จงหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลใคร่วิงวอน
เธอออดอ้อนอย่างมงายชายตามอง

** ไม่ดื่มเหล้าเมายาพาเสียหาย
ขาดสติวุ่นวายกายหม่นหมอง
สมองเสื่อมเสียทรัพย์สินสิ้นเงินทอง
คนทั้งผองต่างติฉินพร่ำนินทา

**ไม่เห็นแกหลับนอนก่อนราชกิจ
มอบชีวิตเป็นราชพลีดีหนักหนา
ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์โชติรุจา
ที่กล่าวมาคือมงคลผลดีงาม

** เฝ้าอบรมสอนสั่งดังใจคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดเกรงขาม
ต่อการทำกรรมชั่วตัวเลวทราม
พยายามสร้างสรรค์หมั่นทำดี

** ครบเวลาจึงขอเฝ้าเจ้าเขตขัณฑ์
จอมราชันโกรัพยะพระทรงศรี
ถวายบังคมทูลกระหม่อมจอมโมลี
เอ่ยวจีขออภัยในเหตุการณ์

** เสร็จแล้วรีบกลับเรือนไม่เชือนช้า
ครั้นพบหน้าธิดาบุตรสุดสงสาร
ที่ต้องจากกันไกลใจร้าวราน
นึกสะท้านในอกหมกไหม้ตรม

** พ่อกอดลูกลูกกอดพ่อเอ่ยขอร้อง
ลูกหม่นหมองเศร้าใจให้ขื่นขม
เมื่อพ่อไปไกลตาพาระทม
ลูกชื่นชมพ่อจริงจริงอย่าทิ้งกัน

** พ่อกลับคำไม่ได้ใช่เบือนบิด
สุดจะคิดหาวิธีที่ผ่อนผัน
พ่อเป็นข้าของแผ่นดินสิ้นกัปกัลป์
มอบชีวันเป็นราชพลีเกินรีรอ

ตอนที่ ๑๒ ไปกับปุณณกะยักษ์

** จอมยักษ์ได้อาศัยอยู่ในบ้าน
วิธูรฯท่านสบายใจไม่เหี่ยวห่อ
วิธูรฯเอาใจใส่ใฝ่พะนอ
ไม่ย่อท้อต้อนรับให้หลับนอน

** ครบเวลาตามกำหนดหมดวาระ
วิธูรฯเตือนปุณณกะอนุสรณ์
ให้เดินทางอย่าชักช้าบ่ายหน้าจร
ต้องแรมรอนเดินทางเยื้องย่างไกล

** เมื่อทั้งสองเตรียมกายหมายมุ่งหน้า
สู่แนวป่ากว้างแสนแดนเขาใหญ่
ปุณณกะจึงเปิดเผยเอ่ยออกไป
ช้าอยู่ใยไปกันนะจะโบยบิน

** ท่านจงจับหางม้าของข้านี้
ควบสู่พนาลีที่ถวิล
ด้วยมุ่งมาดปรารถนาอยู่อาจิณ
คือชีวินของวิธูรฯให้สูญพลัน

**เขาควบม้าเข้ากลางหว่างกิ่งไม้
ด้วยหวังให้ชีวาถึงอาสัญ
เป็นเป้าหมายที่ต้องการผลาญชีวัน
ให้วิธูรฯโศกศัลย์พลันถึงตาย

** อีกทั้งช่องหินผาน่ากลัวนัก
แง่หินหักแหลมคมสมใจหมาย
ควบม้าเหาะเข้าไปไม่ผ่อนคลาย
ให้เนื้อตัวสลายกลายเป็นจุณ

** ด้วยบุญญาบารมีที่สั่งสม
เป็นอุดมมงคลผลช่วยหนุน
ทั้งก้อนหินและกิ่งไม้ได้การุณย์
หลบหลีกให้ด้วยบุญที่สร้างมา

** ไม่ได้มีอันตรายมากรายกล้ำ
ไม่ชอกช้ำเพราะอำนาจวาสนา
การสร้างบุญบุญจะค้ำคอยนำพา
ให้ห่างไกลหมู่ปัจจามารังควาน

** ปุณณกะหาวิธีที่จะฆ่า
จนปัญญาเหนื่อยจิตคิดสังหาร
จึงจับฟาดกับต้นไม้ให้วายปราณ
บุญบันดาลไม่วอดวายยังหายใจ

** เห็นดังนั้นมุ่งสู่ชั้นบรรยากาศ
หวังพิฆาตด้วยลมกรดคงสดใส
ลมแหวกช่องมิระรานประการใด
ทำอย่างไรไม่ระคายผิวกายเลย

** เมื่อวิธูรบัณฑิตไม่ปลิดชีพ
จึงเร่งรีบเหาะไปไม่นิ่งเฉย
สู่บรรพตกาลคีรีที่คุ้นเคย
ว่าที่เขยแห่งนาคาพาร้อนรน

ตอนที่ ๑๓ ประจักษ์ความจริง

** ปุณณกะทำทุกวิธีที่จะฆ่า
แต่ผิดหวังทุกคราอุราหม่น
ยังไม่ยอมท้อถอยคอย ผจญ
เพื่อให้ถึงวายชนม์พ้นโลกไป

** จึงเนรมิตเป็นพญาคชสาร
หวังทิ่มแทงล้างผลาญทะยานใส่
วิธูรฯไม่สะทกสะท้านประการใด
มีจิตใจแน่วแน่ไม่แปรปรวน

** ท้ายสุดจับเหวี่ยงไปไกลเป็นโยชน์
ด้วยใจโหดหนักหนาพากำสรวล
แต่ด้วยบุญทำไว้ไม่เรรวน
จึงได้หวนส่งผลจนรอดตาย

** ฝ่ายวิธูรบัณฑิตคิดกังขา
เหตุใดจึงคิดฆ่าน่าใจหาย
เราไม่ได้เป็นศัตรูผู้มุ่งร้าย
คิดทำลายทรัพย์สินหรืออินทรีย์

** จึงเอ่ยถามว่าเหตุใดทำไมนะ
จึงคิดจะฆ่าเข่นให้เป็นผี
เป็นเรื่องชั่วหนักหนาเปื้อนราคี
ทำเช่นนี้บาปกรรมย่ำโลกันตร์

**ปุณณกะจึงเปิดเผยเฉลยเรื่อง
อย่าขุ่นเคืองฟังวจีมิหยามหยัน
การที่คิดจะสังหารผลาญชีวัน
หวังหัวใจไปกำนัลอิรันทตี

**สืบเนื่องด้วยวิมาลามาตุเรศ
ผู้เหนือเกศเยาวมิตรยอดอิตถี
อยากได้หัวใจของเจ้าเท่าชีวี
ตัวเรานี้รับอาสามาจัดการ

** ถ้าสำเร็จยกธิดาให้ได้เคียงข้าง
เชยชิดปรางร่วมภิรมย์ชมความหวาน
จากเรือนร่างของนงรามงามสะคราญ
เทพธิดาในวิมานยังพานอาย

** พร้อมเล่าเรื่องทั้งสิ้นถวิลหวัง
ให้ผู้ฟังเข้าใจในความหมาย
ตั้งแต่ต้นจนถึงซึ่งตอนปลาย
เพื่อคลี่คลายความคลางแคลงแห่งเรื่องราว

** ครั้นวิธูรฯฟังจบครบเนื้อหา
รู้อุบายวิมาลาว่าสื่อข่าว
หวังฟังธรรมชั้นเลิศเพริดแพรวพราว
ให้ใจขาวบรรเจิดเกิดปัญญา

** จึงเอ่ยบอกปุณณกะจะช่วยเหลือ
พร้อมจุนเจือดังมุ่งมาดปรารถนา
ครองรักอิรันทตีชั่วชีวา
โปรดจงฟังวาจาเราพาที

ตอนที่ ๑๔ แสดงธรรมในนาคพิภพ

** วิธูรฯได้น้อมนำเอาธรรมะ
มาสอนสั่งปุณณกะประเสริฐศรี
อันว่าความเมตตาเอื้ออารีย์
จะต้องมีประจำใจไปชั่วกาล

** อย่าเป็นคนมุ่งร้ายทำลายมิตร
อย่าได้คิดฉ้อฉลจนร้าวฉาน
อย่าหลงใหลสตรีเพศเหตุแหลกลาญ
อย่าริคบคนพาลสันดานทราม

** ปุณณกะเลื่อมใสในคำสอน
ประณมกรขอขมาข้าเคยหยาม
หวังจะฆ่าให้มอดม้วยด้วยวู่วาม
ไม่เกรงขามผลกรรมทำเรื่องอาย

** หลังจากนั้นจึงคลาไคลไปเมืองนาค
จำต้องจากกาลคีรีใช่หนีหน่าย
เพื่อพบกับวิมาลาที่ท้าทาย
ด้วยอุบายนำดวงใจไปให้นาง

** ครั้นมาถึงจึงพบประสบหน้า
เจ้าพาราผู้ทุกข์ทนใจหม่นหมาง
เพราะใจห่วงวิมาลาพาระคาง
สุดหาทางช่วยเหลือมาเจือจุน

** ฝ่ายวิธูรฯน้อมนำเอาคำสอน
อันสุนทรสอนนาคาอย่าว้าวุ่น
จงมีความเมตตาเกื้อการุณย์
รีบสร้างบุญเป็นเสบียงไว้เลี้ยงตน

** สอนนาคเสร็จรีบมุ่งไปไม่รอช้า
ต้องการพบวิมาลาคราหมองหม่น
ผู้อยากพบกับวิธูรฯไพบูลย์ชน
จึงดิ้นรนด้วยวิธีที่แยบคาย

** เมื่อวิธูรฯปรากฏตนจนพบหน้า
วิมาลาชื่นชมสมใจหมาย
เกิดปิติแผ่ซ่านไปในร่างกาย
ความกระวนกระวายหายหมดไป

** แสนยินดีปรีดาหาใดเหมือน
ผู้มาเยือนสูงคุณค่าจักหาไหน
เป็นญาติธรรมล้ำค่ากว่าผู้ใด
เอิบอิ่มใจเปี่ยมศรัทธาพาชื่นชม

** เริ่มสนทนาปราศรัยไม่ขัดเขิน
พร้อมเชื้อเชิญกล่าววจีที่เหมาะสม
ควรทำบุญอย่างไรให้รื่นรมย์
และเพาะบ่มคุณความดีที่ยืนยง

** วิธูรฯสอนดังตอนสอนจอมนาค
เพื่อจะฝากเป็นที่พึ่งพึงประสงค์
มีเมตตาปรานีที่มั่นคง
แก่เผ่าพงศ์บริวารประสานบุญ

** ตัดโลภะโมหะจะเป็นสุข
สิ้นเรื่องทุกข์หมองเศร้าเฝ้าคุกรุ่น
ประพฤติธรรมนำใจใสละมุน
จะเกื้อหนุนส่งผลจนวันตาย

** พญานาควิมาลาศรัทธามั่น
ที่วิธูรฯจำนรรจ์ดังจันทร์ฉาย
มีศรัทธาเลื่อมใสไม่เสื่อมคลาย
ความเหนื่อยหน่ายห่างไกลใจชื่นบาน

** ภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว
ใจผ่องแผ้วเปี่ยมสุขสนุกสนาน
มอบอิรันทตีมิช้านาน
ปุณณกะสำราญเบิกบานใจ

** ได้ครองรักสมดังจิตคิดปรารถนา
ชื่นชีวาชั่วชีวันดังฝันใฝ่
ด้วยวิธูรฯปรานีมีเยื่อใย
จัดการให้ดังวจีที่รำพัน

** ปุณณกะเชิดชูวิธูรบัณฑิต
เป็นยอดมิตรควรสรรเสริญเกินเสกสรร
จึงมอบแก้วมีคุณค่าสารพัน
ซึ่งโกรัพยะราชันนั้นต้องการ

** แล้วพากลับธานินทร์อินทปัตถ์
บุรีรัตน์ที่กว้างใหญ่แสนไพศาล
ต่างอยู่เย็นเป็นสุขทุกวันวาร
จนถึงกาลสิ้นใจไปตามกัน

บทส่งท้าย

** สัจจะคือความจริงสิ่งสูงค่า
จะนำพาให้ประสบพบสุขสันต์
ได้รับความเชื่อใจไปนิรันดร์
จะห่างไกลภยันอันตราย

** มีคนรักคนศรัทธาพาเลื่อมใส
ทำงานใดสมประสงค์จำนงหมาย
เพราะจริงจังต่อหน้าที่มิเสื่อมคลาย
สุขใจกายเพราะซื่อตรงไม่หลงตน

** มีสัจจะต่อการงานผ่านทุกข์เข็ญ
ไม่ลำเค็ญโศกเศร้าเฝ้าหมองหม่น
อีกความสัจต่อวาจาฝ่าทุกข์ทน
เกิดสุขล้นเกินรำพันจำนรรจา

** สัจจะต่อบุคคลผลล้นเหลือ
จะจุนเจือพบสิ่งดีที่ใฝ่หา
ดังวิธูรบัณฑิตคิดทำมา
ทั้งโลกนี้โลกหน้าสุขารมย์

พระเจ้าสิบชาติ พระชาติที่ ๙ พระวิธูรบัณฑิตบทส่งท้าย** สัจจะคือความจริงสิ่งสูงค่าจะนำพาให้ประสบพบสุขสันต์ได้รับความเชื่อใ...
12/12/2018

พระเจ้าสิบชาติ พระชาติที่ ๙ พระวิธูรบัณฑิต

บทส่งท้าย

** สัจจะคือความจริงสิ่งสูงค่า
จะนำพาให้ประสบพบสุขสันต์
ได้รับความเชื่อใจไปนิรันดร์
จะห่างไกลภยันอันตราย

** มีคนรักคนศรัทธาพาเลื่อมใส
ทำงานใดสมประสงค์จำนงหมาย
เพราะจริงจังต่อหน้าที่มิเสื่อมคลาย
สุขใจกายเพราะซื่อตรงไม่หลงตน

** มีสัจจะต่อการงานผ่านทุกข์เข็ญ
ไม่ลำเค็ญโศกเศร้าเฝ้าหมองหม่น
อีกความสัจต่อวาจาฝ่าทุกข์ทน
เกิดสุขล้นเกินรำพันจำนรรจา

** สัจจะต่อบุคคลผลล้นเหลือ
จะจุนเจือพบสิ่งดีที่ใฝ่หา
ดังวิธูรบัณฑิตคิดทำมา
ทั้งโลกนี้โลกหน้าสุขารมย์

สมพงศ์ ชูสุวรรณ
บ้านกัลปังหา

ข้อมูล : พระเจ้าสิบชาติ สำนักพิมพ์ธรรมสภา

พระเจ้าสิบชาติ พระชาติที่ ๙ พระวิธูรบัณฑิตตอนที่ ๑๔  แสดงธรรมในนาคพิภพ ** วิธูรฯได้น้อมนำเอาธรรมะ มาสอนสั่งปุณณกะประเสริ...
03/12/2018

พระเจ้าสิบชาติ พระชาติที่ ๙ พระวิธูรบัณฑิต

ตอนที่ ๑๔ แสดงธรรมในนาคพิภพ

** วิธูรฯได้น้อมนำเอาธรรมะ
มาสอนสั่งปุณณกะประเสริฐศรี
อันว่าความเมตตาเอื้ออารีย์
จะต้องมีประจำใจไปชั่วกาล

** อย่าเป็นคนมุ่งร้ายทำลายมิตร
อย่าได้คิดฉ้อฉลจนร้าวฉาน
อย่าหลงใหลสตรีเพศเหตุแหลกลาญ
อย่าริคบคนพาลสันดานทราม

** ปุณณกะเลื่อมใสในคำสอน
ประณมกรขอขมาข้าเคยหยาม
หวังจะฆ่าให้มอดม้วยด้วยวู่วาม
ไม่เกรงขามผลกรรมทำเรื่องอาย

** หลังจากนั้นจึงคลาไคลไปเมืองนาค
จำต้องจากกาลคีรีใช่หนีหน่าย
เพื่อพบกับวิมาลาที่ท้าทาย
ด้วยอุบายนำดวงใจไปให้นาง

** ครั้นมาถึงจึงพบประสบหน้า
เจ้าพาราผู้ทุกข์ทนใจหม่นหมาง
เพราะใจห่วงวิมาลาพาระคาง
สุดหาทางช่วยเหลือมาเจือจุน

** ฝ่ายวิธูรฯน้อมนำเอาคำสอน
อันสุนทรสอนนาคาอย่าว้าวุ่น
จงมีความเมตตาเกื้อการุณย์
รีบสร้างบุญเป็นเสบียงไว้เลี้ยงตน

** สอนนาคเสร็จรีบมุ่งไปไม่รอช้า
ต้องการพบวิมาลาคราหมองหม่น
ผู้อยากพบกับวิธูรฯไพบูลย์ชน
จึงดิ้นรนด้วยวิธีที่แยบคาย

** เมื่อวิธูรฯปรากฏตนจนพบหน้า
วิมาลาชื่นชมสมใจหมาย
เกิดปิติแผ่ซ่านไปในร่างกาย
ความกระวนกระวายหายหมดไป

** แสนยินดีปรีดาหาใดเหมือน
ผู้มาเยือนสูงคุณค่าจักหาไหน
เป็นญาติธรรมล้ำค่ากว่าผู้ใด
เอิบอิ่มใจเปี่ยมศรัทธาพาชื่นชม

** เริ่มสนทนาปราศรัยไม่ขัดเขิน
พร้อมเชื้อเชิญกล่าววจีที่เหมาะสม
ควรทำบุญอย่างไรให้รื่นรมย์
และเพาะบ่มคุณความดีที่ยืนยง

** วิธูรฯสอนดังตอนสอนจอมนาค
เพื่อจะฝากเป็นที่พึ่งพึงประสงค์
มีเมตตาปรานีที่มั่นคง
แก่เผ่าพงศ์บริวารประสานบุญ

** ตัดโลภะโมหะจะเป็นสุข
สิ้นเรื่องทุกข์หมองเศร้าเฝ้าคุกรุ่น
ประพฤติธรรมนำใจใสละมุน
จะเกื้อหนุนส่งผลจนวันตาย

** พญานาควิมาลาศรัทธามั่น
ที่วิธูรฯจำนรรจ์ดังจันทร์ฉาย
มีศรัทธาเลื่อมใสไม่เสื่อมคลาย
ความเหนื่อยหน่ายห่างไกลใจชื่นบาน

** ภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว
ใจผ่องแผ้วเปี่ยมสุขสนุกสนาน
มอบอิรันทตีมิช้านาน
ปุณณกะสำราญเบิกบานใจ

** ได้ครองรักสมดังจิตคิดปรารถนา
ชื่นชีวาชั่วชีวันดังฝันใฝ่
ด้วยวิธูรฯปรานีมีเยื่อใย
จัดการให้ดังวจีที่รำพัน

** ปุณณกะเชิดชูวิธูรบัณฑิต
เป็นยอดมิตรควรสรรเสริญเกินเสกสรร
จึงมอบแก้วมีคุณค่าสารพัน
ซึ่งโกรัพยะราชันนั้นต้องการ

** แล้วพากลับธานินทร์อินทปัตถ์
บุรีรัตน์ที่กว้างใหญ่แสนไพศาล
ต่างอยู่เย็นเป็นสุขทุกวันวาร
จนถึงกาลสิ้นใจไปตามกัน

สมพงศ์ ชูสุวรรณ
บ้านกัลปังหา

ข้อมูล : พระเจ้าสิบชาติ สำนักพิมพ์ธรรมสภา
ภาพประกอบเรื่อง : ไพบุลย์ อินทศรี

พระเจ้าสิบชาติ พระชาติที่ ๙ พระวิธูรบัณฑิตตอนที่ ๑๓  ประจักษ์ความจริง ** ปุณณกะทำทุกวิธีที่จะฆ่า แต่ผิดหวังทุกคราอุราหม่...
29/11/2018

พระเจ้าสิบชาติ พระชาติที่ ๙ พระวิธูรบัณฑิต

ตอนที่ ๑๓ ประจักษ์ความจริง

** ปุณณกะทำทุกวิธีที่จะฆ่า
แต่ผิดหวังทุกคราอุราหม่น
ยังไม่ยอมท้อถอยคอยผจญ
เพื่อให้ถึงวายชนม์พ้นโลกไป

** จึงเนรมิตเป็นพญาคชสาร
หวังทิ่มแทงล้างผลาญทะยานใส่
วิธูรฯไม่สะทกสะท้านประการใด
มีจิตใจแน่วแน่ไม่แปรปรวน

** ท้ายสุดจับเหวี่ยงไปไกลเป็นโยชน์
ด้วยใจโหดหนักหนาพากำสรวล
แต่ด้วยบุญทำไว้ไม่เรรวน
จึงได้หวนส่งผลจนรอดตาย

** ฝ่ายวิธูรบัณฑิตคิดกังขา
เหตุใดจึงคิดฆ่าน่าใจหาย
เราไม่ได้เป็นศัตรูผู้มุ่งร้าย
คิดทำลายทรัพย์สินหรืออินทรีย์

** จึงเอ่ยถามว่าเหตุใดทำไมนะ
จึงคิดจะฆ่าเข่นให้เป็นผี
เป็นเรื่องชั่วหนักหนาเปื้อนราคี
ทำเช่นนี้บาปกรรมย่ำโลกันตร์

**ปุณณกะจึงเปิดเผยเฉลยเรื่อง
อย่าขุ่นเคืองฟังวจีมิหยามหยัน
การที่คิดจะสังหารผลาญชีวัน
หวังหัวใจไปกำนัลอิรันทตี

**สืบเนื่องด้วยวิมาลามาตุเรศ
ผู้เหนือเกศเยาวมิตรยอดอิตถี
อยากได้หัวใจของเจ้าเท่าชีวี
ตัวเรานี้รับอาสามาจัดการ

** ถ้าสำเร็จยกธิดาให้ได้เคียงข้าง
เชยชิดปรางร่วมภิรมย์ชมความหวาน
จากเรือนร่างของนงรามงามสะคราญ
เทพธิดาในวิมานยังพานอาย

** พร้อมเล่าเรื่องทั้งสิ้นถวิลหวัง
ให้ผู้ฟังเข้าใจในความหมาย
ตั้งแต่ต้นจนถึงซึ่งตอนปลาย
เพื่อคลี่คลายความคลางแคลงแห่งเรื่องราว

** ครั้นวิธูรฯฟังจบครบเนื้อหา
รู้อุบายวิมาลาว่าสื่อข่าว
หวังฟังธรรมชั้นเลิศเพริดแพรวพราว
ให้ใจขาวบรรเจิดเกิดปัญญา

** จึงเอ่ยบอกปุณณกะจะช่วยเหลือ
พร้อมจุนเจือดังมุ่งมาดปรารถนา
ครองรักอิรันทตีชั่วชีวา
โปรดจงฟังวาจาเราพาที

สมพงศ์ ชูสุวรรณ
บ้านกัลปังหา

ข้อมูล : พระเจ้าสิบชาติ สำนักพิมพ์ธรรมสภา
ภาพประกอบเรื่อง : ไพบุลย์ อินทศรี

*** ลอยกระทงปีนี้ไม่มีเธอ ***๏ จันทร์เพ็ญลอยเด่นฟ้า ถึงเวลาน้ำจะนองวันเพ็ญเดือนสิบสอง ไม่หม่นหมองลอยกระทง๏ บูชารอยพระบาท...
22/11/2018

*** ลอยกระทงปีนี้ไม่มีเธอ ***

๏ จันทร์เพ็ญลอยเด่นฟ้า
ถึงเวลาน้ำจะนอง
วันเพ็ญเดือนสิบสอง
ไม่หม่นหมองลอยกระทง

๏ บูชารอยพระบาท
บรมนาถผู้สูงส่ง
ตัวแทนพุทธองค์
ผู้ทรงไว้ซึ่งความดี

๏ เมื่อปีที่ผ่านมา
มีแก้วตายอดยาหยี
เคียงข้างทุกนาที
ริมวารีสองฝั่งคลอง

๏ ร่วมกันลอยกระทง
เพื่อบุญส่งคอยสนอง
ร่วมเรียงเคียงประคอง
ไปจวบจนฟ้ามลาย

๏ ตั้งจิตอธิษฐาน
ร่วมสาบานดังมั่นหมาย
รักกันจนวันตาย
แม้ชีพวายไม่จากกัน

๏ คำมั่นคำสัญญา
ชั่วชีวาจะรักมั่น
รักเรามีต่อกัน
จะยั่งยืนชั่วฟ้าดิน

๏ รักเราจะมั่นคง
ใจซื่อตรงมิรู้สิ้น
รักกันชั่วชีวิน
ตราบฟ้าดินมลายไป

๏ อ้างเอาแม่คงคา
สายธาราที่รินไหล
ดวงจันทร์งามไฉไล
เป็นพยานรักของเรา

๏ วันนี้ไม่มีเธอ
รู้ไหมเออใจฉันเหงา
มองไปไม่เห็นเงา
ของสองเราเหมือนผ่านมา

๏ เดือนนี้แสนจะเศร้า
เพราะขาดเจ้าเสน่หา
จากไปสุดไกลตา
ไม่กลับมาให้รื่นรมย์

๏ ปีนี้ขมขื่นใจ
ขาดเธอไปใจขื่นขม
ขาดคนที่ชื่นชม
เธอหลีกหนีจากไปไกล

๏ ในมือถือกระทง
ใจมั่นคงไม่หวั่นไหว
ส่งใจไปถึงใจ
โปรดรับรู้ยังรักเธอ

๏ อธิษฐานด้วยใจมั่น
รักฉันนั้นมั่นเสมอ
ขอรักเพียงแต่เธอ
และขอเจอทุกชาติไป

๏ ตั้งใจลอยกระทง
มือวางลงในน้ำใส
เมื่อลอยเหมือนปล่อยใจ
ส่งตามน้ำไปถึงกัน

๏ ยังรักนะคนดี
ชั่วชีวีไม่แปรผัน
ดังเดือนและตะวัน
รักท้องฟ้าตลอดกาล

กัลปังหา ดอกไม้แห่งท้องทะเล

ที่อยู่

๑๓๘/๑๘ ซอยวุฒากาศ ๔๒ แยก ๒-๑ ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง
กรุงเทพมหานคร
๑๐๑๕๐

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านกัลปังหาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านกัลปังหา:

ทางลัด

แชร์