Dhammajak ธรรมจักร

ขออนุญาตแจ้งข่าวการจากไปและกำหนดการบำเพ็ญกุศล“ด้วยความอาลัยรักยิ่ง”พี่เต้ย (คุณกุหลาบสีชา แห่งลานธรรมจักร)ได้จากพวกเราไป...
16/04/2026

ขออนุญาตแจ้งข่าวการจากไปและกำหนดการบำเพ็ญกุศล
“ด้วยความอาลัยรักยิ่ง”

พี่เต้ย (คุณกุหลาบสีชา แห่งลานธรรมจักร)
ได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง
เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๓๐ น.
สิริอายุรวมได้ ๕๙ ปี ๙ เดือน
จึงขอเรียนเชิญญาติสนิทและกัลยาณมิตรธรรมทุกท่าน
ร่วมไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณพี่เต้ย
(คุณกุหลาบสีชา แห่งลานธรรมจักร) เป็นครั้งสุดท้าย
ณ ศาลา ๒ วัดวิมุตยาราม (เชิงสะพานพระราม ๗)
ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
โดยมีกำหนดการดังนี้

กำหนดการบำเพ็ญกุศล
วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๙
เวลา ๑๗.๐๐ น. | พิธีรดน้ำศพ
เวลา ๑๘.๓๐ น. | สวดพระอภิธรรม

วันพุธที่ ๑๕ - วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙
เวลา ๑๙.๐๐ น. | สวดพระอภิธรรม

วันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๙
เวลา ๑๘.๓๐ น. | สวดพระอภิธรรม ๒ ชุด

กำหนดการฌาปนกิจ
วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๙
เวลา ๑๐.๓๐ น. | ถวายภัตตาหารเพล และมาติกาบังสุกุล
เวลา ๑๖.๐๐ น. | ประชุมเพลิง

หมายเหตุ : จึงขอเรียนเชิญทุกท่านมาด้วยความเคารพ
และกราบขออภัยหากมิได้มาเรียนเชิญด้วยตนเอง
ในนามครอบครัวและเพจ กุหลาบสีชา
⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

กัลยาณมิตรธรรมท่านใดประสงค์จะร่วมบุญในการบำเพ็ญกุศลและการฌาปนกิจ “คุณกุหลาบสีชา แห่งลานธรรมจักร” สามารถโอนปัจจัยมาร่วมบุญได้ตามกำลังศรัทธา เป็นบัญชีธนาคารของน้องสาว “คุณกุหลาบสีชา แห่งลานธรรมจักร” ค่ะ

ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)
เลขที่บัญชี : 178-2-20336-6
ชื่อบัญชี : น.ส.บวรภัค ศิริพานิช

โทรศัพท์ คุณจอม ศิริพานิช
น้องชาย “คุณกุหลาบสีชา แห่งลานธรรมจักร”
ทีมงานผู้ดูแลระบบของเว็บธรรมจักร
089-115-9921

⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱
น้ำตาจากความเสียใจที่ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
ตลอดวัฏสงสารนี้นั้น มากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่

ทุกชีวิตต้องเจอกับกฎไตรลักษณ์ คือความไม่แน่นอน
และต้องพลัดพรากจากกันในที่สุด

หัวใจของพระพุทธศาสนาการอบรมในทางพุทธศาสนานั้น เบื้องแรกท่านว่า ให้เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ตามบัญญัติท่านเรียกว่าให้พากันรั...
13/02/2026

หัวใจของพระพุทธศาสนา

การอบรมในทางพุทธศาสนานั้น เบื้องแรกท่านว่า ให้เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ตามบัญญัติท่านเรียกว่าให้พากันรักษา ศีล เป็นเบื้องแรกเสียก่อน นี่ข้อประพฤติปฏิบัติจนเป็นเหตุไม่ให้เกิดโทษ ไม่ให้เกิดทุกข์ทางกายและทางวาจาของเรา อย่างที่เราทั้งหลายอบรมกันอยู่

ให้อายและกลัว ทั้งอายทั้งกลัว อายต่อความชั่วทั้งหลาย อายต่อความผิดทั้งหลาย อายต่อการกระทำบาปทั้งหลาย รักษาตัวกลัวบาป เมื่อจิตใจของเราพ้นจากความชั่วทั้งหลาย พ้นจากความผิดทั้งหลาย ใจเราก็เยือกเย็น ใจเราก็สบาย ความสบายหรือความสงบอันเกิดจากการประพฤติปฏิบัติซึ่งไม่มีโทษ นั่นก็เป็น สมาธิ ขั้นหนึ่ง

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง กุสะลัสสูปะสัมปะทา สุจิตตะปะริโยทะปะนัง เอตัง พุทธานะสาสนัง ท่านว่าเป็นหัวใจของพุทธศาสนา

สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำบาปทางกาย ทางวาจา คือการไม่ทำผิด ทำชั่ว ทางกาย ทางวาจา อันนี้เป็นตัวศาสนา เป็นพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย หรือ เอตัง พุทธานะสาสะนัง

กุสะลัสสูปะสัมปะทา เมื่อมาทำจิตของตนให้สงบระงับขากบาปแล้ว ก็เป็นจิตที่มีกุศลเกิดขึ้นมา เอตัง พุทธานะสาสะนัง อันนี้ก็เป็นคำสอนของท่านหรือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาเหมือนกัน

สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การมาทำจิตใจของตนให้ผ่องใสขาวสะอาด อันนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือเป็นหัวใจของพุทธศาสนาอีกประการหนึ่ง

ทั้งสามประการนี้เป็นหัวใจพุทธศาสนา ก็ประพฤติปฏิบัติอันนี้ ซึ่งมันก็มีอยู่ในตัวเราแล้ว กายก็มีอยู่ วาจาก็มีอยู่ จิตใจก็มีอยู่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจึงให้ปฏิบัติ ให้พิจารณาตัวในตัว ในของตัว ซึ่งมันมีอยู่ ของทั้งหมดที่เราศึกษาเราเรียนกันนั้น มันจะมารู้ความเป็นจริงอยู่ที่ตัวของเรา ไม่ไปรู้ที่อื่น

พระอาจารย์ชา สุภัทโท
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

อ่านต่อ ตามดูจิต การปฏิบัติที่ให้ผลเร็ว
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=41493
#ปฏิบัติธรรม #ธรรมะ

กิเลสเกิดจากจิตไม่ได้อยู่ที่กายพวกเดียรถีย์ ฤาษีดาบสสมัยนั้นพากันไปเห็นผิดเป็นชอบ เห็นว่ากิเลสนี้มันแทรกแซงอยู่ในร่างกาย...
12/02/2026

กิเลสเกิดจากจิตไม่ได้อยู่ที่กาย

พวกเดียรถีย์ ฤาษีดาบสสมัยนั้นพากันไปเห็นผิดเป็นชอบ เห็นว่ากิเลสนี้มันแทรกแซงอยู่ในร่างกายนี้แหละ เราต้องย่างให้มันเหี่ยวมันแห้งไปมันร้อน เปลวไฟมันถูกไปมันร้อน กิเลสมันอยู่ไม่ได้ ถอนตัวออกไป

นี่ฤาษีบางตนน่ะทำแคร่ยกแคร่ขึ้นแล้วก่อไฟไว้ใต้ ตนก็นอนอยู่ไฟมันรมเอาร่างกายอยู่จนเน่าเฟะ ในที่ึสุดก็ตายเอง กิเลสก็ไม่หมด เพราะมันปฏิบัติผิด เข้าใจผิดว่ากิเลสซ่อนอยู่ในร่างกาย

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า กิเลสทั้งหลายที่ส่วนดีส่วนชั่วทั้งหมดเกิดขึ้นจากดวงดวงนี้ทั้งนั้นเลย จิตดวงนี้เป็นผู้สร้างขึ้นมาเพราะจิตดวงนี้มันไม่รู้เท่าอารมณ์อันจะก่อให้เกิดกิเลส อย่างนี้นะ

เมื่อได้ประสบกับอารมณ์ต่างๆที่น่ายินดียินร้ายต่างๆจิตนี้ก็ยินดียินร้ายไปตามอารมณ์นั้นๆ มันถึงได้เกิดเป็นความโลภ ความโกรธความหลงขึ้นมา

มันเป็นอย่างนั้น

พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ
วัดป่าอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

ชวนอ่านพระธรรมเทศนาเต็มกัณฑ์เทศน์ของ
“พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=75&t=53080

11/12/2025

เช้าวันนี้ขอพามาเยือนวัดพระบรมธาตุสวี อ.สวี จ.ชุมพร ค่ะ
วัดพระธาตุสวี เป็นวัดเก่าแก่สำคัญประจำอำเภอสวี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสวี มีพระบรมธาตุบรรจุในพระเจดีย์สีทอง ล้อมด้วยระเบียงคตซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิมากกว่า ๑๐๐ องค์ สวยงาม ร่มเย็น
ภูมิศาสตร์ของวัดที่อยู่ริมแม่น้ำมีส่วนชวนให้จิตใจสงบดีมากค่ะ มีสะพานคู่แฝดให้เดินชมวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำ
ส่วนตัวฮานาโกะ เมื่อมาที่วัดจะชอบตรงที่มาวัดเดียวแต่สามารถน้อมสักการะได้ถึง 2 พระเจดีย์ เพราะ ณ ริมแม่น้ำสวีตรงนี้มีวัดสำคัญ 2 วัดที่สามารถมองเห็นองค์พระเจดีย์ได้พร้อมกัน คือ วัดพระบรมธาตุสวี และอีกฝั่งแม่น้ำ คือ วัดถ้ำขวัญเมือง

ดังนั้นเวลามาวัด กราบองค์พระเจดีย์ฝั่งนี้แล้ว ก็สามารถมายืนริมแม่น้ำแล้วน้อมกราบสักการะไปยังองค์พระเจดีย์บนยอดเขาวัดถ้ำขวัญเมือง
ยิ่งในช่วงพลบค่ำ ยืนริมแม่น้ำ มองเห็นพระเจดีย์บนยอดเขาสว่างสวยงามตัดกับท้องฟ้าสีเข้ม สวยงามน่าประทับใจมากๆค่ะ
ได้มาชุมพรต้องแวะแล้วค่ะ : )
#ชุมพร

นักปฏิบัติต้องเห็นความจริงอย่างนี้เหมือนอย่างคนใกล้จะตายอย่างนี้นะ เมื่อร่างกายส่วนใดมันไม่ปรองดองสามัคคีกันแล้ว เช่น ธา...
17/11/2025

นักปฏิบัติต้องเห็นความจริงอย่างนี้

เหมือนอย่างคนใกล้จะตายอย่างนี้นะ เมื่อร่างกายส่วนใดมันไม่ปรองดองสามัคคีกันแล้ว เช่น ธาตุไฟมันก็ดับลง ธาตุลมก็ดับลงอย่างนี้นะ วิญญาณอาศัยอยู่ไม่ได้ มันก็ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย เวลาคนใกล้จะตาย มันเป็นอย่างนั้นแหละ เหตุนั้นจึงว่า วิญญาณก็อาศัยรูปอันนี้ ถ้ารูปอันนี้วิบัติแปรปรวนไปแล้ววิญญาณก็ดับ มันเป็นอย่างนั้น

มันก็ดับเข้ามาโดยลำดับลำดับความรู้สึกอันนั้น จนมาถึงท่ามกลางอก อันเป็นที่อาศัยของดวงจิตนี้ เมื่อหทัยวัตถุอันเป็นที่อาศัยของจิตนี้ มันวิบัติแปรปรวนไปเต็มที่แล้ว จิตนี้ก็อาศัยอยู่หทัยวัตถุอันนี้ไม่ได้ ก็จึงได้ถอนตัวออกไปเราเรียกว่า ตาย ความรู้สึกในกายนี้ก็หมดสิ้นลงแล้ว เหมือนกับท่อนกล้วยที่เขาตัดทิ้งไว้บนดิน พระศาสดาทรงตรัสไว้อย่างนี้ ก็นับว่าเป็นความจริงทีเดียว

นั่นแหละนักปฏิบัติ นักภาวนา ต้องพิจารณาความตายให้ลงถึงความจริงให้ได้อย่างนี้แล้วมันก็จึงไม่สะดุ้งหวาดกลัวต่อความตาย เพราะไม่มีอะไรตาย มีแต่ธาตุสี่ขันธ์ห้ามันวิบัติแปรปรวนไป ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคลตาย มันก็เห็นลงไปอย่างนั้นล่ะบาดนี้

เมื่อเห็นลงไปว่า ไม่มีเราไม่มีเขาตาย จิตนี้มันก็ไม่เดือดร้อนแล้วบาดนี้ ไม่อาลัยหมายความว่างั้นเพราะมันไม่มีของเราอยู่ในนี้นี่ ในนาม ในรูป หรือในขันธ์ห้านี้ ของเราน้อยหนึ่งก็ไม่มี มันรู้แจ้งตามเป็นจริงอย่างนี้ นั่นล่ะถึงไม่เป็นทุกข์ล่ะบาดนี้นะ บุคคลผู้นั้นจึงมีสติเต็มที่เลย
...

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“ถ้าหากไม่ละย่อมไม่สิ้นสุด”

ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

"ไม่เป็นผู้ขอ"ผ้าสบงที่เราใช้ไปสองปีแล้วจนจะขาดหมด จะนั่งแต่ละครั้งต้องถลกผ้าขึ้นมานิดหนึ่งเสียก่อน เพราะผ้าที่เก่าจนขาด...
10/11/2025

"ไม่เป็นผู้ขอ"

ผ้าสบงที่เราใช้ไปสองปีแล้วจนจะขาดหมด จะนั่งแต่ละครั้งต้องถลกผ้าขึ้นมานิดหนึ่งเสียก่อน เพราะผ้าที่เก่าจนขาดมันจะติดตัว ไม่ลื่นเหมือนผ้าใหม่ ตอนนั้นอยู่บ้านป่าตาว กำลังกวาดลานวัด เหงื่อออก เผลอนั่งลงเลย ไม่ได้ถลกผ้าขึ้น ขาดแควกตรงก้นพอดี ต้องเอาผ้าขาวม้ามาเปลี่ยน แต่หาผ้ามาปะสบงไม่ได้ ต้องเอาผ้าเช็ดเท้าไปซักให้สะอาดแล้วเอามาปะข้างใน

เลยมานั่งคิดว่า เอ! พระพุทธเจ้านี้ทำไมทำให้คนต้องทนทุกข์จังเลย ขอคนก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ นึกท้อใจ เพราะจีวรก็ขาด สบงก็ขาด มานั่งภาวนาก็ตั้งใจได้ใหม่ คิดว่าเอาเถอะ จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ถอยละ ไม่มีผ้าก็ไม่ต้องนุ่ง จะเปลือยมันเลยทีนี้ ใจมันฮึดถึงขนาดนั้นทีเดียว คิดว่าทำให้ถึงที่สุดแล้ว ดูซิมันจะเป็นยังไง จากนั้นมาก็นุ่งผ้าปะหน้าปะหลังมาเรื่อย ไปถึงไหนก็นุ่งมันอย่างนั้นแหละ

ปีนั้นเป็นปีที่มีเดือนแปด ๒ หน ไปกราบอาจารย์กินรีอีกครั้ง ไปอยู่กับท่านก็ไม่เหมือนคนอื่น เพราะธรรมเนียมของท่านไม่เหมือนใคร ท่านก็มองๆ อยู่ เราก็ไม่ขอ ถ้ามันขาดอีกก็หาผ้ามาปะเข้าไปอีก ท่านก็ไม่ได้เอ่ยปากให้อยู่ด้วย เราก็ไม่ได้ขออยู่เหมือนกัน แต่ก็อยู่กับท่านน่ะแหละ ปฏิบัติไปทำไป ต่างคนต่างไม่พูด ใครจะเก่งกว่ากันว่างั้นเถอะ

จวนเข้าพรรษาท่านคงไปบอกญาติของท่านว่า มีพระมารูปหนึ่ง จีวรขาดหมดแล้ว ให้ตัดผ้าไตรไปถวายด้วยเถอะ เพราะมีคนเอาผ้ามาถวายเป็นผ้าทอเอง หนาทีเดียว ย้อมแก่นขนุน ก็เอาด้านจูงผีน่ะแหละมาเย็บ เย็บด้วยมือทั้งผืนเลย พวกโยมชีเขาช่วยกันเย็บให้ ดีใจที่สุด ใช้อยู่ ๔-๕ ปีก็ไม่ขาด ใช้ครั้งแรกก็ดูกระปุกกระปุย เพราะผ้าใหม่มันกระด้าง ยังไม่กระชับตัว เวลาเดินเสียงดังสวบสาบ ยิ่งใส่สังฆาฏิ ๒ ชั้นเข้าไปยิ่งดูอ้วนใหญ่ แต่เราก็ไม่เคยบ่น ใส่ไปได้สักปีสองปีน่ะแหละผ้าจึงอ่อนตัวลง ก็ได้อาศัยผ้าผืนนั้นมาเรื่อย ยังนึกถึงบุญคุณของท่านอยู่เสมอ เพราะท่านให้มาโดยที่เราไม่ได้ขอ เป็นบุญมาก ตั้งแต่ได้ผ้าผืนนั้นมาก็รู้สึกสบายกายสบายใจ

มองดูการกระทำของตัวเอง ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน จนถึงอนาคต ทำให้นึกได้ว่ากรรมใดทำไปแล้วไม่ผิด ไม่ทำให้เดือดร้อน มีแต่ความสบายใจ กรรมนั้นดี มีความเห็นอยู่อย่างนั้น เห็นจริงตามนั้น ก็รู้สึกว่าชักเข้าท่า เลยเร่งการภาวนาเป็นการใหญ่ ไม่หยุดเลย ผ้าผืนนั้นนะ ใส่ขึ้นภูเจอเสือเหลืองผมว่ามันไม่กล้ากัดแน่ พอมันโฮกมาเจอก็จะงักจังงังไปเลย

"พระอาจารย์ชา สุภัทโท"
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

จาก >>> หนังสืออุปลมณี หน้า ๓๔-๓๖
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=45741

•• รวมคำสอน “หลวงพ่อชา สุภัทโท”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38519

ผู้ที่จะฝึกจิตได้ดีๆนั้น ข้อสำคัญก็คือ มีคุณสมบัติเบื้องต้นได้แก่ มีศีลที่บริสุทธิ์ เพราะบุคคลที่มีศีลบริสุทธิ์จะเป็นฆรา...
21/08/2025

ผู้ที่จะฝึกจิตได้ดีๆนั้น ข้อสำคัญก็คือ มีคุณสมบัติเบื้องต้นได้แก่ มีศีลที่บริสุทธิ์ เพราะบุคคลที่มีศีลบริสุทธิ์จะเป็นฆราวาสมีศีล ๕ ศีล ๘ ศีลอย่างใดอย่างหนึ่งที่รักษาอยู่ต้องรักษาบริสุทธิ์

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรารักษาได้บริสุทธิ์ ก็คือว่าต้องศึกษาสิกขาบทที่สมาทาน และศึกษาเรื่องความเป็นไปของศีล เจตนาที่มีเจตนาประการใด ให้เข้าใจและตั้งใจปฏิบัติ

การตั้งใจปฏิบัติในยามปกติให้มีศีลนั้นไม่สู้สำคัญ แต่เมื่อไปประสบอารมณ์ที่น่าใคร่น่าพอใจก็ยังรักษาได้ ทิ้งอารมณ์ที่น่าใคร่น่าพอใจนั้นเสีย หรือไปประสบอารมณ์สิ่งที่ไม่น่าใคร่ไม่น่าพอใจอีก เป็นที่ขัดเคืองจิตใจ แต่สลัดทิ้งอารมณ์อันนั้นได้ อารมณ์เหล่านี้ถ้าตั้งมั่นอยู่ในศีลได้ ทิ้งอารมณ์เหล่านั้นไป นั่นคือการรักษาศีลที่เข้มแข็ง โดยมีจิตที่เข้มแข็ง

แท้จริงผู้มีศีลนั้นที่ท่านกล่าวว่า ศีลเป็นเครื่องรักษากายกับวาจา แต่สิ่งที่สำคัญคือผู้มีศีลต้องมีเจตนาวิรัติ คือมีความตั้งใจ ตั้งใจรักษา ที่เราภาวนาว่า ปาณาติปาตา เวรมณี ต้องพร้อมด้วยความตั้งใจและพร้อมด้วยความรู้สึกว่า บัดนี้เราสมาทานศีลนี้ เรางดเว้นศีลนี้แล้ว จากพระสงฆ์หรือจากส่วนรวมหรือจากอธิษฐานก็ดี ก็ให้เรามีความระมัดระวังและสำรวมไว้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป อะไรที่จะมาพรากให้ศีลของเราที่สมาทานแล้วเสียไปเราจะไม่ทำและเราจะกำจัดสิ่งเหล่านั้นไม่ให้เกิดขึ้นกับในจิตใจของตน

ผู้รักษาศีลจึงต้องมีเจตนาวิรัติ เมื่อเรามีเจตนาวิรัติดีแล้วเราก็จะรักษาศีลให้มั่นคง อะไรที่จะเกิดขึ้นเป็นเหตุให้เสียศีล ก็จะได้สำรวมระวังและมีความเคารพมีความนับถือ มีความรักในศีลของตนด้วยความมั่นคงที่ได้สมาทานไว้แล้ว คล้ายกับว่าศีลที่ตนเองรักษานั้นได้รับมาจากพระพุทธเจ้า เพราะเป็นคำสอนของพระองค์ จะทำให้จิตใจมั่นคงยิ่งขึ้น เมื่อจิตใจของผู้มีศีลมั่นคง สมาทานไว้แล้วก็จะรักษาได้ยืนยาวนาน หรือเมื่อประสบอะไรที่เป็นเหตุแห่งความวิบัติของศีล ก็จะมีจิตมั่นคงต่อต้านสิ่งเหล่านั้นไม่ให้ศีลของตนนั้นเสียไป

"พระอาจารย์บัวเกตุ ปทุมสิโร"
วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม

🌸 กระทู้สำหรับอ่านเพิ่มเติม
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=65999
ถอดคำจากคลิปเสียงพระธรรมเทศนา
จาก Youtube Channel "พรเทพ ศุภราภรณ์"
หัวข้อ "พิจารณาภาวนา"

"เมตตัญจะ คือ มิตร" นอกจากนี้ก็เข้าไปอยู่ในอุปการธรรม คือ ธรรมเป็นเครื่องสนับสนุนดวงจิตให้ตั้งอยู่ในความดี "เมตตัญจะ" เม...
18/07/2025

"เมตตัญจะ คือ มิตร"

นอกจากนี้ก็เข้าไปอยู่ในอุปการธรรม คือ ธรรมเป็นเครื่องสนับสนุนดวงจิตให้ตั้งอยู่ในความดี "เมตตัญจะ"

เมตตานี้มาจากคำว่า "มิตตะ" ซึ่งแปลตามนามศัพท์ว่า "เพื่อน" หรือ "มิตรสหาย" ของเรา แปลโดยคุณศัพท์ก็หมายถึง "ความรัก" "หวังดี" "คุ้นเคย" "สนิทสนม"

เวลาเรานั่ง ถ้าเราทำจิตประกอบไปด้วยเมตนาอย่างนี้ เราก็จะพ้นจากกรรมเวร

คือเราควรสำนึกว่า เราจะอยู่กับมิตรสหายของเราตลอดกาล เราจะไม่เพ่นพ่านไปอื่น เราจะไม่ละทิ้งไปจากเพื่อนของเรา

มิตรของเราก็คือ ร่างกายนั่นเอง เพราะจิตกับกายย่อทเนื่องกันอยู่เสมอทุกเวลา คือ กายก็ต้องอาศัยจิต จิตก็ต้องอาศัยกาย

"พระอาจารย์ลี ธัมมธโร"
วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ

จากหนังสือ แนวทางปฏิบัติและวิปัสสนา-กัมมัฎฐาน๒.หน้า๙๐.

🌱 รวมกระทู้พระธรรมเทศนาโดยท่านพระอาจารย์ลี ธัมมธโร
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=79
#ธรรม #ธรรมะ #เวบธรรมจักร #พุทธศาสนา #ปฏิบัริธรรม

🙏🙏🙏 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) : พระพุทธศาสนาเป็นของบริษัท ๔ ถ้าพระเสีย แต่โยมยังอยู่ อุบาสก-อุบาสิกาก็ต้องรัก...
14/07/2025

🙏🙏🙏 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) : พระพุทธศาสนาเป็นของบริษัท ๔ ถ้าพระเสีย แต่โยมยังอยู่ อุบาสก-อุบาสิกาก็ต้องรักษาพระพุทธศาสนาไว้ ยามใดที่พระสงฆ์เพลี่ยงพล้ำ อุบาสก-อุบาสิกาต้องเป็นหลักกลับมาช่วยฟื้นฟูหนุนให้มีพระดีมารักษาพระพุทธศาสนา

⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱
คัดบางตอนมาจาก...จาริกบุญ-จารึกธรรม ตอน “ความยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งเจริญและเสื่อม” ธรรมบรรยาย ณ นาลันทามหาวิหาร (Old Nalanda) เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เวลา ๐๗.๓๕ น.

⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

•• ภิกษุเสพเมถุน ต้องปาราชิก (หลวงปู่จันทา ถาวโร)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=55925

•• เรื่องผู้หญิง อันตรายของพระภิกษุ (หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=45573

•• พระต้องอาบัติปาราชิก บรรลุมรรคผลได้หรือไม่ ?? (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=90&t=58245

•• เงินตรา เหตุวิบัติของสงฆ์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=55978

⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

ไอ้บางทีไอ้เรามาเกิดกันอยู่นี่น่ะ อาจจะพ้นจากนรกแล้วมาเกิดเป็นคนก็ได้นะ หรือว่าพ้นจากสัตว์เดรัจฉานแล้วมาเกิดเป็นคนก็ได้ ...
29/01/2025

ไอ้บางทีไอ้เรามาเกิดกันอยู่นี่น่ะ อาจจะพ้นจากนรกแล้วมาเกิดเป็นคนก็ได้นะ หรือว่าพ้นจากสัตว์เดรัจฉานแล้วมาเกิดเป็นคนก็ได้ บางทีก็จุติจากสวรรค์โน่น มาเกิดเป็นคนก็ได้แต่เราระลึกชาติหนหลังไม่ได้ มันจึงรู้ไม่ได้

แต่รู้ไม่ได้เราก็พออนุมานตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ ถ้าผู้ใดจุติจากเทวดาลงมาเกิดเป็นคนอย่างนี้ คนผู้นั้นย่อมเป็นคนดีแน่เลย เป็นคนใจบุญ กลัวบาป มีเมตตาจิต ไม่คิดอิจฉาเบียดเบียนบุคคลอื่นสัตว์อื่น คนผู้เช่นนั้นแหละเราก็พอเดาได้เลยว่า ต้องมาจากเทวดาแน่นอน

เพราะว่าผู้ที่จะเป็นเทวดานะ มันก็ต้องละบาปไปแต่เป็นมนุษย์เสียก่อนอย่างนี้นะ เมื่อละบาปแต่เป็นมนุษย์แล้วไปเกิดเป็นเทวดา พอหมดบุญจากเทวดามาเกิดเป็นมนุษย์อีก นิสัยเก่าก็ติดตามมา นิสัยเป็นคนใจบุญมีเมตตาอารี ก็นั่นแหละมันก็ติดตามมาอย่างนี้แหละ เช่นนั้น

บางคนมาเกิดในโลกนี้ใจดำอำมหิต ไม่มีเมตตาอารี โกรธง่าย ชอบข่มเหงผู้อื่น ชอบดูถูกดูหมิ่นผู้อื่นอย่างนี้ ก็แสดงว่าต้องพ้นจากนรกมา หรือพ้นจากเปรตมา พ้นจากสัตว์เดรัจฉานมาแล้วมาเกิดเป็นคน เราก็พออนุมานได้พอเดาได้ ดูกิริยาท่าทางของบุคคลแต่ละคนนั่นล่ะ มันเป็นอย่างนั้น

🍂 "พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ"
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

🍀 ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

🌿 ชวนอ่านพระธรรมเทศนาเต็มกัณฑ์เทศน์ของ
“พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=75&t=53080
#ธรรมะ #พุทธศาสนา #หลวงปู่เหรียญ

27/01/2025

ที่อยู่

กรุงเทพมหานคร

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dhammajak ธรรมจักรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Dhammajak ธรรมจักร:

ทางลัด

แชร์