Satir for Thailand : ซาเทียร์ วิถีพุทธ

Satir for Thailand : ซาเทียร์ วิถีพุทธ

Share

Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Satir for Thailand : ซาเทียร์ วิถีพุทธ, Education, 108/49 Raintree Villa Condo
ชั้น 5 ซอยสุขุมวิท 53
ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ
เขตวัฒนา กทม., .

14/05/2026

ความเชื่อมโยงระหว่างกายกับจิต

ความน่าสนใจของ Somatic Therapy
หรือการบำบัดทางกาย
คือแนวทางการบำบัดที่เน้นการเชื่อมโยงร
ะหว่างจิตใจและร่างกาย
โดยตระหนักว่าบาดแผลทางใจสามารถแ
สดงออกมาในรูปแบบความรู้สึกทางกายไ
ด้

11/05/2026

แม่เลี้ยงเดี่ยว
เหตุการณ์ที่ “ลูกประกาศตัดความสัมพันธ์กับแม่” มักไม่ได้เกิดจาก “เหตุการณ์เดียว” แต่เป็นผลสะสมของความสัมพันธ์ระยะยาว โดยเฉพาะในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่แม่ต้องรับบททั้ง “ผู้ปกครอง ผู้หาเลี้ยง และผู้ดูแลชีวิต” ไปพร้อมกัน จนบางครั้งความรักและความคาดหวังอาจกลายเป็นแรงกดดันโดยไม่รู้ตัว

สำหรับครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว มีปัจจัยทางจิตวิทยาหลายอย่างที่อาจนำไปสู่ความห่างเหินระหว่างแม่กับลูกได้ เช่น



1. ความผูกพันแบบ “พึ่งพากันมากเกินไป” (Enmeshment)

แม่เลี้ยงเดี่ยวจำนวนมากใช้ชีวิตโดยมี “ลูกคือโลกทั้งใบ”
จึงอาจเกิดความสัมพันธ์ที่ขอบเขตไม่ชัด เช่น

* คาดหวังให้ลูกเข้าใจความเหนื่อยของแม่เสมอ
* ต้องการการตอบแทนทางอารมณ์จากลูก
* รู้สึกสูญเสียเมื่อ ลูกเริ่มโต มีชีวิตส่วนตัว หรือมีคู่รัก

ในมุมลูก สิ่งนี้อาจทำให้รู้สึกว่า
“ตัวเองไม่มีอิสระในการเป็นตัวของตัวเอง”

เมื่อสะสมไปนาน ๆ ลูกบางคนจึงเลือก “ตัดออกทั้งหมด” เพื่อปกป้องพื้นที่ทางใจของตัวเอง



2. ความรักที่มาพร้อมความรู้สึกผิด (Guilt-based Parenting)

แม่เลี้ยงเดี่ยวหลายคนผ่านความลำบากมามาก
จึงเผลอสื่อสารกับลูกในลักษณะ เช่น

* “แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก”
* “แม่เสียสละมาทั้งชีวิต”
* “ถ้าไม่มีลูก แม่คงไม่เหนื่อยขนาดนี้”

แม้พูดด้วยความจริงใจ
แต่ในเชิงจิตวิทยา ลูกอาจรู้สึกว่า

“ฉันมีหน้าที่ต้องทำให้แม่มีความสุข”

เมื่อทำไม่ได้ จะเกิดความกดดันและความรู้สึกผิดเรื้อรัง
สุดท้ายบางคนเลือก “หนีออกจากความสัมพันธ์” เพราะไม่สามารถแบกรับอารมณ์นั้นต่อไปได้



3. การควบคุมที่ซ่อนอยู่ในความห่วงใย

แม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียวมักกลัวการสูญเสีย
จึงอาจแสดงออกเป็นการควบคุม เช่น

* ตรวจสอบชีวิตลูกมากเกินไป
* แสดงความคิดเห็นกับทุกการตัดสินใจ
* ไม่ยอมรับคนรักหรือเส้นทางชีวิตของลูก
* ใช้อารมณ์เมื่อรู้สึกว่าลูกห่างออกไป

ในมุมแม่ นี่คือ “ความรัก”
แต่ในมุมลูก อาจรู้สึกว่า

“ฉันไม่เคยได้ใช้ชีวิตของตัวเองจริง ๆ”



4. บาดแผลที่ส่งต่อข้ามรุ่น (Generational Trauma)

บางครั้งแม่เองก็เติบโตมากับ

* การขาดความรัก
* การถูกควบคุม
* ความรุนแรงทางอารมณ์
* การต้องอดทนเพื่ออยู่รอด

จึงอาจไม่เคยเรียนรู้วิธีสื่อสารความรักอย่างปลอดภัย
และเผลอใช้รูปแบบเดิมกับลูกโดยไม่รู้ตัว

นี่ไม่ได้แปลว่าแม่ “ไม่รักลูก”
แต่แปลว่าแม่อาจกำลังรักลูกด้วยวิธีที่ตัวเองเคยถูกเลี้ยงมา



เมื่อสะสมความอัดอั้นนาน ๆ
การ “ประกาศตัดความสัมพันธ์” อาจเป็นการสื่อสารครั้งสุดท้ายว่า

“ฉันเจ็บมานานแล้ว”



การตัดความสัมพันธ์ไม่ได้แปลว่า “หมดรัก” เสมอไป
หลายครั้งมันคือ

* การปกป้องสุขภาพจิต
* การสร้างขอบเขต
* การหยุดวงจรความเจ็บปวด

ดังนั้น เรื่องแบบนี้จึงแทบไม่มี “ฝ่ายผิดฝ่ายถูก” แบบสมบูรณ์
แต่เป็นผลของบาดแผล ความคาดหวัง และการสื่อสารที่ไม่เคยถูกเยียวยา



ความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่ลึกที่สุด
ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งคาดหวังมาก ยิ่งคาดหวังมากก็จะยิ่งผิดหวังมาก และทำให้อีกฝ่ายอึดอัด

และการรักตัวเอง สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ผิด

“แม่เลี้ยงเดี่ยว” ไม่ได้แปลว่า “จะมีปัญหา”

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “คุณภาพของความสัมพันธ์”

แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ดูแลหัวใจตัวเองเป็น
ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
แต่สามารถสร้างบ้านที่อบอุ่นได้เช่นกัน



การเยียวยาที่สำคัญที่สุด คือ การไม่แบกทุกอย่างไว้คนเดียว

แม่หลายคนพยายามเข้มแข็งจนลืมไปว่า
“คนดูแล ก็ต้องได้รับการดูแลเหมือนกัน”

ขอเป็นกำลังใจให้แม่เลี้ยงเดี่ยว และลูกๆที่มีแม่เลี้ยงเดียวนะคะ

#แม่เลี้ยงเดี่ยว #นักสุขภาพจิต #โค้ชหน่อย #นักจิตวิทยา #นักจิตบำบัด #จิตวิทยา

10/05/2026

หลายคนเติบโตมาโดยไม่เคยรู้ว่า “ความเจ็บปวดในใจ” ที่ติดตัวอยู่ อาจมีรากมาจากความสัมพันธ์ในครอบครัว

Toxic Parents ไม่ได้หมายถึงพ่อแม่ที่ “ไม่รักลูก” เสมอไป แต่หมายถึงรูปแบบพฤติกรรมที่ทำให้ลูกเติบโตมาพร้อมบาดแผลทางใจ ความกลัว หรือการรู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ดีพอ” อยู่ตลอดเวลา

Toxic Parents คืออะไร

Toxic Parents คือพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีพฤติกรรมควบคุม ทำร้าย กดดัน หรือสร้างผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพจิตของลูกอย่างต่อเนื่อง

บางครั้งพฤติกรรมเหล่านี้อาจเกิดจากความเครียด ความคาดหวัง หรือบาดแผลในวัยเด็กของพ่อแม่เอง แต่เมื่อเกิดซ้ำ ๆ ก็สามารถส่งผลต่อจิตใจของลูกในระยะยาวได้



Toxic Parents มีแบบไหนบ้าง

1. พ่อแม่ควบคุมทุกอย่าง (Controlling Parents)

* ต้องการตัดสินใจแทนลูกทุกเรื่อง
* ไม่เปิดโอกาสให้ลูกเลือกเอง
* ใช้คำว่า “หวังดี” เพื่อควบคุมชีวิตลูก

ตัวอย่าง

* “แม่รู้ดีที่สุด”
* “ห้ามเลือกอาชีพนี้”
* “ต้องทำตามที่พ่อบอกเท่านั้น”

ผลกระทบ

ลูกอาจโตมาเป็นคน:

* ไม่มั่นใจในตัวเอง
* กลัวการตัดสินใจ
* พึ่งพาคนอื่นมากเกินไป



2. พ่อแม่ชอบวิจารณ์และเปรียบเทียบ (Critical Parents)

* ตำหนิลูกบ่อย
* เปรียบเทียบกับพี่น้องหรือคนอื่น
* มองเห็นแต่ข้อผิดพลาด

ตัวอย่าง

* “ทำไมไม่เก่งเหมือนคนอื่น”
* “แค่นี้ยังทำไม่ได้อีกเหรอ”
* “ลูกคนอื่นดีกว่าเยอะ”

ผลกระทบ

ลูกอาจมี:

* ปมด้อย
* Self-esteem ต่ำ
* รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า



3. พ่อแม่ใช้อารมณ์รุนแรง (Emotionally Abusive Parents)

* ตะโกน ดุด่า ประชดประชัน
* ทำให้ลูกรู้สึกผิดตลอดเวลา
* ใช้ความกลัวในการเลี้ยงดู

ผลกระทบ

* วิตกกังวล
* กลัวความผิดพลาด
* มีปัญหาความสัมพันธ์เมื่อโตขึ้น

บางคนโตมาแล้ว “ขอโทษเก่งเกินไป” เพราะกลัวคนโกรธตลอดเวลา



4. พ่อแม่ที่ไม่รับฟังความรู้สึก (Emotionally Neglectful Parents)

* มองว่าความรู้สึกลูกเป็นเรื่องไร้สาระ
* ไม่เคยถามว่าลูกรู้สึกอย่างไร
* สนใจแค่ผลลัพธ์หรือความสำเร็จ

ตัวอย่าง

* “อย่าคิดมาก”
* “เรื่องแค่นี้ร้องไห้ทำไม”
* “โตแล้วต้องเข้มแข็ง”

ผลกระทบ

ลูกอาจ:

* เก็บความรู้สึกเก่งเกินไป
* ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ
* รู้สึกโดดเดี่ยวแม้อยู่กับคนอื่น



5. พ่อแม่ที่รักแบบมีเงื่อนไข (Conditional Love)

ลูกจะได้รับความรักก็ต่อเมื่อ:

* เรียนเก่ง
* เชื่อฟัง
* ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ

ผลกระทบ

ลูกอาจเชื่อว่า:
“ถ้าฉันไม่สมบูรณ์แบบ ฉันจะไม่ถูกรัก”

จึงกลายเป็นคน:

* กดดันตัวเองสูง
* กลัวความล้มเหลว
* พยายามเอาใจคนอื่นตลอดเวลา



ผลกระทบระยะยาวของการเติบโตมากับ Toxic Parents

หลายบาดแผลไม่ได้หายไปเมื่อโตขึ้น แต่แฝงอยู่ในวิธีคิดและความสัมพันธ์

ผลกระทบที่พบบ่อย

* ขาดความมั่นใจ
* รู้สึกผิดง่าย
* กลัวการถูกปฏิเสธ
* ตั้งขอบเขตกับคนอื่นไม่เป็น
* ดึงดูดความสัมพันธ์ Toxic
* มีภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า
* รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ดีพอ” ตลอดเวลา

บางคนภายนอกดูเข้มแข็งมาก
แต่ข้างในยังเป็นเด็กคนหนึ่งที่กำลังรอคำว่า
“เธอดีพอแล้ว”



วิธีรับมือและเยียวยาตัวเอง

1. ยอมรับว่าความเจ็บปวดนั้นมีอยู่จริง

การยอมรับไม่ได้แปลว่าโทษพ่อแม่
แต่คือการยอมรับว่า “สิ่งที่เราเจอ ส่งผลกับใจเรา”

นี่คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยา



2. แยกแยะว่าอะไรคือ “ความหวังดี” และอะไรคือ “การควบคุม”

บางครั้งเราถูกสอนให้เชื่อฟังจนลืมฟังหัวใจตัวเอง

คุณมีสิทธิ์:

* คิดต่าง
* เลือกชีวิตตัวเอง
* ตั้งขอบเขตที่ปลอดภัย



3. ฝึกตั้ง Boundaries

Boundaries คือการปกป้องพื้นที่ทางใจของตัวเอง

เช่น:

* ปฏิเสธคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ
* ลดบทสนทนาที่ทำให้รู้สึกแย่
* ไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกอย่างเสมอไป

การตั้งขอบเขตไม่ใช่การอกตัญญู
แต่คือการดูแลสุขภาพจิตตัวเอง



4. หยุดโทษตัวเอง

เด็กหลายคนโตมากับความเชื่อว่า:
“ฉันคงไม่ดีพอ พ่อแม่ถึงไม่พอใจ”

แต่ความจริงคือ:
เด็กทุกคนสมควรได้รับความรัก ความปลอดภัย และการรับฟัง



5. หากบาดแผลหนักเกินรับมือคนเดียว ควรพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ

การบำบัดไม่ใช่เรื่องน่าอาย
บางครั้งเราไม่ได้ต้องการคนที่ “ตัดสิน”
แต่ต้องการคนที่ “รับฟังอย่างเข้าใจ”



❤️❤️❤️

ไม่ใช่ทุกคนที่โชคดีเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น
แต่เรายังสามารถเรียนรู้ที่จะเยียวยาหัวใจตัวเองได้

บาดแผลจากครอบครัวอาจอธิบายว่า
“ทำไมเราเป็นแบบนี้”

แต่ไม่ได้กำหนดว่า
“เราต้องเป็นแบบนี้ตลอดไป”

และบางที…
การเติบโตที่แท้จริง อาจเริ่มต้นจากวันที่เราเลิกโทษตัวเอง
และเริ่มใจดีกับตัวเองเป็นครั้งแรก

#โค้ชหน่อย
#จิตวิทยา #นักจิตวิทยา #นักสุขภาพจิต #นักจิตบำบัด

27/02/2026

สมุดเบาใจ Death Fest 2026 Limited Edition แจกสำหรับ 100 คนแรกต่อวันเท่านั้น

สมุดเบาใจ คือเครื่องมือช่วยทบทวน วางแผนชีวิต และสื่อสารเจตนาล่วงหน้าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่วงสุดท้ายของชีวิตเราอยากมอบให้เป็นของขวัญสำหรับผู้ที่ตั้งใจมาร่วมงานของเรา ไม่ว่าคุณจะมีสมุดเบาใจอยู่แล้วหรือไม่ คุณไม่ควรพลาดรุ่นพิเศษนี้ เราตั้งใจทำให้มีหลายสี เพื่อบอกว่าเราตั้งใจทำงานนี้ให้เป็นงานของทุกคน

สมุดเล่มนี้ไม่ใช่แค่สมุดวางแผน แต่คือพื้นที่ให้คุณได้คิดและเขียนถึงสิ่งสำคัญในวันที่ยังมีเวลา ตั้งแต่การดูแลสุขภาพในช่วงสุดท้าย
การเลือกผู้แทนตัดสินใจด้านสุขภาพ ไปจนถึงความต้องการเกี่ยวกับร่างกายและงานศพ เพื่อให้วันหนึ่งคนที่คุณรักไม่ต้องเดาใจและเพื่อให้การตัดสินใจในช่วงเวลาสำคัญเป็นไปตามเจตนาของเจ้าของชีวิตจริง ๆ

สมุดเบาใจ Limited Edition ปี 2026 นี้ จะมอบเป็นของขวัญสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าและมาเช็กอินที่งาน 100 คนแรกต่อวันเท่านั้น และถ้าอยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสมุดเบาใจก็มาเจอกันได้ที่งานนะ 📖🤍

Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย
📅 วันที่ 13 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2569
⏰ เวลา 09.00 - 19.00 น.
📍 IMPACT Exhibition Center Hall 6, Muang Thong Thani

อ่านรายละเอียดงานเพิ่มเติม ได้ที่ https://readthecloud.co/activity/death-fest-2026/
ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้า ได้ที่ https://forms.gle/rNRWiF8Ygzm5hsCC6 ไม่มีค่าใช้จ่าย

#สมุดเบาใจ

27/02/2026

“ซวยจริง ๆ ที่เป็นลูกแม่”

ประโยคเดียวทำให้แม่คนหนึ่งย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ความรักที่เธอให้ลูกมาตลอดเป็นความรักจริง ๆ หรือไม่

“วันนั้นเราเพิ่งเห็นว่า สิ่งที่คิดว่าเป็นความรัก จริง ๆ คือความคาดหวังที่เอาปมของเราไปถมลูก”

เรามักเชื่อว่าครอบครัวคือพื้นที่ปลอดภัย แต่หลายครั้งมันคือพื้นที่ที่บาดแผลถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เราเรียกการควบคุมว่าหวังดี เรียกความคาดหวังว่ารัก และไม่ทันเห็นว่าความกลัวของเรากำลังกลายเป็นภาระของคนที่เรารักที่สุด

คอลัมน์ Cloud of Thoughts ชวนอ่านบทสนทนากับ อังคณา มาศรังสรรค์ นักเยียวยาความสัมพันธ์ในครอบครัวและในองค์กร ตั้งแต่วันที่เธอเกลียดพ่อ จนถึงวันที่เธอกอดพ่อในลมหายใจสุดท้าย และบอกว่า “ทุกอย่างคลี่คลายกันแล้วนะป๊า”

ถ้าวันนี้ยังมีใครสักคนที่คุณยังพูดคำสำคัญไม่ออก นี่อาจเป็นเวลาที่ต้องเริ่มสะสาง ก่อนที่โอกาสจะหายไปโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้า https://readthecloud.co/angkana-masrangsan/



ครูณาจะมาชวน Workshop เรียนรู้ร่วมกันใน ‘คำนึง…ถึงเธอ (พบเจอบางคำที่ยังค้างอยู่ข้างใน)’ วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 : ห้อง Workshop 2 (Hall 6) ภายในงาน Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 6 ติดตามรายละเอียดรับสมัครได้ที่เพจ Death Fest 2026

Photos from Satir for Thailand : ซาเทียร์ วิถีพุทธ's post 20/02/2026

เห็นข่าวพันช์คุง แล้วนึงถึงบทความที่เคยลงไว้ ความรักอาจเป็นสิ่งของที่แทนความอบอุ่น การกอดการสัมผัสจากตุ๊กตาแม่ลิงอุรังอุตังที่พันช์คุงสัมผัสได้

มนุษย์ก็เช่นกันค่ะ

#โค้ชหน่อย #นักจิตวิทยา #นักจิตบำบัด #พันช์คุง

10/06/2025

I’m ok not ok
พูดว่า Ok ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ Ok เลย

การสื่อสารที่ไม่ตรงกับความรู้ข้างใน เป็นความไม่สอดคล้องกลมกลืน หรือ ไม่ Congruence ในมุมมองของ Satir คนที่ไม่ Congruence แสดงว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างมากระทบ Self ตัวตนภายใจ หรือพลังชีวิต

การพูดว่า Ok ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ไม่ Ok เลย เป็นการแสดงท่าทีในการรับมือกับปัญหา หรือ Coping stance แบบยอมตาม พยามยามทำให้คนอื่นมีความสุข จนลืมความต้องการหรือความรู้สึกของตัวเอง ซ่อน อดทน เก็บความรู้สึกของตนเองไว้

คนที่รับมือกับปัญหาด้วยวิธีการยอมตามตลอดเวลา จะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้เป็นซึมเศร้า เครียดลงกระเพราะ ไมเกรน ได้

บางคนเริ่มมีคำถาม และการับมือกับปัญหา หรือการสื่อสารแบบไหนถึงจะดีละ 🤔

ใน Satir การสื่อสารที่ตรงกับความรู้สึกข้างใน Congruence พูดว่า ok และข้างใน ok พูดว่าไม่ ok ตามที่ข้างในไม่ ok ยอมรับความรู้สึกข้างในตัวเอง ฟังเสียงข้างในตัวเอง จะทำให้มีตัวตนมากขึ้น

แต่บางคนก็ยังไม่กล้าสื่อสารตามความรู้สึกข้างในอยู่ดี อาจเพราะยังมีอะไรบางอย่างที่ค้างคาข้างในจิตใจ ซึ่งสามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญ ในการพูดคุย ทำจิตบำบัด เพื่อจัดการสิ่งที่ค้างคาอยู่ภายในใจ เพื่อกลับมามีตัวตน มีพลังชีวิต อีกครั้งค่ะ

ปล. ฟังเพลง I’m ok not ok เลยทำให้นึกถึง Satir ค่ะ ลองหาฟังดูนะคะ No sponsor ค่ะ 🥰

#โค้ชหน่อย #นักสุขภาพจิต #นักจิตวิทยา #นักจิตบำบัด

03/06/2025

มัดรวมกันเลยทีนี้.. ดีงาม เลอค่า เยียวยาหัวใจ..
ได้เวลา.. เป็นคุณคนใหม่ ..
เพียงแค่ กลับเข้าไปทำความเข้าใจ
ในโลกเด็กน้อยภายในใจของเรานี่เอง..


#ฮีลใจ_ชูใจแล้วไปต่อ
.

เหตุสะเทือนขวัญในวัยเด็ก
(ความทรงจำระยะยาววัยเด็ก ที่เก็บอยู่ในจิตใต้สำนึก
ทั้งจากการเลี้ยงดู อุบัติเหตุ ข่าวสาร สังคม สภาพแวดล้อม ฯลฯ)
ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการดำเนินชีวิต ไปชั่วชีวิตได้อย่างไร
.
How childhood trauma affects health across a lifetime | Nadine Burke Harris
https://www.youtube.com/watch?v=95ovIJ3dsNk

สคลิปแปลไทย :
https://www.facebook.com/share/p/18x3tEdoFi/

.

ใครที่เพิ่งเคยอ่านเพจนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหนดี

ผมได้รวบรวมบทความในอดีตที่กระจัดกระจายมาไว้ในโพสต์เดียวแล้วครับ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านที่เพิ่งเคยอ่านเพจนี้ จะได้อ่านตามลำดับไม่สับสน คิดซะว่าเป็นสารบัญละกัน


เริ่มแรก มาทำความรู้จักกับ C-PTSD กันก่อน อ่านเรียงไปตามนี้เลย

1. ทำความเข้าใจ Complex Trauma จากการเปรียบเทียบระหว่าง PTSD และ C-PTSD
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/959233824449269

2. กำเนิดคำนิยามของ PTSD ประเภทที่ 2
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1174733962899253

3. เสียงที่คอยวิพากษ์วิจารณ์ตนเองในหัว (Self Criticizing Thought) และ ความรู้สึกที่ปะทุขึ้นมาจากอดีต (Emotional Flashback) อาการที่ใครๆก็มี แต่ไม่เคยมีใครรู้ว่านี่แหละคือ C-PTSD
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1169558343416815

4. อธิบาย C-PTSD ด้วยภาพ
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1089279741444676


บทความอื่นๆที่ผู้อ่านน่าจะสนใจ

ความสัมพันธ์ของ Complex Trauma กับ โรคซึมเศร้า
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1079468092425841

ความสัมพันธ์ของ Complex Trauma กับ ACEs
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1213650522340930

ปารีส ฮิลตัน กับการออกมารณรงค์ให้มีการสั่งปิดโรงเรียนประจำที่ทำทารุณกรรมเธอในวัยเด็กจนเกิด Trauma ติดตัวมาจนโต
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1192549201117729

Trauma ในฐานะต้นเหตุของอาการเสพติดต่างๆ
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1185260405179942

ความหมายของความโกรธที่พวกเราคาดไม่ถึง
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1128703977502252

คำศัพท์ยอดฮิต gaslighting หมายความว่ายังไง
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1147153615657288

ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) เกิดขึ้นมาจากแรงดึงดูดระหว่างคนประเภท Copedendent และ Narcissist
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1084181355287848

รู้จักกับเส้นทางแห่งการเยียวยาบาดแผลทางใจทั้ง 4 ระยะ
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1172388306467152

ความยากในการหาผู้เชี่ยวชาญในการรักษา Complex Trauma
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1163151024057547


และสุดท้าย ซีรี่ย์บทความที่เป็นจุดเริ่มต้นของเพจนี้ เรื่อง จากปัญหาครอบครัวสู่ที่มาของอาการป่วยทางจิต - อธิบายการส่งต่อ Trauma จากรุ่นสู่รุ่นภายในครอบครัว ตามลิ้งด้านล่างครับ
https://thefamilyinthai.wordpress.com/part1-dysfunctional-family-and-toxic-shame/

จากนั้นมาดูกันให้ชัดๆว่าการส่งต่อ Trauma ที่เกิดขึ้นระหว่างการเลี้ยงลูก เกิดขึ้นมาได้ยังไง
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/1158210321218284


และแถมให้อีกอันครับ เรื่องราวของ Trauma กับวงการ Start Up
https://www.facebook.com/mheetrauma/posts/813293929043260

20/04/2025

วิเคราะห์พฤติกรรมและนิสัย
ทำไมคนดีทำชั่ว!?
เกลา x อ.ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา
https://youtu.be/A-Mf2LStuYo?si=-ex0FUUme5xc_H42

Photos from Satir for Thailand : ซาเทียร์ วิถีพุทธ's post 22/03/2025

"บทเรียนชีวิตที่ไม่รู้จักพอ"
ของทอม เครือโสภณ
https://youtu.be/-ImDwDCPMV8?si=icJdwkK52ew3SjN_
........

พอหมอหัวใจบอกทอมว่าอาการหนัก
ต้องปรับ lifestyle ครั้งใหญ่ ไม่งั้นไม่รอด
‘ทอม‘ จิตตก เครียดหนัก ถึงขั้นคิดสั้น..
วันนี้ได้คุยกับจิตแพทย์ ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์
ทางออกคืออะไร?

เชิญชวนทุกท่านร่วมฟัง เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง!

‘หมอยงยุทธ’กับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของ ‘ทอม’
จิตแพทย์ ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์
Suthichai live 16-3-2568
https://www.facebook.com/share/v/1BbCNw1UFN/

นอนนั้นสำคัญไฉน?
นพ.ธนีย์ ธนียวัน
Suthichai live 19-3-2568
https://www.facebook.com/share/v/18YwRj2RkK/


........

บทเรียนชีวิตของทอม เครือโสภณ

ผมรู้จักคุณทอม เครือโสภณมาตั้งแต่หนุ่มๆสมัยอยู่ดีแทค ในตอนนั้นคุณทอมอยู่ที่บริษัทสามารถ เรียกได้ว่าเป็นคนร่วมสมัยเดียวกันด้วยอายุอานามไม่ได้ห่างกันมากนัก

คุณทอมเป็นคนหนุ่มที่เก่ง คล่องและมีความเป็นอเมริกันสูงตั้งแต่ในสมัยนั้นเพราะโตที่โน่นและเคยทำงานเป็นลอบบี้ยิสต์ระดับสูงที่อเมริกาอีกด้วย หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันบน facebook และผมก็ติดตามคุณทอมเวลาให้สัมภาษณ์เรื่องต่างๆอยู่เสมอเพราะคุณทอมเป็นคนที่พูดตรงๆ มีแง่มุมต่างๆที่ชวนให้คิดให้ถกอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อไม่นานมานี้ผมเห็นคุณทอมโพสต์ภาพในโรงพยาบาลแล้วดูเหมือนจะมีอาการหนักระดับรอดไม่รอด แล้วก็ได้ฟังคุณทอมมาให้สัมภาษณ์ในรายการคุณสุทธิชัย หยุ่น ผมคิดว่ามีบทเรียนที่คุณทอมได้ประสบพบเจอที่น่าสรุปมาเตือนทุกคนไว้อยู่ในบทสัมภาษณ์นั้น

…….

คุณทอมเล่าว่าในตอนนี้อายุ 59 ปี เป็นอายุเดียวกับที่คุณพ่อเสียเมื่อตอนที่เขาอายุ 18 เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน คุณทอมไปตีกอล์ฟแล้วรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ เดิมก็คิดว่าอาจจะเพราะอากาศร้อนแต่ภรรยาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นเลยพาไปโรงพยาบาล แล้วพอตรวจเลือดชุดใหญ่ก็พบว่ามีตัวชี้บ่งชัดเจนว่ามีโอกาสหัวใจวาย ก็เลยไปตรวจหัวใจ EKG แล้วจะนัดมาตรวจ MRI

ทอมในตอนนั้นก็ยังบ่ายเบี่ยงบ้างานว่ามีประชุม จะว่างอีกทีอีกสามวันจนหมอต้องเตือนแรงๆว่าถ้าไม่มา อีกสามวันเราก็อาจจะไม่มีโอกาสเจอกันอีก ก็เลยยอมมาตรวจในวันรุ่งขึ้น

ด้วยความสงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจได้อย่างไรเพราะที่ได้ยินมานั้นโรคหัวใจต้องเจ็บหน้าอกก็เลยไม่คิดว่าซีเรียส แต่คุณหมอก็บอกว่าเพราะทอมเป็นเบาหวาน receptor ที่ทำให้รู้สึกปวดหรือเจ็บอาจจะโดนเบาหวานทำให้ไม่รู้สึกไปแล้วก็ได้ แล้วพอ MRI เสร็จ หมอบอกเลยว่าเส้นตัน แล้วพอฉีดสีต่อ หมอก็อธิบายถึงอาการที่หนักหน่วงว่า หัวใจคนเราจะมีเส้นเลือดหลักหล่อเลี้ยงหัวใจอยู่สามเส้น ของคุณทอมนั้น สองเส้นตันจนทำอะไรไม่ได้แล้ว

จากที่เคยได้ยินมา คุณทอมก็ยังถามแบบงงๆว่าบอลลูนหรือขูดหินปูนไม่ได้แล้วเหรอครับ หมอบอกว่ามันตันจนขูดแล้วเส้นอาจจะแตกแล้วตายตรงนั้นเลยก็ได้ หัวใจเลยเหลือเส้นดีอยู่เส้นเดียวและทำงานอยู่แค่ 40% เท่านั้นเอง

บทเรียนที่สำคัญอีกประการที่คุณทอมเล่าก็คือ พอฟังแล้ว ด้วยความที่ตัวเองมีสตางค์ก็คิดว่าใช้เงินน่าจะแก้ปัญหาได้ หาหมอที่ดีที่สุด ใช้การรักษาที่แพงที่สุดก็น่าจะมีทางบ้าง จนคุณหมอต้องบอกว่าเส้นหัวใจมันแย่จนเอาเงินเท่าไหร่ก็แก้ไม่ได้แล้ว บายพาสก็แก้ไม่ได้เพราะไม่มีเส้นให้ต่อสาย จะรอเปลี่ยนหัวใจก็รอแถวและก็ไม่รู้ว่าร่างกายจะรับได้หรือไม่ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตอย่างเดียว ไม่งั้นก็คือตาย..

บทเรียนที่สำคัญที่ทอมบอกต่อมาก็คือ เหตุร้ายที่เกิดในวันนี้เพราะไม่ดูแลตัวเองเรื่องน้ำตาลกับเบาหวาน คุณทอมเป็นเบาหวานมาสิบกว่าปีและคิดไปเองว่าจะสู้เบาหวานได้ด้วยการกินยา ทอมบอกเลยว่าเป็นความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเองที่คิดว่ามีสตางค์ก็โยนเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาในการซื้อยาแพงๆมากิน สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยอะไร

พอได้ยินข่าวร้ายในระดับนี้ ภาพแรกที่เห็นเลยคือลูกสาว ลูกสาวคุณทอมเพิ่งได้เข้ามหาวิทยาลัยดีระดับทอปโลก จะได้อยู่ถึงเขาจบปริญญาหรือไม่ เป็นความคิดที่ขึ้นมาชัดเจนที่สุดในโมเม้นนั้น และก็ตระหนักรู้ถึงคำที่สำคัญที่สุดในวินาทีนั้นว่า Health is wealth จากคนที่มีสตางค์มากมาย คิดว่าตัวเองมั่งคั่ง พอไม่มีสุขภาพก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองจนลงจนไม่เหลืออะไรเลย

คุณทอมอยู่ในช่วงที่จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมทุกอย่างที่เคยทำมา สูบซิการ์ กินอาหารที่อร่อยแต่ทำร้ายร่างกายให้หมด ซึ่งไม่ง่ายแน่ๆสำหรับคนที่ประพฤติปฏิบัติแบบเดิมมาหลายสิบปี ต้องงดน้ำตาล ขนมทุกอย่างที่เคยชอบทั้งหมด และต้องเริ่มชีวิตรูปแบบใหม่ให้ได้ คุณทอมบอกว่าโชคดีที่มีคนรอบข้างที่ดี มีกำลังใจจากเพื่อนๆในตอนนี้

……

ที่น่าสนใจคือคู่สนทนาของคุณทอมในรายการคือคุณสุทธิชัย หยุ่นในวัยเกือบแปดสิบที่แข็งแรงมาก สุขภาพอยู่ในขั้นยอดเยี่ยม ก็ได้เห็นคุณสุทธิชัยช่วยปลอบประโลม และเล่าถึงเคสของตัวเองที่เคยเจอแบบคุณทอมแต่เป็นเมื่อตอนที่คุณสุทธิชัยอายุสามสิบห้า บ้างาน กินเหล้า กินเบียร์ ไม่หลับไม่นอนหลายคืน จนเคยล้มทั้งยืนที่ออฟฟิศและเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นสุขภาพแย่มาก ความดัน คอเลสเตอรอล น้ำหนักเกินทุกอย่าง ทำให้คุณสุทธิชัยเจอ moment of truth เร็วในวัยแค่สามสิบกว่าและตั้งใจว่าจะไม่กลับไปโรงพยาบาลอีก

ในจังหวะตอนนั้น คุณสุทธิชัยได้รับเชิญไปดูงานที่แคนาดาอยู่หนึ่้งเดือน เจ้าหน้าที่สถานทูตแคนาดามาให้เลือกเรื่องอาหารการกิน คุณสุทธิชัยเลยบอกไปเลยว่าเป็นมังสวิรัติทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้เป็นแต่อยากเปลี่้ยนพฤติกรรมชีวิตแบบหักดิบ ก็เลยถูกจัดให้กินผักต้ม มันฝรั่ง ไม่มีเนื้อสัตว์เลยไม่ว่าจะไปเมืองไหนในตอนนั้น อาทิตย์แรกโหดร้าย หิว หมดแรง อยากบุหรี่ ไม่รู้ว่าจะไหวหรือไม่ แต่พอสามสี่วันผ่านไป การขับถ่ายดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาการเจ็บคอจากการสูบบุหรี่ กินเบียร์เรื้อรังหายไปหมด อาทิตย์ที่สองเริ่มรู้สึกดี เดือนเดียวน้ำหนักหายไปสิบกิโล

หลังจากนั้นคุณสุทธิชัยก็ไม่กลับไปวิถีเดิมอีก กินปลาต้ม กินผัก ไม่กินน้ำอัดลม ออกกำลัง จนแข็งแรง ฟิตปั๋ง อย่างที่เราเห็นหน้าจอทุกวันในวัยเจ็ดสิบแปดวันนี้

….

คุณทอมบอกว่าตอนนี้กำลังหาศัตรูใหม่ก็คือทอมคนเก่า จะพยายามเล่าให้ทุกคนฟังว่าอย่าโง่เหมือนทอมเก่าคนนั้นที่ประมาท คิดว่าสตางค์ซื้อได้ทุกอย่างและไม่ดูแล้วตัวเองคนนั้น

ผมฟังแล้วก็เลยอยากจะช่วยเผยแพร่เจตนารมณ์ของคุณทอมที่อยากเตือนทุกคนไว้ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตามเผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับใครหลายคนในวันหน้าก็ได้นะครับ

เพจเขียนไว้ให้เธอ..
https://www.facebook.com/share/p/1BXiKMva5P/

Photos from Death Fest's post 21/03/2025

รวมทุก Session เวทีเสวนา Old School ภาคทฤษฎี

เวทีเสวนาในงาน Death Fest จะทำให้คุณไม่อยากลุกออกจากหน้าเวทีไปไหน
เรารวบรวม 20 บทเรียนสำคัญเพื่อรับมือปัญหาในทุกช่วงชีวิตก่อนจากลา

โดยวิทยากรที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดกว่า 60 ท่าน ตั้งแต่การเตรียมตัวตาย การรักษาแบบประคับประคอง การป่วยติดเตียง การเจ็บป่วย และวัยชรา ยกตัวอย่างเช่น การใช้ชีวิตสูงวัยให้มีความสุข การดูแลเรื่องทรัพย์สิน เข้าใจการรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) ฟังแนวคิดธุรกิจสุสาน ทำความรู้จักกับสมุดเบาใจ รวมไปถึงวัฒนธรรม ประเพณีต่าง ๆ เกี่ยวกับความตายที่หาฟังที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่

______

Death Fest 2025 : Better Living, Better Leaving. อยู่อย่างมีความหมาย เผชิญความตายอย่างเป็นสุข
วันที่ : 21 - 23 มีนาคม 2025 เวลา 10.00 - 20.00 น.
สถานที่ : IMPACT Exhibition Hall 6

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://readthecloud.co/activity/death-fest-2025/

และลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ : https://forms.gle/7s6rxy4jXPb67wgB7

Want your school to be the top-listed School/college?

Telephone

Website

Opening Hours

Monday 09:00 - 17:00
Thursday 09:00 - 20:00
Friday 09:00 - 20:00
Saturday 09:00 - 20:00
Sunday 09:00 - 20:00