PhD. made in Japan

PhD. made in Japan บันทึกการเดินทางของนักเรียนไทยในญ?

20/04/2022

EP.1 : Kamakura (Kanagawa prefecture)

สวัสดีค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่าน วันนี้ได้ฤกษ์ปิดเทอมแล้ว จึงจะมารีวิวการเรียนปริญญาเอก 1 ปี (สายสังคมศาสตร์) ที่มหาวิทยาลั...
11/03/2022

สวัสดีค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่าน
วันนี้ได้ฤกษ์ปิดเทอมแล้ว จึงจะมารีวิวการเรียนปริญญาเอก 1 ปี (สายสังคมศาสตร์) ที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น แต่กายหยาบยังไม่เคยเหยียบญี่ปุ่นสักแอะเลยค่ะ

อย่างที่รู้กันว่า "โอมิครอน" ได้ก่อความชุลมุนวุ่นวาย โกลาหลให้กับทุกประเทศทั่วโลก ญี่ปุ่นเองก็เช่นเดียวกันค่ะ จริง ๆ ประเทศญี่ปุ่นได้มีการเปิดให้นักเรียนต่างชาติเข้าประเทศ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังจากรอกันมาร่วมครึ่งปีเต็ม ๆ แต่พอเจ้าโอมิครอนมา ก็ทำให้ญี่ปุ่นตัดสินใจปิดประเทศอีกครั้ง

และใช่ค่ะ แอดมินเอง จึงจะต้องเป็นผู้ประสบภัยเรียนจากบ้าน
จนเวลาล่วงเลยมา 1 ปีเต็ม ๆ จนตอนนี้จบปี 1 แบบสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ

หลาย ๆ คนอาจจะรู้มาก่อนหน้านี้ว่าที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเรียนในระดับปอโทปอเอก นักศึกษาจำเป็นจะต้องมีสังกัดอยู่ ซึ่งมักจะถูกเรียกว่า "แลป หรือ เซมิ (Seminar)" ซึ่งการเลือกสังกัด ก็คือ การเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาค่ะ หากเราอยู่ภายใต้อาจารย์ที่ปรึกษาท่านใด ก็เท่ากับว่าเราอยู่แลปนั้น ๆ ค่ะ สมาชิกในแลปก็จะอยู่ภายใต้อาจารย์ที่ปรึกษาเดียวกับเราค่ะ และเพราะว่าเราอยู่ภายใต้อาจารย์ที่ปรึกษาเดียวกัน งานวิจัยที่พวกเราทำก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือ แทบจะเป็นหัวข้อเดียวกันเลยค่ะ (ข้อดี คือ มีคนช่วยคิด ช่วยหาคำตอบค่ะ)

โดยพวกเราทุกคนก็จะได้เจอกันทุกสัปดาห์ในคาบของสัมมนา ซึ่งสไตล์แต่ละแลป อาจจะมีความแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น บางแลปที่มีสมาชิกเยอะ ก็จะถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ ตามหัวข้ออีกทีค่ะ ซึ่งในแต่ละกลุ่มอาจจะประกอบด้วยนักศึกษาปอตรีจนถึงเอกเลยก็ได้ และความถี่ในการพบกัน ก็อาจจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละแลปค่ะ

ส่วนแลปของแอดมินเอง มีการแยกเป็นกลุ่มเด็กปอตรี และกลุ่มพี่ๆปอโทปอเอกค่ะ ซึ่งจะมีการพบปะกันทุกสัปดาห์ โดยจะมุ่งเวียนการนำเสนอกันไปในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งการพบกันจะอยู่ที่ช่วงระยะเวลา 2-3 ชั่วโมงค่ะ จะแบ่งออกเป็นสองช่วงหลัก คือ ช่วง Literature review และช่วง Research ทุกคนจะได้ต้องเลือกว่าตนเองสะดวกนำเสนอช่วงไหนในสัปดาห์ไหนสลับกันไปจนครบเทอมค่ะ

โดยในส่วนของ Literature review อาจารย์ที่ปรึกษาจะมอบหมายให้ไปอ่านหนังสือ งานวิจัย หรือเอกสาร (ที่มักจะเกี่ยวข้องกับงานผู้นำเสนอ) ที่อาจารย์กำหนดให้ และมานำเสนอให้เพื่อนๆ ในแลปฟังค่ะ ส่วนในช่วงงานวิจัย ก็จะเป็นการอัพเดทความก้าวหน้างานวิจัยของตนเองค่ะ ซึ่งหลังการนำเสนอในแต่ละช่วง เพื่อนๆ ในแลปจะตั้งคำถาม หรือช่วยกันคิดในประเด็นที่ผู้นำเสนอต้องการความช่วยเหลือค่ะ ซึ่ง ใช่ค่ะ ทุกคนจำเป็นต้องพูด 55555 เพื่อหาคำตอบ และอภิปรายร่วมกันค่ะ

นอกเหนือจากการพบปะกันครบทุกคนแล้ว ก็ยังมีการพบเป็นรายบุคคลกับอาจารย์ที่ปรึกษาค่ะ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการที่เรานัดเอง (หากงานเสร็จ) หรืออาจารย์นัด (เพราะเราหนีไม่ยอมทำงาน) ได้ค่ะ 555555555555

เนื่องด้วยหลักสูตรปริญญาเอกที่แอดมินเรียนอยู่ไม่มีรายวิชาบังคับเพื่อจบการศึกษา จึงทำให้ในส่วนของรายวิชาบังคับ จะเป็นแค่รายวิชาสัมมนาประจำแลปเท่านั้นค่ะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น A และ B ซึ่งหมายถึงเทอมต้น และเทอมปลายค่ะ

ต่อมาในส่วนของรายวิชาอิสระ ชื่อ อิสระ แปลว่า ฉันไม่ตกเป็นทาสคุณหรอกค่ะ อ้าวผิด !! ตรงส่วนนี้จะแล้วแต่เรา และแล้วแต่อาจารย์ที่ปรึกษาเลยค่ะ อาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นผู้แนะนำว่าเราควรจะเรียนวิชาอะไร เพราะอะไร ส่วนวิชาอื่นๆ ที่เราอยากจะลงเพิ่มเติม ก็ย่อมทำได้ (ถ้าขยัน) ซึ่งตัวแอดมินเอง ไม่มีค่ะ เพราะไม่ขยัน วิชาอิสระที่ลงก็จะเป็นรายวิชาที่อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้สอนค่ะ ซึ่งถามว่าทำไมต้องลงแต่วิชาอาจารย์ที่ปรึกษาสอน เพราะว่าอาจารย์สอนเป็นภาษาอังกฤษค่ะ ส่วนวิชาอื่น ๆ ประมาณ 99% เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งแอดมินเองฟังไม่ออก 555555555 แต่เทอมหน้าต้องลงแล้วค่ะ แล้วค่อยไปตายเอาดาบหน้า เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาคิดว่าถึงเวลาแล้ว มาแล้วแม่จ๋า โกโกวาที่หนูไม่อยากได้ แง๊

ต่อมาเป็นในส่วนของวิชาภาษา ซึ่งเราสามารถเลือกได้เลยนะคะ ว่าอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาอังกฤษ หรือภาษาอะไรก็แล้วแต่ใจเราเลยค่ะ ไม่ได้บังคับเลย ทุกคนอาจจะเอ๊ะ นี่แอดมินรักภาษาญี่ปุ่นขนาดลงเลยหรอคะ ส่วนตัวต้องออกตัวเลยว่า ไม่ได้บังคับนะ แต่ว่าควร ... ไม่ได้บังคับ ที่แปลได้ว่าบังคับ เพราะว่าเพื่อน ๆ ในแลป รวมถึงคุณสตาฟทุก ๆคนในคณะ สะดวกใจกับการพูดภาษาญี่ปุ่นมากกว่า ตัวแอดมินเองจึงต้องถูกคัด (ออก) ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ

ถ้าถามว่า ภาษาญี่ปุ่นยากไหม ? ขอตอบตรงนี้เลยนะคะ "โคตรยากเลยแม๊" /เสียงกระติก แง๊ ก่อนที่เราจะเริ่มเรียน เราจะต้องวัดระดับภาษาก่อน ซึ่งคอร์สที่แอดมินเรียน คือ คอร์ส Comprehensive Japanese หรือ เรียกง่าย ๆ คือ เข๊มข้นเข๊มข้น ไม่เข้มข้นเราไม่นอน แบ่งออกเป็น 6 ระดับ จะเรียนทุกทักษะเลยค่ะ พูด เขียน อ่าน ฟัง เรียนสัปดาห์ละ 3 วัน อาจารย์ญี่ปุ่นจะเป็นคนสอนทั้งหมด ซึ่งในคอร์สระดับต้น อาจารย์จะพูดอังกฤษได้ และยอมพูดด้วย แต่หากระดับ 2 เป็นต้นไป ไม่พูดแล้วค่าาา พ่นญี่ปุ่นไฟแล่บบ และใช่ค่ะ แอดมินเริ่มต้นที่ระดับ 4 เข้ามาวันแรก ก็คือ ไม่อยากเรียนแล้วจ้าแม๊ หนูฟังไม่ออก อาจารย์รีบพูดไปไหนกันคะ เพื่อนๆที่เรียนก็มีแต่ชาวจีน ที่เก่งคันจิมากันตั้งแต่แรก ส่วนชั้นอ่านไม่ออกกกกกกก แต่ก็นะ ลองดูสักตั้งละกัน ก็เลยทบทวนก่อนเรียน อ่านไปก่อน แปลคำศัพท์ไปก่อน พยายามฟังที่อาจารย์พูด ฟังไม่ออก บอกฟังไม่ออก สุดท้ายความดันทุรังของเราก็ชนะค่ะ เคล็ดลับในการได้ A+ ของแอดมินก้คือ ถ้าอาจารย์ให้นำเสนอ หรือเขียน essay หรือ report ภาษาญี่ปุ่น ให้เขียนเรื่องที่ง่ายทุกสุดค่ะ เนื้อหาไม่ควรผิด เพราะเราต้องมาผิดตรงภาษาญี่ปุ่นเราอยู่แล้ว 555555555

ยกตัวอย่างคอร์สที่แล้ว อาจารย์ให้เขียน report เรื่องอะไรก็ได้มีอ้างอิงด้วย เหมือนเขียนเปเปอร์ แล้วก็เอามานำเสนอในห้องเรียน ในขณะที่เพื่อนๆ เขียนเรื่องอุตสาหกรรมเกม พัฒนาการของ AI การศัลยกรรมในสมัยนี้ การใช้สัตว์ทดลองในการผลิตเครื่องสำอาง เห็นไหมคะ เพื่อนๆ คือเขียนยากมาก ส่วนแอดมินหรอคะ เขียนเรื่อง paperless และการสร้างแรงจูงใจในกับพนักงานค่ะ 55555555555555555 อย่าดูถูกเรื่องปัญญาอ่อนนะคะ แอดมินได้รับเลือกให้เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจอันดับสองในห้องเลยนะคะ อย่าว่าแต่ทุกคนตกใจค่ะ ชั้นก็ตกใจเหมือนกัน 555555 อาจจะเป็นเพราะ minimal is the best ค่ะ 555555555555

อาจจะมีบางคนสงสัยว่าที่ญี่ปุ่นเราเน้นคอร์สเวิคเหมือนที่ไทยไหม ในความคิดเห็นแอดมินคิดว่าไม่ค่ะ เราเน้นการทำงานวิจัยเป็นหลัก พวกเรามีหัวข้องานวิจัยกันตั้งแต่เริ่มต้น และเริ่มทำวิจัยกันตั้งแต่วันแรกของการเรียนค่ะ แต่เหนืออื่นใด ทำวิจัยเร็วไม่ได้แปลว่าจบเร็วนะคะ เพราะว่าทุกคนจะต้อง pilot ไปจนกว่าอาจารย์จะบอกว่าอ่ะโอเค ยูพร้อมแล้ว เริ่มได้ 5555555 ซึ่งนี่น่าจะเป็นคำตอบที่ใครที่อาจจะสงสารแอดมิน เห้ยเรียนออนไลน์มา 1 ปี น่าสงสารอ่ะ อีก 2ปี ก็เรียนจบแล้ว ยังไม่ได้เต็มอิ่มกับบรรยากาศเลย แอดมินก็จะบอกตรงนี้เลยว่าเวลาที่เหลืออยู่ไม่ใช่อีก 2 ปีค่ะ เป็นอินฟินิตี้ค่ะ 5555555555555

ขอบคุณค่าาา /พับไมค์

ของขวัญคริสต์มาสให้ตัวเองเดินทางมาถึงแล้ว .. 🎅🏻🎄ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกันที่“การซื้อหนังสือ และการอ่านหนังสือ” ...
23/12/2021

ของขวัญคริสต์มาสให้ตัวเองเดินทางมาถึงแล้ว .. 🎅🏻🎄
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกันที่
“การซื้อหนังสือ และการอ่านหนังสือ”
กลายเป็นความสุขของตัวเอง

ใครที่กำลังลังเลว่าจะซื้อหนังสือเหล่านี้หรือไม่
ปักหมุดรอเลยค่ะ เดี๊ยวจะรีวิวเร็ว ๆ นี้แน่นอนน🥰

TPA Book Centreหนังสือ แนะนำ สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. TPA publishing
ไป ๆ มาๆ จะซื้อ และอ่านหนังสือของสสท. ครบทุกเล่มละ
ออกใหม่ไม่ได้ ของมันต้องมี ~
สงสัยสปอนเซอร์ต้องเข้าละน้า ซื้อทุกเล่ม รีวิวขนาดนี้ 🤣🤣

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่าน ..หลังจากในช่วงเดือนที่แล้ว TPA Press TPA Book Centreได้มีโปรโมชั่นลดราคาหนังสือ...
07/11/2021

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่าน ..
หลังจากในช่วงเดือนที่แล้ว TPA Press TPA Book Centreได้มีโปรโมชั่นลดราคาหนังสือ พร้อมกับส่งฟรี เมื่อซื้อครบตามที่กำหนด

ทางแอดมินเอง ก็ได้โอกาสซื้อหนังสือมาหลายเล่มด้วยกัน
เพราะว่าทางเรานั้นชอบการซื้อหนังสือมาก เงินในกระเป๋าสั่นไปหมด
แต่ไม่เป็นไรเนอะ ทุกอย่างเพื่อการเรียนรู้ #ปลอบใจตัวเองแล้ว1

หลังจากอ่านเจ้าสองเล่มนี้จบปุ๊บ ก็รีบพามาแนะนำเลยค่ะ
หนังสือสองเล่มนี้เเหมาะมากสำหรับใครที่เคย หรือกำลังเกิดความสงสัยเหมือนแอดมินว่า ไอ้คำแปลกๆ ที่เขาพูดกันบ่อยๆทั้งในหนังญี่ปุ่น หรือตัวคนญี่ปุ่นเอง มันคืออะไรอ่ะ ไอ้พวก そろそろ、よろよろ、おそらくน่ะแล้วมันมีประโยชน์อย่างไร มีคำอะไรบ้างนะ

หาไปหามา อ่อได้คำตอบว่ามันเรียกว่า "คำกริยาวิเศษณ์" หรือ Adv. นั่นเอง !! หรือพูดให้ง่าย ก็คือ "คำขยาย" ค่ะ ที่ขยายไปซะทุกอย่างทั้งคำกริยา คำคุณศัพท์ คำนาม หรือแม้แต่คำกริยาวิเศษณ์ด้วยกันเอง

แล้วมันจะขยายทำหยัง? ใช่ไหมคะ สงสัยเหมือนกันไหมคะ
ประโยชน์ของคำพวกนี้ก็คือ มันจะทำหน้าที่ขยายเพื่อให้ประโยคภาษาญี่ปุ่นมันมีความละเอียด หรือมีชีวิตชีวามากขึ้นนั่นเอง

เพราะฉะนั้นทั้งสองเล่มนี้จึงเหมาะสมกับคนที่กำลังฝึกพูดภาษาญี่ปุ่น
ให้เป็นธรรมชาติ หรืออยากจะสร้างประโยคให้มีใจความละเอียดมากขึ้นค่ะ ซึ่งไม่ใช่แค่การพูดเท่านั้น เวลาอ่านบทความก็มักจะเจอพวกนี้บ่อยด้วย

อีกอย่างจุดปังของหนังสือสองเล่มนี้ คือ ไม่ใช่แค่อ่านเฉยๆ ผ่านตาแล้วจบไปเท่านั้นนะคะ เพราะว่ามีแบบฝึกหัดท้ายบททุกบทให้ด้วยย ทั้งแบบเลือกมาเติม หรือเป็นช้อยให้เลือก เพราะตอนท้ายเล่มมีแบบฝึกรวมให้อีกด้วย

แนะนำเลยว่าควรมี ดีจริมๆ
ถึงแม้ว่าจะทำแบบฝึกหัดถูกเพียงน้อยนิด เพราะว่ายากก็ตามแต่
555555555555555555555555555555

*แอดมิน1
หนังสือ แนะนำ สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. TPA publishing

สวัสดีค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่าน 🌼วันนี้เอาใจผู้กำลังเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นหรือกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นในชั้นต้นค่ะมีแอพไว้สำหร...
01/11/2021

สวัสดีค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่าน 🌼

วันนี้เอาใจผู้กำลังเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น
หรือกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นในชั้นต้นค่ะ

มีแอพไว้สำหรับช่วยจำคำศัพท์ในหนังสือมินนะทั้ง 4 เล่มมาแบ่งปันค่ะ (เมื่อก่อนแอดมินเคยใช้ book 1 และ book 2 ตอนเรียนมินนะเล่ม 1 และ เล่ม 2)

วันนี้พึ่งรู้ว่าจริงๆ มีครบทั้ง 4 เล่มเลย
สีแอพตรงกับสีหนังสือซะด้วย

ข้อดีของแอพนี้คือ เป็นคำแปลภาษาไทยค่ะ หายากอยู่
โดยจะแบ่งเป็นบท ๆ ตามหนังสือมินนะเวอร์ชั่นไทยเลย
จึงทำให้เวลาเราพยายามท่องศัพท์บทนั้น ๆ ก็จะได้แอพนี้เป็นตัวช่วย เหมือนเล่นเกมค่ะ สนุกดีใช้ง่าย ทบทวนได้อยู่ตลอด แนะนำเลยค่ะ 🤙🏻

หากใครสนใจ โหลดที่ Appstore เลยนะคะ
ไม่แน่ใจว่าในแอนดรอย มีไหมมมม🥺

สวัสดีค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่านหลังจากที่ลงพาทแรกเกี่ยวกับการรีวิวหนังสือเรียนไปแล้วมีหลาย ๆ ท่านอินบ็อกเข้ามาถามว่าอ่านอย...
27/10/2021

สวัสดีค่ะ ผู้ติดตามเพจทุกท่าน
หลังจากที่ลงพาทแรกเกี่ยวกับการรีวิวหนังสือเรียนไปแล้ว

มีหลาย ๆ ท่านอินบ็อกเข้ามาถามว่าอ่านอย่างเดียวจำได้เหรอ ?
มีเทคนิคการจำไวยากรณ์ จำคันจิ หรือจำคำศัพท์ไหม ?

พาทใหม่ก็เลยคลอดอย่างรวดเร็วค่ะ เปล่าเห่อเลยนะคะ
555555555

อันนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวที่ใช้ตลอดระยะเวลาเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ
คือ การจด ทำสมุดบันทึก หรือการ์ดแบบสีสันเยอะ ๆ
จะได้ทำให้รู้สึกอยากหยิบมาอ่านบ่อย ๆ ค่ะ

หากใครกำลังมองหาเทคนิคการจำ
หรือจดบันทึกเพื่อช่วยในการจำ
หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะคะ

ปล คำบรรยายอยู่ใต้ภาพนะคะ

สำหรับใครที่สนใจอยากมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นค่ะเป็นกระทู้แรกของแอดมินที่เขียนไว้นานแล้วววขออนุญาตรีรันค่าาา :)
25/10/2021

สำหรับใครที่สนใจอยากมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นค่ะ
เป็นกระทู้แรกของแอดมินที่เขียนไว้นานแล้ววว
ขออนุญาตรีรันค่าาา :)

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาวพันทิปทุกท่านที่หลง เอ้ย ที่สนใจในกระทู้นี้นะคะ >< กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของ จขกท. เลย...

สวัสดีค่ะ เพจนี้เปิดขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราวขณะตนเองเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น เผื่อไว้ในวันข้างหน้าตัวเองกล...
25/10/2021

สวัสดีค่ะ เพจนี้เปิดขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราวขณะตนเองเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น เผื่อไว้ในวันข้างหน้าตัวเองกลับมาอ่านให้หายคิดถึงได้

แต่คิดว่าหากเก็บเป็นไดอารี่ส่วนตัว อาจจะทำประโยชน์ต่อคนอื่นไม่ได้
จึงตัดสินใจเปิดเพจนี้ขึ้น เพื่อแชร์เรื่องราว และแบ่งปันแนวทาง
สำหรับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่อยากมาเรียนที่ญี่ปุ่น หรือกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่น

--------------------------------------------------------------
ขอประเดิมโพสต์แรก ด้วยการรีวิวหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระดับปัจจุบันที่ตนเองเรียนอยู่ คือ N2
เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจ หรือกำลังจะเริ่มเรียน
หรือกำลังมองหาหนังสือดี ๆ สักเล่มแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร

หากคุณกังวล หรือกำลังลังเลใจ และไม่อยากเสียตังฟรี
เพราะไม่รู้ว่าหนังสือดีหรือไม่ ข้างในเป็นยังไง
หวังว่าโพสต์นี้น่าจะเป็นประโยชน์ และสามารถช่วยเพื่อนๆ
เลือกหนังสือเพื่อฝึกสกิลที่ต้องการได้อย่างตรงจุดมากขึ้นค่ะ

**หนังสือส่วนใหญ่เป็นของสำนักพิมพ์สสท. ค่ะ**
TPA Press หนังสือ แนะนำ สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. TPA publishing

住所

Saitama-shi, Saitama

ウェブサイト

アラート

PhD. made in Japanがニュースとプロモを投稿した時に最初に知って当社にメールを送信する最初の人になりましょう。あなたのメールアドレスはその他の目的には使用されず、いつでもサブスクリプションを解除することができます。

ショートカット

  • 住所
  • アラート

共有する

カテゴリー