01/07/2022
Old timey
At EMC International, we're glad to be part of your academic journey. Originally from Thailand, our
01/07/2022
Old timey
27/05/2022
Winter night market every Wednesday this winter, starting next Wednesday #ลุย #เมลเบิร์น
27/05/2022
The little thing we like about
02/05/2022
เริ่มต้นใหม่ กีบออฟฟิศใหม่ ที่
01/09/2021
ทุกอย่างพร้อม ม่ะ! ติว IELTS แบบชิวๆ snake snake fish fish เอามันส์กัน
#เจ็บใจ ที่คราวที่แล้วคะแนนหดสั้นลงไปตั้งแบนนึงเต็มๆ เพิ่งเข้าใจว่านอนน้อยมันส่งผลทันตาเห็นขนาดไหน
ไว้เดี๋ยวพี่ใช้เทคนิคไหนได้ผล จะมาเล่าให้ฟังนะคะ
16/06/2021
เรียนแบบ 80:20 กันเถอะ.. สั้นง่ายได้ใจความเลยก็คือ แบ่งเวลาลงมืออ่านหนังสือ/ทำการบ้าน สัก 20% ขอวันที่ตั้งไว้
น่าจะพอทำได้นะ เอาล่ะ #สู้ไปด้วยกัน
วิธีบริหารเวลา ให้มีประสิทธิภาพ ด้วย 2 เทคนิค “80:20” และ “70/20/10”
ช่วงนี้วันหยุดเยอะเหลือเกิน
ได้หยุดก็เป็นเรื่องดี แต่ได้หยุดแล้วจะได้พักหรือเปล่า ก็เป็นอีกเรื่องเนอะ
แต่พอหมดวันหยุดทีไร
ไม่ว่าจะเรื่องงาน จากหัวหน้าที่คอยตามตลอด
งานเก่าก็ยังไม่เสร็จ งานใหม่มาอีกแล้ว
หรือ ถ้าเป็นเพื่อน ๆ ในวัยเรียน
ก็คงต้องกังวล เรื่องการบ้าน งานกลุ่ม ที่ดองเอาไว้
ไหนจะต้องเตรียมพรีเซนต์อาจารย์อีก…
ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือ เรื่องเรียน
ยังมีเรื่องชีวิตส่วนตัวอีก เช่น ต้องแบ่งเวลาคุยกับแฟน หรือ คุยกับคุณแม่ เพราะแกจะน้อยใจที่เราไม่ค่อยได้คุยด้วยระหว่างวัน
เท่านั้นไม่พอ น้องหมาน้องแมว ก็มางอนตบเท้าใส่อีก…
หากเราไม่ทำการแบ่งเวลา จัดการชีวิต หรือ เรียงลำดับความสำคัญให้ดีเนี่ย
เราก็จะพบแต่คำว่า ไม่ทัน ไม่ทัน ไม่ไหวแล้ว อยู่ตลอดเวลา
แต่อย่างไรก็ดี พวกเราเอง ก็ไม่ได้บริหารเวลาได้เก่งมากเท่าไร
ก็เลยต้องไปเพิ่มพูนวิธี และ แนวคิด การบริหารเวลา มาพัฒนาตัวเอง
พวกเราจึงไปเจอวิธีคิดที่น่าสนใจ อยากมาแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านกันสั้น ๆ
เผื่อจะได้บริหารเวลาดีดีไปกับพวกเรากัน
(หรือถ้าใครมีวิธีเด็ด ๆ ก็แชร์กันได้นะจ้า)
ไปดูกันเลย !
1. กฎการแบ่งเวลาแบบ 80:20
หลักแนวคิดนี้ ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยคุณ Vilfredo Pareto
ที่เพื่อน ๆ หลายคนอาจคุ้นเคยกันในชื่อของ “กฎของพาเรโต” (Pareto principle) หรือ หลักกการทำน้อยแต่ได้มาก ด้วยการมองว่า ลงมือทำ 20% แต่ได้ผลลัพท์ 80% นั่นเอง
โดยเนื้อหาของกฎที่ว่านี้ หากเรานำมาปรับคิดในเรื่องของการบริหารเวลาชีวิต คือ
ใน 1 วันที่ 24 ชั่วโมง นับรวมเวลานอนไปด้วยเลย
หากเรามองหลักการของพาเรโต 80:20
เวลา 20% ของวัน ก็จะคิดเป็นประมาณ 4-5 ชั่วโมง คิดกลม ๆ ว่า 4 ชั่วโมงก็แล้วกัน
คือ เราจะใช้เวลา 4 ชั่วโมงระหว่างวัน ให้เกิดผลลัพธ์ ได้มากที่สุด
ซึ่งโดยมากเขาจะแนะนำให้เป็นช่วงเวลา 4 ชั่วโมงที่ติดต่อกัน เช่น 8.30 - 12.30
หรือ บางคนก็อาจจะบริหาร เอาเรื่องงานด่วนและสำคัญ เอาออกมาทำในเวลา 4 ชั่วโมงนี้ ก็เป็นได้
(อาจนำหลักสี่เหลี่ยมการจัดการความสำคัญของ Eisenhower Box มาใช้ก็ได้นะ)
แต่สำหรับพวกเราแล้ว เวลา 4 ชั่วโมง อันแสนมีค่านี้
พวกเราก็จะทุ่มเทไปกับงานที่ต้องใช้ความคิดมากที่สุด รวมไปถึงงานวางแผนที่ต้องใช้ความคิดของเราคนเดียว แต่จะได้ชิ้นงานที่สามารถส่งต่อให้เพื่อน ๆ ในทีม นำไปสานต่อได้อีก 2-3 ชิ้นงาน
แบบนี้ก็โอเคมากเลย คุ้มค่า
ส่วนงานบางชิ้นงาน ที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ซึ่งอาจทำได้จากความเคยชินของเรา
รวมถึงการจัดการประชุมต่าง ๆ ก็จะนำมาทำในเวลาที่เหลือแทน
อ้อ ! อีกอันนึง เราอ่านไปอ่านมา ก็ไปเจอสรุปงานวิจัยจากเว็ป Psychology today ที่ว่า มนุษย์เราจะสามารถมีสมาธิ ในการจดจ่อทำอะไรได้มากสุด 4 ชั่วโมงต่อวัน อีกด้วยเช่นกัน
(แต่อันนี้เขาไม่ได้อ้างอิงว่ามาจากหลักการ 80:20 ของพาเรโต้นะ เราไปอ่านเจอมา เลยว่า เอ้อ ! มันมีความสัมพันธ์กันในเรื่องของเวลา 4 ชั่วโมง ก็คงต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด)
2. วิธีแบ่งเวลาด้วยหลักการ “70/20/10”
วิธีนี้ ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 โดยทีมนักจิตวิทยาที่ทำงานวิจัยร่วมกับสถาบัน Center for Creative Leadership ในประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยผลการทดลองทางจิตวิทยาพฤติกรรม เกี่ยวกับเรื่องของการจัดการเวลาของคนที่ประสบความสำเร็จ ก็พบว่า
- 70% ของคนที่ประสบความสำเร็จ จะแบ่งเวลาเรียนรู้ด้วยตัวเอง
- 20% ของคนที่ประสบความสำเร็จ เรียนรู้จากคนที่ทำงานด้วย
- 10% ของคนที่ประสบความสำเร็จ เรียนรู้จากคอร์สเสริมอื่น หรือ แหล่งความรู้อื่น
ก็เลยออกมาเป็นที่มาของหลักการ 70/20/10
ซึ่งจุดที่น่าสนใจต่อมา คือ กรณีศึกษาการนำหลักการ “70/20/10” มาใช้งานในชีวิตจริงของคุณ Eric Schmidt ซึ่งเคยเป็นอดีต CEO ของบริษัท Alphabet (หรือ Google)
โดยเขาได้จัดแบ่งเวลาไว้ให้กับพนักงาน เป็นแบบนี้
- 70% ของเวลาทำงาน ให้ทุ่มเทไปกับ หน้าที่หลัก หรือ งานหลัก ที่ตัวเราได้รับมอบหมาย (ก็คืองานที่ต้องทำตามเป้าหมายประจำวัน)
- 20% ของเวลาทำงาน ให้พนักงานลองคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะมาปรับใช้ต่อยอด กับงานหลักของเรา
- 10% ของเวลาทำงาน ให้พนักงานแบ่งไปใช้สำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ดูไปดูมาแล้ว มันก็คือการจัดเรียงความสำคัญ การกำหนดเวลาการโฟกัสของเรา
และการใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ในระหว่างวัน นั่นเอง
ผลลัพธ์ก็คือ อย่างน้อยที่สุด เราก็จะได้รู้ว่า เราควรจะต้องตั้งใจทุ่มเทไปกับงานอะไรบ้าง
หรือ เราควรจะหยุดทำสิ่งไหน และเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างได้แล้ว
จะได้ไม่ใช้เวลา ที่เยอะเกินกว่าเหตุจำเป็น...
จริงๆแล้ว พอพูดถึงเรื่องการบริหารเวลาในชีวิตประจำวันแล้ว
เพื่อน ๆ ก็อย่าลืมแบ่งเวลาสำหรับการพัฒนาตัวเองด้วยนะ
เราก็แอบไปอ่านเจอเรื่องราวของ เทคนิคการแบ่งเวลา 5 ชั่วโมง สำหรับการพัฒนาตัวเองด้วยเหมือนกัน
เทคนิคการแบ่งเวลา 5 ชั่วโมง คือ การแบ่งเวลา 1 ชั่วโมงของวันธรรมดา ในแต่ละวัน ทั้งหมด 5 วัน
นำมาใช้เพื่อพัฒนาตัวเอง โดยอาจจะทำในช่วงกลางคืน ที่เราได้พักผ่อนตัวเองจากการทำงาน เรียน หรือ ออกกำลังกายไปแล้วก็ได้
โดยวิธีนี้ เป็นวิธีเดียวกันกับที่ CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่ง Silicon Valley ชอบนำมาใช้งานกัน
โดยเขาจะกันเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง (อย่างน้อยนะ ฮ่าๆ)
ไว้สำหรับการอ่านหนังสือ การเรียนคอร์สออนไลน์ต่าง ๆ หรือดูสารคดีความรู้
รวมไปถึง การวางแผน การจัดการเวลาและลำดับความสำคัญของงานในวันรุ่งขึ้น อีกด้วย
โอเค อ่านถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ หลายคนคงบอกว่า
โอโห แอดมิน แบบนี้ มันพูดง่ายแต่ทำยากนะ...
เราก็คงจะตอบว่า “ใช่ พวกเราเข้าใจ พวกเราก็ทำยากเหมือนกัน”
ทุกวันนี้พวกเรายังใช้หลักการแบ่งความสำคัญของงาน แบบ Eisenhower Box ที่แบ่งเป็น 4 ช่องอยู่เลย
แบบจดลงใน Post it แผ่นใหญ่ด้วยนะ (โบราณมากเลย เพราะแอบเห็นหลายคนใช้ใน ipad กันแล้ว ฮือ)
ซึ่งแรก ๆ ยอมรับว่าก็ยังไม่ชินนะ แต่หลัง ๆ ก็รู้สึกว่า
เอ้อ ! มันทำให้เราจัดการลำดับความสำคัญของงานได้ดีขึ้น นั่นรวมไปถึงการจัดการเวลาด้วย
สุดท้ายนี้ พวกเรา InfoStory ก็ขอเป็นกำลังใจเพื่อน ๆ จัดการเวลาตัวเอง และเคลียร์งานให้ทันเดดไลน์หลังจากวันหยุดกันด้วยนะ :):)
#80:20
#70/20/10
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
https://www.blockdit.com/posts/609e714fff292c372fb76d40
https://www.linkedin.com/
https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/8020rule-paretoprinciple-01182021/
28/04/2021
เดินเล่นก่อนอ่านหนังสือ วันนี้ใบไม้ ท้องฟ้าเป็นใจให้เดินมากเลยค่ะ
ข้อดีของเมลเบิร์นคือ ไม่ต้องไปไหนไกลก็มีอะไรเล็กๆน้อยๆให้ชีวิตพอมีสีสรรค์อยู่เรื่อยๆ บางทีช่วงทำงาน/อ่านหนังสือสอบเราอาจจะดูแต่จอมากเกินไป หาที่เดินเล่ยพักสายตาก็ง่าย เบื่อละ จะไป Brunch คาเฟ่เก๋ๆก็โดดขึ้นรถเทรมไปได้เลย เทรมในเขตเมืองทุกสายขึ้นฟรี พี่เลยไม่ค่อยเดินเวลาอยู่ในเมือง
แต่อากาศแบบ 17 องศากับแดดแบบนี้ก็ต้องขอออกไปเดินหน่อย Autumn is magical จริงๆ, ขนาดใบไม้ยังดูเหมือนดาวเลย ฟุ้งฟิ้งมากๆ ✨🍁🍀☘️🍁🍂✨✨
คนอื่นเค้าไปยิม พี่สาย #สโลไลฟ เดินเล่นก็เหนื่อยแล้ว 😝
———————————
🙋🏻♀️น้องๆที่สนใจมาเรียนต่อ หรือ มาลองเรียนภาษา ( #มาลองอยู่ก่อนว่าชอบไหม) อินบ๊อกส์หรือไลน์มาได้นะคะ ที่
LINE ID:
Email: [email protected]
✨ปรึกษาแผนการศึกษาต่างประเทศ ฟรี #มีข้อสงสัยอะไรถามได้ค่ะ #คำถามเล็กๆน้อยๆก็ได้นะ #ทัก DM มาได้เลยค่ะ
✨บริการติดต่อประสานงานสถานบันการศึกษา
✨ช่วยเตรียมเอกสารสมัครเรียน
✨ช่วยเตรียมเอกสารยื่นวีซ่านักเรียน
✨ เราสามารถแนะนำ Registered Migration Agents สำหรับผู้สนใจย้ายมาอาศัยอยู่ออสเตรเลีย ทั้งแบบวีซ่าครอบครัว วีซ่าทำงาน วีซ่าทักษะ และวีซ่าประเภทอื่นๆ
#ชีวิตเมลเบิร์น #ชีวิตจริงinเมลเบิร์น #ชีวิตนักเรียนเมลเบิร์น #เมลเบิร์นแท้ๆ #รูปจริง #เรียนต่อเมลเบิร์น #เรียนต่อออสเตรเลีย #เรียนต่อเมืองนอก #เรียนนอก #ข้อมูลเรียนนอก #เรียนต่อต่างประเทศ #ข้อมูลเรียนต่างประเทศ #มาเรียนกันเถอะ #เรียนภาษาอังกฤษ #เด็กไทยในเมลเบิร์น #คนไทยในเมลเบิร์น
#ปรึกษาเรื่องเรียนต่อฟรี #ปรึษาฟรี
28/04/2021
confirm ว่าวันนี้แบบนี้จริงๆนะ ไม่ต้องสร้างภาพ 🥰
20/04/2021
วันนี้ในตกทั้งวันเลย หนีฝนไปหามุมอ่านหนังสือกันนะคะ ที่ State Library of Victoria
ใครชอบบรรยากาศแบบคลาสสิค, minimal, ชอบนั่งๆนอนๆอ่าน, ชอบนั่งโซฟาอ่าน, หรือชอบอ่านหนังสือบนระเบียงรับแดด ที่นี่มีให้หมด
ใครอยู่เมลเบิร์นอยู่แล้ว ใช้ #ชีวิตในเมลเบิร์น ให้คุ้มนะคะ
(ฝนตกเลยไม่ได้ถ่ายรูปด้านหน้ามา แต่ไว้วันหลังเดินผ่านจะถ่ายรูปมาแก้ตัวนะคะ)
#จะอ่านหนังสือทีลีลาเยอะ #อู้ก่อนอ่านหนังสือ #อู้ก่อนเริ่มงาน
———————————
✨บริการติดต่อประสานงานสถานบันการศึกษา
✨เตรียมเอกสารสมัครเรียน
✨เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า
✨ เรายังเป็น Assistant to Registered Migration Agents ผู้ พร้อมให้คำแนะนำผู้ต้องการย้ายมาอยู่ออสเตรเลีย ทั้งแบบวีซ่าครอบครัว วีซ่าทำงาน วีซ่าทักษะ และวีซ่าประเภทอื่นๆ
#ชีวิตเมลเบิร์น #ชีวิตจริงinเมลเบิร์น #ชีวิตนักเรียนเมลเบิร์น #เมลเบิร์นแท้ๆ #รูปจริง #เรียนต่อเมลเบิร์น #เรียนต่อออสเตรเลีย #เรียนต่อเมืองนอก #เรียนนอก #ข้อมูลเรียนนอก #เรียนต่อต่างประเทศ #ข้อมูลเรียนต่างประเทศ #มาเรียนกันเถอะ #เรียนภาษาอังกฤษ #เด็กไทยในเมลเบิร์น #คนไทยในเมลเบิร์น
18/04/2021
เรียนภาษาอังกฤษยาก (จริงหรอ?)
หลายๆคนคิดว่าเรียนภาษาเป็นอะไรที่ยาก จริงๆแล้วถ้าลองถามเพื่อนต่างชาติทุกคนจะบอกว่าภาษาไทย ยากกว่าไหนๆ (แค่คำเรียกตัวเอง ชั้น เค้า พี่ ก็งงไปถึงไหนแล้ว)
สำหรับเราภาษาไทยมันไม่ยากเพราะเราใช้มันทุกวัน เช่นเดียวกัน การเรียนภาษาภาษาอังกฤษ ถ้าได้โอกาสเจอกับมันบ่อยๆ สบายๆไปตามสถานการณ์ (ไม่ต้องเคร่ง เร่งว่าตอนนี้อยู่ในห้องเรียน ต้องจดๆๆๆ) เดี๋ยวเราจะซึมซับมันไปเอง อย่างน้อยๆก็ฟังถนัดขึ้นละนะ
ส่วนตัวทีมงานผู้โพส ตอนมาเรียนแรกๆ ตอนที่เจ้าหน้าที่ด่าน immigration ถามว่านามสกุลอะไรยังตอบไม่ได้เลย แต่พอได้สัมผัสไปนานๆชักฟังรู้เรื่องมากขึ้น แรกๆก็ไม่กล้าพูด สักพักก็พูดตามที่ได้ยินมา เรียนแบบการออกเสียงกันไป (ส่วนสำนวนการพูดจะพูดเพราะ พูดกวนขนาดไหน นี่คงต้องอยู่กับบริโภคสื่อแบบไหน 555) ก็คิดซะว่า "เอาน่ะ อย่าไปกลัว! ฝรั่งเค้าเป็นเจ้าของภาษาเค้าต้องเดาๆได้มั่งซี่ เรายังฟังต่างชาติที่พูดภาษาไทยงูๆปลาๆออกเลย"
เรื่องอ่าน-เขียน ก็ประมาณว่าถ้าได้สัมพัสการอ่าน เจอประโยค หรือคำไหนที่ชอบก็เอาไปใช้บ้าง เลียนแบบกันมาอย่างน้อยก็ไม่ผิดมากละนะ (แต่อย่าลืมเรียบเรียงให้เป็นประโยคของตัวเองนะคะ เดี๋ยวจะโดนว่า ว่าลอกของคนอื่น)
จากฟังพูดอ่านเขียนไม่รู้เรื่องเลยสักนิดจน IELTS 7.5 ในการสอบครั้งแรกใช้ "เวลา" ล้วนๆ (เอาจริงๆก็นับชม.การขยันของแต่ละคนละนะ ผู้โพสต์เคยเจอนักเรียนบางคนเรียนเร็ว พัฒนาเร็วจนหน้านับถือมากๆเลยล่ะ)
ใครอยากจะลองสัมผัสการเรียนภาษาในสถานการณ์จริง ผู้โพสต์แนะนำ #มาเรียนที่เมลเบิร์นกันเถอะ
เรายังเป็นเมืองที่น่าอยู่อันดับต้นๆของโลกอยู่นะ..... ไม่เชื่อไปดูบรรยากาศเมืองเมลเบิร์นได้ใน IG ของเราที่ ได้ .
ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกว่าทำไมผู้โพสต์ชอบเมลเบิร์น นะคะ
———————————
✨บริการติดต่อประสานงานสถานบันการศึกษา
✨เตรียมเอกสารสมัครเรียน
✨เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า
✨ เรามี Registered Migration Agents ใน network พร้อมให้คำแนะนำผู้ต้องการมา #ใช้ชีวิตในออสเตรเลีย #ใช้ชีวิตในเมลเบิร์น
#ชีวิตเมลเบิร์น #ชีวิตจริงinเมลเบิร์น #ชีวิตนักเรียนเมลเบิร์น #เมลเบิร์นแท้ๆ #รูปจริง #เรียนต่อเมลเบิร์น #เรียนต่อออสเตรเลีย #เรียนต่อเมืองนอก #เรียนนอก #ข้อมูลเรียนนอก #เรียนต่อต่างประเทศ #ข้อมูลเรียนต่างประเทศ #มาเรียนกันเถอะ #เรียนภาษาอังกฤษ #เด็กไทยในเมลเบิร์น #คนไทยในเมลเบิร์น
| Monday | 10am - 5pm |
| Tuesday | 10am - 5pm |
| Wednesday | 10am - 5pm |
| Thursday | 10am - 5pm |
| Friday | 10am - 5pm |